หยางเสวี่ยหนี่ เเม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน

เเคว้นสุ่ย--100%--

วันนี้ย่างเข้าวันที่สามแล้วที่องค์หญิงหยางเสวี่ยหนี่เข้ามารับหน้าที่ฝึกฝนทหาร กองกำลังสามหมื่นของนางขยันขันแข็งที่จะเรียนรู้เรื่องวรยุทธ์ ยามที่รองแม่ทัพผู้สูงศักดิ์เดินผ่านเหล่าทหารของนางก็ละทิ้งภารกิจทุกอย่างเพื่อทำความเคารพ เสด็จพ่อให้เวลานางสามเดือนเพื่อควบคุมกองกำลังให้เชื่อฟังคำสั่งนาง แต่นางกลับใช้เวลาเพียงสามวันเพื่อพิชิตใจเหล่าทหารในกองทัพ

“คำนับองค์หญิง”

“ท่านอาจารย์” เสวี่ยหนี่ทักทายแม่ทัพโอวหยางเฉียนเมื่อพบกันที่โรงอาหาร เขาขยับชามข้าวต้มของตนมาร่วมโต๊ะกับนาง รอยยิ้มของคนตรงหน้ายังคงความยียวนเอาไว้จนอยากร่อนกระบี่ใส่สักสองสามกระบวนท่า

“มองหน้าข้าแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มเช่นนั้นท่านมีแผนการอะไร?” นางยิงคำถามก่อนกวาดข้าวต้มรสชาติแย่ลงท้อง

“เพียงแค่ภูมิใจที่ศิษย์ของข้าพัฒนาไปไกลเช่นนี้ ตอนนี้เป็นถึงรองแม่ทัพไม่แน่อาจเป็นถึงแม่ทัพใหญ่อนาคตไกล” โอวหยางเฉียนยังไม่ยอมหยุดยิ้ม แววตาขององค์หญิงสูงศักดิ์เจิดจ้าอย่างมาดร้าย ทำเอาแม่ทัพตัวจริงเช่นเขารีบซดข้าวต้มแล้วขอตัวไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทจะปลอดภัยกว่า บางทีนางก็ไม่ควรเลียนแบบกิริยาเจ้าเล่ห์จากเขาไปมากนักก็ได้ ชักจะกลัวสายตาเช่นนี้

“ท่านจะไปไหน”

“ข้ากินอิ่มแล้ว ฝ่าบาทเรียกประชุมแต่เช้า คำนับองค์หญิง” ร่างสูงหันหลังจากไป หากก้าวไปได้เพียงสามก้าวก็ถูกมือปริศนารั้งบ่าเอาไว้

“วันนี้เสด็จพ่อว่าราชการตอนบ่ายเพราะองค์ชายน้อยงอแงติดพระองค์ ในเมื่อกินข้าวเสร็จแล้วเราก็มาย่อยอาหารกันหน่อยจะเป็นไรไป ให้เกียรติประลองกับศิษย์ด้วยท่านอาจารย์” นางดันร่างสูงใหญ่ของอีกฝ่ายไปกลางลานประลอง พร้อมกับโยนทวนเหล็กด้ามใหญ่ให้อีกฝ่ายราวกับโยนกระดาษแผ่นบาง โอวหยางเฉียนไม่น้อยหน้า เขาเป็นบุรุษทั้งยังเป็นถึงแม่ทัพจะยอมให้สตรีผู้นี้ข่มเหงได้อย่างไรกัน ร่างสูงกระโดดม้วนตัวคว้าทวนเล่มถนัดมือมาไว้ในครอบครอง

ร่างบางแสยะยิ้มอดหมั่นไส้ความมีศักดิ์ศรีของฝ่ายตรงข้ามมิได้ ท่ามกลางพลทหารชั้นผู้น้อย ท่านแม่ทัพคงอยากแสดงฝีมือให้ทุกคนประจักษ์กระมัง เสวี่ยหนี่เลือกทวนที่มีน้ำหนักเบากว่า หากมีลูกเล่นแพรวพราว สองด้านเป็นปลายแหลมทำด้วยเหล็กกล้าจากแคว้นเซียน หากออกแรงได้ถูกจังหวะหรือเดินปราณเพียงเล็กน้อยก็สามารถตัดทวนยักษ์ของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย

เหล่าทหารต่างกรูกันเข้ามาล้อมวงชมการแสดงยามเช้า พวกเขาก็อยากเห็นฝีมือของรองแม่ทัพว่าเป็นอย่างไรบ้าง เข้ามาอยู่ในค่ายทหาร นอกจากสั่งประหารคนไปวันๆ แล้วนางมีดีอะไรที่พวกเขาต้องยอมก้มศีรษะให้กับแม่ทัพหญิง

“ถ้านางชนะท่านแม่ทัพ ข้าจะยอมเป็นทาสรับใช้ของนางไปตลอดชีวิต เจ้าว่าอย่างไร?” หานตงนายทหารที่อยู่ไม่ไกลจากร่างบางเอ่ยท้าพนันกับเพื่อนทั้งสอง ซึ่งลู่เจิงและเจียงหมิงก็พยักหน้ารับด้วยแววตาพราวระยับ แต่ทั้งสามก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อสตรีร่างสูงโปร่งผู้นั้นชี้ปลายทวนแหลมคมมาทางพวกเขา

“พวกเจ้าพูดเองนะ จงรักษาคำสัตย์ของพวกเจ้าด้วย!” ทั้งสามหน้าซีดเผือดก้มหน้าหลบสายตาดั่งพยัคฆ์ดุร้าย เอาน่า...พวกเขายังมีความหวัง อย่างไรเสียท่านแม่ทัพใหญ่ต้องชนะเป็นแน่ พวกเขาได้ยินมาว่าท่านโอวหยางเฉียนเป็นถึงแม่ทัพที่ฝ่าบาทแคว้นหวงวางพระทัยส่งมาคุ้มครองแคว้นหงให้ปลอดภัยจากศัตรู

ทั้งสองคำนับกัน ร่างบางถอดเกราะเหล็กออกจากร่าง เพื่อความคล่องตัวก่อนกระโจนเข้าห้ำหั่นท่านอาจารย์ราวกับระบายความแค้นที่สั่งสมมานานกว่าสองปีด้วยกระบวนท่าเดียว โอวหยางเฉียนพลิกกายหลบหันปลายทวนตวัดเข้าหาร่างบาง นางหงายหลังเบี่ยงตัวหลบจนแทบจะนอนราบไปกับพื้น แล้วทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงไปที่ทวน ปลายแหลมคมจมลงไปในดินนับสิบชุ่น พลทหารทั้งสามเริ่มใจไม่ดี แม้จะต่อสู้เพียงกระบวนท่าแรก แต่กลับพากันเสียวสันหลังวาบๆ เหมือนจะต้องกลายเป็นทาสของแม่เสือไปตลอดชีวิต

เสวี่ยหนี่ใช้ปลายทวนอีกด้านที่ตั้งตรงพุ่งเข้าหาร่างสูง โอวหยางเฉียนหลบอย่างเฉียดฉิวก่อนจะเหินกายขึ้นฟ้าแล้วฟาดทวนลงมาสุดแรง รองแม่ทัพหญิงพลิกทวนของตนขึ้นป้องกัน ชั่วขณะที่เหล็กเนื้อดีทั้งสองกระทบกันทำให้ทวนของนางขาดออกจากกันเป็นสองท่อน ร่างบางจะเซถลาไปด้านหลังจนเกือบล้มแล้วเงยหน้าส่งสายตาอาฆาตให้ผู้เป็นอาจารย์

“ท่าน!ขี้โกงนี่!ท่านใช้ปราณในการต่อสู้!” ร่างบางประท้วงทั้งยังหอบแฮกอย่างเหน็ดเหนื่อย

“ข้าคงเผลอใช้ด้วยความเคยชินน่ะ ท่าเมื่อครู่เป็นท่าไม้ตายของข้าใช้สยบศัตรูในสนามรบมานักต่อนักแล้ว” ร่างสูงคุยโอ่ ก่อนก้าวถอยหลังหลอกล่อนางพยัคฆ์เสวี่ยหนี่โยนทวนสองท่อนทิ้งก่อนจะรับทวนเล่มใหม่จากพลทหารข้างกาย ร่างบางตรงเข้าฟาดฟันโอวหยางเฉียนด้วยลมปราณชั้นสูง[R1]

สายตาคมปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าของฝ่าบาท พระองค์ทอดพระเนตรภาพของธิดาของตนด้วยพระเนตรเปล่งประกาย เอาล่ะสิ!พ่อเขามาดูด้วย ไอ้เราจะแกล้งแพ้ก็จะถูกเหยียดหยาม หากชนะก็จะถูกมองเป็นบุรุษที่รังแกสตรีไปเสีย ช่างน่าลำบากใจยิ่ง แต่เอาเถอะสู้ให้เต็มที่ก็แล้วกัน!

ร่างสูงถูกคมทวนจ่อเข้าที่ลำคอ พลาดไปก้าวเดียวนางก็เข้าประชิดกายของเขาได้แล้ว เขาใช้ทวนปัดอาวุธของอีกฝ่ายออก หากนางกลับกระโดดหมุนกายกลางอากาศในท่วงท่าเดียวกับเขาเมื่อครู่ ก่อนฟาดฟันลงมาด้วยไอสังหารเต็มเปี่ยม

เคร้ง!!!

เสียงทวนของเขาขาดออกจากกันเป็นสองท่อน ก่อนที่นางจะพลิ้วกายเข้ามาใกล้และใช้ทวนแหลมคมจ่อคอเขาอีกครั้ง เสวี่ยหนี่ใช้เท้าเตะทวนสองท่อนของเขาไปตกใกล้ๆ กับเจ้าทหารปากมากทั้งสาม โอวหยางเฉียนพยักหน้ายอมแพ้นางจึงลดอาวุธลงแล้วขยับออกห่างก่อนคำนับเขาเป็นอันจบพิธีการประลอง ร่างสูงขยับเท้าไปด้านหน้าเล็กน้อย ชุดเกราะเหล็กกล้าของเขาถูกกรีดจนขาดสองท่อน ร่วงลงกระทบพื้นเสียงดังสนั่น

เสียงปรบมืออยู่ไม่ไกล เสวี่ยหนี่หันไปมองยังต้นเสียง ก่อนพบว่าทั้งบิดาและมารดามาชมการแสดงของนางครบครัน ไม่ยักจะเอาองค์ชายน้อยเข้ามาชมการแสดงด้วย นางจะได้ทาบทามเอามาฝึกฝนวรยุทธ์ตั้งแต่เด็ก

“แก่แล้วหรือท่านแม่ทัพ เหตุใดถึงอ่อนข้อแก่องค์หญิง เป็นเช่นนี้ท่านอาจถูกนางข่มเหงเอาได้ง่ายๆ” โอวหยางเฉียนเข้ามาทำความเคารพผู้สูงศักดิ์ทั้งสอง ส่วนเสวี่ยหนี่หรือยืนยิ้มกริ่มอยู่ไม่ไกล ช่างน่าหมั่นไส้นัก!

“ทูลฝ่าบาท องค์หญิงทรงพระปรีชาสามารถ กระหม่อมหาได้อ่อนข้อให้แม้แต่น้อย”

“พวกเจ้าฝึกอย่างไรให้ธิดาผู้เรียบร้อยอ่อนหวานของข้ากลายเป็นพยัคฆ์ดุร้ายได้ภายในสองปี ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ” โอวหยางเฉียนยิ้มอย่างมีชัย เมื่อความลับขององค์หญิงยังอยู่กับเขา หยางเสวี่ยหนี่ไม่อาจรังแกเขาได้ตามใจชอบ

“ทูลฝ่าบาท ที่แคว้นหวงมีอาจารย์ฝึกฝนองค์หญิงถึงห้าคน แต่ละคนเชี่ยวชาญในแต่ละศาสตร์และด้วยความสามารถขององค์หญิงโดดเด่นยิ่งนักจึงเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วพ่ะย่ะค่ะ”

“ทูลเสด็จพ่อ เพราะพวกเขาทั้งห้าทรมานลูกต่างหาก หิมะตกหนาเท่าเอวยังให้ลูกเดินลากลูกเหล็กสองรอบต่อวัน ชิ!หากลูกไม่มีความสามารถก็คงตายไปนานแล้ว” นางหันมาค้อนให้ท่านอาจารย์ โอวหยางเฉียนเริ่มอยากจะประทุษร้ายนางพยัคฆ์ผู้นี้นัก ไม่น่าฝึกนางให้เก่งขนาดนี้เลย!

“เอาเถิด...การฝึกฝนย่อมต้องลำบากและทรมาน พวกเจ้าก็เหมือนกับเหล่าทหาร ด้านหน้าของพวกเจ้าคือกุนซือผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ หากตั้งใจร่ำเรียนวิชา อีกไม่นาน เราจะสามารถชนะสงครามได้อย่างง่ายดาย” เหล่าทหารคำนับรับดำรัสแห่งฮ่องเต้ มารดาของนางเข้าไปชงชาปรนนิบัติบิดาด้านใน ช่างเป็นภาพที่น่าอิจฉา

“ทั้งสองพระองค์ทรงรักกันมากเลย...”

“ใช่...ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ ทั้งสองยังไม่เคยมีปากเสียงใดๆ ให้ข้าได้ยิน ข้าอยากเป็นเช่นนี้บ้าง มีคนที่ข้ารัก คอยปรนนิบัติสามีเลี้ยงลูก” โอวหยางเฉียนตบบ่าของนางเบาๆ นางหันไปยิ้มอ่อนให้เขาก่อนจะออกไปดูเรื่องวุ่นวายหน้าค่ายทหาร มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาถึงด้านใน

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย champacat
หือ เสียงเอะอะ ไรหนอ
เมื่อ 9 เดือน 4 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Sdy59000
เอะอ่ะ อะไรกัน ใครมาหรอ
เมื่อ 9 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว