หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่38: ฉู่หวังนิยมเอวคอด เฉียงหวงตี้นิยมจริตจิ้งจอก (1)(แก้ไข2) 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่38: ฉู่หวังนิยมเอวคอด เฉียงหวงตี้นิยมจริตจิ้งจอก (1)(แก้ไข2) 100%

(เฉียงหมินหลง/เฉียงหลงหวงตี้: ความน่ารักนี้ ไม่ทราบอ้ายเฟยไปได้แต่ใดมา จึงไม่ใช่ความผิดเจิ้นแท้ๆ!!!)

บทที่38:ฉู่หวังนิยมเอวคอด เฉียงหวงตี้นิยมจริตจิ้งจอก (1)(แก้ไข2) 100%

หนึ่งวรรคที่ถูกจารึกด้วยเลือดเนื้อและจิตวิญญาณมักจะประทับใต้หล้าอย่างยืนยง ก็ต่อเมื่อทายาทตระกูลเปี่ยมอุตสาหะ สืบทอดชื่อเสียงบรรพชนให้ลือชาออกไป หาไม่คงตกสู่วัฏจักรดุจเดียวกับอารยธรรมอันก่อตั้งแล้วล่มสลาย เรื่องราวเหล่านั้นล้วนฝังจมอยู่กับอดีตกาล

นี่เป็นสัจธรรมข้อหนึ่งที่แผ่นดินผืนนี้บัญญัติเอาไว้เนิ่นนาน และท่ามกลางห้วงสมุทรเวลาแสนกว้างไกล ยังเกลื่อนกลาดไปด้วยสิ่งอัศจรรย์นานาชนิด ผู้ใดจะมามัวขวนขวายวิเคราะห์กรวดหินทุกก้อน ว่าพวกมันกำเนิดจากซากศพหลายล้านชีวิต หรือกระทั่งสนใจว่าหนึ่งในนั้นคือสกุลจ้าว ที่ต้องอาญาประหารเก้าชั่วโคตรแล้ว

ดังนั้นประโยคที่พวกเขาเคยกล่าวขาน‘เป่ยซีจ้าว หนานตงหวัง’สุดท้ายประดุจลมกระแสเดียวในพันๆ หมื่นๆ สาย เมื่อพ้นสมัยที่แรงกำลังแล้ว ก็สลายตัวตนไปเหมือนไร้ร่องรอย ทว่า ณ ซอกมุมอับชื้นของโถงถ้ำลึกลับแห่งหนึ่ง กลับแว่วเสียงเพลงกล่อมเด็ก

‘สำนักประดิษฐ์(造ภาษาจีนกลางอ่านว่า จ้าว แปลว่า ประดิษฐ์ สร้าง หรือทำ เสียงอ่านใกล้เคียงกับ趙ที่เป็นชื่อรัฐโบราณ ตัวเขียนหลังคือแซ่จ้าวของวิญญาณฮองเฮาในห้ารัชสมัยก่อน ส่วน府ภาษาจีนกลางอ่านว่า ฝู่ แปลว่า สำนัก จวน หรือรัฐบาล ซึ่ง造府อ่านว่า จ้าวฝู่ แปลว่า สำนักประดิษฐ์ จะออกเสียงใกล้เคียงชื่อ จ้าวฟู่ ที่เป็นต้นตระกูลจ้าว เขาสร้างความดีความชอบให้โจวมู่หวังปราบกบฏสวีเหยี่ยนหวัง จึงรับพระราชทานที่ดินเมืองจ้าว แล้วกลายเป็นแซ่ของลูกหลาน)ชาวซีโจว เชี่ยวชาญฝูงอาชาพันลี้ สร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ ซีโจวหวางมอบต้นแตงโม แตงโมต้นนี้ปลูกแล้วให้ลูกใบโต รสชาติฉ่ำน้ำ หวานล้ำติดลิ้น ผู้คนจึงฝันใฝ่หา แต่แตงโมทางเหนือสำนักประดิษฐ์(西瓜ภาษาจีนกลางอ่านว่า ซีกวา แปลว่า แตงโม ประโยคหลังที่ว่า北西瓜造府อ่านว่า เป่ยซีกวาจ้าวฝู่ จะตีความโดยนัยที่สกุลจ้าวในเรื่องดอกไม้มังกรทราบว่า คือเป่ยซีจ้าว(ฟู่))’

ลำนำพื้นบ้านที่รัชศกหมิงหลงลืมเลือนแล้ว ยามนี้สะท้อนก้องโถงถ้ำหลายวาระ ทารกตัวแดงแต่แรกหงุดหงิดจนน้ำตาคลอ เมื่อบทเพลงขับขานขึ้น ดวงตาค่อยวาวสะท้อนแสงคบ เผยอารมณ์กระตือรือร้น

ภายในอ้อมอกอบอุ่นของมารดา เด็กน้อยยัดนิ้วกลมใส่ปาก ตากะพริบฟังอย่างไม่รู้เบื่อ ชั่วชีวิตพวกเขาอาศัยเปลือกนอกของแผ่นดินแห้งแล้งดำรงชีพ และเป็นปราการพิทักษ์ภัยจากศัตรู ยามกลางวัน นอกโพรงถ้ำปรากฏแต่ไอแดดระอุร้อน ยามกลางคืน ยังปลดปล่อยพลังเยือกแข็ง ดั่งแดนนรกที่ฟ้าดินลงทัณฑ์วิญญาณบาป กัดกร่อนรูปร่างหินทุกก้อนและทรายทุกเม็ดคดงอ ราวกับดิ้นทุรนทุรายอยู่เสมอ

ทันทีที่เบื้องบนประกาศราชโองการลดภาษีนำเข้าธัญพืชคาราวานพ่อค้าก็ดาหน้ามาแสวงหากำไร ยิ่งค้นพบว่าจำหน่ายได้ราคาดี ระยะนี้พวกเขาจึงพาขบวนเกวียนข้ามชายแดนถี่ขึ้น แต่แม้มีการนำเข้าจำนวนมาก ปริมาณที่ผู้คนต้องการประจำวันกลับดันราคาสินค้าขยับสูงเรื่อยๆ ผู้ที่ลงทุนเพาะปลูกไว้ปีก่อนย่อมสามารถลืมตาอ้าปากได้

แม้พวกเขาจะเห็นแก่ปากท้องครอบครัว ก็ไม่ลืมถือเคล็ดนิยมของหลันเซียนเชิงควบคู่ บ้านทั่วไปหลังหนึ่งเลยสะสมธัญพืชหลายกำมือ ทั้งซ่อนอาหารแห้งใส่หีบสมบัติด้วย นอกจากนี้ที่โรงทานท้ายพระราชวังมังกร ผู้ที่มีใจกุศลเข้มข้นอย่างสกุลอู่เหวินและคณะ ยังบริจาคธัญพืชกับอาหารแห้งให้ผู้ยากไร้ บางรายถนอมเก็บตามจิตศรัทธา บางรายรวบรวมไปแลกหน่วยเงิน ทั้งหมดต่างสุขสบายดี

เมื่อชุดตำราตี้จือโด่งดัง และสร้างกำไรให้หงอวี้ลหวี่เตี้ยนเหล่าต้า เขาก็ขายงานฝีมือเพิ่มมูลค่าเท่าตัวกับชนชั้นสูงได้คล่องแคล่ว ทว่าถึงสกุลอู่เหวินฉวยกำรี้กำไรมาหลายกอบกำ อีกด้านหนึ่ง อู่เหวินเหลาป่านยังเสริมพลังบุญผ่านโรงทานเสมอ ทางการหรือกระทั่งชาวเมืองจึงปราศจากผู้เล็งเหตุตอแย

ในที่สุดเทศกาลปีใหม่แสนคึกคักก็ผ่านพ้นโดยราบรื่น เฉียงหมินหลงทรงงานเสร็จกลางยามเว่ย(13.00-15.00) คืนนี้เขามีเวลาพักผ่อน จึงมุ่งหมายไปผ่อนคลายที่ฝ่ายใน พร้อมเป้าหมายบางประการ จักรพรรดิหนุ่มเรียกยี่เส้าฝู่ ผู้ดูแลถาดป้ายประจำราชสำนักเข้าเฝ้าก่อนเวลา จากนั้นเลือกป้ายไป๋เฟินเสียนเฟยแห่งไป๋ฮวากง

เหตุผลที่หวงช่างตัดสินพระทัยเช่นนี้ ยังปราศจากผู้ประหลาดใจ ด้วยทุกฝ่ายทราบความว่า โฉมสะคราญชาวหรวนตี้เป็นที่เฟื่องฟูอยู่มาก เฉียงหลงหวงตี้ทรงเหนื่อยยากเพื่อปวงชนแล้ว คงใฝ่หาไป๋เฟินเสียนเฟยก่อนสตรีนางใด ยี่เส้าฝู่ย่อมไม่รอช้า ส่งขบวนคนไปแจ้งข่าวไป๋ฮวากงทันที

เพราะกลุ่มกงกงเดินทางมาเตือนอย่างขันแข็ง ตำหนักดอกไม้ขาวเลยถึงคราววุ่นวายขึ้น น่าหลันซือซือจำปรับกิจวัตรประจำวันใหม่ ระหว่างนั้นก็สังเกตสีหน้าเด็กสาวคนสนิทว้าวุ่นเกินปกติ นางจึงพอเข้าใจความรู้สึกชีรัน หลังเฉียงหมินหลงพากลับวังหลวงแล้ว พวกนางไม่ได้เผชิญหน้าจอมมังกรมารอีก ทำให้สาวน้อยไม่อาจหยั่งน้ำพระทัยจักรพรรดิ

แต่ผู้มีพรสวรรค์พิเศษเช่นนาง กลับรับข่าวสารจากผีวังหลวง จึงวางใจแต่สองวันแรกแล้ว อย่างไรเขาหวังใช้งานชาติกำเนิดของต๋าน่าหลันซือซือเติมเสบียงเข้าคลังหลวง คงจะยอมละเว้นโทษเหลวไหลของพวกตนบ้าง

“อารันไม่ต้องกังวล ที่ไม่มีย่อมไม่มี”

ฟังนายหญิงให้คำมั่น แม้ไม่อาจถอนรากระแวงทิ้ง กิริยาสาวน้อยก็ดูเป็นธรรมชาติขึ้น น่าหลันซือซือเลยส่งยิ้มต่างกำลังใจ ให้ชีรันเผชิญหน้ามหาบุรุษแห่งยุคต่อไป แล้วสองนายบ่าวค่อยจัดวัตถุดิบอาหารคาวหวานด้วยกันอย่างเย็นใจ เพราะเฉียงหมินหลงมักเสด็จใกล้เคียงกับซาลาเปาน้อย

โดยเฉพาะระยะหลังถ้าปลีกตัวจากราชกิจได้ เขายังชอบสอดส่องพฤติกรรมคู่แฝดที่อี้เทียนกง นั่นคือเหตุผลที่เปาจื่อกับเมี่ยนเปา มักพบชายขบวนสีทองคำปรากฏวับแวมแถวสถานเล่าเรียน และส่งเสริมให้พวกเขากลายเป็นที่ข้าราชบริพารเอาใจใส่ดีเยี่ยม

เมื่อเป็นไปตามที่น่าหลันซือซือคาดคะเน เจียนอวี๋มังกรขนาดแปดแรงงานหาม ขณะนี้ย่อมมุ่งหน้าสู่อี้เทียนกง ยามเฉียงหลงหวงตี้เสด็จถึงตำหนักใหญ่ ที่นิยมใช้คัดเลือกเยาวชนเข้าเล่าเรียน เหล่าเชื้อพระวงศ์ในวัยศึกษาต่างเปล่งเสียงถวายพระพรกึกก้อง เฉียงหมินหลงอนุญาตให้ผ่อนอิริยาบถ ด้วยการนั่งประจำตำแหน่ง พลางทอดพระเนตรจิ่นคงหวงไท่จื่อที่หัวแถว

“หมินฉียามนี้ แตกฉานตำราเล่มใดแล้ว”

คราวใดที่จักรพรรดิเยือนอี้เทียนกงอย่างเป็นทางการ สำนักศึกษาหลวงมักเปิดสถานที่โอ่โถงให้ประทับ ขณะเดียวกันยังแจ้งเชื้อพระวงศ์ที่ร่ำเรียนอยู่ทั้งหมดมาเข้าเฝ้าหวงช่าง เสมือนสนับสนุนประมุขแคว้นตรวจสอบความก้าวหน้าทางแขนงวิชาพวกเขา

“ทูลฟู่หวง เอ๋อเฉินบรรลุคัมภีร์ซือ ซู หลี่ และเล่อ(เป็นตำราบังคับศึกษาของรัชทายาท)แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฮั่นจี้ของสวินเย่(บันทึกประวัติศาสตร์ราชวงศ์ฮั่น เขียนโดยสวินเย่ นักประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ตงฮั่น มีจำนวนสามสิบบรรพ)ก็จดจำถึงบรรพที่ยี่สิบเก้า แล้วเอ๋อเฉินยังสนใจศึกษาอู๋เหวย(หลักอกรรมของเต๋า)ประกอบด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

เฉียงหมินหลงยกยิ้มพอใจ ก่อนปรายตาไปทางกลุ่มคนเบื้องหลังหวงไท่จื่อ

“นับจากนี้ให้ไท่ซือ(ราชครู)มุ่งเน้นประสบการณ์นอกตำราของจิ่นคงหวงไท่จื่อ เจิ้นจะได้ทดสอบไหวพริบในการดูแลบ้านเมืองต่อไป”

เว่ยเจิ้งหยวนย่อมนำคณะราชครู ประสานมือรับพระบัญชา

“พ่ะย่ะค่ะ!”

เฉียงหลวงหวงตี้ชอบไต่ถามตามลำดับอายุ ถัดจากเฉียงหมินฉีจึงเป็นเฉียงอิงชู่กงจู่ในกังเจาเยวี่ยน และเฉียงหลินเซียนกงจู่ในอดีตเสวียชงอี๋ ทั้งคู่คือเชื้อพระวงศ์หญิง ทำให้แนวทางการศึกษาแตกต่าง พวกนางมักเลือกแสดงทักษะวิชาผ่านดนตรีหรือศิลปะ

หลังจากพระราชทานรางวัลเล็กๆ แก่สองกงจู่อย่างเท่าเทียมแล้ว ค่อยมาถึงหวังจื่อฝาแฝดในไป๋เฟินเสียนเฟย หลายฝ่ายวิเคราะห์สาเหตุที่พวกเขาสีหน้าไม่ดี ว่าขาดความมั่นใจประสาเด็ก ทว่าแท้จริงซาลาเปาสองลูกเพียงกังวลที่โดนฟู่หวงจับได้ว่า ก่อนหน้าพวกเขาลักลอบออกไปเที่ยวเล่นกับไป๋เฟินเหนียงเหนียงนอกวัง ความรู้สึกเลยคล้ายควายแคว้นหวูที่เห็นพระจันทร์ก็หอบ(คนที่มีจิตใจหวาดกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อพบสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ก็ชิงหวาดกลัวไปก่อน ในที่นี้ควายกลัวความร้อนของพระอาทิตย์ เมื่อเจอพระจันทร์ส่องแสง ก็ยังกลัวจะร้อนเท่าพระอาทิตย์)

“เจิ้นได้ยินมามากว่า ความสามารถพวกเจ้าไม่ด้อยกว่าซงตี้(พี่น้องผู้ชาย)และเจี่ยเม่ย เพียงแต่เริ่มต้นศึกษาไม่นาน ดังนั้นจงตั้งใจเล่าเรียน แล้วดูทุกคนเป็นแบบอย่างที่ดีไว้ ปีหน้าเจิ้นจะทดสอบความสามารถของพวกเจ้า!”

ถ้าฟู่หวงมีพระบัญชาประชันวิชากับใคร พวกเขาล้วนขวัญกล้าใจเหี้ยมหาญ ทว่าเมื่อทรงอนุญาตให้เรียนรู้เป็นปีแรกก่อน หวังจื่อฝาแฝดย่อมประสานมือขอบพระทัย จากนั้นเฉียงหมินหลงจึงอนุญาตให้แยกย้าย ต่างคนต่างเดินทางกลับตำหนักอย่างห่างเหินกัน

ยามเซิน(15.00-17.00)ขบวนของซาลาเปาน้อยก็เดินทางถึงไป๋ฮวากงก่อนเฉียงหลงหวงตี้ ประมาณสองเค่อ(30 นาที)ถัดมา พวกเขายังไม่ตื่นตระหนกที่มีคนประกาศการเสด็จของฟู่หวงสนั่น เพราะได้สัญญาณเตือนเป็นไป๋เฟินเหนียงเหนียงก่อน วันนี้นางแต่งกายงดงามกระชากใจผู้พบเจอ กระทั่งกงกงหรือกงปี้ในตำหนักยังแสดงอาการปากอ้าตาค้างให้เห็นอยู่ คู่ซาลาเปาย่อมแน่ชัดว่าไป๋ฮวากงจะต้องรับรองผู้ใด!

ระหว่างร่วมโต๊ะเสวย กิริยาเกร็งของทุกคนค่อยทยอยเบาบาง เมื่อเฉียงหมินหลงไม่พาดพิงความผิดครั้งเก่า ทั้งจัดแจงคีบกับข้าวแจกจ่ายใส่ชามลูกเมียด้วย น่าหลันซือซือหลุบตาหลบ ด้วยสัมผัสกระแสเสน่หาหนักแน่นจากจักรพรรดิ การหลบเลี่ยงความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา คล้ายดำเนินมาปลายทางแล้ว

หากสังเกตวิธีแต่งกายของนางขณะนี้ราวกับส่งสัญญาณศิโรราบ แต่น่าหลันซือซือมีการข่าวแม่นยำกว่ากองราชองครักษ์ลับ ไหนเลยไม่รู้ว่านี่เป็นการเสด็จอย่างมีเนื้อหากว่าสนองกิเลสชายหญิง ส่วนลึกของนางจึงกล้าเดิมพัน เฉียงหมินหลงมิใช่บุรุษหลงใหลรสชาติสตรี กระทั่งทอดทิ้งราชการแผ่นดิน

เมื่อสองเปาคลายระวังฟู่หวงแล้ว สุดท้ายพวกเขาก็ไปออกกำลังกายอย่างคึกคักกัน น่าหลันซือซือนั่งดูพ่อลูกร่วมทำกิจกรรมพร้อมข้าราชบริพาร พอได้เวลาเหมาะสม ชีกงปี้กับเจ๋อกงกงย่อมคอยรับใช้ไป๋เฟินเสียนเฟยและหวงช่าง ส่วนเผิงกงปี้แยกไปดูแลหวังจื่อฝาแฝดจนหลับ

น่าหลันซือซือแต่งกายยุ่งยาก ทำให้เสียเวลาปลดนานกว่าปกติ เฉียงหมินหลงจึงพากายลงไปแช่น้ำคอยแล้ว ร่างอรชรในชุดคลุมตัวในค่อยเดินอย่างเงียบเชียบเข้ามา นางปรนนิบัติชำระเนื้อตัวบุรุษฉกรรจ์เท่าทุกคราว ทว่าเปรียบครั้งอื่น มังกรหนุ่มค่อนข้างเยือกเย็น เหมือนใช้งานคนทำหน้าที่กูกูประจำกง ปราศจากสัมผัสเล้าโลมที่หวังให้ภรรยาพร้อมใจ

พอแยกข้างไปผลัดชุดนอนออกมา ภายในห้องเลยเหลือลำพังคู่หนุ่มสาว ขณะที่ชีรัน เจ๋อกงกงกับกูกูประจำกายจักรพรรดิล่าถอยไปเฝ้าเวรข้างนอกแล้ว นัยน์ตาดำดิ่งจ้องสิ่งของบนโต๊ะข้างเตียง มันคือกองตำราสิบสองเล่มกับกระปุกเคลือบ ที่ระยะนี้หลายชนชั้นชมชอบซื้อมาสะสมอาหารแห้ง

หญิงสาวมองตามสายพระเนตร พลางแน่ใจความคิดส่วนตนเพิ่มขึ้น เป็นการมาอย่างต้องการหยั่งเชิงใจคนจริงแท้ โฉมสะคราญจึงยืนสงบเสงี่ยม ทั้งคอยเขาเปิดฉากด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน ยามเฉียงหมินหลงหันหาเจ้าของห้อง เขาก็พบสาวงามที่คืนนี้แลโอนอ่อนชวนระวัง

ภายใต้แสงโคมสีอ่อนละมุน ช่างสรรค์สร้างบรรยากาศมายาลวง ขับดวงหน้าที่หาสตรีไหนเทียบยากดูเย้ายวนตา อำนาจจิตที่อ่อนแอมักจะยั่วยุให้ลองติดข่ายเสน่ห์นางสักหน แต่มันกลับไม่ยอมรับรองว่า พอปล่อยวิญญาณเข้าหาน่าหลันซือซือแล้ว สุดท้ายจะสามารถถอนคืนกลับร่างได้!

จากประสบการณ์แก่กล้า ทั้งไม่ประมาทด่านสาวงาม เฉียงหมินหลงจึงพิจารณารอบห้องหนหนึ่ง จนมั่นใจว่าปราศจากเงาคนหลบซ่อน รวมถึงไร้กลิ่นแปลกปลอมในอากาศ สถานที่แห่งนี้แลผ่องแผ้วดี ทำให้มังกรโอหังผ่อนคลายเส้นสาย

ร่างสูงแข็งแรงนั่งลงริมเตียง สองมือวางทาบเหนือเข่า แล้วใช้ดวงตาเฉียบคมจับที่เสียนเฟยนิ่ง ท่วงท่าละม้ายเป็นกันเอง แต่จงใจเปล่งรัศมีข่มเหงคนออกมาอยู่

“ไม่คาดอ้ายเฟยมีความสนใจทางนี้ด้วย ถือเป็นการดีที่คดีคุณไสยก่อนหน้า มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเป็นแผนใส่ร้ายชวนรังเกียจจากผู้อื่น”

หญิงสาวถูกเล่นงานถึงกับกะพริบตาปริบ ทั้งที่ในใจแปลบปลาบ เหมือนติดตะขอขยุ้มเกี่ยวเนื้ออยู่ ไม่นานพวกมันอาจโดนรูดเข้าหากันด้วยฝีมือเขา สีหน้าหวานหยาดเยิ้มคงบังรอยเหยเกไว้ไม่ไหว โฉมงามเลยหลบหลีกอย่างคับแค้นอก

สวรรค์ พวกท่านเจาะจงบุคคลผู้นี้ มาทดสอบตบะนางหรือ!

เฉียงหมินหลงละม้ายไม่รับรู้ไอเดือดเบาบาง ทำให้ย้ำถามอย่างผ่าเผย

“อ้ายเฟยเริ่มสนใจทางนี้แต่เมื่อไหร่กัน”

น่าหลันซือซือค่อยเลื่อนสายตาขึ้น แม้ไม่จ้องตอบอย่างแข็งกร้าว อารมณ์ของนางก็ก่อปราการสูงลิ่วแล้ว ต่อให้เฉียงหมินหลงกำลังหยั่งเชิงคนอยู่ หรือพาเจรจาไปเรื่อยเปื่อย กับคนฉลาดเกินธรรมดาอย่างเขา หญิงสาวคิดว่าตั้งป้อมรับไว้ก่อนย่อมปลอดภัย นางปรายดูข้าวของบนโต๊ะ แล้วก้มหน้าตอบเสียงอ่อนเบา ฟ้องถึงความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนกะทันหัน

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันเพิ่งค้นพบไม่นาน...ว่าค่อนข้างจะน่าสนใจเพคะ”

เฉียงหลงหวงตี้บิดยิ้มและจงใจรุก

“เพราะสาเหตุเช่นนี้ อ้ายเฟยจึงเผยแพร่เนื้อหาให้คนในไป๋ฮวากง ทำตามกลุ่มที่นิยมเหล่าหลันอยู่หรือ”

อา...หญิงสาวสูดอากาศเข้า แล้วระบายออกเป็นระเบียบ ไม่ให้มันติดขัดจนสมองด้อยประสิทธิภาพ

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันลองพิจารณาอย่างรอบคอบขั้นหนึ่งแล้ว คิดว่าการทำตามตำราตี้จือ ไม่ได้ก่อเหตุเดือดร้อนแก่ใครเพคะ แตกต่างจากศาสตร์คุณไสยที่มุ่งสาปแช่งชะตาคน แม้หม่อมฉันไม่อาจทราบอนาคต ว่าธัญพืชและอาหารแห้งที่เก็บไว้ในทุกวัน จะสามารถนำมาซึ่งโชคลาภหรือช่วยบรรเทาทุกข์เข็ญของหม่อมฉันทางใด แต่ช่วงพายุหิมะปักษ์ต้าหานตัดเส้นทางขนส่งเสบียง หม่อมฉันก็ใช้แจกจ่ายคนยากไร้ หรือส่งไปบำรุงขวัญกำลังกองทหารได้เพคะ”

น่าหลันซือซือกล่าวเหตุผลครบถ้วน น้ำเสียงอาจฟังขาดแรงมุ่งมั่นไปหน่อย แต่ก็ลวงโอรสสวรรค์ไม่สำเร็จ ผู้ใดคอยส่งข่าวให้นางกัน เหตุไรจึงเล็ดลอดหูตาราชองครักษ์ลับเสียทุกคราว!

“อ้ายเฟยคิดดี มีเหตุผล แต่เจิ้นอยากทราบว่า อ้ายเฟยรู้สาเหตุที่เหล่าหลันเป็นกระแสนิยมหรือไม่”

คะนึงถึงเหล่าราษฎรที่จะทุกข์ยากเพราะซิย่ะแล้ว เมื่อสบช่องให้เตือนคนใหญ่คนโต น่าหลันซือซือก็ไขว่คว้าทันที

“หม่อมฉันทราบมาว่า เหล่าหลันเคยให้คำทำนายที่แม่นยำกับคนจำนวนมาก เมื่อเหมือนนางเตือนถึงลางร้ายในตำรา พวกเขาย่อมเชื่อถือเพคะ”

เฉียงหมินหลงมองคนงามที่อยู่ๆ แววตาสดใส จึงซักไซ้คล้ายเพลิดเพลินกับนาง

“แล้วอ้ายเฟยเชื่อถือหรือไม่ ลางร้ายสามารถเกิดก่อนสิ้นรัชศกหมิงหลงที่สิบ และจะกระทบเส้นทางฝูงชนทั้งสิบสองตี้จื้อดังที่ทำนายเอาไว้”

หึ!

ในเมื่อเขาก็ให้คนจับตาเฝ้าไป๋ฮวากง ช่วงปีใหม่ยังตามจับตัวนางนอกวังหลวง น่าหลันซือซือต้องไหวระแวงบ้างแล้ว ฐานะหลันเซียนเชิงที่เคยใช้เลี้ยงชีพกับช่วยเหลือผู้คน อาจไม่ใช่ความลับต่อเฉียงหมินหลง ฉะนั้นนอกจากตำราตี้จือที่มู่เฉิงเซี่ยงนำมาให้พิจารณา อัครเสนาบดีเฒ่าผู้นั้นเลยได้คำทำนายฉบับตรงที่นางให้จูเฉิงเซี่ยงจ่างสือไป เฉียงหมินหลงจะได้ส่งคนออกหาข้อมูลซิย่ะเอง

แล้วตอนนี้เขายังจงใจสอบความเหล่าหลัน ที่เป็นอีกโฉมหน้าของไป๋เฟินเสียนเฟยอยู่!

กรณีถางป่าเพื่อถามทางตรง น่าหลันซือซืออาจวิเคราะห์เลือกได้ ว่าสมควรเปิดเผยหรือซ่อนอยู่ในดงไม้ต่อไป แต่เขากลับอยากให้หลันเซียนเชิงคงความลึกลับไว้ นางเลยต้องอ้อมตอบอย่างเหมาะสม

“ทูลหวงช่าง สามารถกล่าวได้ว่าหลันเซียนเชิงสร้างชื่อเสียงให้หมู่ชนประจักษ์แล้ว ทว่าหม่อมฉันอยู่ภายในรั้ววังหลวง ย่อมอาศัยเพียงสังหรณ์ถือเคล็ด ไม่อาจถวายคำอธิบายที่มีหลักการได้ ขอหวงช่างโปรดเมตตาอภัยโทษหม่อมฉันด้วยเพคะ”

ร่างอรชรทำทีจะทรุดลงคุกเข่า แต่เฉียงหลงหวงตี้ชิงปรามก่อน

“ลุกขึ้น!อ้ายเฟยไม่ต้องหวาดกลัวไป ในเมื่อเพียงอาศัยความรู้สึกกระทำ เจิ้นย่อมไม่ถือสา แต่คิดสงสัยประการหนึ่ง เป็นไปได้หรือไม่ที่เหล่าหลันลอบใช้วิชาสะกดใจผู้คนอยู่”

ใต้แรงกดดันปริมาณมหาศาล โฉมสะคราญย่อมเคร่งเครียดคิด จนกายแบบบางสั่นเบาๆ ทว่าแท้จริงแล้วด้วยความอดกลั้นที่จะไม่ระเบิดโทสะออกมาต่างหาก เห็นกันอยู่ว่า ถ้าคำกล่าวที่นางใช้วิชาสะกดใจเป็น ป่านนี้เขาจะเหลือสติไต่สวนคนเหรอ!

สวรรค์!

มังกรเดินดินผู้นี้ตีเส้นประสาทนาง จนใกล้คลุ้มคลั่งแล้ว!

“หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่เคยทราบมาก่อนเพคะ ใต้หล้าก็มีวิชาดำมืดของสำนักมารแฝงอยู่ในหนังสือหนึ่งเล่ม และสามารถสะกดใจผู้อ่านให้ยึดถือเพียงเนื้อหา แล้วอาจชักเชิดคนจิตอ่อนแอก่อเหตุร้ายขึ้นมาได้ หม่อมฉันกังวลเหลือเกินเพคะ จะมีวิธีพิสูจน์หรือไม่ว่าหนังสือเล่มไหนบรรจุศาสตร์ชั่วร้ายอยู่เพคะ”

เมื่อเสียนเฟยคนงามตื่นกลัวจนหน้าซีดขาว จักรพรรดิก็ถอนหายใจ ยิ่งกวาดต้อน นางยิ่งสติปัญญาไร้แบบแผน นิสัยเหลวไหลเยี่ยงนี้ ยังจะมีความกริ่งเกรงอะไรเหลืออีก!

“อ้ายเฟย วิชาสะกดใจที่เจิ้นเอ่ยถึง คือกลวิธีใช้สารสื่อความโดยมีเจตนาปลุกระดม หรือยุแยงให้เกิดเหตุร้าวฉาน หรือจุดความสับสนภายใน เรียกได้ว่าฉวยโอกาสโจมตีจุดอ่อนไหวทางจิตใจชนิดหนึ่ง”

หลังจากฟังคำอธิบายชัดเจนแล้ว สาวงามค่อยคลายแตกตื่น ราวกับก่อนหน้านี้ นางจินตนาการเอาเองหมดว่าวิชาสะกดใจคือคาถาลี้ลับ เมื่อปลุกเสกใส่หนังสือแล้ว สามารถออกอิทธิฤทธิ์เล่นงานคนไม่เลือกหน้า อาจบังคับร่างกายพวกเขาราวกับปีศาจสิง น่าหลันซือซือเลยยิ้มเจื่อนใส่สายตาเฉียบดุ

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันคิดน้อยเกินไปมากจริงแล้วเพคะ จึงไม่เคยสำเหนียกภัยแอบแฝงในตัวอักษร เช่นนั้นแล้ว หวงช่างจะมีพระบัญชาส่งคนไปตรวจสอบเหล่าหลันหรือเพคะ”

นัยน์ตาดำคล้ำสะท้อนประกายวูบ จากนั้นเขาค่อยหัวเราะชอบใจ

“ฮ่าๆ อ้ายเฟยกังวลเกินไปแล้ว เจิ้นย่อมคล้อยตามเหตุผลที่อ้ายเฟยกล่าว จึงไม่เห็นผลเสียที่ชาวเมืองสะสมธัญพืชหรืออาหารแห้งเท่าไหร่ การนำตัวเซียนเชิงชราคนหนึ่งมาซักความที่วังหลวง เกรงจะเล่าลือไปร้อยแปดประการ กลายเป็นเหตุลุกลามใหญ่โตภายหลัง ในเมื่อตำราตี้จือชุดนี้ แค่ปลุกกระแสเคล็ดสะสมอาหารแห้งจนโด่งดัง เจิ้นคงไม่ถือสาหาความใคร”

อา...ไม่ใช่แค่ท่านต้องการคำตอบจากหลันเซียนเชิง ว่าควรเชื่อถือคำทำนายฉบับงมงายดีหรือไม่ดีใช่ไหมล่ะ!

รับรองเวลาที่ฝูงซิย่ะยกทัพข้ามด่านพายัพมา ความแตกตื่นจะระเบิดขึ้นชนิดมังกรนั่งก้นไม่ติดบัลลังก์เชียว!

ต่อให้ในใจคิดค่อนขอดอยู่ น่าหลันซือซือก็ใช้แววตาสุกสกาวเยินยอคน

“เป็นวาสนาบุญมหาศาลแล้วเพคะ ที่นำให้หม่อมฉันได้พึ่งพิงพระบารมีหวงช่าง...”

เฉียงหมินหลงนิ่งไปครู่ ก่อนปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอีก

นางได้แต่เก็บงำความไม่พอใจ กระทั่งพญามังกรสงบอารมณ์ขันแล้ว ท่าทางเขาผ่อนคลายลงหลายขั้น จึงกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงพนักเตียง ทั้งชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นวางมือ สาบเสื้อนอนที่ผูกปมทบหลวมๆ เลยเผยอแยก โอ้อวดมัดกล้ามแน่นตึงตั้งแต่ลำคอถึงครึ่งหน้าท้อง

จู่ๆ เปลี่ยนมาใช้ด่านชายงามทดสอบสตรี เจตนาให้นางก้าวข้ามไปโดยสะดวกเลยใช่ไหม!

“หลายวันก่อน เจิ้นได้ยินว่าอ้ายเฟยเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วที่เทียนโส้วกง และด้วยตำราตี้จือชุดนี้ แม้หมู่โฮ่วไม่โปรดปรานเรื่องราวเหลวไหลนอกหลักธรรม ยังประทานโถมงคลให้หมินจือหมินเหมิงมาคนละใบ ท่าทางหลันเซียนเชิงอาจมีจิตใจไม่เลวนัก”

น่าหลันซือซือเหงื่อไหลซึม ขณะเดียวกันอยากกัดแทะเนื้อบุรุษสูงศักดิ์ข้างหน้านัก เขาไปตะแคงหูฟังท่าไหนมาจึงจับความมาเพียงครึ่งเสี้ยว มีแต่เกี่ยวพันพวกนางสามแม่ลูก ส่วนเจียงกุ้ยเฟยซึ่งร่วมเหตุการณ์ด้วยกัน คล้ายล่องหนหาย เลือกหูตาสว่างไสวเฉพาะคนดุจนี้ นางจนคำด่าแล้ว!

ทว่าถ้าละเลยเล่าความจริงให้กระจ่าง หญิงสาวก็กลัวแต่นางเป็นฝ่ายเสียกระดาน จึงแสร้งกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา

“ทูลหวงช่าง เจียงกุ้ยเฟยเห็นว่าหม่อมฉันระยะหลังชอบศึกษาตำรายามว่าง จึงเมตตามอบตี้จือประจำปีของหม่อมฉันมา แต่คนในไป๋ฮวากงหาทางนำมาให้หม่อมฉันแล้วสี่เล่ม พอเข้าเฝ้าหวงไท่โฮ่วที่เทียนโส้วกง หม่อมฉันค่อยทราบว่าเจียงกุ้ยเฟยตั้งพระทัยถวายชุดตำราตี้จือประจำปีให้หวงไท่โฮ่วด้วย เมื่อหวงไท่โฮ่วทรงทราบว่าหม่อมฉันกับเสี่ยวหวังจื่อเริ่มสะสมเคล็ดไปแล้ว ทรงมีโถเคลือบลวดลายงดงามอยู่หลายใบ จึงประทานให้จิ่นคงหวงไท่จื่อ หมินจือและหมินเหมิงมาคนละใบเพคะ”

แนวคิ้วหนาขยับยก

“แล้วขณะนั้น หมู่โฮ่วมีทีท่าสนใจทำตามเคล็ดด้วยหรือ”

หญิงงามหยุดทบทวนเหตุการณ์ ก่อนเผยความไม่มั่นใจออกมา

“หม่อมฉันไม่ทราบแน่ชัดเพคะ แต่หวงไท่โฮ่วตรัสว่าจะทรงอ่านทั้งสิบสองเล่ม เพราะโปรดคติที่หลันเซียนเชิงแทรกผ่านตำรามาเพคะ”

สายตาเฉียงหมินหลงเหมือนจะอ่อนกำลังลง

ทุกทีเลย!

พอตบเล็บเล่นหัวนางจนพอใจแล้ว เขาก็จะทำทีแจกรางวัล!

“แล้วอ้ายเฟยอ่านจบไปกี่เล่ม...”

“หม่อมฉันอ่านได้หกเล่มแล้วเพคะ”

จักรพรรดิหนุ่มพยักหน้ารับ

“เจิ้นคาดว่าอ้ายเฟยน่าจะอ่านตี้จือประจำปีตนเอง หมินจือและหมินเหมิงจบแล้ว แนวทางคำทำนายเป็นเช่นไร”

น่าหลันซือซือย่อมกระตือรือร้นตอบ

“รูปแบบเหมือนกันทุกเล่มเพคะ ขั้นแรกทายนิสัยใจคอคนประจำอักษรตี้จือ จากนั้นมีวันมงคลหรืออวมงคล มีกระทั่งสีสันส่งเสริมโชค คล้ายแจ้งฤกษ์วันเดือนปีกับช่วงเวลาเหมาะสมเพคะ ช่วงท้ายเล่มค่อยเผยเคล็ดสะสมให้พ้นภัยที่คนประจำอักษรตี้จืออาจพบในอนาคต หม่อมฉันยังสนใจเนื้อหาระยะต้นกับกลาง อ่านสนุกสนานดีเพคะ เอาไว้ร่วมสนทนากับผู้อื่น”

แต่เขาได้ยินว่า เวลาเข้าเฝ้าหวังหวงโฮ่ว ไม่มีใครเอ่ยถึงการถือเคล็ดสักปาก แล้วไป๋ฮวาเฟยจะร่วมสนทนากับใคร!

“ผู้อื่น...เป็นผู้อื่นในวังหลวงหรือ”

สาวงามผงกหัวอย่างว่องไว

“เพคะ”

“มีใครบ้างที่ร่วมสนทนากับอ้ายเฟย”

น่าหลันซือซือเว้นช่วงคิด ก่อนนับนิ้วใต้ชายแขนเสื้อ

“ขณะนี้มีเจียงกุ้ยเฟย หวงไท่โฮ่ว และเจี่ยเม่ยเหนียงเหนียงจำนวนหนึ่งเพคะ แต่หม่อมฉันไม่มีโอกาสสนทนาด้วย ขณะรอเวลาเข้าเฝ้าหวงโฮ่ว ค่อยแว่วเสียงเอ่ยถึงตำราตี้จือกับเคล็ดบ้างเพคะ”

“แสดงว่าเป็นที่สนใจพอควร”

เฉียงหลงหวงตี้ตระหนักอุบายสตรีในปากคำนาง ข่าวที่ลือหนาหูนั้น ปรากฏแค่ไป๋ฮวากงเชื่อถือคำทำนาย ทั้งบังคับข้าราชบริพารปฏิบัติตามทั้งกง หมู่โฮ่วผู้ทรงศักดิ์ก็ไม่พ้นโดนลมปากนางเกลี้ยกล่อม เขาว่ามู่ซิ่วลายมือเจ้าเล่ห์ไม่เลวแล้ว ยังล่าช้ากว่าฤทธิ์ริษยาของฝ่ายใน!

“เพคะ แต่หม่อมฉันไม่กล้าเอ่ยมากความ ไม่ทราบเหตุใดจึงเกิดเรื่องว่าหม่อมฉันบังคับคนทั้งไป๋ฮวากง ที่จริงแล้ว หม่อมฉันสอบถามความสมัครใจก่อน พอพวกเขาเห็นด้วย ค่อยจัดหาธัญพืชกับอาหารแห้งให้เพคะ”

วรองค์สูงพินิจสีหน้าเสียนเฟยชาวหรวนตี้ ก่อนคลี่ยิ้มคล้ายอ่อนโยนให้เห็นแวบหนึ่ง แล้วเหลือแต่แววนุ่มลึกขณะกวาดชมโฉมนาง ชุดขาวเนื้อนุ่มบนเรือนกายอ้อนแอ้น กำลังกระชับส่วนโค้งส่วนนูน ประกอบกับผิวพรรณเนียนขาว น่าหลันซือซือจึงละม้ายเปล่งประกายแวววาวอยู่ เครื่องหน้าคมชัดของหญิงสาวไม่หยาบแข็งเท่าชีกงปี้ และผิดแผกสตรีร่วมเผ่า

ระหว่างไป๋ฮวาเฟยเจรจา ริมฝีปากสีแดงฉ่ำยิ่งดูอวบอิ่ม ช่างเปี่ยมแรงเร้าบุรุษจนเกิดอาการกระหาย ทำให้ลำคอแห้งผาก บัดนี้เรื่องราวแก่งแย่งในวังหลัง กลับอยู่นอกความสนใจของเขาบ้างแล้ว สมควรยกย่องต๋าน่าหลันซือซือ ว่านางดูแลสมบัติจักรพรรดิได้ดีมาก!

เฉียงหมินหลงขยับเข่าพอคลายอึดอัด

“ของขวัญช่วงกั้วเหนียนของเจิ้น อ้ายเฟยเปิดดูแล้วถูกใจหรือไม่”

คนที่โดนปรับเรื่องใหม่ซุกรอยยิ้มที่ชักเหยเก คุณสมบัติยอดพธูไม่เพียงตามสามีอย่างว่าง่าย ภรรยาต้องสงวนกิริยาอันอ่อนหวาน อ้า...อึดอัดเหลือเกิน!

เหตุใดสวรรค์จึงกดขี่คน ไม่ให้กระโดดเตะมังกรอันธพาลสักฝ่าเท้า!

ของขวัญพรรค์นั้นประเทืองแต่ปัญหานางทั้งสิ้น!

กำจัดก็ไม่ได้ อวดอ้างก็ไม่ได้ ไร้คุณประโยชน์!

“ทูลหวงช่าง...”

น่าหลันซือซือกลายเป็นสตรีสมองช้าไปแล้ว

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉัน...หม่อมฉันได้รับพระราชทานมา เอ่อ...หม่อมฉันก็เทิดทูนเอาไว้เพคะ!”

คิ้วเข้มเหนือลูกตาดำลึกขมวดมุ่น

นางว่าเทิดทูน...นางเพิ่งว่าเทิดทูนหีบชุนกงถูอยู่!

ยกเว้นไป๋เฟินเสียเฟยที่ถนัดกลพิสดารแล้ว ยังจะมีหน้าไหนกล้าทำ!

หญิงสาวเจอปฏิกิริยาตะลึง เลยรีบปล่อยที่อ้ำอึ้งออกมา

“เป็นหม่อมฉัน...เป็นหม่อมฉันเกรงว่าหีบพระราชทานจะเสื่อมพลังศักดิ์สิทธิ์ จึงได้เทิดทูนเอาไว้อยู่เพคะ”

จากนั้นร่างสูงใหญ่จึงดึงกายขึ้นมาแหงนหน้าหัวเราะฮ่าๆ ทำเอาข้าราชบริพารด้านนอกสะดุ้งโหยง สายตาทุกคู่จ้องประตูห้องบรรทม ไม่ทราบไป๋เฟินเสียนเฟยกราบทูลอะไร หวงช่างถึงพระอารมณ์รื่นเริงเยี่ยงนี้ แต่เจ้าตัวกลับเอียงหน้าแดงก่ำหลบสวามีอยู่ ในใจก่นด่าเฉียงหมินหลงดุเดือด ยิ่งได้ยินคำพูดถัดมา นางยังเลื่อนขั้นเป็นสาปแช่งจักรพรรดิ

“คืนนี้เจิ้นก็ประทับเพิ่มพูนพลังศักดิ์สิทธิ์ให้สถานที่แล้ว แม้อ้ายเฟยเปิดหีบดูสักหน คงไม่เสื่อมสิ้นในคราวเดียวแน่นอน ดังนั้นเรียกคนนำเข้ามาเถิด...”

น่าหลันซือซือกระตุกหน้ากลับทันที เห็นได้ชัดว่าเป็นพิรุธ นี่ไม่ใช่กำลังมุสาจักรพรรดิอยู่หรือ นางเปิดหีบพระราชทานแล้วไยปฏิเสธความจริงเล่า ด้วยอารมณ์ปลอดโปร่งเกินธรรมดา มังกรหนุ่มย่อมโปรดจะเย้าแหย่คนบ้าง

“ไม่...ไม่ดีเพคะ เอ่อ...หม่อมฉันขอพระราชทานอภัยโทษที่เสียกิริยาด้วยเพคะ ยามนี้ดึกดื่นสิ้นแสงแล้ว ทุกคนต่างอ่อนเพลียทั้งวัน หม่อมฉันใคร่ขอพระราชานุญาตเปิดหีบพระราชทานพรุ่งนี้เพคะ”

แต่เฉียงหมินหลงขมวดคิ้วค้าน หมายความว่านางเปิดแล้ว เอาไปทิ้งมุมไหนสักแห่งในไป๋ฮวากง หรืออาจขวัญแข็งกล้าทำลายทิ้ง เขายิ่งต้องเรียกหาให้สำเร็จ

“โคมในห้องยังไม่ดับ จะมีผู้ใดบังอาจหลับสนิทก่อนเจิ้น!”

เจตนาชายหนุ่มตั้งใจบีบนางอมหวงเหลียนในปากชัดเจน จะคายออกมาย่อมโดนตี จะกลืนลงคอคงสำลักตาย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนถึงขั้นกลอกกลิ้ง คนจะไปพูดได้หรือ หีบที่เพิ่งทูลไปว่าขึ้นแท่นบูชาอยู่ แท้จริงซ่อนใต้เตียงหลังเดียวกันนี่เอง

“ทูลหวงช่าง เอ่ยถึงพระบารมีศักดิ์สิทธิ์แล้ว หม่อมฉันสำนึกพระกรุณาเสมอมา โปรดอนุญาตให้หม่อมฉันถือเคล็ดมงคลทดแทนพระเมตตาด้วยเพคะ”

แล้วร่างอ่อนช้อยก็หมอบราบแทบพื้น เฉียงหลงหวงตี้ดูผ้าขาวกระจายแผ่ดั่งกลีบบาน มียอดเกสรเป็นช่อผมสลวย เขาย่อมแลทะลุความคิดอ่านของนาง สุดท้ายไป๋ฮวาเฟยยังยกข้ออ้างตอบแทนพระคุณมาช่วงใช้ หรือโดยนัยคือยอมอาสาชื่อให้หว่านต้าสือหนง

ดี!

ดีนัก!

ใบหน้าหล่อเหลาคล้ำมืด หรืออาจเป็นเพียงเงาม่านบังเอิญพาดผ่าน

“เจิ้นไม่รู้อักษรตี้จือประจำปีเกิด...”

น่าหลันซือซือยังหนาวสันหลังวูบวาบ ย่อมไม่กล้าโงหัวขึ้น

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันพอจะทราบบ้างเพคะ เป็นเล่มอักษรตี้จือ‘เฉิน’(辰ปีมะโรง งูใหญ่ หรือมังกร)ที่หม่อมฉันเพิ่งอ่านจบเพคะ”

เรียกว่ากำเนิดมาสืบสันดานหวงหลง ทั้งเก่งกล้าจนนั่งตำแหน่งโอรสสวรรค์ เฉียงหมินหลงก็อยู่ในนักษัตรมะโรง นับเป็นผู้ที่มีความเป็นมังกรเข้มข้นมาก!

“แล้วเจิ้นควรสะสมธัญพืชชนิดไหน”

นางผงกหัวเล็กน้อย เหลียวไปทางโต๊ะวางตำรา โชคดีเหลือผีกงกงตนหนึ่งคอยสังเกตการณ์ให้จ้าวฮองเฮาอยู่

“เป็น...เป็นข้าวสารหนักสองเหลี่ยง(น้ำหนัก 2 ตำลึง เท่ากับ 100 กรัม)ราวๆ สองกำมือเพคะ กับเนื้อตากแห้งหนักสามเหลี่ยง(น้ำหนัก 3 ตำลึง เท่ากับ 150 กรัม)เพคะ”

พอเงามืดเคลื่อนไหวผ่านไป เฉียงหมินหลงค่อยเอนหลังนั่งกึ่งนอน ท่วงท่าผ่อนคลาย

“เห็นแก่อ้ายเฟยเปี่ยมเจตนาดี คำนึงถึงบุญกุศลแทนเจิ้นแล้ว ก็อนุญาตให้เขียนรายงานชนิดธัญพืชกับอาหารแห้ง และปริมาณต่อวันที่ไป๋ฮวากงต้องการถึงห้องเครื่อง นับแต่พรุ่งนี้ เจิ้นจะกำชับให้จัดส่งมาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสิ้นสุดระยะถือเคล็ด ถ้าสิ้นปีเหลือของแห้งจำนวนมากอยู่ในวังหลวงแล้ว การนำแจกประชาชนรับบรรยากาศมงคลรัชศกหมิงหลงปีที่สิบเอ็ด ก็ฟังสร้างสรรค์”

สาวงามย่อมก้มศีรษะประกอบคำสรรเสริญ

“ขอบพระทัยหวงช่าง ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่น ปีเพคะ”

อัจฉริยบุคคลผู้นี้เล็งสายตาเฉียบขาดกว่าเจ้าเวหา การสร้างผลงานทางลับของนาง อาจพอเปิดเส้นทางให้เขาไว้ไมตรีกันภายหลัง ระหว่างหมอบคิดอยู่ หูยังแว่วเสียงเคลื่อนไหว แล้วสองแขนก็ถูกเกาะกุม ไม่เพียงเท่านั้น เรี่ยวแรงบางอย่างกลับส่งผ่านมาพานางลุกได้!

เฉียงหมินหลงปักหลักอยู่เบื้องหน้า ความเคลื่อนไหวคนมีวิทยายุทธ์ละม้ายภูตผียิ่ง ถึงคุ้นชินกับบรรดาวิญญาณที่บางทีมาไม่ให้เสียง น่าหลันซือซือก็หัวใจกระตุกบีบ ยามสองแขนเป็นอิสระ นางจึงแว่วเสียงดีดนิ้ว จากนั้นไฟทุกดวงพร้อมใจดับวูบ

ในที่สุดห้วงราตรีค่อยสบโอกาสขยายอาณาเขต โฉมสะคราญไม่ทันตระหนกใจ ร่างอ่อนนุ่มกลับโดนรวบชนกล้ามเนื้อแข็ง เรียวปากที่เผยออ้ากลายเป็นเปิดรับสัมผัสกระโจนใส่ มือขวาผ่องจึงกำฉลองพระองค์ประท้วง แต่ก็ไร้แรงปราม!

เพียงหยุดกวาดลมหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายยังล่องลอยราวกับก้อนนุ่นถูกคนหอบไปได้ นัยน์ตาสีอ่อนย่อมเบิกกว้างหาเงามืดที่ค้ำยันอยู่ แผ่นหลังนางเอนราบนาบเตียงแล้ว ขณะปลายนิ้วหยาบกร้านสำรวจผิวแก้ม ทำให้แสงโคมใต้ชานเรือนสาดสว่างพอเห็นกันรางๆ ก่อนโฉมสะคราญจะหัวหมุนติ้วอีกตลบ ยามพวกเขาพันกลิ้งบนที่นอนเกือบรอบครึ่ง กลับกลายเป็นหญิงสาวใจอาจหาญ ทรงตัวขึ้นก่ายเกยเหนือมัดกล้ามขึงตึง ทั้งระเหยไอร้อนออกมาไม่ขาดสายแทน

อา...ฮึก!

ถึงขั้นจัดนางอยู่บนเลยหรือ!

น่าหลันซือซือกำลังมือไม้เงอะงะ จึงนอนแน่นิ่งอยู่ แล้วเกร็งเส้นสายกระทั่งกล้ามเนื้อชาด้วย!

แต่ต่อให้ทรมานขนาดไหน เมื่อเจอเบาะรองนอนมีชีวิต แต่ไร้ความเคลื่อนไหวเข้า หญิงสาวก็สับสนจนจิตใจป่วนปั่น และนางยังแน่ใจตรง ว่าตรงต้นขาที่สัมผัสถูกอยู่นี่ ไม่มีท่าทีลุกขึ้นมาเผด็จศึกด้วย!

ครู่ใหญ่ น่าหลันซือซือค่อยได้ยินเสียงคล้ายสัตว์ร้ายกรนเบาๆ

คือ...คืออะไร!

สุดท้ายคือหลับไปแล้วหรือ!

หญิงสาวอยากร้องไห้ก็ติด จะหัวเราะก็ขัด สภาพที่นางแกะไม่ออก แคะไม่หลุดตอนนี้ ราวกับถูกมัดติดขอนไม้หนึ่งท่อนแท้ๆ!

พอจนปัญญาเคลื่อนไหว สาวงามเลยจัดแขนขาพอนอนสบายบ้าง กระทั่งผล็อยหลับในที่สุด แม้ฐานะเสียนเฟยชาวนอกด่านจะไม่มีงานฝ่ายในต้องดูแล แต่การเตรียมรับภัยพิบัติศัตรูพืช และผลัดเดินทางเอาใจเทียนเฟิ่งหวงกงที เทียนโส้วกงที เทียนหลงกงที พลังงานย่อมฟื้นคืนแทบไม่ทัน

ไหนเลยจะรู้ว่า เฉียงหมินหลงแค่จำแลงหลับ!

หลังหลอกภรรยาว่าหัวถึงหมอน เขายังหลับสนิททันที ระหว่างครุ่นคิดความลับของนางอยู่ แทนที่จะสะกิดถามสักคำ ไป๋ฮวาเฟยกลับชิงเข้าห้วงนิทรารมณ์ไปไวยิ่งกว่า มังกรฉกรรจ์จึงเกิดกระแสความรู้สึกที่ซ่อนเงื่อนบ้าง

ยามเลือกเสด็จพักผ่อนที่ไป๋ฮวากงหลังทรงงาน เฉียงหมินหลงมีเจตนาตามที่ตั้งไว้ ต๋าน่าหลันซือซือไม่เพียงปลุกปั่นมวลชนมาสนับสนุนราชกิจ นางยังเป็นสตรีหนึ่งเดียวที่ต่อต้านสัมผัสยวนยางกลมเกลียว ถึงไม่พึงใจปฏิกิริยาดังกล่าว ทว่าก็ทำให้เลือกบรรทมร่วมหรือไม่ต้องได้

เฉียงหมินหลงมีความเหน็ดเหนื่อยสะสมอยู่มาก ขณะนี้จึงโปรดปรานไป๋ฮวากงกว่ากงอื่น เพราะตั้งใจหลับให้อิ่มเอมสักคืน ตื่นมาก็พอกระพือกระแสว่า ไป๋เฟินเสียนเฟยเป็นที่หลงใหลอย่างยิ่งได้ คือวิธียิงธนูดอกเดียว แล้วได้นกสองตัว แต่...

แต่นางกลับไม่ใส่ใจจักรพรรดิ!

หึ!

จอมคนแค่นหัวเราะ หากมองให้ดี ในมือข้างหนึ่งปรากฏตลับโลหะไร้ที่มาแล้ว การแก้แค้นคนนอนเต็มอิ่ม ให้ตื่นมาประสบเหตุวุ่นวายจิตใจ ย่อมเหมาะสมทุกประการ!

คุยกับแพนด้า:(16/12/18)

แพนด้ามาเปิดบทแล้วจ้า ไม่ได้หายไปไหนนะคะ ก็มาตามปกติ 5555 อาทิตย์ถึงอาทิตย์ละตอนค่ะนักอ่านขา อย่าเพิ่งตัดพ้อว่าเจอกันอีกทีปีหน้าเลยน้า แพนด้าสะเทือนใจ ฮ่าๆ นี่ก็กล้าพูด ตอนนี้กำลังปั่นจนกล้ามเนื้อแขนปูดเลยค่า อัพเดตตอนนี้ก็คือ แพนด้าเขียนมือคร่าวๆ ไปถึงบทที่ราวๆ ห้าสิบ นับรวมเล่ม 1 ด้วยนะคะ เหลือเวลาอีกสองเดือนในการทำต้นฉบับเล่มที่สองให้จบสมบูรณ์ ประมาณ 60 บท เท่ากับตกเล่มละ 30 บทนะคะ

ทุกวันนี้ไฟลนก้นมากเลยค่ะ เจอคำผิด เรื่องพล็อตหลุด หรืออะไรทักบอกเลยนะคะ แพนด้ามีเวลาทวนงานน้อยมาก บางทีอาจเขียนวนไปวนมาด้วย 55555 เป็นอาการย้ำคิดย้ำทำชนิดหนึ่งของแพนด้าเอง ฮือออ ตอนลงนี่อาจจะเจอชัดเจนหลายบริบทนะคะ เพราะไม่ได้กรองอ่านจริงๆ จับไม่เจอเลย เขียนอะไรไป ลืมก็ยังมี...เอ่อ นี่กระทั่งตัวเองก็แฉให้คนอ่านรู้อีก 55555 ตอนนี้แพนด้าพยายามเขียนเดินหน้าไปก่อน ถ้าเสร็จก่อนเดดไลน์ ก็มีเวลาทบทวนเก็บงานอีกรอบหนึ่ง

เวลากระชั้นมากจริงๆ สำหรับเล่มสอง และทำท่าจะยาวไปถึงเล่มสามสี่ด้วย เหตุผลที่บก.อยากให้ออกไวๆ แพนด้าก็เข้าใจนะคะ แต่ความสามารถไปไม่ถึง ไม่รู้จะทำยังไงเลยค่ะ

TT V TT เรื่องดอกไม้มังกรเป็นงานท้าทายขีดความสามารถของแพนด้าที่สุดเลย ทั้งวัฒนธรรมจีน ภาษาจีน และนิสัยของตัวละครที่ตั้งขึ้นมา

สถานะเรื่อง:ยังไม่จบ

สถานะการลงเรื่อง:ยังลงต่อเนื่อง

สถานะสต็อก:ไม่มี (ปั่นสด ตรวจสด)

วันนัดเจอตอนต่อไป:ยังระบุไม่ได้ (อาจจะเป็นวันไหนก็ได้)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน:ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Malee Saelee Chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 7 เดือน 6 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Nipapun WebHunsa
มีฉากฟินๆสักที55
เมื่อ 7 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว