น้องคนนี้เป็นแฟนพี่หมอ นิยายชุดแฟนหมอ

เว้นระยะ 1/2

แล้วร้านขนมเล็กๆ ตรงหัวมุมถนนก็ไม่ทำให้คุณหมอหนุ่มเสียหน้าเพราะไม่ว่าจะเมนูไหนก็เรียกความว้าวให้เกิดขึ้นบนใบหน้าเด็กหนุ่มได้โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ปริปากพูดอะไร การมากินขนมด้วยกันครั้งแรกก็นับว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพึงพอใจเพราะนอกจากจะได้เห็นหน้าน้องฟินตอนที่กัดขนมปังแล้วธีธัชยังได้รู้ว่าถึงญาณาธิปจะชอบกินขนมแต่ก็ไม่ได้ชอบกินเครื่องดื่มหวานๆ แน่นอนว่าเวลาสั่งเครื่องดื่มนั้นต้องสั่งแบบหวานน้อยซึ่งเป็นนิสัยที่คล้ายกับตัวเขาที่ไม่ชอบเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัดเหมือนกัน

“แน่ใจนะครับว่าน้องธูปกินข้าวมันไก่มาแล้ว” ธีธัชอดถามไม่ได้เมื่อเห็นคนตรงหน้ากัดขนมปังไส้เห็ดรวมเข้าปากไปคำใหญ่หลังจากที่เคี้ยวขนมปังไส้ลูกเกด ถั่วแดงและแฮมชีสลงท้องไปอย่างละชิ้นแล้ว

“สำหรับของหวานกับขนมปังผมมีอีกกระเพาะครับพี่หมอกินได้ไม่อั้น นี่ถ้ารู้จักร้านนี้ก่อนหน้านี้ผมคงมากินทุกวันแน่ๆ ขอบคุณมากนะครับพี่หมอที่แนะนำร้านอร่อยๆ ให้ผมรู้จัก” ญาณาธิปเอ่ยปากขอบคุณหลังจากยัดขนมปังไส้เห็ดเข้าปากแล้วดูดน้ำแตงโมปั่นตามเข้าไปล้างคอเรียบร้อยแล้ว

“ไว้คราวหน้าพี่จะแนะนำร้านอร่อยๆ ให้น้องธูปอีกนะครับมีทั้งร้านข้าว ร้านขนม หรือว่าร้านเหล้าก็ยังได้เลยนะ” เด็กหนุ่มส่ายหน้ารัวๆ เมื่อคุณหมอฟันพูดถึงร้านเหล้าขึ้นมา

“แค่ร้านข้าวกับร้านขนมก็พอแล้วครับพี่หมอผมไม่ถูกกับเหล้าไม่รู้ว่าเขากินกันเข้าไปได้ยังไงขมก็ขมไม่เห็นอร่อยเลย” ไม่พูดเปล่าแต่ญาณาธิปยังทำหน้าบิดเบ้เหมือนกินยาขมใส่คุณหมออีกต่างหาก

“โอเคครับเอาแค่ร้านข้าวกับร้านขนมก็พอเนาะเอาไว้ถ้าพี่ว่างแล้วน้องธูปไม่มีเรียนพี่จะพาไปกินเอง แล้วนี่จะกินอะไรต่อไหมครับ? ไปเดินเลือกอีกได้นะวันนี้พี่หมอเลี้ยงน้องธูปเอง” เมื่อเห็นขนมในจานของเด็กหนุ่มหมดเกลี้ยงชายหนุ่มจึงเอ่ยปากถามเผื่อว่าน้องอยากจะกินอะไรเพิ่มอีก นานๆ เขาถึงจะเจอคนที่กินอะไรได้แบบไม่มีมาดแบบนี้ ธีธัชเองก็พลอยมีความสุขกับการนั่งมองอีกคนกินโดยไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ

“ผมกินตั้งเยอะให้พี่หมอเลี้ยงไม่ได้หรอกครับคือผมอยากจะซื้อกลับไปกินที่หอด้วย ผมไม่สบายใจที่พี่หมอกินไปแค่นิดเดียวแต่ต้องจ่ายส่วนของผมตั้งเยอะแยะแบบนี้” สนิทกันหรือก็ไม่แถมตัวเองยังสวาปามเข้าไปแบบลืมตัวเพราะเจอของอร่อยแล้วจะให้คนที่กินพายไปแค่ชิ้นเดียวกับกาแฟเย็นอีกหนึ่งแก้วมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดมันก็ดูจะไม่ค่อยยุติธรรม

“พี่บอกว่าจะเลี้ยงก็คือเลี้ยงสิครับแต่ถ้าไม่สบายใจก็เอาเป็นว่าที่กินในร้านพี่จ่ายเองแต่ส่วนที่ซื้อกลับบ้านน้องธูปจ่ายโอเคไหมครับ?” เมื่อได้รับข้อเสนอที่น่าพอใจญาณาธิปจึงฉีกยิ้มกว้างก่อนจะถลาไปเลือกขนมเพื่อสั่งกลับไปกินที่หอ

“ไงมึง ได้ข่าวว่าพักนี้จิตหลุดเพราะคนไข้เหรอวะ?” ในช่วงที่คนไข้เริ่มซาๆ ธีธัชก็แวบมาหากาแฟดื่มที่แคนทีนของโรงพยาบาลเป็นบ้างสลับกับการออกไปร้านข้างนอกเพราะที่นี่มีสวัสดิการพิเศษจำพวกของว่างเครื่องดื่มรวมถึงอาหารให้บุคลากรภายในโรงพยาบาลได้ใช้บริการฟรีซึ่งพอเขาหย่อนก้นนั่งลงได้ไม่นานเสียงที่คุ้นหูของคุณหมอเด็กคนเก่งก็ทักขึ้น

“ข่าวไวใช้ได้นี่พี่สารภาพมาเถอะว่าตกลงเป็นหมอหรือเป็นนักข่าวเพจใต้เตียงดาราครับพี่หมอเกรท” คนที่อ่อนกว่าทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิเลือกที่จะย้อนอีกคนด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้จริงจังติดจะขำๆ ด้วยซ้ำ

“เขาพูดกันทั้งแผนกว่าวันนี้พี่หมอธีธัชหลงเสน่ห์ยิ้มหวานๆ ของคนไข้ ออกนอกหน้ามากไปแล้วนะมึงน่ะเดี๋ยวก็ได้เป็นเรื่อง” หมอเกรทปรามหมอรุ่นน้องด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นนิดหนึ่งเพราะถึงอย่างไรแล้วการเป็นหมอรักษาคนไข้เรื่องจรรยาบรรณก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ การแสดงออกถึงความสนอกสนใจคนไข้ในเรื่องชู้สาวนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่แล้วยิ่งมาทำในโรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่ก็ยิ่งน่าเป็นห่วง

“น่าจะเรียกเขาคนที่กระจายข่าวมาตัดเงินเดือนจังเลยนะครับ มันไม่มีอะไรหรอกพี่แค่น้องเขายิ้มหวานน่ารักถูกใจก็เท่านั้นแหละขนาดทำนมเย็นหกใส่ผมเจ้าตัวเขาก็ยังยิ้มสู้ได้ พี่คิดดูนะขนาดน้องธูปใส่ยางสีเขียวมองเผินๆ เหมือนมีสาหร่ายติดฟันน้องมันยังน่ามองเลยพี่คิดดูดิ” คนที่เล่าถึงรอยยิ้มหวานๆ ที่เจ้าตัวพอยิ้มทีหนึ่งนี่ตาปิดไปตามปากที่ฉีกยิ้มกว้างพูดออกมาเพราะนึกเอ็นดูคนในห้วงความคิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

นี่ธีธัชไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าได้อยู่ตามลำพังกับน้องธูปเขาคงต้องจะต้องใช้ความพยายามแค่ไหนในการเก็บมือเก็บไม้หักห้ามใจของตัวเองไม่ให้เอื้อมไปขยำน้องเป็นก้อนกลมๆ แล้วบรรจงกลืนลงท้องไปเพื่อกันไม่ให้ใครเห็นความน่ารัก

“เป็นเอามากนะมึงว่าแต่อาการแบบนี้ไม่ได้เห็นนานแล้วนี่หว่า” หมอเกรทบ่นอีกคนก่อนจะจิบกาแฟที่ตัวเองเพิ่งชงมา

“อือ... คงเป็นเพราะคนนี้ถูกใจจริงๆ นั่นแหละ” คุณหมอฟันสารภาพเสียงอ่อยสงสัยว่าตัวเองคงจะแสดงออกนอกหน้านอกตาไปหมอรุ่นพี่ที่สนิทกันอย่างหมอเกรทถึงได้ออกโรงมาเตือนด้วยตัวเองแบบนี้แต่จะให้เขาทำเฉยๆ ไปคงทำไม่ได้แล้วในเมื่อตัวเขามันเกิดไปติดตาต้องใจน้องธูปเข้าเต็มๆ

“น่าจะรู้ว่าแค่ถูกใจมันไม่พอสถานะทางสังคมของหมออย่างพวกเรามันทำตามใจตัวเองได้ที่ไหนกัน แต่ก็เอาเหอะก็ค่อยเป็นค่อยไปอย่าไปรุกมากเผื่อน้องเขาไม่ชอบแบบนี้ขึ้นมาแล้วมันจะเข้าหน้ากันไม่ติดเสียหมาเลยนะมึง” คนสอนก็จริงจังส่วนคนฟังก็ได้แต่เก็บเอาไปคิดว่าถ้าน้องธูปไม่ได้ชอบอะไรแบบเขา... หมายถึงผู้ชายที่หญิงก็ได้ชายก็ดีน้องจะรังเกียจเขาหรือเปล่าแต่น้องจะชอบไม่ชอบนั้นมันก็เป็นคำถามที่ธีธัชต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง

มันยากกับการที่จะอธิบายให้ใครเข้าใจในเรื่องรสนิยมบางอย่างของตัวเราเองในเมื่อคนที่อยู่ในอาชีพหมอนั้นถูกผู้คนจัดอันดับว่าเป็นอาชีพที่น่านับหน้าถือตาในอันดับต้นๆ ของสังคมไทย แล้วยิ่งหมอฟันมือทองแห่งยุคอย่างธีธัชที่มีทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติแถมยังมีดีกรีการันตีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจากต่างประเทศด้วยยิ่งเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างแพร่หลายทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ต้องการให้ตัวเองเป็นข่าวเลยแม้แต่น้อย

ธีธัชเป็นคนหนึ่งที่เปิดเผยมาตลอดว่ารสนิยมทางเพศของเขาไม่เป็นไปตามขนบที่สังคมวางไว้เพราะเขาเคยมีทั้งคนรักที่เป็นเพศชายและคนรักที่เป็นเพศหญิงซึ่งหลายคนที่รู้ส่วนมากก็ตั้งป้อมรังเกียจไปก่อนโดยที่ไม่เคยสนใจเลยว่าที่ผ่านมาชายหนุ่มนั้นปฏิบัติตัวเป็นคนรักที่ดีของอดีตคนรักทั้งเขาและเธอมากแค่ไหน ยังไม่ทันรู้จักกันก็มาตัดสินแล้วว่าเขาเป็นแบบนั้นแบบนี้มันเหมือนการป้ายสีใส่เขามากกว่าจะมองตามพื้นฐานความจริงในสิ่งที่เขาเป็น

“เดี๋ยวบ่ายนี้น้องมีนัดมาเปลี่ยนยางดึงฟันผมว่าจะลองชวนน้องไปกินข้าวดูเผื่อจะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นด้วย” เวลานี่เดินผ่านไปไวแค่หายใจไม่กี่ครั้งน้องธูปก็มาวิ่งวนอยู่ในหัวใจเขาเกือบจะครบหนึ่งเดือนแล้ว และถ้าถามถึงความคืบหน้าก็คงตอบได้ว่าไม่มีอะไรเลยหลังจากวันนั้นที่บังเอิญไปเจอกันแล้วหลอกน้องไปกินขนมด้วยกันได้เจ้าความบังเอิญก็ไม่ได้แวะมาทักทายธีธัชอีกเลย

“สวัสดีครับน้องธูปวันนี้พี่จะดึงยางขยับฟันเรานิดหน่อยเลือกสีได้เลยนะครับ” ธีธัชส่งชาร์ตสียางที่มีหลายสีละลานตามากกว่าคลินิกที่บ้านให้ญาณาธิปเลือกดูเล่นมาเป็นแผงเรียงโทนสีสวยงามขนาดนี้เด็กหนุ่มบอกเลยว่าเกิดอาการตาลายเข้าให้แล้ว

“ผมขอเลือกใส่สลับสีกันได้หรือเปล่าครับ?” ตากลมๆ และน้ำเสียงเหมือนจะอ้อนๆ ของคนที่นอนเงยหน้ามองอยู่ทำให้คุณหมอที่สาละวนอยู่กับการตรวจดูเครื่องมือในถาดที่ผู้ช่วยเตรียมให้รู้สึกจะใจหวิวๆ ขึ้นมาอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน ยิ่งน้องธูปทำตัวน่ารักแบบนี้พี่หมอบอกได้เลยว่าตัวเองคงจะไปไหนไม่รอดแน่เลยงานนี้

“ได้ครับสลับได้ตามใจน้องธูปเลยนะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอสีนี้กับสีนี้นะครับสองสีสลับกัน” นิ้วมือขาวๆ จิ้มไปที่สีชมพูสะท้อนแสงเฉดที่แสบตาที่สุดในชาร์ตกับสีฟ้าที่อยู่ในโทนแสบตาไม่แพ้กันการเป็นเด็กหนุ่มนี่มันสดใสเจิดจ้าแบบนี้เองสินะ

หูของญาณาธิปเงี่ยฟังคุณหมอพูดกับผู้ช่วยให้เตรียมอุปกรณ์เพิ่มแล้วก็ได้แต่สงสัยอยู่คนเดียวว่าพวกคุณหมอนี่เขาพูดภาษาธรรมดาไม่ได้หรือไงทำไมเวลาพูดต้องไทยคำอังกฤษคำหรือไม่ก็ต้องพูดคำศัพท์วิชาการปนมาด้วยทุกที นี่โชคดีที่ตัวเองไม่ฉลาดพอจะเรียนหมอไม่อย่างนั้นเขาคงกลายพันธุ์เป็นคนประเภทที่คนอื่นฟังเขาพูดแล้วไม่เข้าใจไปด้วย

“เสร็จแล้วครับน้องธูป” นอนนิ่งๆ แค่ไม่กี่นาทีเสียงคุณหมอก็ดังขึ้นทำลายความเงียบคือหมอธีธัชมือเบามากจนไม่รู้สึกเลยว่ากำลังถูกเลาะยางเก่าออกแล้วเกี่ยวยางสีใหม่เข้าไปแทนที่

“หืม... เสร็จแล้วเหรอครับ? พี่หมอมือเบามากเลยนะผมแทบไม่รู้สึกว่ากำลังเปลี่ยนยาง” เด็กหนุ่มชมออกมาจากใจจริงเพราะเมื่อครั้งที่ไปทำฟันที่คลินิกเก่าหมอชอบทำยางดีดใส่ปากไม่ก็ดีดเหงือกของเขาอยู่เรื่อยแต่เหตุการณ์แบบนั้นไม่มีเกิดในระหว่างที่หมอธีธัชทำฟันของเขาเลย

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว