รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 1 ก้าวเดิน - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 1 ก้าวเดิน - ((100%)) -

.

.......

...

.

เนตรานั่งเท้าคางอย่างซึมๆ ความเศร้าและเสียใจยังคงเกาะกุมจิตใจ เช่นเดียวกับภาพกอดกันแนบแน่นระหว่างปัทวีและยุวมาศภายในห้องพักส่วนตัวของชายหนุ่มที่ยังคงติดตา ยิ่งได้ยินคำอธิบายของเขาก็ยิ่งนึกโกรธนัก

‘ปังไม่เคยนอกใจเนยเลยนะ เชื่อใจกันหน่อยนะ ให้โอกาสปังพิสูจน์สิ’

‘คนไม่มีความผิด ไม่ขอโอกาสหรอกนะขนมปัง แต่นี่มาขอโอกาส หมายความว่ามีความผิดติดตัวน่ะสิ’

‘ไปกันใหญ่แล้วเนย ปังหรือจะกล้าทำอะไรให้เนยไม่พอใจ’

‘นี่ขนาดไม่กล้า ยังมีความผิดติดตัวจนต้องเต้นเป็นเจ้าเข้าแบบนี้ ถ้าปังกล้าขึ้นมาจริงๆ เนยก็คงไม่แคล้วถูกสวมเขาไปทั้งปีทั้งชาติ’

เจ้าของดวงหน้าหวานถอนหายใจอีกครั้ง ขณะที่หญิงสาวอีกคนเร่งเท้ามายืนตรงหน้าเพื่อนสาว เธอโบกมือหน้าเนตราก่อนจะนั่งตรงกันข้าม

“โทษทีๆ เพิ่งออกจากห้องประชุมนี่ล่ะ” นุชจรีบอกพลางพิงกายกับพนักพิงด้วยรู้สึกเหน็ดเหนื่อย

“ฉันซื้อขนมมาให้ แกจะกินก่อนมั้ย” เนตราเอ่ยถามพลางดันกล่องขนมไปหน้าเพื่อนรัก

“เรื่องนั้นไว้ก่อน เพราะเรื่องนี้สำคัญกว่า ตกลงแกจะหางานใหม่ที่ไหน ลาออกจากงานพี่นงแบบนี้แล้วจะเอาเงินที่ไหนมารักษาแม่แกล่ะเนย”

“ก็ว่าจะหางานใหม่น่ะ”

“เด็กจบใหม่หางานง่ายที่ไหน ยิ่งยุคสมัยนี้อีก หายากจะตายไป”

“ก็จริงอยู่ แล้วแกจะให้ฉันทำไงล่ะ ทนนั่งทำงานกับพี่นง แล้วก็นั่งมองผู้ชายคนนั้นกับผู้หญิงอีกคนงั้นเหรอไง ถ้าฉันทำได้ก็ถึกเกินไปแล้วล่ะ”

นุชจรีได้แต่นิ่งเงียบ เนตราพูดถูก หากเป็นเธอ ไม่แคล้วได้ลาออกเช่นกัน ใครจะไปทนมองคนรักที่เกือบจะได้หมั้น เดินแจกการ์ดแต่งงานกับหญิงสาวอีกคน ทั้งที่ปากก็เอาแต่บอกว่ารัก ปากเอาแต่พร่ำขอโทษ ทว่าสิ่งที่ทั้งคู่ทำนั้นก็ทำร้ายจิตใจเพื่อนรักของเธอเหลือเกิน

“เอางี้มั้ยล่ะ พี่ชายฉันน่ะกำลังหาพี่เลี้ยงเด็กอยู่พอดี ฉันว่าแกน่าจะพอเลี้ยงหลานฉันได้”

“ตามดน่ะเหรอ?”

“ใช่ ตามดนั่นแหละ พอดีพี่คิราภ์ที่ฉันเคยเล่าให้ฟังไงว่าเป็นญาติฝั่งแม่น่ะกำลังหาคนเลี้ยงลูก ฉันเลยอาสาจะลองถามๆ ให้ แล้วแกก็ลาออกพอดี สนใจจะรับงานนี้รึเปล่าล่ะ แต่ว่าต้องไปอยู่ที่บ้านไร่พี่คิราภ์นะ”

“ที่ไหน”

“เชียงใหม่ ไร่เบญจมาศอุ่นรัก”

“ฉันคงต้องบอกพ่อก่อน แล้วจะให้ฉันเริ่มงานได้เมื่อไหร่ล่ะ”

“เมื่อพร้อม แต่จะให้ดี...ฉันว่าเสาร์นี้เลยเป็นไง ฉันจะได้ไปเป็นเพื่อนด้วย ดีมั้ยล่ะ?”

“เสาร์นี้เลยก็ดีเหมือนกัน ไปเร็วๆ จะได้ทำใจได้เร็วขึ้น ว่าแต่พี่คิราภ์ของแกจะไม่ว่าอะไรแน่นะ ไปเร็วขนาดนี้น่ะ”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย แกน่ะเพื่อนฉันนะเนย ว่าแต่...ปังยังโทร. หารึเปล่า”

“อื้ม ยังโทร. มาสิ ฉันเองก็ไม่รู้จะทำไงดี”

“เฮ้อ! ไม่ได้เรื่องแล้วล่ะแบบนี้ ผู้ชายคนนี้จะเอายังไงกันแน่ นี่คิดจะเก็บไว้ทั้งสองคนรึไงกัน แบบนี้กั๊กแกชัดๆ ตัวเองก็มีคนอื่นแล้ว นี่ก็เห็นว่าจะแต่งงานกันไม่ใช่รึไง แล้วยังจะมาหวงแก ไม่ให้แกไปชอบคนอื่นอีก แบบนี้มันหมาหวงก้างชัดๆ เรื่องของแกกับมันก็จบไปแล้วแท้ๆ”

“หยุดพูดเหอะ! บอกตรงๆ ว่าทำใจยังไม่ได้เลย เห็นทีไรน้ำตาพาลจะไหลทุกที”

“โอเคๆ ไม่พูดก็ไม่พูด แล้วแกอยากได้เงินเดือนจากพี่คิราภ์เท่าไหร่”

“เท่าที่พี่นงให้ก็ได้ กำลังดีเลย”

“เท่าที่นี่เหรอ...งั้นค่าอยู่ค่ากินไม่คิดดีมั้ย ยังไงซะพี่คิราภ์ก็ไม่จนหรอกแค่แกคนเดียวน่ะ แกจะได้ส่งเงินมารักษาแม่แกไง”

“ขอบใจจริงๆ นะนุช ไม่ได้แก ฉันคงได้เดินเตะฝุ่นหางาน เพราะตกงานหลังลาออกแน่เลย”

นุชจรีได้แต่ยิ้มหวาน เพราะสำหรับเธอแล้ว เนตราเป็นมากกว่าเพื่อนเสียอีก การเรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ทำให้ทั้งคู่ผูกพันและรักใคร่ราวกับเป็นคนในครอบครัว เป็นพี่น้องกันอย่างไรอย่างนั้น

.

...

......

...

.

ปัทวีถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายและร้อนรน เขาเบื่อหน่ายที่ต้องมานั่งรอยุวมาศเลือกแบบชุดเจ้าสาว และเขาก็ร้อนรนเหลือเกินที่เนตราไม่ยอมรับโทรศัพท์เขาเลย เอาแต่ตัดสายอยู่หลายครั้ง ก่อนจะปิดเครื่องไป ยิ่งได้รู้จากนงนุช...พี่สาวของนุชจรี ซึ่งเป็นทั้งผู้จัดการและเจ้านายของเนตราว่าเธอนั้นลาออกไปแล้ว เขาก็ยิ่งเป็นห่วงและกังวลนัก จะให้ไปหาเธอก็ไม่สะดวก เพราะติดเรื่องการจัดงานแต่งงานวุ่นวายนี่

“ขนมปัง”

เสียงเรียกของคนตรงหน้า ทำให้เขาหันมองแล้วเอ่ยถามด้วยเสียงเนิบๆ

“มีอะไรหรือแยม”

คนฟังได้แต่ก้มหน้าซ่อนความหมองหม่นใจ เธอหรือเรียกเขาตั้งหลายครั้งหลายครา แต่เขากลับใช้น้ำเสียงเช่นนี้ถามเธอ ก็รู้อยู่หรอกว่าเป็นเพียงความรับผิดชอบ แต่เธอรักเขานี่...รักเขาและอยากให้เขารักเธอบ้าง เธอผิดหรือไรที่อยากจะให้พ่อของลูกอยู่กับเธอทั้งตัวทั้งหัวใจ

ปัทวีมองโทรศัพท์ของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า แม้เขาจะเป็นห่วงยุวมาศ ยิ่งรู้ว่าเธอแพ้ท้องมากขึ้นก็ยิ่งนึกสงสาร แต่ว่าเขาสงสารและเป็นห่วงตัวเองมากกว่า เมื่อเนตราทำตัวเงียบหายราวกับจะตัดเขาออกไปจากชีวิตจริงๆ และเขาคงยอมไม่ได้เลย

เนตราคือคนรักของเขา และเป็นหัวใจของเขา เขาจะไม่ยอมเสียเธอไปเป็นอันขาด ถ้าเธอยอมเข้าใจเขาง่ายๆ ก็คงจะดี เพราะเขาจะรอให้ยุวมาศคลอด แล้วเขาก็จะได้ใช้ชีวิตกับเนตราอย่างที่วาดฝัน

“ปังเบื่อเหรอที่แยมเลือกนาน ถ้างั้นเรากลับกันก็ได้นะ”

“แล้วเลือกได้รึยังล่ะ”

“อืม แยมบอกเขาไว้แล้วล่ะ”

“งั้นก็ไปกันเหอะ พรุ่งนี้ต้องเริ่มแจกการ์ดแล้วนี่”

ยุวมาศได้แต่พยักหน้ารับพลางเดินตามอีกฝ่าย เธอไม่อยากเสียใจ ไม่อยากน้อยใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเขานั้นไม่ได้มีใจรักเธอสักนิด แต่เธอก็เป็นเพียงผู้หญิงที่อยากสมหวังในรัก อยากมีชีวิตคู่ที่มีความสุขอย่างคู่อื่นๆ แต่เธอจะทำได้อย่างไร เธอจะทำอย่างไรให้คนที่เธอรักหันมามองเธอ ปรารถนาจะเคียงข้างเธอเพราะใจที่รัก ไม่ใช่เพราะความรับผิดชอบ ทว่ายุวมาศก็ต้องก้มหน้ายอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ใจจะเจ็บปวดเพียงใด แต่เธอก็ต้องพยายามต่อไป...พยายามทำทุกอย่างให้เขาหันมามอง

“แยมได้ฝากท้องรึยังน่ะ” ปัทวีเอ่ยถามเมื่อกลับมานั่งในรถ

แม้เรื่องนี้จะสำคัญไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความใส่ใจและคงจะลืมไป หากไม่ได้มารดาที่ถามไถ่หลังจากที่ตำหนิเรื่องของยุวมาศและเนตรา เนื่องจากการหมั้นที่บิดามารดาจัดเตรียมไว้ให้เนตรานั้นต้องแปรเปลี่ยนมาเป็นงานแต่งงานระหว่างเขาและยุวมาศเสียนี่ แม้ครอบครัวของเนตราจะไม่พูดอะไรเลยเมื่อคราแม่ของเขาไปขอโทษขอโพย แต่บิดามารดาของเขาก็ไม่สบายใจ ยิ่งเห็นว่าเนตรายอมรับด้วยท่าทางนิ่งเงียบ พวกท่านก็ยิ่งโมโหเขาเป็นเท่าตัวที่ทำเรื่องเช่นนี้จนทำให้ผู้หญิงสองคนต้องลำบาก

“ยังเลย ว่าจะไปฝากพรุ่งนี้น่ะ”

“เดี๋ยวปังไปรับก็แล้วกัน ยังไงเขาก็เป็นลูกของปังด้วย”

“ปัง...”

“ไม่ต้องคิดมากหรอก กำลังท้องไม่ใช่รึไง เรื่องอื่นก็ค่อยว่ากัน ตอนนี้ทำใจให้สบายเหอะ อย่าไปเครียดกับเรื่องอื่น”

แม้ปากจะบอกไปแบบนั้น แต่ตัวเขากลับคิดถึงเนตราแทบตลอดเวลา หากเวลานี้...คนที่อยู่ข้างกายเป็นเนตรา เขาคงไม่ต้องมานั่งปวดหัวคิดหาทางแก้ปัญหาแบบนี้ หากคนท้องคือผู้หญิงที่เขารัก เขาก็คงไม่ต้องมานั่งลำบากใจเช่นนี้ ปัทวีไม่อยากให้คนตั้งครรภ์คิดมาก จึงได้แต่ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดตามที่เธอต้องการ แม้ภายในใจของเขาจะร่ำร้องให้เขาไปคุยกับเนตราให้รู้เรื่อง ไปปรับความเข้าใจให้ตรงกัน แต่ก็เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนโง่และไม่ยอมอะไรง่ายๆ เขาจึงต้องคิดหาเหตุผลจนปวดหัว

คนที่รับปากว่าจะไม่คิดมากก็ใช่จะทำได้จริง เมื่อเธอรู้อยู่เต็มอกว่าเขาทำตามหน้าที่ ทำเพียงเพราะความรับผิดชอบ ทั้งหมดที่เขาคอยถามไถ่นั่นก็เป็นเพียงเพราะความผิดพลาดในวันต้อนรับน้องใหม่ที่แผนกเท่านั้น

ยุวมาศได้แต่ก้มหน้ามองมือของตัวเองโดยไม่กล้าเอ่ยถามหรือเริ่มบทสนทนา เพราะเธอยังอยากมีความหวัง มีความเชื่อมั่นในตัวเอง แม้จะเพียงเศษเสี้ยว แต่เธอก็ขอจับความหวังนั้นไว้ให้แน่น เป็นหลักยึดให้กล้าพอที่จะอยู่เคียงข้างเขา

.

.

- - - - - - - - - มาอัปต่ออีก 50% แล้วจ้า - - - - - - - - - - -

.

.

.

...

.........

...

.

เนตรามองบ้านขนาดกะทัดรัดภายในซอยที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ซึ่งบิดาและมารดาได้ร่วมกัดนเก็บหอมรอมริบมาซื้อบ้านที่นี่ เพื่อให้บิดาเปิดร้านขายของชำและมารดาขายข้าวแกง จนกระทั่งเมื่อต้นปีที่แล้ว มารดาที่เจ็บออดๆ แอดๆ ก็ล้มป่วย แต่นั่นยังไม่เท่ากับการที่มารดาของเธอฝืนร่างกายทำงาน แม้เธอและบิดาจะคอยดูแล แต่มารดาของเธอก็ทรุดหนักจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

ความอบอุ่นภายในครอบครัวในวันวานทำให้เธอยังคงยิ้มได้ แม้ว่าจะลำบากเพียงใด แต่การล้มป่วยและทรุดหนักของมารดา ไม่เพียงเป็นการเพิ่มรายจ่าย ยังมีผลให้บิดาของเธอเครียด และยิ่งหนักขึ้นเมื่อเธอทุกข์ใจและเสียใจจากการเลิกรากับปัทวี นับตั้งแต่นั้น...เธอมักเห็นแววตาเจ็บปวดของบิดามากกว่ารอยยิ้มเสียอีก

เธอสาวเท้าเดินเข้าบ้านซึ่งบิดากำลังคิดเงินลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอย เธอยกมือไหว้บิดาอย่างที่เคยทำ

“กลับมาแล้วเหรอเนย เป็นยังไงบ้าง”

“ไม่เป็นยังไงหรอกค่ะพ่อ ว่าแต่แม่เป็นยังไงบ้างคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม ก่อนจะถือแก้วน้ำจากด้านในบ้านออกมานั่งหลังโต๊ะคิดเงิน

“ก็เหมือนเดิมนั่นล่ะ นี่ก็อยู่ในห้องแน่ะ แล้วเนยทานอะไรมารึยังลูก ถ้าทานมาแล้วก็ไปอาบน้ำเถอะ จะได้สบายตัว”

“ค่ะพ่อ”

หญิงสาวรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะถือกระเป๋าสะพายเดินเข้าไปยังห้องบิดาและมารดา

“แม่คะ เนยกลับมาแล้วค่ะ”

“เหนื่อยรึเปล่า” หญิงสูงวัยที่มีรอยยิ้มเหมือนบุตรสาว ที่กำลังทรุดเข่านั่งอยู่ด้านหน้าเอ่ยถามด้วยแววตาอ่อนโยน

“ไม่หรอกค่ะแม่ เนยจะทำให้แม่หายให้ได้ เนยจะเก็บเงินแล้วพาแม่ไปรักษาที่กรุงเทพฯ เราจะได้มีความสุขด้วยกันไงคะแม่”

รอยยิ้มน้อยๆ ของมารดา ทำให้เนตราได้แต่จับมือของอีกฝ่ายมาวางบนศีรษะของเธอ

“ไปอาบน้ำเถอะเนย เดี๋ยวจะได้มาช่วยพ่อป้อนข้าวแม่เราไง” เสียงจากด้านหลัง ทำให้เธอพยักหน้ารับคำแล้วหายออกไปจากห้องทันที

หลังจากอาบน้ำเรียบร้อย เนตราก็ทำหน้าที่ป้อนข้าวให้มารดา ก่อนจะพูดคุยกับท่าน เมื่อเห็นว่าท่านต้องการพักผ่อน เธอจึงออกจากห้องเพื่อกลับเข้าห้องของตัวเอง

หญิงสาวนั่งกอดเข่าบนเตียงพลางมองกรอบรูปเล็กๆ บนโต๊ะข้างเตียง ซึ่งเป็นรูปคู่ระหว่างเธอและปัทวีในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร แม้จะผ่านมาเพียงไม่กี่เดือน แต่ก็ยังชัดเจนในความทรงจำของเธอราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ในวันนั้น...เธอและเขามีความสุขที่ได้ร่วมรับปริญญาบัตรด้วยกัน มีความสุขที่จะร่วมกันสานฝันครอบครัวที่เคยวางแผน ที่เคยสัญญา แต่วันนี้...มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว

น้ำตาที่ไม่ยอมเหือดหายไปตามกาลเวลารินรดอีกครั้ง ทว่าเสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมกับเสียงเปิดแง้ม ทำให้เธอต้องรีบเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ พลางคว่ำกรอบรูปลงกับโต๊ะ ไม่ให้บิดาต้องเป็นห่วง

“พ่อมีอะไรหรือคะ”

“ยังไม่นอนอีกเหรอลูก” ชายร่างสูงเอ่ยถามบุตรสาวขณะสาวเท้ามานั่งบนเตียงบุตรสาว

เนตราพยักหน้า ก่อนจะสบตาบิดาที่กำลังมองดวงหน้าของเธอ คนเป็นพ่อนึกสะท้อนใจนัก เมื่อเห็นเธอเป็นทุกข์ ก็ทุกข์ยิ่งกว่า ยิ่งเห็นเธอเศร้าโศก ก็ยิ่งไม่สบายใจ ภรรยาเขาเองก็เช่นกัน

“พ่อเห็นลูกไม่สบายใจ พ่อก็เลยอยากเข้ามาคุยด้วยก็เท่านั้น”

“เนย...เนยเสียใจค่ะพ่อ แต่จะให้เนยให้โอกาสเขา เนยก็ทำไม่ได้ เขาทำแบบนั้นลับหลังเนย แล้วคุณป้าก็มาพูดด้วยตัวเอง”

“พ่อรู้ว่าเนยรู้สึกยังไง พ่อเลี้ยงเนยมากับมือ ทำไมพ่อจะไม่รู้จักลูกของพ่อล่ะ”

มือใหญ่ลูบศีรษะที่เต็มไปด้วยผมนุ่มของบุตรสาว เธอโอบเอวบิดาพลางซบอย่างพักพิง มือใหญ่คู่นี้...คู่ที่ปลอบโยน คู่ที่เลี้ยงดู คู่ที่โอบประคอง มือคู่ที่มีแต่ความรัก ความอ่อนโยนมอบให้ เพราะเจ้าของหวังดีและปรารถนาดีต่อเธอเสมอมา และไม่เคยต้องการสิ่งใดจากเธอตอบแทน

“ถ้าไม่สบายใจ ไม่อยากเจอเขา ก็ไม่ต้องไปเจอเขาหรอกนะ ลูกสาวพ่อทั้งน่ารัก ทั้งนิสัยดี สักวันจะต้องได้เจอคนดีๆ แน่นอน”

“ขอบคุณค่ะพ่อ เอ่อ...พ่อคะ เนยคิดว่าจะไปทำงานต่างจังหวัด”

“หือ? ต่างจังหวัด ไปทำกับใคร”

“พี่ชายของนุชน่ะค่ะ เขาต้องการคนเลี้ยงเด็ก”

“จะดีหรือ ผู้ชายด้วย พ่อไม่เห็นด้วยเลย หางานบ้านเราก็ได้นี่ลูก”

“แต่ถ้าไปอยู่ไกลๆ เนยก็จะได้พักผ่อนด้วยนะคะพ่อ บ้านของพี่คิราภ์ของนุชน่ะเป็นไร่เป็นฟาร์ม อากาศบริสุทธิ์ดีนะคะพ่อ แล้วเงินเดือนตอบแทนก็น่าสนใจด้วยค่ะ”

“ค่าอยู่ค่ากินล่ะ แล้วต้องไปอยู่กับเขาด้วยรึเปล่า”

“นุชบอกว่าพี่คิราภ์ไม่คิดค่าอยู่ค่ากิน แล้วเนยต้องไปอยู่กับเขาที่บ้านเพราะต้องดูแลลูกชายเขาค่ะ แต่พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ เขามีแม่บ้านด้วย ไม่ได้อยู่กับเขาสองต่อสอง มีคนงานในไร่อีก คุณพ่อไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ”

“จะไม่ให้พ่อห่วงได้ยังไง พ่อมีลูกสาวคนเดียวนะ”

“แต่หนูอยากไปนะคะพ่อ ถ้าเนยยังอยู่ในสถานที่เดิมๆ เมื่อไหร่เนยจะลืมเขาได้ล่ะคะพ่อ”

คนเป็นพ่อมองหน้าบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้เธอต้องจากบ้านไป ยิ่งรู้ว่าต้องไปอยู่ร่วมชายคากับผู้ชายด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งไม่สบายใจ ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าที่ฉายแววเจ็บปวดของบุตรสาว เขาก็คงมีแต่จะต้องปล่อยให้เธอได้พาตัวและหัวใจออกไปจากที่นี่เพื่อพักรักษาบาดแผลทางใจ

“เอาเถอะ...ถ้าลูกคิดว่ามันปลอดภัย อยู่แล้วมีความสุข พ่อก็คงไม่ห้าม”

“ขอบคุณนะคะพ่อ แล้วเนยจะหาโอกาสกลับมาบ้าน จะส่งเงินมาให้ทุกเดือนนะคะ เนยอยากให้แม่เปลี่ยนไต แล้วก็รักษาให้แม่กลับมาเดินได้ พ่อก็จะได้ไม่เหนื่อยแบบนี้”

“พ่อดีใจที่ลูกคิดถึงแม่เขา พ่อเองก็ไม่เคยคิดว่าแม่เป็นภาระอะไร ที่อยู่ด้วยกันแบบนี้ พ่อก็มีความสุขดี”

“แต่เนยเชื่อว่าแม่อยากกลับมาเดินได้ ทุกครั้งที่เนยพูดเรื่องนี้ แม่จะมีประกายความหวังในดวงตาเสมอ”

“พ่อเองก็รู้ เนยไม่ต้องคิดมากหรอนะลูก พ่อเชื่อใจลูกของพ่อเสมอ พักผ่อนเถอะ ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาจัดเตรียมของ ถ้าขาดเหลืออะไรจะได้ซื้อหาไว้”

“ค่ะพ่อ”

พิษณุยิ้มให้บุตรสาวพลางจุมพิต เธอเพียงยิ้มให้บิดา ก่อนจะมองตามร่างสูงของบิดาที่เดินออกจากห้องนอนพร้อมกับปิดประตูให้เรียบร้อย

เนตราได้แต่ถอนหายใจ เธอมองไปยังกรอบรูปที่คว่ำไว้อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจนำภาพนั้นออกจากกรอบไปเสีย ใส่แทนด้วยรูปเธอและเพื่อนรัก เธอยิ้มให้กับรูปนั้นอีกครั้ง ก่อนจะล้มตัวลงนอน เธอจะเริ่มตัดใจจากเขาตั้งแต่วันนี้ และทุกอย่างจะดีขึ้นในวันข้างหน้า

พิษณุมองไฟที่ลอดจากใต้ประตูห้องนอนบุตรสาว เมื่อเห็นว่ามันมืดไปแล้ว เขาจึงได้สาวเท้าเดินกลับเข้าห้องส่วนตัว ภรรยาของเขาหันมามองขณะที่เขาปิดไฟภายในห้อง เหลือเพียงไฟบนโต๊ะข้างเตียงเท่านั้น

“พ่อพูดกับลูกแล้วนะแม่ เนยอาจจะยังเสียใจอยู่ แต่พ่อเชื่อว่าเวลาจะช่วยรักษาหัวใจของลูก นี่ลูกก็ขอไปทำงานต่างจังหวัด บอกว่าไม่อยากอยู่ในที่เดิมๆ เพราะจะทำให้ยิ่งคิดถึงขนมปัง ตอนแรกพ่อก็ไม่เห็นด้วยหรอก ลูกอยู่ไกลๆ พ่อก็เป็นห่วง แต่ที่ลูกพูดก็ถูก พ่อก็เลยคิดว่าแล้วแต่ลูก แม่คิดว่าไงล่ะ”

“ถ้าพ่อเห็นด้วย แม่ก็เห็นด้วย บางทีสถานที่ใหม่ๆ อาจทำให้ลูกดีขึ้น”

“ถ้าลูกไม่ต้องใช้ชีวิตในสถานที่ที่เต็มไปด้วยภาพความทรงจำ ลูกคงจะดีขึ้น แม่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ลูกเราเป็นคนดี ยังไงก็ไม่มีอันตรายใดๆมาแผ้วพานหรอก”

“แม่เชื่อว่าเนยจะหมดทุกข์หมดโศก แล้วเจอแต่เรื่องดีๆ สักที”

พิษณุพยักหน้าเห็นด้วย ขณะจัดร่างของภรรยาให้นอนราบไปบนเตียง สอดหมอนหนุนไว้ใต้ศีรษะของเธอ ก่อนจะล้มตัวลงนอนตาม

.

.

.

.

.

......

...

.

บทที่ 1 มาครบ 100% แล้วจ้าาาาาา

.

ใครถามหาพระเอกของเรา

ตอนหน้ามาแน่นอน

แต่จะเจอกันมั้ย...ติดตามอ่านต่อตอนหน้าเนอะ

.

อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา

.

ปล. เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊ก อัปแล้วจะมาบอกแน่นอนจ้า

.

.

ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG

.

ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....

เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com

.

.

ห้ามลืม!!

ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย

.

ห้ามลืม!!

ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย

ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Boo
Ohhhhhhhhhh
เมื่อ 3 เดือน 11 ชั่วโมงที่แล้ว

ความเห็นโดย Siriporn Kajokpab
ขอบคุณค่ะะะ
เมื่อ 3 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว