บ้านนาร้อนซ่อนรัก (ชุด ร้อนซ่อนรัก) ลำดับที่ 1-บทที่ 6 กลิ่นไหนที่ใช่เธอ 50%

โดย  พริ้งพราวจันทร์/ณ ทุ่งสวรรค์รัก/เขมณิช

บ้านนาร้อนซ่อนรัก (ชุด ร้อนซ่อนรัก) ลำดับที่ 1

บทที่ 6 กลิ่นไหนที่ใช่เธอ 50%

บทที่ 6

กลิ่นไหนที่ใช่เธอ

ท้องฟ้าเริ่มโปร่งแสงพระอาทิตย์กำลังเคลื่อนสู่ท้องฟ้าแสงอาทิตย์ต้องหยดน้ำเกาะพราวระยิบระยับตามดอกไม้ใบหญ้า ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝนที่ตกหนักเมื่อคืน เช้านี้เป็นวันทำบุญเข้าพรรษาเสียงเพลงดังมาจากวัดใกล้บ้าน สีหราชสวมเสื้อยืดคอวีสีขาวพอดีตัวและสวมกางเกงยืนตัวโคร่งเดินหิ้วปิ่นโตออกจากตัวบ้านแล้วตรงไปยังรถกระบะ มีกลุ่มคนงานมายืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาเดินแวะเด็ดดอกพุทธสีขาวบานสะพรั่งสดชื่นเมื่อโดนน้ำฝนเขาปลูกไว้สามสี่ต้นข้างรั้วบ้าน

“มีใครไปคันนี้อีกไหม” ถามคนงานพร้อมกับเปิดประตูรถฝั่งคนขับ คนงานชายเปิดท้ายกระบะ

“ไม่มีแล้วล่ะเฮีย ไปอีกคันแล้ว” คนงานผู้หญิงอายุราวสี่สิบห้าบอกเจ้านาย เดินไปเปิดประตูรถอีกฝั่งให้คนงานหญิงเข้าไปนั่ง ฝากปิ่นโตให้คนงานชายที่นั่งกระบะหลังถือ

วันนี้เป็นวันทำบุญใหญ่สีหราชหยุดงานเพื่อให้ทุกคนได้ไปทำบุญกับครอบครัวเลือกที่จะไปเองหรือจะไปรถส่วนรวมก็ได้ เมื่อพร้อมก็ขับออกจากรั้วบ้าน มองเลยบ้านไปยังบ้านของนวินดาก็เห็นว่ารถของกำนันบุญลือไม่ได้จอดอยู่เดาได้ไม่ยากว่าคงไปวัดกันแล้ว

ไม่นานสีหราชก็มาถึงวัด เสียงเพลงลูกทุ่งยุคต้นๆ ของวงการดังชัดแจ๋ว ชาวบ้านในชุมชนทยอยกันเข้าวัดเรื่อย สีหราชลงจากรถเป็นคนสุดท้าย เดินขึ้นศาลาไม่วายที่จะมองหาครอบครัวของนวินดาและก็เห็นในเวลาอันรวดเร็ว

“มาแล้วหรือสิงโต แล้วได้อะไรมาใส่บาตร” วันเพ็ญทักชายหนุ่ม

สีหราชเดินเข้ามาทรุดกายนั่งพับเพียบข้างๆ นวินดาวางปิ่นโตไว้ด้านหน้า นวินดากำลังตักอาการใส่จาน

“ซื้อแกงกับขนมหวานจากรถขายกับข้าวมาครับ หยิบๆ มาไม่รู้ได้อะไรมาบ้าง” พูดตามจริงหยิบอย่างเดียวไม่ได้ดูละเอียดว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนข้าวเขาหุงด้วยหม้อไฟฟ้าตั้งหม้อข้าวก่อนอาบน้ำออกมาดูข่าวรอสักพักก็สุกพอดี จึงตักใส่ปิ่นโตมากับข้าวก็หิ้วมาทั้งถุง

“ไปกราบพระสิ เดี๋ยวให้หนูนาเอากับข้าวใส่จานให้ จะได้ไปตักบาตร”

“ครับ” สีหราชมองใบหน้าเล็กของคนตัวเล็ก วันนี้นวินดาใส่เสื้อผ้าฝ้ายสีขาวแขนยาวใส่สวมกางเกงผ้าสีขาวห้าส่วนนั่งพับเพียบตักแกงออกจากปิ่นโต

ชายหนุ่มเดินไปหน้าพระประธานในมือถือธูปและดอกพุทธรักษาที่นำมาจากบ้านไปด้วย ระหว่างเดินมองเห็นกำนันบุญลือคุยเสวนากับพวกพ้องอยู่ สบตากับเขาผู้ที่มีอายุมากกว่าก็ส่งยิ้มให้ ไหว้พระเสร็จเขาก็กลับมาที่เดิม มองเห็นเทียนพรรษาและชุดสังฆทานของวันเพ็ญแล้วนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้หยิบลงมาด้วย

“ไปตักบาตรสิสิงโต” วันเพ็ญบอกชายหนุ่มที่ยังนั่งนิ่ง

“แล้วพี่เพ็ญกับหนูนาตักบาตรยังครับ”

“พี่กับกำนันตักแล้วเหลือแต่หนูนาน่ะ เมื่อกี้ไปเอาจานมาใส่ของคาวของหวาน”

“หนูนาไปตักบาตรพร้อมอาไหม”

“ค่ะ หนูนากำลังจะไปพอดีค่ะ จานตรงนี้หมดแล้วหนูนาจะไปหยิบจานมาใส่อาหารให้อาสิงโตด้วยค่ะ” นวินดาบอกอย่างที่คิด ตนเองจึงเตรียมถือขวดน้ำและปิ่นโตที่ใส่ข้าวสวยสีขาวฟู ส่วนสีหราชนั้นไม่ได้เอาน้ำมาจากบ้านจึงถือแต่ปิ่นโตของตัวเองเท่านั้น เดินตามหลังนวินดาไปยังโต๊ะไม้สัก บาตรพระสำหรับให้คนตักบาตรวางเรียงเป็นแถวยาวพร้อมเหยือกสำหรับใส่น้ำ

“อาไม่ได้เอาน้ำมาด้วย” ตักข้าวใส่บาตรเสร็จสีหราชก็รอนวินดาที่กำลังตักข้าวใส่บาตรสุดท้าย

“ค่ะ”

ชายหนุ่มแตะที่ข้อสองเนียนของนวินดาที่แขนขวา เด็กสาวกำลังรินน้ำใส่เหยือกทีละเหยือกปริมาณเท่าๆ กันจนกระทั่งถึงเหยือกใบสุดท้ายจึงเทน้ำจนหมดขวด สองหนุ่มสาวยกมือไหว้ครั้งหนึ่ง

“หนูนาไปหยิบจานก่อนค่ะ ฝากปิ่นโตอาสิงโตไปไว้ให้หนูนาหน่อยนะคะ”

“ครับ ให้อาช่วยถือไหม”

“หนูนาถือได้ค่ะ”

สีหราชรับปิ่นโตและขวดพลาสติกมาถือไว้เดินกลับไปที่นั่งของตัวเอง วันเพ็ญกำลังคุยกับเพื่อนบ้าน เขาวางปิ่นโตและเดินลงจากศาลาไปหยิบชุดสังฆทาน ผ้าอาบน้ำฝน และเทียนพรรษาที่ซื้อมาเตรียมไว้หลายวันแล้ว

กิจกรรมตักบาตรทำบุญในวันเข้าพรรษาเสร็จสิ้นลง สีหราชก็พาคนงานชุดที่ขึ้นขามากลับ ส่งคนงานแล้วตั้งใจว่าจะเข้าเมืองไปซื้อของใช้เพราะไหนๆ วันนี้ก็หยุดแล้ว ชวนนวินดาไปด้วยตอนที่อยู่ที่วัด นวินดาเองก็ตกลงว่าจะไปด้วย

“กินข้าวเช้ายัง” ถามนวินดาเมื่อรถเคลื่อนตัวออกมาได้สักระยะ นวินดาเองก็กำลังกดปุ่มเปิดเพลง

“ยังค่ะ”

“แวะกินข้าวที่ร้านน้าไก่ก่อนไหม” เขาหมายถึงร้านอาหารตามสั่งในระแวกนี้

“ค่ะ อาสิงโตก็ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหมล่ะคะ” พูดอย่างรู้ทัน ทำงานจนชอบลืมกินข้าวบ่อยๆ

“ครับ”

“วันนี้อาสิงโตไปซื้ออะไรหรือคะ”

“ของใช้ที่บ้านเริ่มหมดหลายอย่าง วันนี้หยุดแล้วก็มาซื้อเสียเลย หนูนามีซื้ออะไรบ้าง”

“ก็ของใช้ส่วนตัวนิดหน่อยค่ะ”

สีหราชพานวินดาแวะกินข้าวเช้าที่ร้านอาหารตามสั่งของน้าไก่เสร็จเรียบร้อยก็เป็นเวลาเที่ยงวันพอดี ขับรถเข้าลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัด

“อาสิงโตซื้ออะไรบ้างคะ” นวินดาถามคนตัวใหญ่ที่เข็นรถเข็นข้างๆ

“เริ่มจากผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ทิชชู่ไหม เอ่อ น้ำยาล้างจาน ฯลฯ” สีหราชร่ายยาวในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจมาซื้อให้นวินดาฟัง

“แยกกันไหมคะ ดูท่าว่าอาสิงโตจะซื้อเยอะ”

“ไม่ต้องหรอก ไปด้วยกันนี่แหละ หรือว่าไม่อยากเดินกับคนแก่อย่างอา” ทำพูดไป เขาไม่มีทางยอมรับว่าตัวเองแก่แหงๆ ก็แค่ผู้ชายอายุเพิ่งจะ 36 เท่านั้นเอง

“ก็ได้ค่ะ”

สีหราชและนวินดาช่วยกันเลือกสินค้า โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนตัวเล็กที่ออกความเห็น เปรียบเทียบปริมาณ และคำนวณราคาให้เสร็จสรรพ ไม่ลืมที่จะสอบถามว่าชายหนุ่มใช้ได้ไหมหากว่าต้องเปลี่ยนมาเอายี่ห้อที่ลดราคา หากไม่มีข้อแย้งนวินดาก็หยิบสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีสมราคาใส่รถเข็นทันที ถามชายหนุ่มเมื่อต้องซื้อของชิ้นถัดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งของเริ่มเต็มรถเข็นและก็ซื้อจนครบแล้วในส่วนของตนเอง ต่อไปก็ในส่วนของนวินดา

“ของอาครบแล้ว ต่อไปก็ของหนูนา”

“ค่ะ เริ่มจาก เอ่อ...หนูนาจะซื้อผ้าอนามัยค่ะ...” เวลาเดินไปหยิบซื้อเองไม่รู้สึกอายเวลาที่ต้องบอกออกไปให้ใครสักคนรับรู้และคนๆ นั้นเป็นผู้ชายแม้สีหราชจะเป็นผู้ใหญ่ที่หล่อนให้ความเคารพและสนิทสนมมากก็เถอะนะ ช่วงท้ายประโยคจึงเขย่งขากระซิบบอกเขาเบาๆ ที่ข้างๆ หูเบาจนแทบไม่ได้ยิน เป็นอย่างที่คิดเพราะสีหราชเลิกคิ้วประมาณว่าอะไรนะพูดใหม่สิ

“หนูนาบอกว่า... บอกว่าจะซื้อผ้าอนามัยค่ะ”

“พูดเบาจัง อาไม่ได้ยินเลย” ไม่ได้ยินจริงๆ

“ซื้อผ้าอนามัยค่ะ” คิดว่าดังพอที่เขาจะได้ยินแล้วนะ

สีหราชได้ยินความต้องการของเด็กสาวแล้ว แต่ไอ้อาการแก้มแดงๆ นี่มันยังไงนะ ทำไมอยากแกล้ง

“อาไม่ได้ยินเลย ทำไมหนูนาพูดเบาจัง”

นวินดาเริ่มทำหน้าตูม พูดหลายรอบแล้วนะ หล่อนอายจนแก้มร้อนวูบวาบไปหมดแล้ว

“หนู นา บอก ว่า จะ ซื้อ ผ้า อนามัย ค่ะ!” เน้นหนักทีละคำและเสียงดังขึ้นด้วย ไม่ถึงกับตะคอกแต่ก็ดังมาก คนยืนสองสามเมตรได้ยินแน่ๆ แต่บังเอิญไม่มีใครอยู่โซนนี้พอดี

สีหราชกลั้นขำกับท่าทางแสนอายของนวินดา

“อ้อ ก็อาไม่ได้ยินนี่ครับ งั้นก็ไปกันเลยเนาะ” ชายหนุ่มพยักหน้าแสดงความเข้าใจประกอบคำพูด มองคนที่ยืนหันหน้าไปดูของอย่างอื่นแก้เขินอาย

“ค่ะ” นวิดาเดินตามไปเรื่อยๆ เพื่อไปยังโซนของใช้ของผู้หญิง สีหราชหยุดเดินตรงชั้นวางสินค้า หล่อนมองตามสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังสนใจ

“อันนี้หนูนาต้องใช้ไหม” สีหราชหยิบขวดสีชมพูรูปทรงเว้าข้างคล้ายรูปร่างผู้หญิง

นวินดาแก้มแดงขึ้นมาอีกรอบเฉยๆ เมื่อสิงที่สีหราชหยิบขึ้นมามันเป็นสบู่เหลวสำหรับทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นอันแสนบอบบางของผู้หญิง

“หนูนาใช้ค่ะ แต่ตอนนี้ยังมีอยู่ที่บ้านค่ะ”

“ซื้อไปสำรองไหม”

“ไม่ค่ะ หมดแล้วค่อยซื้อก็ได้ค่ะ”

“เอาสีไหน สีเขียว สีฟ้า สีชมพู สีม่วง มีหลายสีจังนะ” หยิบมาอ่านแล้ววางนอกจากหลายสีแล้วหลายกลิ่น ซื้อไปให้หมดทุกสีดีไหม จะได้รู้ว่ากลิ่นไหนหอม เหมาะกับนวินดา

“อยากรู้จริงๆ ว่าเวลาหนูนาใช้แล้วจะหอมากแค่ไหนกันนะ น่า รออีกไม่กี่ปีก็จะได้พิสูจน์แล้ว...”

************************************************************

กลิ่นไหนนะ??? เหมือนจะหื่นเลยนะอาสิงโตนี่

อาจจะมีคำผิดบ้างต้องขออภัยค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายค่ะ

รัก

พริ้งพราวจันทร๋

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว