อาญาดอกรัก

ดอกรักที่ 1 คู่ปรับเก่า (1)

ดอกรักที่ 1

คู่ปรับเก่า (1)

ร่างบางที่สะพายกระเป๋าใบโตหนักอึ้งอยู่บนแผ่นหลัง อีกทั้งยังถือกระเป๋าใบโตอีกสองใบใส่ของฝากจนเต็มสองมือย่นจมูกอย่างหงุดหงิดเพราะคนที่จะขับรถออกมารับเธอไม่ว่างเลย ไล่ไปตั้งแต่คุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว หรือแม้แต่เด็กในบ้าน...

‘กางเขน วิวัฒน์กิจ’ หรือที่รู้จักกันในนาม กางเขน ยืนเท้าสะเอวพลางกรอกตาไปมาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์กับข้าวของที่คุณแม่สุดที่รักสั่งให้หอบหิ้วกลับมาฝากญาติพี่น้องสักเท่าไหร่นัก

แล้วดูเถอะ พอเธอลุยเดี่ยว ลงทุนยอมนั่งรถทัวร์หอบของฝากขึ้นชื่อจากเมืองชลบุรีกลับมาบ้านอย่างพะรุงพะรังราวอีบ้าหอบฟาง กลับไม่มีใครสักคนคิดจะสนใจเธอเลย

คิดแล้วน่าน้อยใจไหมล่ะ!

ถ้าในตอนนี้สภาพอากาศเป็นใจมากกว่านี้ล่ะก็ กางเขนบอกตัวเองเลยว่า เธอคงไม่เสียเวลาโทรฯ ตามจิกสมาชิกในบ้านให้ออกมารับแบบนี้หรอก หญิงสาวหลุบเปลือกตามองสัมภาระที่ต้องแบกฝ่าสายฝนโปรยปรายกลับบ้านอย่างเหนื่อยหน่าย...

เฮ้อ... เป็นแบบนี้ทุกทีสิน่า!

“ทิ้งเอาไว้ที่นี่ซะเลยดีมั๊ยเนี่ย!” เธอบ่นงึมงำกับตัวเอง ก่อนมองหารถแท็กซี่

แต่ต่างจังหวัดมันเหมือนกับในตัวเมืองซะที่ไหนเล่า ดีสุดในตอนนี้ก็มีแค่รถสองแถวที่เต่าวิ่งแซงหน้าได้เท่านั้น ครั้นจะนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับเข้าบ้านก็คงไม่ดีแน่

เพราะตอนนี้ฝนยังลงละอองอยู่ และถนนทางเข้าบ้านเธอนั้นก็ดีซะจนสามารถเลี้ยงปลาไว้กลางถนนได้ กางเขนคิดว่าก่อนหน้าที่เธอจะลงจากรถทัวร์ ฝนหลงฤดูต้องตกใหญ่อย่างแน่นอน สังเกตได้จากตลาดที่เธอยืนอยู่นั้นแฉะไปด้วยน้ำเจิ่งนอง

กางเขนยืนทำใจในศาลาพักร้อนพักใหญ่ แต่เมื่อรู้ว่า ‘เปล่าประโยชน์’ กับการมายืนเซ็งติดฝนอยู่อย่างนี้ เธอก็ตัดสินใจหอบเอาสัมภาระทั้งหมดไปขึ้นรถสองแถวที่จอดรอผู้โดยสารซะ ซึ่งนานพอสมควรกว่ารถสองแถวความเร็วสูงที่เต่าวิ่งแซงหน้าจะออกตัว

มีผู้โดยสารร่วมทางไปกับเธออยู่พอสมควร เบาะนั่งในฝั่งตรงข้ามเต็มหมด แต่กางเขนไม่สนใจอะไรมากนักนอกจากรอคอยเวลาที่รถจะแล่นผ่านหน้าบ้านของเธออย่างใจจดใจจ่อเท่านั้น

พอรถแล่นไปได้สักพัก กางเขนก็หันไปสนใจทัศนียภาพสองข้างทางด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เธอเคยได้ยิน ‘หงส์หยก’ พี่สาวคุยให้ฟังว่าแถว ๆ อำเภอที่เธอพักอยู่ได้มีการปรับปรุงทัศนียภาพใหม่

โดยผู้ใหญ่บ้านได้ขอความร่วมมือจากชาวบ้านเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงมีโครงการปลูกดอกทานตะวันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเหมือนอย่างจังหวัดลพบุรี สุพรรณบุรี และสระบุรี

แต่เมื่อมองไปสองข้างทาง กางเขนกลับพบทัศนียภาพแบบเดิม ๆ นอกจากทิวเขาแล้ว ยังมีไร่สับปะรดอีก อย่าว่าแต่ดอกทานตะวันเลย แม้แต่ดอกไม้สักดอกเธอยังไม่เห็น

ลมเย็นที่พัดเข้ามาพาให้เส้นผมที่เกล้าเป็นหางม้าปลิวสยาย ปรอยผมที่ไม่ถูกรวบนั้นตกลงมาไล้แก้มเนียนพาให้เจ้าตัวรู้สึกรำคาญจนต้องปัดออกไป แล้วลมเย็นที่พัดเข้ามาก็อ่อนแรงลง พร้อมความเร็วของรถที่ชะลอแล้วจอดสนิท

คนขับพยายามสตาร์ทรถอีกครั้ง... อีกครั้ง... และอีกครั้ง แต่ไม่มีทีท่าว่ารถจะกลับมาสตาร์ทติดเลย ในขณะเดียวกันผู้โดยสารซึ่งร่วมทางมาก็เริ่มนั่งไม่เป็นสุข และกางเขนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

เธอได้แต่ภาวนาในใจ ขออย่าให้ ‘ความซวย’ เอ็นดูเธอเลย...

แต่เหมือนคำภาวนาจะเปล่าประโยชน์

คนขับรถปั้นหน้ายุ่งลงจากรถ ในขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคน แล้วมายืนเท้าสะเอวพูดกับผู้โดยสารด้วยสีหน้าเครียด ๆ ว่า “รถเสียครับพี่ ต้องรอคันหลังแล้วล่ะ”

ด้วยเหตุนี้ผู้โดยสารทั้งหมดต่างก็ลงจากรถอย่างไม่มีทางเลือก แม้แต่กางเขนเองยังต้องจำใจหอบกระเป๋าสัมภาระลงจากรถ

อาจเป็นเพราะ ‘ความซวย’ เอ็นดูเธอเป็นพิเศษ กางเขนเลยไม่สามารถวางกระเป๋าผ้าใบโตทั้งสองลงบนพื้นได้ ทั้งนี้เป็นเพราะถนนลูกรังแดงนั้นชุ่มไปด้วยน้ำฝนนั่นเอง

ผู้โดยสารหลายคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร แล้วแยกย้ายกันไป บางรายเลือกที่จะเดิน บางรายยังยืนหลบละอองฝนอยู่ใต้ต้นหูกวางที่ขึ้นอยู่ริมทาง

แต่สำหรับกางเขนแล้ว เธอทำอะไรไม่ได้สักอย่าง... ครั้นจะโทรฯ ไปขอความช่วยเหลือจากคนทางบ้านอีกครั้ง ก็ดูเหมือนจะสร้างความรำคาญให้ทางบ้านมากเกินไป ดังนั้นสิ่งที่หญิงสาวจำใจต้องทำก็คือ ยืนเป็นยัยบ้าหอบฟางอยู่ริมถนน

แล้วความซวยระลอกที่สามก็เข้ามาทักทายเธออีกครั้ง!

อยู่ ๆ มีรถปิคอัพสองคันขับแข่งกันมาด้วยความเร็วสูง แน่นอนว่าถ้าถนนสายนี้แห้งสนิทเธอคงได้กินฝุ่นจนอิ่มท้อง แต่เพราะตอนนี้ถนนนั้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนที่ขังอยู่ในหลุมกลางถนน รางวัลที่กางเขนได้รับแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลยก็คือ เธอถูกน้ำโคลนสีชานมเย็นดีดใส่ถึงสองครั้งติด ๆ !

ผลก็คือชุดเอี๊ยมหมีตัวโปรด รองเท้าผ้าใบ และกระเป๋าสัมภาระของเธอเลอะไปด้วยน้ำโคลน

“อี๋!” หญิงสาวทำหน้าเหย พลางสลัดน้ำที่กระเด็นใส่ออกจากมือ แล้วล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ามาเช็ดแก้มพร้อมตวัดสายตาขุ่นเขียวมองตามรถปิคอัพสองคันนั้นไป

ไม่มีท่าทีว่าคนขับทั้งสองจะลงจากรถมาสนใจเธอเลย ซ้ำยังแข่งรถกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่โชคดีที่ว่าเธอจำหมายเลขทะเบียนรถปิคอัพคันหลังได้

“จะรีบไปทำคลอดวัวหรือไง เจ้าพวกบ้า!”

แม้จะตะโกนโวยวายไล่รถสองคันที่ก่อปัญหาให้เธอไป แต่กางเขนกลับไม่รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นสักนิด ซ้ำยังเครียดหนักกว่าเดิมเมื่อสายตาของผู้โดยสารท่านอื่นที่ร่วมทางมาด้วยมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อีกทั้งยังกระหยิ่มยิ้มย่องแล้วเอามือป้องปากซุบซิบนินทาในระยะเผาขน

นี่เองที่ทำให้กางเขนค้อนคมใส่อย่างเหลืออด แล้วเธอก็ตัดสินใจหิ้วกระเป๋าใบโตที่เปื้อนโคลนไปจากตรงนั้นทันที! ...

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Boo
Ahaaaaaaaaaaa
เมื่อ 6 เดือน 5 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย เดือน
ติดตามขอบตุณ
เมื่อ 6 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว