[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

ตอนที่ 7

พิชญานั่งก้มหน้างุดมือประสานกันที่หน้าตัก ขณะผู้ชายอีกคนหนึ่งเดินวนไปมาราวกับเสือติดจั่น ใบหน้าเคร่งขรึมเครียดขึ้งเห็นชัดว่าไม่พอใจ เขาโยนเอกสารทั้งปึกในมือลงบนโต๊ะแล้วตะคอก

“เกิดบ้าอะไรขึ้นมาน่ะพีช บอกแล้วใช่ไหมว่าคุณโมประชุมเสร็จเมื่อไหร่ให้โทร.ไปบอก จะได้เอาเอกสารเข้าไปให้เซ็น แล้วดู ! ทุกอย่างผิดแผนไปหมด สะเพร่า ห่วยแตกที่สุด”

“พีชขอโทษ พีชลืมไปจริง ๆ มัวแต่ทำงาน พอเงยขึ้นมาอีกที คุณโมก็กลับไปแล้ว”

บุรุษร่างสูงหยุดเดิน เปลี่ยนมายืนจังก้าเท้าเอวด้วยความหงุดหงิด

“ขอโทษ ๆ ๆ นี่พูดเป็นอยู่คำเดียวหรือไง รู้หรือเปล่าว่า ‘เรา’ จะพังกันหมดก็เพราะความไม่รอบคอบเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละ”

“ยกโทษให้พีชเถอะนะคะ พีชสัญญาค่ะว่าพรุ่งนี้พีชจะเอาเอกสารนี้ไปให้คุณโมเซ็นเป็นอย่างแรกเลย”

“ไม่ต้อง ! ขืนให้ไปทำ ไม่รู้จะพลาดตรงไหนให้ต้องมาวิ่งตามแก้อีกหรือเปล่า เอาเป็นว่าโทร.มาเรียกตอนที่คุณโมเข้าออฟฟิศก็พอแล้ว เข้าใจไหม” เจ้าของเรือนร่างสูงก้มลงไปกอบกองเอกสารเข้าด้วยกันแล้วถือติดมือไว้

“จะกลับแล้วเหรอคะ” พิชญาถามตามหน้าที่ “อยู่ทานข้าวก่อนไหมคะ”

สีหน้าอีกฝ่ายแปรไปเล็กน้อย สุดท้ายจึงพยักหน้า “เอาอะไรง่าย ๆ ละกัน มีงานต้องกลับไปทำงานต่อ”

“ค่ะ” เจ้าบ้านจึงลุกเข้าไปในครัวเตรียมอาหารด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึก

ผู้ชายเจ้าอารมณ์ยิ้มพอใจ มือคลายเน็คไทออก ก่อนค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต รอยยิ้มหื่นกระหายวาบขึ้นบนใบหน้าขณะเขาลุกขึ้นยืนก้าวเข้าไปในห้องครัว สวมกอดพิชญาไว้จากด้านหลัง พึมพำด้วยน้ำเสียงเร่าร้อน

“ชักหิวอย่างอื่นที่ไม่ใช่ข้าวแล้ว ขอกินพีชก่อนก็แล้วกัน”

พิชญาชะงัก และคนทางด้านหลังก็ไม่สนใจว่ามือเธอสั่นระริกขณะวางมีดที่กำลังหั่นผักลงช้า ๆ คนเอาแต่ใจผลักหญิงสาวให้ก้มลงใช้มือยันเคาน์เตอร์ทำครัวไว้ ขณะมือเหนียวหนึบราวหนวดปลาหมึกตะโบมกอดจูบหญิงสาวอย่างเมามัน พลางปลดเปลื้องเสื้อผ้าอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วให้ทันกับใจ ไม่นานเสียงห้าวหอบสลับกับเสียงหวานก็ครางกระเส่าดังปนกันจนแยกไม่ออก เปลี่ยนห้องครัวให้ร้อนฉ่าด้วยองศาเกมพิสวาสของคนทั้งคู่ในพริบตา

เมื่อเพลิงสวาทโหมฮือมาถึงสุดทาง พิชญากรีดร้อง ขณะควานมือเปะปะไปบนเคาน์เตอร์ ครั้นเจอมีดที่วางไว้เมื่อครู่ เธอจึงกำด้ามมันไว้แน่น พร้อมกับห้ามใจตนเองสุดแรงมิให้หันไปจ้วงแทงอีกฝ่ายด้วยความเกลียดชัง !

หากถามว่าเกิดอะไรขึ้นในสามชั่วโมงถัดจากนั้น โมนาคงอยากตอบว่าจำไม่ได้ ! หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือเธอไม่อยากจำมันมากกว่า หลังพาโนแอลหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าลงมาที่ฟิตเนสเพื่อให้พนักงานของลียองที่ยังคงออกกำลังกายอยู่สามารถเป็นพยานยืนยันสถานที่ให้เขาได้แล้ว โมนาก็ต้องปวดหัวหนัก เพราะเมื่อออกกำลังกายและอาบน้ำผลัดกลับมาสวมชุดทำงานดังเดิมเรียบร้อย เจ้านายทั้งที่บริษัทและทำท่าจะก้าวก่ายเข้ามาในชีวิตส่วนตัวก็ทำหน้าตาย หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้า ‘ของเขา’ เดินตามเธอออกจากฟิตเนสดื้อ ๆ

‘คุณจะตามฉันมาทำไมเนี่ย’

‘ลิซ่าก็รู้ว่าผมกลับไปที่ห้องไม่ได้ เพราะแสงดาวอยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นผมก็ต้องตามคุณไปสิ’

‘ฉันจะกลับบ้าน ไม่ต้องตามมาแล้ว’ โมนาหน้าบึ้ง ชี้ไปที่ลิฟต์ ‘ฉันแนะนำให้คุณไปเปิดห้องพักอีกห้อง ดีกว่ามาเดินตามฉันอย่างนี้นะ’

‘คอนโดคุณมีห้องว่างอีกห้องนึง ผมจำได้’ ฝรั่งรูปหล่อบอกหน้าเป็น ‘เพื่อนร่วมห้องของคุณย้ายออกไปอยู่กับแฟนแล้ว ตอนนี้ห้องนั้นว่างอยู่’ คำบอกเล่าถัดมาย้ำชัดว่าไม่ใช่แค่ฟังเธอเล่าผ่านหู แต่เขาจำรายละเอียดได้ด้วย

โมนายังไม่ทันหาข้ออ้างบอกปัด ผู้ชายเอาแต่ใจก็ยิ้มอ้อนวอน ดวงตาสีน้ำเงินแกมฟ้าเป็นประกายวิบวับออดอ้อนเต็มที่ ‘ผมขอไปอาศัยซุกหัวนอนที่คอนโดฯ คุณสักคืนเถอะนะลิซ่า’

โมนาสาบานว่าเธอไม่ใจอ่อนกับดวงตาเปี่ยมความหวังนั้น แต่เธอจนปัญญาไล่อีกฝ่ายต่างหาก เพราะโนแอลตามเธอมาขึ้นรถไฟฟ้า ขึ้นลิฟต์มาถึงห้อง แถมยังยัดเยียดตัวเองเข้ามาในห้อง ไล่ยังไง ผลักยังไง ก็ไม่ยอมขยับสักนิด สุดท้ายเธอจึงทำได้เพียง...

‘ฉันยอมให้คุณใช้ห้องที่ว่างอยู่นี่แค่คืนเดียวเท่านั้นนะโนแอล พรุ่งนี้คุณต้องเก็บกระเป๋าออกจากห้องก่อนฉันตื่น เพราะฉันไม่อยากตื่นมาเจอคนแปลกหน้าในบ้าน’ เจ้าของห้องยื่นคำขาดและยิ้มด้วยความพอใจ เมื่อผู้อาศัยพยักหน้าคล้ายยอมเข้าใจและรับรู้สถานะของตัวเองเป็นอย่างดี

แต่แล้วเช้าวันรุ่งขึ้น แทนที่จะได้อยู่ในคอนโดขนาดสองห้องนอนตามลำพังดังคาด โมนากลับพบว่า...

“ทำไมคุณยังไม่กลับไปโรงแรมอีก” เธอวีนเสียงเขียวขณะก้าวมายังโต๊ะขนาดสองที่นั่งซึ่งบัดนี้มีอาหารเช้าวางไว้สองจาน เคียงด้วยกาแฟสองแก้ว วันนี้โนแอลโกนหนวดเคราจนเกลี้ยงเกลาอวดแนวกรามเรียวที่เธออิจฉานัก ริมฝีปากบางสีสดตัดกับใบหน้าขาว ๆ ทำให้ยิ่งดูอ่อนเยาว์เข้าไปใหญ่ จมูกโด่งตามประสาฝรั่งเน้นให้เครื่องหน้าของเขาชัดเจนทุกชิ้น ดวงตาสีน้ำเงินแกมฟ้าเป็นประกายสดชื่น ขณะผมสีน้ำตาลยาวระบ่าถูกหวีเสยเปิดใบหน้าทั้งหมด

หญิงสาวรีบเบือนหน้าไปทางอื่นทันที ต่อให้เห็นผู้ชายคนนี้บ่อยแค่ไหน แต่เธอก็ยังไม่ชินสักที มันยังมีความเก้อเขินบาง ๆ ปะปนอยู่เสมอ ยิ่งตอนนี้...เขาสวมผ้ากันเปื้อนสีครีมทับเสื้อยืดขาวกับกางเกงนอน ดูยังไงก็เหมือน....

โมนาสะบัดหน้าไล่ความฟุ้งซ่านออกทันที หยุดคิดเลื่อนเปื้อนได้แล้วนะโมนา ! เอาคำว่าคู่รักที่เธอคิดเมื่อกี้เก็บใส่ตู้เซฟล็อกแล้วโยนกุญแจทิ้งไปเลย แค่คิดก็ผิดแล้วย่ะ ! ผู้ชายหล่อเป็นของแสลงของผู้หญิงอ้วน จำไว้สิ !

“ก็ผมทำอาหารเช้าให้คุณทานอยู่นี่นา จะให้กลับไปโรงแรมได้ไง”

“อย่ามาเล่นลิ้นนะโนแอล ฉันไม่ขำ”

“สงสัยจะโมโหหิว มา ๆ มาชิมอาหารเช้าฝีมือผมก่อน อิ่มแล้วเราค่อยคุยกัน”

โมนาหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่ไว้ใจ แวบหนึ่งที่เธอเหลือบไปยังห้องนอนอีกห้องซึ่งเปิดให้โนแอลอาศัยเมื่อคืนนี้ด้วยความกังวล พร้อมกับสังหรณ์ใจแปลก ๆ ว่าสิ่งที่เขาอยากคุยต้องเป็นเรื่องที่ไม่พึงใจเธอแน่นอน

“ไม่มีอะไรต้องคุยกันทั้งนั้นแหละ กินอิ่มแล้วก็เก็บของออกจากห้องฉันได้เลย ฉันพูดจริงนะโนแอล คุณเป็นเจ้านายของฉัน แค่กินข้าวกลางวันกับกลับบ้านพร้อมกัน ตอนนี้คนที่บริษัทก็จินตนาการความสัมพันธ์ของเราไปไกลสุดกู่แล้ว ขืนคุณยังมาทำตัวติดกับฉันเป็นตังเมอย่างนี้อีก ฉันก็ขายไม่ออกกันพอดี”

“กร็อก-มงซีเออร์[1]” เขาแสดงความไม่ยี่หระด้วยการชี้ขนมปังที่โปะหน้าด้วยแฮมและชีสซึ่งถูกทอดจนเป็นสีเหลืองอร่ามวางอยู่ในจานอย่างเรียบร้อยแทน “ชิมอาหารเช้าตำรับฝรั่งเศสดูสิ นี่สูตรพิเศษนะ อร่อยอย่าบอกใครเลย”

“ไม่ต้องเอาของกินมาล่อเลย” โมนากอดอก เก๊กหน้าขรึม

“เพราะล่อสำเร็จใช่ไหม” ชายหนุ่มวางส้อมกับมีดลงข้างจาน แล้วหันไปรินน้ำส้มใส่แก้วมาวางไว้ให้บนโต๊ะ จากนั้นดึงข้อมือเธอเข้ามากดไหล่เจ้าของบ้านให้นั่งลงประจำที่

“คอนโดฯ คุณนี่ทำเลดีชะมัด ฝั่งตรงข้ามมีฟู้ดแลนด์ด้วย เมื่อเช้าผมเลยข้ามถนนไปซื้อของสดมา เอ้า ! กินก่อนน่า...เชื่อผม เดี๋ยวเย็นแล้วไม่อร่อย”

“ฉันรู้นะว่าคุณต้องมีเจตนาแอบแฝงแน่ ๆ ” โมนาดักคอ มองตามชายหนุ่มที่เดินอ้อมไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แค่เห็นเขาชะงักนิดเดียว เธอก็รู้แล้วว่าตัวเองเดาถูก “คุณโกหกฉันไม่ได้หรอกนะ”

“ผมอยากขอแบ่งเช่าห้องนอนอีกห้องที่ว่างอยู่” เขาเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ทว่า...

“ไม่ตกลง” เจ้าของห้องปฏิเสธทันควัน

“เหตุผลล่ะ ใจคอคุณจะไม่หยุดคิดสักหน่อยเลยเหรอ”

“ไม่ต้องคิด ฉันก็รู้ว่าต้องตอบยังไง ย้ำอีกครั้ง ไม่ตกลงค่ะ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะแย้ง โมนาก็รีบยกมือขึ้นปราม “คุณเป็นผู้ชาย มาเช่าห้องอยู่รวมกับฉันไม่ได้หรอก”

“อย่างนี้มันก็เข้าข่ายการคุกคามทางเพศสิ คุณเลือกปฏิบัติอย่างลำเอียงกับผู้ชาย” โนแอลโจมตี

“บ้า ! มีแต่ผู้หญิงที่ถูกผู้ชายคุกคามย่ะ” โมนาอ้าปากค้างกับข้อหาที่เขาใช้

“ไม่บ้า คุณเอาเรื่องเพศมากีดกันไม่ให้ผมแชร์ห้องกับคุณ คุณคุกคามทางเพศผม”

“นี่มันเป็นบ้านของฉัน ฉันจะเลือกให้ใครมาเช่าก็ได้ ไม่เกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ อย่ามั่ว”

“ผมกะแล้วว่าคุณจะต้องตอบอย่างนี้” โนแอลถอนหายใจ ก่อนค่อย ๆ เลื่อนโทรศัพท์มือถือข้ามโต๊ะมาให้เธอ “บอกตรง ๆ ว่าผมไม่อยากเป็นคนใจร้ายเลยนะ แต่คุณบังคับให้ผมต้องทำอย่างนี้”

เจ้าของห้องปรายตามองโทรศัพท์นิ่ง ๆ โดยไม่ขยับเขยื้อน “อะไร”

“เรียกมันว่าใบผ่านทางละกัน” โนแอลยิ้มเจ้าเล่ห์จนคนมองเอะใจ เหลือบตาลงมองโทรศัพท์อีกครั้ง ก็เห็นหน้าจอดำมืดไม่น่าสนใจสักนิด

“เปิดดูสิ ดูจบแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวาน ๆ ให้ผม พร้อมกับตอบตกลงด้วยล่ะ” ดูเขามั่นใจเหลือเกินว่า อะไรก็ตามที่อยู่ในโทรศัพท์ของเขาจะเปลี่ยนใจเธอได้

โมนาเบ้ปากไม่เชื่อน้ำยา พลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มมาตรงหน้า กดปุ่มและสไลด์เปิดหน้าจอ เธอเห็นวิดีโอเปิดค้างอยู่ จึงกดให้มันเล่นต่อ แต่แล้วภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็ทำให้หญิงสาวอ้าปากค้าง ตวัดตาขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยอาการอ้ำอึ้งพูดไม่ออก

“นะ นะ นี่มัน...”

เขาพยักหน้าพลางแต้มยิ้มกว้างที่โมนาคิดว่าน่าเกลียดที่สุดในโลก

“มันคืออย่างที่คุณคิดเป๊ะเลย ผมบอกแล้วไงว่า...อ๊ะ ! อย่าลบมันนะ”

ช้าไปแล้ว เพราะโมนากดปุ่มลบคลิปวิดีโอนั้นทิ้งก่อนเขาพูดจบเสียอีก

“คุณมีสิทธิ์อะไรมาลบไฟล์ในโทรศัพท์ผมน่ะลิซ่า” เขาย้อนถาม แต่สีหน้ากลับไม่กังวลสักนิด

“แล้วคุณล่ะมีสิทธิ์อะไรเอาคลิปตอนที่ฉันถูกหมูย่างถล่มใส่มาแบล็กเมล์ฉันอย่างนี้” โมนาเพิ่งรู้ว่าเหตุการณ์วันที่เธอชนรถเข็นของโรงแรมจนโดนสารพัดเนื้อย่างล้มทับ ทั้งยังถูกราดด้วยน้ำเกรวี่สีน้ำตาลเข้มจนซอมซ่อมอมแมมนั้น เวลามองจากสายตาผู้เห็นเหตุการณ์ มันช่างน่าขัน น่าทุเรศ และน่าสมเพชไปในเวลาเดียวกันขนาดไหน !

“ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะแบล็กเมล์คุณ คุณคิดไปเองทั้งนั้น”

เจ้าของห้องที่ไม่อยากได้ผู้เช่าคนใหม่ส่ายหน้า

“เมื่อกี้คุณขู่ฉัน บังคับให้ฉันตอบรับข้อเสนอของคุณ ยังไม่เรียกว่าแบล็กเมล์อีกเหรอ”

“เรียกซะใจร้ายเลย ผมแค่...แบ่งปันสิ่งที่รู้มาให้คุณดูด้วยเท่านั้นเอง อย่างนี้สิถึงค่อยน่าฟังหน่อย อ้อ...ไฟล์ที่คุณลบไปเมื่อกี้น่ะ มันเป็นแค่สำเนา ผมมีตัวจริงอยู่ในโทรศัพท์อีกเครื่อง มีบันทึกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ด้วยนะ อยากได้บ้างไหม เดี๋ยวผมส่งเข้ามือถือให้คุณเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักไฟล์นึง อืม...หรือถ้าคุณรอไหว ไว้รอดูพร้อมกับพนักงานในบริษัททางอีเมลก็ได้นะ แล้วค่อยเซฟเก็บไว้ตอนนั้นก็ยังทัน”

“คุณไปเอาไฟล์นี่มาจากไหน”

“คุณไม่ได้สังเกตละสิ ตอนต้น ๆ คลิปฟรองซัวส์กำลังถ่ายรูปดอกไม้หอม ๆ ที่อยู่ข้างลิฟต์พอดี พอคุณชนรถเข็นเขาก็เลยแพนกล้องไปถ่ายเก็บไว้ด้วย ทีแรกตั้งใจไว้ให้คุณใช้เป็นหลักฐานฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโรงแรมน่ะ”

“แต่สุดท้ายก็กลับกลายมาเป็นเครื่องมือของคนเจ้าเล่ห์แทน” โมนาต่อประโยคให้ทันควัน

“ให้เกียรติผมขนาดนั้นเลยเหรอ ปลื้มจัง”

ถ้ามิได้กัดริมฝีปากไว้ก่อน โมนาคงกรีดร้องด้วยความขัดใจแน่นอน “คุณนี่มัน...” เธอหันรีหันขวาง คล้ายมองหาคำผรุสวาทที่เจ็บแสบที่สุดมาจัดการอีกฝ่าย แต่เพราะคำหยาบในพจนานุกรมชีวิตมีไม่มาก เธอจึงทำได้แค่

“ตามใจ ! อยากโพนทะนาให้ใครดูก็เชิญ คิดเหรอว่าของแค่นี้จะทำให้ฉันกลัวจนต้องยอมให้คุณเช่าห้องน่ะ ไม่มีทาง ทำเรื่องน่าอายกว่านี้ฉันก็ผ่านมาแล้ว ก็แค่อีกเรื่องให้คนหัวเราะเยาะลับหลังเอง ฉันรับได้สบายมาก ! ”

“ผมไม่ดูถูกความสามารถในการรับมือวิกฤติของคุณขนาดนั้นหรอกน่าลิซ่า” เขายิ้มกวน พลางเลื่อนจานอาหารไปข้างหนึ่ง แล้วลุกขึ้นโน้มกายข้ามโต๊ะ วางข้อศอกไว้เป็นหลัก ใช้มือหนึ่งสไลด์หน้าจอโทรศัพท์เลือกไฟล์วิดีโออีกคลิปหนึ่งขึ้นมาแทน เมื่อกดปุ่มให้มันเล่นแล้วจึงเปลี่ยนมือมาเท้าค้าง ตั้งใจดูปฏิกิริยาของ ‘ผู้ชม’ อย่างใกล้ชิด

โมนาหลุบตาลงมองภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอด้วยความหวาดหวั่น ก่อนทิ้งตัวลงเอนพิงพนักอย่างหมดแรง

“คุณนี่มัน...”

“เจ๋งใช่ปะ” จอมวางแผนภูมิใจ “ก็คุณบอกเองว่าให้ผมไปเอาไฟล์จากกล้องวงจรปิดของโรงแรมมา จะได้ไม่มีหลักฐานไว้ยืนยันเรื่องที่แสงดาวขึ้นไปห้องผม ผมเห็นว่าไหน ๆ ก็รบกวนเพื่อนแล้ว เลยขอให้เขาหาข้อมูลวันที่คุณขึ้นไปใช้ห้องน้ำที่ห้องผมมาด้วย เทคโนโลยีสมัยนี้เยี่ยมมากเลยนะลิซ่า เขาไม่บันทึกเทปแล้ว แต่อัดไฟล์เก็บใส่ฮาร์ดดิสก์แทน เวลาจะหา แค่ใส่วันที่กับเวลาเข้าไป ไฟล์ก็เด้งดึ๋งมาให้ดูทันที แล้วดูสิวิดีโอชัดเจนแจ่มแจ๋วเลย เทพชะมัด

“นี่ถ้ามีคนได้เห็นนะ ใคร ๆ ก็คงจินตนาการกันสนุกไปเลย เพราะตอนเข้าห้องผมไป คุณหน้าบูดบึ้งเสื้อผ้าเลอะเทอะ แต่ตอนออกมา เสื้อผ้าสะอาดเอี่ยม ผมเผ้าก็ปล่อยสยาย หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ชวนให้คิดจังเลยเนอะว่าคุณหายไปทำอะไรในห้องผมเป็นนานสองนาน ผมออกไปประชุมข้างนอกแล้วกลับมาอีกที คุณก็ยังอยู่ในห้องผมอย่างเดิม เหมือนว่า...คุณจะทำกิจกรรมอะไรสักอย่างในนั้นที่ต้องการการพักผ่อนมาก ๆ เลยเนอะ”

โมนาอยากหยิบจานอาหารเช้าคว่ำใส่ใบหน้าทะเล้นแป้นแล้นตรงหน้าเหลือเกิน แต่เท่าที่ทำได้กลับมีเพียงช้อนสายตาขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างอ้อนวอน

“อย่าใช้วิธีนี้กับฉัน ขอร้องละโนแอล คุณไม่เข้าใจหรอกว่าผู้หญิงไทยถือสาเรื่องแบบนี้ ฉันยินดีอับอายกว่านี้อีกสิบอีกร้อยเรื่องเลย แต่อย่าเอาชื่อเสียงและเกียรติของฉันมาล้อเล่นแบบนี้”

ดวงตาสีน้ำเงินแกมฟ้าของเขาจ้องมองสบสานกับเธอชั่วขณะ ก่อนเขาจะปรับสีหน้าให้เป็นทางการ แล้วเลื่อนกลับไปนั่งบนเก้าอี้ดังเดิม น้ำเสียงที่เอ่ยประโยคถัดมาเป็นทางการ ราบเรียบ ไร้วี่แววแหย่เย้าอีกสืบไป

“ผมไม่ได้ล้อเล่นลิซ่า แต่ผมต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ ห้องพักของคุณเป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกฝ่าย ตอนนี้วสันต์กับณรงค์กำลังช่วยกันหาบ้านเช่าให้ผม เมื่อไหร่ที่ทุกอย่างลงตัว ผมต้องย้ายออกจากโรงแรมแล้ว

“ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจที่ต้องย้ายออกจากโรงแรมสุดหรูหรอกนะ ไม่เกี่ยวกับการที่คอนโดฯ ของคุณหรูหราสะดวกสบายด้วย ผมเพียงแต่คิดว่าบนดินแดนที่อยู่ไกลจากบ้านผมสิบสามชั่วโมงเนี่ย มันเหงานะที่ต้องเข้าไปในบ้านที่ว่างเปล่าทุกวัน อย่างน้อยถ้าผมมาแชร์ห้องกับคุณ คุณจะมีเพื่อน ผมก็มีเพื่อนเหมือนกัน แล้วคุณก็จะมีรายได้จากค่าเช่าของอีกทางนึงด้วย มันเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ผลประโยชน์ และนั่นเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าต้องหาทุกวิถีทางบังคับให้คุณโอเคกับข้อเสนอของผมให้ได้”

โมนาถอนหายใจ “ใช่ว่าฉันไม่ไว้ใจคุณหรอกนะโนแอล ฉันรู้ว่าที่ที่คุณจากมา เขาสอนเรื่องการเคารพสิทธิ์ของผู้อื่นมาก ๆ และคุณก็ไม่มีวันคิดล่วงเกินหรือทำอะไรโดยที่ฉันไม่เต็มใจเด็ดขาด เพราะคนที่บ้านเมืองคุณ แค่พยักหน้าสมยอมกันมันก็จบ ง่ายกว่ามาฝืนใจคนที่ไม่เต็มใจซะอีก

“แต่สิ่งที่ฉันยอมปล่อยให้มันผ่านไปไม่ได้ก็คือชื่อเสียงของฉัน คนที่นี่ไม่เหมือนที่ฝรั่งเศส เขาไม่เข้าใจว่าผู้หญิงกับผู้ชายเป็นเพื่อนกันได้ เขาไม่เชื่อว่าจะมีผู้ชายผู้หญิงคนไหนที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันโดยไม่มีความสัมพันธ์กัน คุณเข้าใจไหม”

“แล้วถ้าผมยินดีที่จะปิดบังเรื่องมาแบ่งเช่าห้องของคุณอยู่ไว้เป็นความลับล่ะ มันจะช่วยให้สถานการณ์ของเรามีความเป็นไปได้มากขึ้นไหม” เขาพูดพลางหยิบส้อมและมีดขึ้นมาถือ “เราคุยกันไปกินกันไปดีกว่า เดี๋ยวอาหารเย็นหมด เชื่อไหม คุณจะไม่มีวันได้กินกร็อก-มงซีเออร์ที่อร่อยแบบนี้อีกแล้ว จานนี้เป็นจานเดียวในโลกเลยนะ”

โมนายกมือขึ้นลูบใบหน้าแรง ๆ แล้วจึงหยิบอุปกรณ์การรับประทานอาหารขึ้นประจำที่บ้าง เธอตัดขนมปังสีเหลืองทองโปะหน้าด้วยแฮมและชีสเข้าปาก แล้วเคี้ยวเงียบ ๆ ท่าทางครุ่นคิดอย่างหนัก

“ลิซ่า...เราเป็นเพื่อนกันนะ คุณมีอะไรไม่สบายใจก็พูดออกมาสิ”

“คุณทำอาหารอร่อยจริงด้วย” โมนาใช้ปลายมีดชี้อาหารในจาน เปลี่ยนเรื่องแทนการตอบคำถาม

“คุณกำลังทำให้ผมรู้สึกผิด” เขาตัดพ้อ

“แปลว่าจิตสำนึกของคุณยังใช้การได้ เพราะฉันจงใจให้คุณรู้สึกแบบนั้น” โมนารับตรง ๆ

“ถ้าผมไม่ใช่ผู้ชาย คุณจะยอมให้ผมเป็นเพื่อนร่วมห้องไหม”

เจ้าของห้องหัวเราะหึ ๆ “ไม่ ! ”

“คุณนี่เรื่องมากกว่าที่คิดนะ”

“ฉันรู้ทันคุณต่างหาก คุณจะอ้างว่าตัวเองเป็นเกย์แล้วก็ยัดเยียดตัวเองมาเช่าห้องฉันน่ะสิ”

เขาส่ายศีรษะ เห็นชัดว่าแกล้งทำสีหน้าระอา “มิน่า...ดอกเตอร์หลายคนถึงขึ้นคาน เพราะพวกคุณฉลาดเกินไปนี่เอง ไม่มีผู้ชายคนไหนทนอยู่กับผู้หญิงที่ฉลาดกว่าเขาในทุก ๆ ด้านได้หรอกนะ จำไว้ ! ”

“เห็นไหม...แปลว่าถ้าคุณมาเช่าห้องอยู่กับฉัน ไม่นานคุณก็ต้องทนความฉลาดของฉันไม่ได้ เพราะฉะนั้น...อย่าเริ่มเลยดีกว่า เสียเวลา เสียความรู้สึกกันเปล่า ๆ แถมยังต้องเหนื่อยย้ายบ้านหลายรอบด้วยนะ”

“ผมหมายถึงถ้าต้องเป็นแฟนกับคนเป็นดอกเตอร์ต่างหาก ชีวิตน่าอึดอัด ถ้าเป็นเพื่อนน่ะ การเป็นดอกเตอร์คือคุณสมบัติที่ดีมากเลยนะรู้ไหม เพราะคุณจะฉลาดมาก คอยเตือนสติไม่ให้ผมทำเรื่องโง่ ๆ ไงละ”

โมนาตัดขนมปังที่ปรุงตามตำราฝรั่งเศสใส่ปากรับประทานด้วยท่วงท่าสบายใจ เธอเคี้ยวช้า ๆ แล้วจึงเงยขึ้นส่งยิ้มหวานหยดให้อีกฝ่าย “คุณพูดจาเอาประโยชน์ใส่ตัวเองเก่งเกินไปแล้วโนแอล ต่อให้คุณใช้ถ้อยคำหวานหูกว่านี้อีกร้อยเท่า คำตอบของฉันก็เหมือนเดิมค่ะ...ไม่ ! ”

[1] Croque-monsieur หรือที่คนไทยเรียกว่า โคร้กเมอซิเยอร์

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

หัวใจร้อยดาว เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

ตอนนี้สิริณนำมาจัดทำเป็นฉบับอีบุ๊ก

หยิบมาโพสต์ให้ทดลองอ่านก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

(สิริณโพสต์สลับกันระหว่างรอยตะวัน-ใต้ปีกรักสีเพลิง- หัวใจร้อยดาว

วันละเรื่องนะคะ ชวนนักอ่านไปกดติดตามเรื่องอื่นไว้ด้วย

จะได้มีนิยายอ่านทุกวันไม่ขาดตอน อิอิ)

sds

หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

ตอนนี้โหลดอีบุ๊ก

สามารถนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการช็อปช่วยชาติได้ด้วยน้า

ขาดเรื่องไหน ตามไปโหลดกันโลดเลยจ้า

หมดเขต 15 มกราคม 2562 เท่านั้น

sds

ใต้ปีกรักสีเพลิง >> https://goo.gl/Xbezzr

พยศดอกฟ้า >> https://goo.gl/o9FXn6

รอยตะวัน >> https://goo.gl/vSr8Gt

แผนก่อการรัก >> https://goo.gl/a3LMdw

บุหงาซ่อนกลิ่น >> http://bit.ly/2tqjPWW

หัวใจร้อยดาว >> https://goo.gl/VrsXdA

เอื้อมวิมาน >> https://goo.gl/TP8weL

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Thofa Srivoralakhna
Thanks you
เมื่อ 6 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Yoko
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 8 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว