[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

ตอนที่ 4

ร้านอาหารไทยชื่อดังที่มีสาขาอยู่ในห้างใหญ่คลาคล่ำด้วยผู้คนเพราะเป็นเวลาอาหารค่ำพอดี โมนาเลือกโต๊ะมุมด้านในซึ่งเงียบกว่าจุดอื่น เธอเลื่อนเมนูให้อีกฝ่ายและทำหน้าทึ่ง เมื่อได้ยินเขาสั่งอาหาร ครั้นอยู่ตามลำพังอีกครั้ง โมนาจึงเปิดฉากถาม

“แน่ใจเหรอว่าจะไม่สั่งให้เขาทำแบบรสชาติอ่อน ๆ หน่อยน่ะ อาหารไทยเผ็ดนะ”

“ผมกินเผ็ดได้ครับ” เขายืนยัน ทั้งยังชี้ไปยังโทรศัพท์มือถือที่สั่นกระทบกับโต๊ะเป็นเสียงครืดคราด “ไม่รับหรือ ปลายสายอาจมีธุระสำคัญก็ได้ โทร.มาหลายหนแล้ว แต่คุณก็ยังไม่ยอมรับสายเสียที”

โมนากลอกตาไปมา “ฉันยังนึกไม่ออกว่าจะคุยอะไรกับเขาน่ะค่ะ”

“ใช่ผู้ชายคนที่คุณเพิ่งจับได้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้วหรือเปล่า”

โมนายักไหล่ ท่าทางนั้นเป็นธรรมชาติจนเขาไม่อาจหาที่ตำหนิได้ ผู้หญิงคนนี้เคยชินกับวัฒนธรรมต่างชาติพอสมควร ภาษาเธอดี กิริยาท่าทางไม่กร้าวกระด้าง แต่ก็ไม่หงอจนน่ารำคาญ ยิ่งได้ใช้เวลากับเธอมากเท่าไร โนแอลก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับเพื่อนผู้ชายสักคนมากกว่าจะเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ผู้หญิงไทย เธอคนนี้ทำให้ภาพผู้หญิงไทยในใจเขาแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี

“รับเถอะ แล้วคุณอยากรู้อะไรก็ถามเขาไปตรง ๆ ” โนแอลแนะนำ

“แล้วถ้าเขาไม่ตอบความจริง แต่โกหกฉันล่ะ”

ชายหนุ่มยิ้มอ่อนใจ “ไม่ดีหรือไง คุณจะได้รู้ว่าเขาเป็นคนชอบโกหกไง”

“ถ้าเขาตอบตามตรงว่ามีแฟนอยู่แล้วล่ะ”

“งั้นก็ยิ่งดีใหญ่ คุณจะได้ตัดใจง่ายขึ้น”

“แล้วถ้า...” โมนายังถามไม่ทันจบ ชายหนุ่มก็ส่ายหน้าปราม

“รับซะ...ให้รู้ไปเลยว่าเขาเลือกทำยังไง แล้วเราค่อยมาหาหนทางรับมือกันต่อ เดี๋ยวผมช่วยคิด”

ดวงตากลมโตตวัดมองเขาด้วยอาการใคร่ครวญชั่วครู่ สุดท้ายจึงหยิบโทรศัพท์มากดรับสายอย่างว่าง่าย

โมนาใช้ภาษาไทยและถามตรงเข้าประเด็นอย่างรวดเร็ว

โนแอลเอนหลังพิงพนัก ส่งยิ้มให้กำลังใจ ชายหนุ่มสำรวจผู้หญิงตัวท้วมกลมตรงหน้าอย่างพิจารณา เมื่อไม่มีอายไลเนอร์สีเข้มจัดปาดอยู่บนเปลือกตา ใบหน้าอิ่มก็ผิดไปจากที่เขาพบครั้งแรก พวงแก้มนวลใสเนียนละเอียดราวกับผิวเด็ก ริมฝีปากไร้รอยลิปสติกดูนุ่มนวลเป็นสีชมพูน่ามอง ส่วนผมที่เคยขมวดเป็นมวยจนดูแก่กว่าอายุจริง บัดนี้ถูกปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง ทำให้เธอดูผ่อนคลายเหมือนเด็กสาววัยรุ่นขัดกับเสื้อผ้าเป็นทางการ

โนแอลตั้งใจฟังบทสนทนา แต่กลับใจลอยลิบไปไกลถึงใครอีกคน ผู้หญิงไทยตัวเล็ก ๆ บอบบาง...คนที่แตกต่างกับสตรีตรงหน้าแทบทุกประการ ใครจะคาดว่าเพียงเดินทางถึงประเทศไทยเพื่อรับตำแหน่งใหม่ กลับทำให้เขาหวนระลึกถึงเธอผู้นั้นง่ายดายเช่นนี้ ที่น่าขันก็คือสตรีผู้ทำให้นึกถึงคนรักเก่ากลับไม่มีสิ่งใดใกล้เคียงกันเลย

“โมไม่ได้โกรธที่คุณเบี้ยวนัดดินเนอร์เมื่อวานค่ะ แต่ที่ไม่รับสายคุณเพราะยังหาคำตอบไม่ได้ว่าผู้หญิงที่ชื่อสิริวิมลคือใคร แล้วโมเป็นอะไรในชีวิตคุณกันแน่” เสียงดุดันของโมนาเรียกสติให้ชายหนุ่มตั้งใจฟังอีกครั้ง โนแอลเสหยิบแก้วน้ำมาดื่ม ซ่อนท่าทางสนอกสนใจจากสายตาอีกฝ่ายอย่างแนบเนียน

“วันนี้คุณชัชไม่ได้เข้าออฟฟิศหรือคะ ถึงไม่รู้เรื่องที่แฟนคุณมาอาละวาดโมเมื่อวาน” คนพูดเบ้ปากประกอบ หน้าตาบอกชัดว่าสิ่งที่ปลายสายพูด คงไม่สบพระอารมณ์ของคุณเธอ

“เก็บคำอธิบายไว้หลอกเด็กเถอะ โมกินข้าวนะคะ ไม่ใช่เคี้ยวเอื้อง คุณถึงจะมาหลอกโมด้วยเหตุผลตื้น ๆ แบบนั้นได้ ถ้าคุณหาคำตอบได้ดีที่สุดแค่นี้ เราก็ไม่ต้องคุยกันอีก ไม่ต้องโทร.หาโมแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ”

โมนาวางโทรศัพท์ลงข้างตัว ตวัดตาขึ้นมองเขา เบ้ปากด้วยท่าทางหงุดหงิด เธอใช้ภาษาอังกฤษสรุปเรื่องที่พูดคุยกันให้ฟังแค่ “ชัชบอกว่าผู้หญิงคนนั้นตามตื๊อเขา เขามีอะไรกับยายนั่นก็จริง แต่เขาทำไปเพราะโดนหลอกแบล็กเมล์ แล้วเขาก็รักฉันคนเดียว ข้ออ้างเฮงซวยชะมัด นี่คุณว่าหน้าตาฉันเหมือนคนไม่มีสมองหรือไง”

“เขาอาจหวังว่าคุณจะรักเขามากพอที่จะเชื่อสิ่งที่เขาพูดก็ได้นะ” โนแอลช่วยคิด

“ฉันยินดีเชื่อนะ ถ้าเหตุผลของเขาเข้าท่ากว่านี้”

“แล้วคุณจะให้โอกาสเขาแก้ตัวอีกครั้งไหม” เขาแกล้งถาม ทั้งที่ได้ยินเธอตัดความสัมพันธ์เต็มสองหูแล้ว

“ถามอย่างนี้ดูถูกกันชัด ๆ เห็นอย่างนี้ ฉันก็มีศักดิ์ศรีนะ ทำไมฉันต้องยกโทษให้คนที่นอกใจฉันด้วยล่ะ”

“คุณจะมีศักดิ์ศรีกับคนที่คุณรักทำไม”

“รักคนที่มีแฟนแล้ว จะมีประโยชน์ตรงไหนล่ะคะ”

“คุณรักเขาจริงเหรอ” โนแอลเอนกายพิงพนัก ยกมือขึ้นกอดอกตั้งใจรอฟังคำตอบ

“ถ้าฉันบอกว่าก่อนที่แฟนเขาจะมาอาละวาดเมื่อวาน ฉันคิดว่าอยากแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ คุณจะเชื่อไหม”

“ไม่มีเหตุผลที่คุณจะต้องโกหกนี่ครับ” แม้จะฟังดูไม่น่าเชื่อเลยก็ตาม โนแอลเก็บประโยคหลังไว้ในใจ

“ฉันคิดอย่างนั้นจริง ๆ ค่ะ” โมนาคอยจนพนักงานเสิร์ฟอาหารเรียบร้อยแล้วจึงหยิบช้อนส้อมเขี่ยข้าวในจานเล่นคล้ายกำลังชั่งใจ แล้วเงยขึ้นสบตาเขา โพล่งออกมา “ฉันอยากแต่งงานค่ะ เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วย”

“หืม ทำไมถึงต้องรีบร้อนขนาดนั้น หรือว่าคุณ...เอ่อ...” โนแอลอึ้ง นึกไม่ออกว่าควรใช้คำศัพท์ไหนถึงจะสะเทือนใจคนฟังน้อยที่สุด “คุณท้องเหรอ”

เคร้ง ! ช้อนส้อมที่หญิงสาวถืออยู่หล่นเสียงดัง

โมนาอ้าปากค้าง “จะบ้าเหรอ ฉัน...ฉันยังไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นย่ะ ! ” คนพูดหน้าแดงก่ำ

โนแอลรีบยกมือห้ามก่อนเธอวีน “โทษที ๆ ผมก็เดาซี้ซั้ว ปากพล่อยไปอย่างนั้นเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้น แล้วทำไมคุณถึงอยากแต่งงานนักล่ะ” ชายหนุ่มออกตัวพลางตักกับข้าวใส่จานให้เธออย่างเอาใจเพื่อคลายอารมณ์

เธอเขี่ยข้าวในจานฆ่าเวลา ก่อนเงยขึ้นถามลอย ๆ ไม่ปะติดปะต่อกับเรื่องที่คุยกันอยู่ด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน “คุณเชื่อเรื่อง...คำสาปไหม ฉันถูกสาปให้ต้องแต่งงานภายในเก้าสิบวัน”

ชายหนุ่มอมยิ้มขำ ๆ “ถ้าไม่แต่ง แล้วอะไรในตัวคุณจะระเบิดหรือไง”

นั่นละ...แล้วเขาก็ได้ยินอาถรรพ์แปลก ๆ ที่โมนากลัว เธอเล่ารายละเอียดของ ‘การขึ้นคาน’ ที่สาวรุ่นพี่ที่เรียนอยู่คณะและมหาวิทยาลัยเดียวกันต้องพบพานให้เขาฟังอย่างละเอียด เหตุเกิดจากเก้าอี้ม้าหินใต้ซุ้มดอกเล็บมือนางสีชมพูหวานที่ร่ำลือกันว่าใครไปนั่งใต้ซุ้มนั้น หากไม่แต่งงานก่อนอายุสามสิบจะต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิต ซึ่งรุ่นพี่ ๑๒ รุ่นก่อนหน้าที่ไม่เชื่อก็รับอาถรรพ์นี้กันไปเรียบร้อยแล้ว มาถึงเธอซึ่งน่าจะเรียกว่าซวยซ้ำสอง เพราะนอกจากจะกลัวอาถรรพ์ซุ้มเล็บมือนางแล้ว ยังเป็นนักศึกษารุ่นที่ ๑๓ อีกด้วย

หญิงสาวเล่ารายละเอียดของคนที่โดนอาถรรพ์มาก่อนให้เขาฟัง ก่อนลงท้ายด้วยการย้ำ “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าอาถรรพ์มีจริงหรือเปล่า แต่ฉันก็ไม่อยากเสี่ยง” โมนาหยิบช้อนส้อมอีกครั้ง เริ่มตักอาหารใส่ปากด้วยสีหน้าผาสุก

“คุณก็เลยอยากแต่งงานก่อนอายุสามสิบ เพื่อจะได้ทำลายอาถรรพ์ แล้วก็ไม่ต้องขึ้นคานด้วยใช่ไหม”

“ใช่เลย คุณปะติดปะต่อเรื่องเก่งนะ” เธอตอบทั้งที่ก้มหน้าก้มตากวาดข้าวในจานใส่ช้อน ทำให้โนแอลไม่เห็นว่าดวงตาคู่นั้นร่าเริงเช่นเดียวกับน้ำเสียงหรือเปล่า

“แล้วนี่อีกนานไหมกว่าคุณจะอายุสามสิบน่ะ”

“ฉันเกิดวันที่สิบห้ากุมภาค่ะ จากนี้ก็อีกเก้าสิบวัน...สามเดือน จะว่านานก็นาน จะว่าเร็วมันก็เร็วนะ”

“แฟนคุณโชคดีนะ เพราะเอาวันเกิดคุณมารวบยอดฉลองพร้อมวาเลนไทน์ได้เลย” เขายังมีแก่ใจแซวอีก

“จะโชคดีหรือร้ายก็ช่าง ที่ฉันอยากรู้ก็คือ เขาคนนั้นมีตัวตนหรือเปล่า”

ชายหนุ่มวางช้อนส้อมลง จับตามองสตรีตรงหน้าอย่างครุ่นคิด การมาเมืองไทยครั้งนี้ไม่รู้เลยว่าเขาจะต้องอยู่นานแค่ไหน ฟรองซัวส์ก็แวะมาประชุมชั่วครู่ชั่วยาม กำลังจะเดินทางกลับฝรั่งเศสแล้ว มันคงน่าเบื่อแย่ถ้าเขาต้องอยู่ที่นี่โดยไม่มีสังคม อย่างน้อยการมีผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนก็น่าจะช่วยให้เขาไม่เหงาจนเกินไป

“ให้ผมช่วยไหมลิซ่า ผมจะเป็นติวเตอร์สอนวิธีเอาชนะใจผู้ชายและวิธีบริหารเสน่ห์ให้คุณ แบบที่ไม่มีผู้ชายคนไหนรอดมือคุณไปได้เลย คิดว่าไง”

แทนที่จะมีท่าทางยินดีดังคาด โมนากลับหัวเราะร่วนจนสำลัก ต้องรีบวางช้อนหยิบน้ำมาดื่มแทน

โนแอลขมวดคิ้ว คอยจนเธอหายกระอักกระไอแล้วจึงถาม

“หัวเราะทำไม”

“ก็เพราะมันเป็นข้อเสนอที่น่าขำที่สุดน่ะสิ คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอ”

“ขำตรงไหน”

“ฉันไม่ได้อยากมีเสน่ห์ ฉันอยากแต่งงานต่างหาก” โมนาแย้ง

“มันมาด้วยกัน ถ้าคุณไม่เริ่มจากมีเสน่ห์ก่อน จะมีใครอยากแต่งงานกับคุณ”

หญิงสาวยักไหล่ “ฉันไม่อยากเปลี่ยนตัวเอง ถ้าใครจะแต่งงานกับฉัน ก็ต้องแต่งทั้ง ๆ ที่ฉันไม่มีเสน่ห์นี่แหละ”

“คุณนี่มัน...” หนุ่มปารีเซียงหงุดหงิด นึกไม่ออกว่าเติมคำใดลงในช่องว่างดีจึงจะเหมาะกับความรั้นของเธอ

“ไม่สวยแล้วยังหยิ่ง คุณจะพูดแบบนี้ใช่ไหม”

“รู้ตัวก็ดีแล้ว”

โมนายิ้มกว้าง “ฉันอาจไม่สวย แต่ฉันฉลาดนะ แล้วที่สำคัญฉันรวยมากด้วย ไม่คิดเหรอว่านี่มันเป็นคุณสมบัติของภรรยาที่ดีมาก ๆ เลยน่ะ”

โนแอลเบ้ปาก ส่ายหน้าระอา “ไม่เลย ! ที่คุณมีน่ะ เรียกว่าเป็นคุณสมบัติของ ‘ถังข้าวสาร’ ที่ดีต่างหาก ! ”

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวไว้ว่า ‘การแหย่มือเข้าไปในเตาอบแค่หนึ่งนาที แต่ความรู้สึกนั้นยาวนานดุจโมงยาม แต่หากนั่งพูดคุยกับสาวสวย ชั่วโมงก็ราวจะสั้นเพียงหนึ่งนาที นั่นแหละ...ทฤษฎีสัมพันธภาพ[1]

โนแอลเพิ่งเข้าใจความหมายของวาทะนั้นชัดเจนก็วันนี้เอง เพราะตลอดทั้งวันที่คลุกคลีกับเพื่อนใหม่ เขาไม่เบื่อสักนิด กระทั่งร้านอาหารปิด เขาจึงเพิ่งรู้ตัวว่ายังมีเรื่องราวอีกมากมายที่อยากเปิดประเด็นถกเถียงและพูดคุยกับโมนา

“พรุ่งนี้คุณจะไปฟิตเนสอีกไหม” เขาไม่รู้ตัวเลยว่ารอฟังคำตอบด้วยความตั้งใจ

“ไปสิคะ อุปกรณ์พร้อมขนาดนี้แล้ว แต่ฉันคงไปตอนเย็นนะ ไปตอนเช้าไม่ไหวแล้ว ฉันไม่เคยเหนื่อยจนผล็อยหลับเป็นตายขนาดนั้นมาก่อนเลย โชคดีจริง ๆ ที่คุณเป็นคนดีไว้ใจได้ ไม่งั้นฉันอาจไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว”

โนแอลขัน “ออกกำลังกายวันแรกก็อย่างนี้แหละ สักอาทิตย์นึงร่างกายคุณจะค่อย ๆ ปรับตัวได้เองแหละ”

“ฉันก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน ว่าแต่...คุณมาประชุมที่เมืองไทยกี่วันเหรอคะ”

ชายหนุ่มส่ายหน้า “ผมไม่ได้มาประชุมครับ แต่ย้ายมารับตำแหน่งที่เมืองไทยชั่วคราวน่ะ”

“แล้วพักที่ห้องสวีตคีรีธาราเนี่ยนะ ฉันว่าเงินเดือนคุณคงหมดเพราะค่าโรงแรมแหง” โมนาพึมพำไม่เห็นด้วย

“ผมเดินทางมาก่อนกำหนดน่ะ ทางนี้เลยจัดเตรียมที่พักให้ไม่ทัน ระหว่างนี้ก็เลยพักที่โรงแรมพลาง ๆ เดี๋ยวที่พักพร้อม ผมก็ย้ายแล้ว ส่วนที่คุณเห็นผมพักโรงแรมหรูขนาดนั้น เรียกว่าโชคดีละกันที่...” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้อแรกก็คือผมรู้จักผู้บริหารของโรงแรมก็เลยได้ราคาพิเศษ ส่วนอีกข้อก็คือบริษัทจ่าย”

โมนายกนิ้วโป้งให้เขา “คุณฉลาดสุด ๆ เลย คีรีธาราน่ะเป็นโรงแรมที่ไฮโซมาก ยิ่งพักห้องสวีตหรูสุดใจขนาดนั้นอีก แค่คิดก็อิจฉาคุณแล้วนะเนี่ย”

“ไว้ไปนอนที่ห้องผมอีกไหมล่ะ” เขาชวนอย่างไม่คิดมาก

หญิงสาวกลับหรี่ตามองเขาอย่างหวาดระแวงจับผิด

โนแอลนึกได้ รีบโบกมือ “เฮ้ย ๆ ๆ คิดไปถึงไหนลิซ่า ผมไม่ได้ชวนคุณไปทำอะไรอย่างนั้นนะ แค่อยากมีเพื่อนคุยด้วยเท่านั้นเอง ผมรู้หรอกน่าว่าผู้หญิงไทยไม่ใช่พวกฟรีเซ็กซ์”

“แล้วไป” โมนาพยักหน้าด้วยสีหน้าโล่งใจ

“คิดมากไปหรือเปล่าคู้น” โนแอลอดแซวไม่ได้

“ถึงจะขี้เหร่ แต่ฉันก็เป็นผู้หญิงนะ ใครจะไปรู้ล่ะว่าเวลาหน้ามืด ผู้ชายยังสนใจเรื่องสวยไม่สวยอยู่หรือเปล่า”

โนแอลส่ายหน้าระอา “คุณไม่ได้ขี้เหร่ขนาดนั้น เลิกพูดจาดูถูกตัวเองได้แล้ว”

“คุณเป็นผู้ชายหล่อที่สุดที่ฉันรู้จัก แถมยังเป็นคนในจำนวนน้อยนิดที่บอกว่าฉันไม่ขี้เหร่ด้วย ฉันชอบคุณจัง” สาวอวบหัวเราะร่วน พูดตรงจนเขาทึ่ง “นี่ถ้าที่ออฟฟิศฉันมีคนอย่างคุณเยอะ ๆ ก็คงจะดี”

“เอาอีกแล้ว พูดเหมือนเจอคนใจร้ายมาเยอะอีกแล้ว”

“ฉัน...” หญิงสาวกลอกตา “เพื่อน ๆ ไม่ค่อยชอบหน้าฉันน่ะ เขาคงรังเกียจเพื่อนร่วมงานขี้เหร่ ๆ อย่างฉันมั้ง”

“คนที่วัดความเป็นเพื่อนที่รูปร่างหน้าตา อย่าเอามานับรวมเป็นเพื่อนน่ะดีแล้ว” โนแอลเลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนตัดสินใจถามด้วยความข้องใจ “นี่คุณคิดว่าตัวเองขี้เหร่จริงหรือ”

โมนาพยักหน้ารับคำทันควัน

“เคยได้ยินไหมว่า เราคิดยังไง เราก็เป็นอย่างนั้น ถ้าคุณมีทัศนคติดูถูกตัวเอง แล้วเมื่อไหร่คนอื่นจะเห็นคุณค่าของคุณล่ะ บอกตัวเองไว้ว่าคุณสวย ย้ำบ่อย ๆ ใจคุณสมองคุณจะได้รับรู้ว่าคุณสวย แล้วคุณจะสวยขึ้นเอง”

“สะกดจิตตัวเองเหรอ” เธอยิ้มทะเล้นหน้าเป็น “งั้นฉันสะกดจิตให้คุณเห็นว่าฉันสวยดีกว่า เผื่อคุณจะปิ๊งฉันบ้าง”

โนแอลอดใจไม่ได้ เอื้อมไปหยิกแก้มเธอเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว “ผมปิ๊งคุณแล้ว พอใจหรือยัง”

“ว้าว ! คุณใจดีจัง งั้นฉันขอให้คุณรักฉันเลยดีกว่า” โมนาล้อเลียน ดึงมือเขาออกจากแก้ม

“มากไปละ คุณนี่เป็นพวกได้คืบจะเอาศอกจริง ๆ ” ชายหนุ่มส่ายหน้าขัน ๆ มองคนหัวเราะร่วนด้วยความเอ็นดู “ผมยังไม่ ‘รัก’ คุณหรอก แต่ยืนยันได้ว่าตอนนี้ผม ‘ชอบ’ คุณจริง ๆ นะ”

“ขอบคุณค่ะ พูดกันตรง ๆ อย่างนี้น่าฟังกว่าโกหกว่ารัก แล้วสุดท้ายกลายเป็นมาหลอกลวงกันอีก รู้ไหม...ฉันน่ะเกลียดการโกหกหลอกลวง เกลียดความรู้สึกที่ว่าตัวเองเป็นคนโง่ที่สุด แค่คิดก็จิตตกแล้ว”

โนแอลพลิกมือจับมือหญิงสาวไว้แล้วบีบเบา ๆ “เชื่อผมสิ สักวันคุณจะต้องเจอผู้ชายที่ดี รักคุณในแบบที่คุณเป็น และมีค่าพอให้คุณรักแน่นอน”

โมนายิ้มเขิน ดึงมือออกจากการเกาะกุมไปพนมท่วมหัว พึมพำ “สาธุ ! ขอให้คำอวยพรของคุณเป็นจริงภายในเก้าสิบวันนี้ด้วยเถอะ ไม่งั้นฉันคงต้องขึ้นคานจริง ๆ แน่เลย”

[1] Put your hand on a hot stove for a minute, and it seems like an hour. Sit with a pretty girl for an hour, and it seems like a minute. THAT'S relativity. – Albert Einstein (นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน มีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ.๑๘๗๙ - ๑๙๕๕)

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

สวัสดีปีใหม่เพื่อนนักอ่านทุกคนค่ะ

ทิ้งเรื่องเก่าไว้ที่ปีเก่า

รอรับเรื่องใหม่ๆ ดีๆ ในปีใหม่กันค่ะ

ขอให้สุขภาพแข็งแรง เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

มีนิยายสนุกๆอ่านตลอดปี

และที่สำคัญมีผู้ชายดีๆ อยู่ข้างกายกันด้วยนะคะ :D

หัวใจร้อยดาว เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

ตอนนี้สิริณนำมาจัดทำเป็นฉบับอีบุ๊ก

หยิบมาโพสต์ให้ทดลองอ่านก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

(สิริณโพสต์สลับกันระหว่างรอยตะวัน-ใต้ปีกรักสีเพลิง- หัวใจร้อยดาว

วันละเรื่องนะคะ ชวนนักอ่านไปกดติดตามเรื่องอื่นไว้ด้วย

จะได้มีนิยายอ่านทุกวันไม่ขาดตอน อิอิ)

sds

หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

ตอนนี้โหลดอีบุ๊ก

สามารถนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการช็อปช่วยชาติได้ด้วยน้า

ขาดเรื่องไหน ตามไปโหลดกันโลดเลยจ้า

sds

ใต้ปีกรักสีเพลิง >> https://goo.gl/Xbezzr

พยศดอกฟ้า >> https://goo.gl/o9FXn6

รอยตะวัน >> https://goo.gl/vSr8Gt

แผนก่อการรัก >> https://goo.gl/a3LMdw

บุหงาซ่อนกลิ่น >> http://bit.ly/2tqjPWW

หัวใจร้อยดาว >> https://goo.gl/VrsXdA

เอื้อมวิมาน >> https://goo.gl/TP8weL

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

หน้าปกฉบับตีพิมพ์ค่ะ

sds

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Yoko
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 8 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Artsgirl
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 9 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว