รอยรักพญามาร-ตอนที่ 7 ความรู้สึกที่ไม่สามารถพูดออกมาได้

โดย  วนาลักษณ์ ลาเวีย บรรพกาล นักเขียน

รอยรักพญามาร

ตอนที่ 7 ความรู้สึกที่ไม่สามารถพูดออกมาได้

บอดี้การ์ดหนุ่มตัดสินใจติดต่อเจ้านายทันที เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นฉุดให้เขาหลุดออกจากภวังค์ คว้ามันแล้วหลุบตามองเบอร์หน้าจอ เขากดรับและกรอกเสียงตามสาย มาติชเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ได้รับรู้ ตัดสายแล้วทรุดกายนั่งลงที่โซฟาราคาแพง

ลูกน้องตามหาไมเคิลเจอแล้วและคนทรยศที่เขาตั้งใจจะกำจัดกลับเรียกร้องมาหาเขาเอง... ความจริงความคิดที่อยากกำจัดไมเคิลมันหมดไปตั้งแต่วันที่ผู้หญิงในห้องนั้นล้มลงต่อหน้า เขาไม่เคยอยากรู้เรื่องของคนทรยศอีกเลยเพราะถือว่ามันได้เอาหลานสาวมาชดใช้กับความผิดที่มันก่อแล้ว ทว่าเวลานี้ทุกอย่างมันกลับกลายเป็นอีกอย่าง

เขาไม่เคยคิดว่าไมเคิลจะยอมมาหา เพราะเขารู้ดีว่ามันต้องกลัวด้วยนิสัยของเขา ปกติไม่เคยปล่อยคนทรยศให้ลอยนวลไปได้ ลุคส์ลุกขึ้นยืน สองเท้าก้าวเดินไปยังห้องที่ใช้เป็นที่กักขังนกน้อยแสนสวยไว้และทุกคืนนกน้อยนั้นจะถูกเขากอดรัดด้วยแรงปรารถนา

เสียงลูกบิดประตูห้องส่งผลให้คนในห้องหันมามองด้วยความกลัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาเยือน ร่างบางรีบลุกขึ้นยืนแล้วถอยหลังชิดกำแพงเพื่อเอาตัวรอดทันที เขายืนนิ่งจ้องมองไปยังร่างงามตรงหน้า อยาก กระโจนไปโอบรัดไว้ แต่วันนี้เขากลับชะงักราวกับว่าต้องการมองเธอเพื่อซึมซับความรู้สึกต่างๆ ไว้ให้นานที่สุด

แม้พยายามก้าวให้ถึงเธอ เธอก็จะขยับหนีไปอีกหนึ่งก้าว และเมื่อเขาหยุดนิ่งเธอก็จะชะงัก หยุดหนีแล้วมองเขา ชายหนุ่ม หัวเราะเยาะตัวเองในใจ เมื่อไหร่ที่เขาหยุดไล่ตาม เธอถึงจะหยุด เว้นระยะห่างจากเขาไว้เสมอ เ ไม่ได้หวังให้ผู้หญิงคนใดมารัก แต่ก็รู้สึกไม่ชอบใจนักที่ถูกผู้หญิงปฏิเสธเช่นนี้

ปรางค์ปรียา งุนงงกับท่าทางแปลกๆ แต่หญิงสาวก็ยังระแวงอยู่เสมอ เพราะสิ่งที่เขาเคยกระทำกับเธอมันช่างเลวร้าย เธอเจ็บปวด ทรมาน และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกนรกทั้งเป็น เธอจะจำสิ่งที่เขาได้กระทำกับเธอไว้จนวันตายไม่มีวันลืมเด็ดขาด!

เขายืนนิ่งจ้องมองเธออีกครั้งหาก ไม่คว้าไว้ คงไม่มีวันสมปรารถนาเพราะเธอไม่มีวันนอนทอดกายให้กอดก่าย ดวงตาคมหรี่ลงแล้วใช้ความไวคว้าท่อนแขนไว้ ร่างบางดิ้นรนสุดชีวิตด้วยความตกใจปนกลัว เธอคิดว่าเขาจะหยุดการกระทำอันโหดร้ายกับเธอแล้วแต่มันคงเป็นไปไม่ได้สินะ

“ปล่อยฉันนะ!”เธอพยายามร้องขอ

ลุคส์ฉวยโอกาสช้อนร่างบางไปที่เตียงกว้าง คนถูกอุ้มตกใจดิ้นรนเพียงแผ่นหลังแตะถึงฟูก แม้รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นและไม่มีทางเอาตัวรอดจากชายผู้นี้ได้ แต่ยังไงเสียเธอก็ไม่มีวันนอนทอดกายให้เขาเชยชมง่าย ร่างบางตั้งท่าเตรียมกระโจนหนีแต่กลับถูกเขาตรึงร่างไว้บนเตียง ก้มลงซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ฉันสัญญาว่ามันจะไม่เหมือนครั้งอื่นๆ เธอจะไม่เจ็บ และจะชอบมัน... ”เขาบอกเสียงพร่า

หูของปรางค์ปรียาอื้อไปหมด เขาปรนเปรอจนหญิงสาวร้องครางออกมาเบาๆ ลมหายใจเริ่มติดขัดใบหน้าเรียวสวยเริ่มแดงและร้อนผ่าว มือกำลังลูบไล้ร่างงาม ไม่ว่าส่วนไหนก็สร้างความวาบหวาม ยิ่งเห็นเขาจ้องมองมายิ่งทำให้กัดริมฝีปากแน่น เรือนร่างสมชายชาตรีที่ปรากฏต่อหน้าสร้างความหวั่นไหว หัวสมองกำลังสับสน ทันทีที่เรือนกายแกร่งแทรกเขามาพร้อมกับขยับกายเร่งเร้าเพื่อเรียกร้องการตอบสนองของคนใต้ร่าง หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ ไม่นานเธอส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกับการหยุดลงของเขา

ร่างสูงใหญ่พลิกกายนอนลงข้างหญิงสาว ปรางค์ปรียารีบหันหลังให้ เธอรู้สึกอายแทบแทรกแผ่นดินหนี นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเต็มใจตอบสนองเขา ไม่เคยรู้เลยว่าเรื่องแบบนี้จะให้ความสุข ลุคส์จ้องมองแผ่นหลังขาวเนียนก่อนใช้ริมฝีปากพรมจูบไปทั่ว ปรางค์ปรียาชะงักขยับกายหนีแต่เขากลับรั้งเอวบางไว้

“อย่าหนี!”เขาสั่ง

ใบหน้าเรียวสวยแดงซ่านขึ้นมาทันที มือหนารั้งหญิงสาวให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคมสีน้ำทะเลจ้องลึกลงเพื่อรอคำตอบ เขาติดกับดักผู้หญิงคนนี้เข้าแล้ว ไม่รู้ว่าตนเองควรทำอย่างไร มันยากจะถอนตัว

“เธออยากอยู่กับฉันไหม?”

คิ้วบางขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ คำถามของเขาหมายความว่ายังไงกันแน่

“หมายความว่ายังไง ฉะ...ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่คุณกำลังพูด”

ก๊อก! ก๊อก!

เสียงประตูหน้าห้องดังขึ้น เขารีบผุดลุกขึ้น ไม่กล้าพอจะพูดอะไรออกไปอีก คนอย่างเขาไม่เคยทำเช่นนี้ ไม่เคยอ้อนวอนให้หญิงคนไหนมาอยู่ด้วย คงไม่จำเป็นต้องทำ

ปรางค์ปรียามองตามแผ่นหลังสีหน้าสับสน ครุ่นคิดเรื่องที่เขาถามเมื่อครู่ ต้องการอะไรกันแน่ถึงได้พูดแบบนั้น เขาเกลียดเธอไม่ใช่หรือ? เธอต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เพราะเขาชิงชังไม่ใช่หรือไง

เขาเดินออกมาจากห้องแม้กายยังครุกรุ่นกับบทรักที่เพิ่งผ่านมา และถ้อยคำที่เขาพูดออกไป แต่เขาก็จำต้องทำหน้าที่ของประธานบริษัทด้วยเช่นกัน ดวงตาสีฟ้าจ้องมองไปยังร่างของชายวัยกลางคนที่นั่งก้มหน้า อยู่ในส่วนห้องรับรองแขก ส่วนผู้หญิงอีกคนก็คือเพื่อนของปรางค์ปรียานั้นเอง

พินอาภากัดฟันแน่นเดินวนไปวนมา ใจห่วงเพื่อนมากเหลือเกิน ภาวนาขออย่าให้เกิดเรื่องอะไรร้ายแรง เสียงฝีเท้าที่เริ่มดังขึ้นทำให้เธอหันมอง ดวงตาเรียวเบิกกว้างหญิงสาวรีบนั่งลงข้างลุงด้วยความรู้สึกหวาดกลัว

ร่างสูงใหญ่เดินมาถึงห้องรับรอง เขาทอดกายนั่งลงบนโซฟาแล้วจ้องมายังทั้งคู่ด้วยสายตากร้าว แม้ใจอยากจะตรงเข้าไปกระชากไอ้ลูกน้องทรยศมาจัดการสักเท่าไหร่ แต่พอนึกถึงใบหน้าของคนตัวเล็กที่เขากกกอดทุกคืนเลยจำต้องอดทน อย่างน้อยเขาก็ถือว่าหลานได้เสียสละเพื่อลุง

“แกมีอะไรจะบอกกับฉันไหมไมเคิล”เขาถามเสียงเย็น

หนุ่มใหญ่สั่นเทิ้มก่อนคุกเข่าลงกับพื้น ยื่นซองเอกสารที่ขโมยจากบริษัทมาให้ เขารับมาเปิดดูเอกสารในซองดวงตาคมกริบพลิกกลับไปจ้องมองไมเคิลอีกครั้ง

แควก!

เอกสารในมือถูกเขาฉีกทิ้งอย่างไม่ไยดี ไมเคิลก้มหน้านิ่งตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะขยับเขยื้อนไปไหน

“นะ...นายผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ผมกลัว... พวกมันจับตัวลูกเมียผมไปแล้วให้ผมมาคอยเป็นสายในบริษัท พวกมันบอกให้ผมเอาแบบรถที่กำลังออกใหม่ไปให้พวกมัน หากผมไม่ทำพวกมันจะฆ่าลูกเมียของผม!”ไมเคิลสารภาพเสียงสั่น

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว