[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

ตอนที่ 8

เพราะทิ้งแสงดาวไว้ในห้องโดยที่ยังเสียบคีย์การ์ดไว้เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานต่อ หญิงสาวจะได้หายใจสะดวก เมื่อเข้ามายังโรงแรมในเช้าวันถัดมา โนแอลจึงแวะเคาน์เตอร์ต้อนรับเพื่อขอคีย์การ์ดใบใหม่ โดยอ้างว่าลืมหยิบกุญแจติดมือมาด้วยตอนลงมาฟิตเนส แม้จะฟังดูไม่มีเหตุผลที่เขาพกพาสปอร์ตลงไปห้องออกกำลังกาย และสามารถนำมายืนยันตัวตนเพื่อรับกุญแจชุดใหม่ แต่ดันลืมกุญแจห้องซึ่งน่าจะสำคัญกว่า ทว่าพนักงานต้อนรับก็ไม่กล้าซักไซ้มากไปกว่านั้น เพราะเขาเป็นแขกพิเศษซึ่งพักห้องสวีตราคาแพงที่สุดของโรงแรม

ชายหนุ่มรั้งข้อศอกโมนาไว้พร้อมกับลากขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน โดยให้เหตุผลว่า “เกิดแสงดาวยังอยู่ที่ห้อง คุณจะได้ช่วยผมคิดว่าควรทำยังไงต่อดี”

เพียงเปิดประตูห้องสวีต โมนาก็ถอนหายใจเฮือก รู้ดีว่านี่ไม่ใช่ ‘งานเข้า’ แต่ต้องเรียกว่า ‘งานงอก’ ต่างหาก แสงดาวซึ่งแต่งเดรสชุดเมื่อวานนั่งอยู่บนโซฟา หันหลังให้ประตู มองออกไปยังวิวเมืองกรุงนอกหน้าต่างเบื้องหน้า

โมนาตัดสินใจย่อตัวลงกระโดดผลุงไปหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์เครื่องดื่มรูปตัวแอลทางซ้ายมือ พอดีกับที่แสงดาวเอี้ยวตัวมามองทางต้นเสียงราวกับนัดไว้ ฝ่ายนั้นจึงเห็นเจ้าของห้องยืนอยู่เพียงลำพัง

หญิงสาวลุกขึ้นเยื้องย่างมายืนตรงหน้า ดวงหน้าเล็กกระจิริดแต้มยิ้มอ่อนหวาน ตัดพ้อ “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือคะ ดาวตื่นขึ้นมาไม่เห็นคุณ ตกใจแทบแย่แน่ะ”

“ผมเห็นคุณทานข้าวอยู่ดี ๆ ก็ฟุบลงไปแบบนั้น ผมก็ตกใจเหมือนกัน” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ

“นั่นน่ะสิคะ แปลกใจจัง ปกติดาวไม่ใช่คนหลับง่ายนะ จู่ ๆ ก็หมดสติไปอย่างนั้น ไม่รู้มีอะไรอยู่ในไวน์หรือเปล่า คุณคิดว่ายังไงคะ” แสงดาวทำเสียงสนเท่ห์ กล่าวหาคู่กรณีโดยที่เสียงไม่สั่น ไม่สะทกสะท้านสักนิด !

“นั่นสิครับ ผมเองก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะ...” ชายหนุ่มเงียบไปชั่วขณะ “เมื่อวานคุณบอกว่าทำเสื้อเปื้อน จำเป็นต้องผลัดมาสวมเสื้อคลุม แต่ผมไม่ยักจะเห็นรอยเปื้อนที่ว่าเลยนะ”

“เสื้อเปียกได้ก็ต้องแห้งได้สิคะ”

“ผ้าตัดชุดของคุณคงจะดีมาก เพราะโดนน้ำขนาดนั้น แต่แห้งแล้วไม่เป็นรอยเลยสักนิด ปกติผ้าพวกนี้ โดนน้ำแล้วจะทั้งย่นทั้งยับ น่าเกลียดจะตาย ผมว่าคุณกลับไปดีกว่านะแสงดาว แล้วผมจะลืมว่าเมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้น” เจ้าของห้องตัดบท

“ตายแล้ว ! นี่โลกมันเป็นอะไรกันไปหมดคะ ฉันถูกวางยาในห้องพักของคุณ แต่คุณกลับบอกว่าจะไม่เอาเรื่องฉันเนี่ยนะ ที่เมืองไทยคงมีเรื่องใหม่ ๆ ที่คุณต้องเรียนรู้อีกมากนะ และฉันนี่แหละที่จะเป็นคนสอนบทเรียนนี้ให้คุณเอง” แสงดาวหัวเราะตอนท้ายอย่างเยาะหยัน

“อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยแสงดาว เราต่างก็รู้แก่ใจดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น” โนแอลยังคงพยายามไกล่เกลี่ย

โมนาได้ยินเสียงฝีเท้าย่างเบา ๆ บนพื้นไม้ เดาได้ว่าแสงดาวคงจะเข้าไปในห้องนอนเล็กแล้ว เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินผ่านเคาน์เตอร์ไม้หน้าเธอไป เสียงกระพรวนกรุ๊งกริ๊งจากสร้อยข้อมือดังเบา ๆ บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังขยับมือทำบางอย่าง และโมนาก็ได้คำตอบ...

“จนกว่าจะเคลียร์เรื่องของเราจบเรียบร้อย ฉันขอยึดคีย์การ์ดห้องคุณไว้เป็นตัวประกันก็แล้วกันนะคะ”

สุดท้ายเสียงประตูไม้บานใหญ่ก็ปิดดังปัง โมนาลุกขึ้นมายืนแล้วมองข้ามเคาน์เตอร์ไป เห็นโนแอลหันมาสบตากับเธอด้วยแววตาเหนื่อยใจ

“เวรแล้วไง ! ทีนี้เราจะทำยังไงล่ะโนแอล”

“เธอไม่ยอมวางมือง่าย ๆ หรอก ผมคงอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว” โนแอลมีสีหน้าเคร่งเครียด “คุณไปทำงานเถอะ ฝากบอกคุณสันต์ด้วยว่า ผมจะเข้าออฟฟิศสาย ๆ ตอนนี้คงต้องขอเช็กเอาต์ก่อน” เขาฝากเธอไปบอกผู้ช่วยส่วนตัว

“คุณเช็กเอาต์แล้วจะไปอยู่ที่ไหน” โมนาหนักใจแทน แม้ใจหนึ่งจะบอกตัวเองว่าอย่ายื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาด เพราะมันจะกลายเป็นขว้างงูไม่พ้นคอแน่ ๆ แต่อีกใจเธอก็สงสารคนต่างบ้านต่างเมืองที่ต้องมาเจอเรื่องวุ่นอย่างนี้บนแผ่นดินไทย แน่นอนว่าในฐานะที่เป็นคนไทยเป็นเจ้าบ้านคนหนึ่ง เธอย่อมต้องรู้สึกไม่ดีไปด้วย

“ที่ไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่” เขาเหลียวมองรอบห้อง ท่าทางเหนื่อยใจจนน่าสงสาร

โมนากัดริมฝีปากแน่น ห้ามตัวเองสุดฤทธิ์ไม่ให้เสนอความช่วยเหลือ แต่แล้ว...ก็ใจแข็งไม่ไหว หญิงสาวโพล่งออกไปโดยไม่ทันห้ามตัวเอง “ฉันจะให้คุณยืมห้องพักอีกคืนละกัน แต่พรุ่งนี้คุณต้องย้ายออกไปจริง ๆ นะ”

“อย่าเลยลิซ่า ผมไม่อยากฝืนใจคุณ”

แน่ะ ! เล่นตัวอีกนะ โมนาอยากหยิกแขนคนขี้เต๊ะเข้าให้สักหมับ !

“ฉันไม่ง้อนะ โอกาสนี้เปิดให้ครั้งเดียว ถ้าคุณว่าไม่ งั้นฉัน...”

“ตกลง ! ” โนแอลรับคำรวดเร็ว รู้ดีชะมัดว่าช้ากว่านี้ เธอคงเปลี่ยนใจแล้วแน่ “ขอบคุณนะลิซ่า คุณใจดีมาก”

เห็นรอยยิ้มดีใจของเขาแล้ว โมนาก็ใจละลาย แต่ยังฝืนตวัดเสียงเอาบุญคุณ “คืนเดียวเท่านั้น ไม่ต้องมาทำเป็นซาบซึ้งเลย”

“คืนเดียวก็คืนเดียวสิ คืนอื่นยังมาไม่ถึง ผมไม่กังวลถึงมันหรอก” เขาแบมือมาตรงหน้า “ขอกุญแจห้องคุณด้วย เดี๋ยวผมจะย้ายของไปไว้ที่ห้องคุณชั่วคราวก่อน ระหว่างนี้คุณจะเข้าออฟฟิศไปเลยก็ได้”

โมนาดึงกุญแจห้องพักและบัตรผ่านขึ้นคอนโดฯ ออกมาส่งให้ชายหนุ่มอย่างไม่เต็มใจ ถ้าทำได้ก็อยากถอนคำพูดซะจริง เมื่อวานขนาดเขาหิ้วกระเป๋าใบเล็กตามไปใบเดียว เธอยังไม่มีปัญญาไล่เขาออกมาเลย แล้วนี่เขาขนกระเป๋าเดินทางและสมบัติทั้งหมดไปที่ห้อง โมนาจะเอาความสามารถที่ไหนมาตะเพิดเขาออกไปล่ะเนี่ย

ชายหนุ่มรับกุญแจและคีย์การ์ดมาหย่อนใส่กระเป๋ากางเกง แล้วบอก “เดี๋ยวเช็กเอาต์แล้ว ผมฝากกระเป๋าไว้ที่รีเซปชั่นของโรงแรมก่อนดีกว่า เย็นนี้เลิกงานแล้วเราค่อยแวะมาเอากระเป๋าผม ขนของไปที่คอนโดคุณทีเดียว จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปมาหลายรอบ”

“อ้าว ! งั้นก็เอากุญแจคืนมาก่อน”

หนุ่มปารีเซียงยิ้มเจ้าเล่ห์ “ไม่ได้หรอก ผมก็ต้องมีอะไรยึดไว้เป็นตัวประกันเหมือนกันสิ เดี๋ยวคุณเปลี่ยนใจ”

เมื่ออยู่ในลิฟต์ของสำนักงานด้วยกันตามลำพัง โมนาจึงบ่นกระปอดกระแปด

“ชาติก่อนฉันไปติดค้างอะไรคุณไว้ก็ไม่รู้ ชาตินี้ถึงต้องมาเป็นนางต้นห้องคอยตามประกบไม่ให้คุณโดนสาวเข้าหาน่ะ”

“คิดซะว่าทำบุญกับคนต่างถิ่นละกัน คุณเคยบอกว่าผมเป็นการ์เดียนแองเจิ้ลของคุณ นี่ก็เป็นโอกาสอันดีแล้วไงที่คุณจะได้ตอบแทนผมน่ะ” ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาจนศีรษะอยู่เสมอกันแล้วยิ้มด้วยดวงตาเป็นประกายวิบวาว

โมนาทำเสียงจิ๊จ๊ะในคอ “เลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนี้ได้แล้วย่ะ นี่ไม่ใช่เวลาที่คุณจะมาฝึกให้ฉันวางเฉยกับมาดหนุ่มเจ้าเสน่ห์ของคุณนะ”

ดวงตาสีน้ำเงินแกมฟ้ากะพริบปริบก่อนเขาจะนึกออก

“เฮ้ย ! ผมไม่ได้ซ้อมหว่านเสน่ห์กับคุณนะ ผมก็แค่...” เขายิ้มปูเลี่ยน ๆ เมื่อตะกุกตะกักเค้นคำพูดถัดมา “อืม...เรียกว่าไงดี ผมประทับใจคุณน่ะ คุณไม่นิ่งดูดายตอนที่เห็นคนอื่นเดือดร้อน นั่น...น่ารักมากนะรู้ไหม”

สาวตัวกลมยกมือฟาดเพียะไปที่ท่อนแขนอีกฝ่ายตามประสาคนมือไว “ตลกละ แกล้งฉันตลอดเลยนะ เดี๋ยวเหอะ ขืนคุณล้อเล่นกับฉันแบบนี้อีกนะ คราวหน้าฉันจัดหนักกว่านี้แน่ ๆ ”

เสียงหัวเราะของโนแอลดังก้องอย่างอดไม่อยู่ ขณะเจ้าตัวเอื้อมมาหยิกแก้มหญิงสาวอย่างล้อเลียน “ชมก็ไม่ได้ ว่าก็ไม่ได้ ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ เรื่องมากชะมัดเลย”

โมนาคว้ามือเขาออกจากแก้มพลางแยกเขี้ยวใส่ ทว่ายังไม่ทันตอบโต้ ประตูลิฟต์ก็เปิดออก หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหน้าลิฟต์มิได้ว่างเปล่า แต่มีพนักงานยืนออกันอยู่พอสมควร เธอลดมือลงอย่างเงอะงะ และเพียงเห็นจากหางตาว่าผู้คนมองมาอยากรู้อยากเห็นขนาดไหน เธอจึงยืดไหล่ตรง ส่งยิ้มให้ซีอีโอหนุ่มหล่ออย่างสบายอกสบายใจแทน

“อุ๊ย ! วันนี้ลิฟต์เร็วนะคะ แป๊บเดียวก็ถึงชั้น ๓๒ แล้ว”

หนุ่มปารีเซียงหัวไวจนน่ามอบโล่ให้ เขาส่งยิ้มให้เธอพร้อมสายตากรุ้มกริ่ม ทั้งยังแตะข้อศอกให้เธอออกจากลิฟต์ “สงสัยที่ใคร ๆ บอกว่า ยามเรามีความสุข เวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ จะเป็นจริงนะ”

โมนาหัวเราะคิกคัก แต่จู่ ๆ โนแอลก็รั้งข้อศอกดึงเธอไว้ ครั้นมองตามไปก็เห็นพ่อจอมวางแผนหันไปหาพนักงานทั้งกลุ่มที่คาดว่าคงจะลงไปซื้อของจุกจิกรับประทานเล่นระหว่างที่ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน แล้วเขาก็พูดด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงหนุงหนิงน่าฟังทีละคำชัดเจน

“ผมยอมให้พวกคุณเข้างานเลทได้สิบห้านาที ถ้าพวกคุณสัญญาว่าคุณไม่เคยเห็นเหตุการณ์ในลิฟต์เมื่อกี้นี้ ตกลงไหมครับ”

พนักงานสาวน้อยสาวใหญ่รีบพยักหน้ารับคำขันแข็ง โมนาสังเกตเห็นว่าประชาสัมพันธ์สาวปากสว่างอยู่ในจำนวนนั้นเช่นกัน เมื่อประตูลิฟต์ปิด หญิงสาวจึงบอกคนข้าง ๆ ด้วยความอ่อนใจ

“ต่อให้คุณติดสินบนด้วยการให้หยุดงานฟรีก็ห้ามพวกเขาไม่ได้หรอก เห็นกันอยู่ว่าพวกเขามองเราอย่างกับเห็นเหยื่ออันโอชะอย่างนั้นแหละ”

โนแอลยักไหล่ “ก็แล้วใครว่าผมต้องการห้ามเขาล่ะ ผมพูดอย่างนั้นก็เพื่อกระตุ้นให้เขาไปบอกต่อกันให้ได้มากที่สุด และเร็วที่สุดต่างหาก”

ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีอ้าปากค้าง ก่อนจะหุบริมฝีปากเข้าด้วยกัน ดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความฉงนแปรเป็นหรี่ลงเมื่อเดาบางสิ่งได้

“คุณนี่ร้ายชะมัด คิดจะใช้ฉันเป็นไม้กันหมาหรือไง”

“แสงดาวไม่ใช่หมา เพราะฉะนั้นคุณคงเป็นไม้กันหมาไม่ได้หรอก” เขาแก้ประโยคให้ ขณะแตะข้อศอกเธอเดินเข้าไปในส่วนสำนักงาน

“ใครว่าล่ะ ฉันว่ายายนั่นน่ะหมาล่าเนื้อชัด ๆ เลย เห็นสายตาหล่อนตอนมองคุณหรือเปล่า ถ้าทำได้ ยายนั่นคงกินคุณเข้าไปทั้งตัวแล้ว” โมนาหันไปลอยหน้าล้อเลียน พลันสายตาก็มองเลยไปเห็นชัชวินและแสงดาวยืนอยู่ด้วยกันห่างออกไปราวสามสิบเมตร

“มีแขกไม่ได้รับเชิญมาคอยอยู่ตรงหน้าห้องทำงานฉันน่ะ” โมนากระซิบบอก “เราโอ้เอ้เก็บของช้า เช็กเอาต์ช้าหรือไงเนี่ย ยายแสงดาวถึงกลับไปเปลี่ยนชุดแล้วก็วกมารอท่าดักคุณได้ไวชะมัดเลย”

โนแอลวางเฉยได้อย่างน่าอัศจรรย์ เขาไม่เหลียวไปทางที่มีคนคอยอยู่สักนิด แต่ก้มลงมาหาเธอ ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มหวานหยดย้อยให้อีกครั้ง แล้วมือเรียวสวยที่เธออิจฉานักหนาก็เลื่อนขึ้นมาใช้หลังมือไล้เบา ๆ บนพวงแก้มเธอ

“ตั้งใจทำงานนะครับ เชรี” โมนามั่นใจว่าเป้าหมายที่หนุ่มปารีเซียงกำลังแหย่ยั่วต้องได้ยินชัดเจนแน่นอน เพราะเขาจงใจเอ่ยเสียงดังเป็นพิเศษ ทว่าตอนท้ายนี่สิ...เขากลับทอดเสียงอ่อนหวานแปลกหูเหลือเกิน

โมนาเหลือบตาขึ้นมองด้วยความข้องใจ “คุณเรียกฉันว่าอะไรนะคะ”

“เช-รี ไม่เคยได้ยินหรือ chéri เป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า...ที่รักไงละ”

ก่อนจะทันห้ามตัวเอง หญิงสาวก็ปัดมือเขาที่ยังแตะอยู่บนแก้มเธอออกเสียแล้ว “ถึงเนื้อถึงตัวกับฉันอีกแล้วนะโนแอล บอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ชอบ”

“โอ๋ ๆ ๆ ขอโทษนะครับเชรี ผมจะไม่ทำอีกแล้ว สัญญา”

“ถ้าคุณผิดคำพูดอีกนะ เราไม่ต้องมาคุยกันเลย” โมนาชี้นิ้วจิ้มอกเขาคาดโทษทั้งด้วยวาจาและท่าทาง

“คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ครับ” เขาตะเบ๊ะล้อเลียน แล้วเบือนหน้าไปทางห้องทำงานผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน แสร้งทำท่าตกใจราวกับเพิ่งเห็นว่าไม่ได้อยู่กันตามลำพังตอนนั้นเอง “อ้าว ! คุณแสงดาว คุณชัชวิน บงชูว์ครับ” เขาจงใจทักทายด้วยภาษาฝรั่งเศส ราวกับจงใจยั่วผู้มาเยือนทั้งคู่

“ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอนะโมนา” แสงดาวเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน

“แต่ฉันไม่มีเรื่องจะคุยกับคุณค่ะ” โมนาไขประตู แล้วผลักเข้าไปภายในโดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น

“ผมก็มีเรื่องจะคุยกับคุณนะโม” ชัชวินไม่น้อยหน้า เดินตามเข้ามาในห้องและประกาศเจตนารมณ์เช่นกัน

“ฉันก็ไม่มีเรื่องจะคุยกับคุณเหมือนกันค่ะคุณชัช”

“กลางวันนี้ทานข้าวด้วยกันนะเชรี” เป็นคิวที่โนแอลจะมีบทพูดบ้าง

“ขอฉันเช็กก่อนนะคะ ว่ามีงานหรือเปล่า ไว้ใกล้ ๆ เที่ยงจะโทร.ไปบอกที่ห้องค่ะ” โมนาแบ่งรับแบ่งสู้

“ตกลง แล้วผมจะรอโทรศัพท์จากคุณ” โนแอลแตะปลายนิ้วที่ริมฝีปาก แล้วทำท่าเป่ารอยจูบลอยมาตามลม โดยไม่เอ่ยสิ่งใดอีก จากนั้นจึงหมุนตัวก้าวยาว ๆ ไปตามโถงทางเดินเพื่อไปยังห้องทำงานซึ่งอยู่คนละฟากของสำนักงาน

“โม ! ”

“คุณโมนา ! ” ชัชวินและแสงดาวเรียกเธอพร้อมกัน

เจ้าของชื่อยกมือปราม “ฉันไม่ว่างคุย เชิญคุณสองคนออกไปจากห้องฉันได้แล้วค่ะ”

“ผมไม่วางมือจากเรื่องของเราง่าย ๆ หรอกนะโม” ชัชวินประกาศ

โมนาเหลือบตาขึ้นมองสบสานกับเขานิ่ง ๆ ชั่วขณะ

ชายหนุ่มส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ “แล้วผมจะมาใหม่เมื่อคุณพร้อมคุยกับผม” เอ่ยจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้อง

โมนารู้สึกเศร้าลึก ๆ ในใจเมื่อสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มประสานสายตากับแสงดาวแวบหนึ่ง ก่อนก้าวออกจากห้องไป สายตา...ที่ส่งผ่านความนัยบางอย่างต่อกัน !

แสงดาวขยับมายืนหน้าโต๊ะเธอบ้าง เจ้าของร่างสูงเพรียววางมือบนโต๊ะโน้มตัวเข้ามาหาเธอแสดงการคุกคามทั้งที่ยิ้มแย้ม “ฉันแค่จะมาบอกเธอว่า เมื่อคืนฉันเพิ่งไปค้างที่ห้องของโนแอลมา วิธีเดียวกับที่เธอทำนั่นแหละ”

แม้จะสะอึกกับคำพูดตอนท้าย แต่โมนาก็ฝืนตีหน้าซื่อ

“คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ”

“คิดว่าฉันไม่รู้เรื่องที่เธอไปค้างกับโนแอลเหรอ ฉันเห็นเจลอาบน้ำกลิ่นที่เธอใช้ แล้วก็ยางรัดผมที่เธอใช้ประจำในห้องเขา แต่ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะพูดเรื่องนี้ให้ใครฟังหรอกนะ เพราะฉันคงอธิบายยากว่าไปเห็นของพวกนั้นในห้องโนแอลได้ยังไง เธอโชคดีที่ฉันเป็นคนค้นพบความลับนี้ แล้วฉันก็ฉลาดพอที่จะไม่กระโตกกระตากด้วย”

“เจลอาบน้ำของฉัน? ตลกละ มันสลักชื่อฉันไว้ที่ขวดหรือไง ของพื้น ๆ อย่างนั้นใครมีเงินก็ซื้อใช้ได้นะ ไม่ใช่ว่าต้องไปซื้อจากดาวอังคารสักหน่อย ส่วนยางรัดผมนั่น ฉันเหมาโหลมาจากตลาดนัดในตึกนี่แหละ ถ้าของแค่นั้นเป็นหลักฐานว่าฉันไปค้างที่ห้องโนแอล คุณคง...มีผู้ต้องหาแบบนั้นอีกนับร้อยคนเลยมั้ง”

“เธอจะตะแบงยังไงก็ตาม เอาเป็นว่าฉันรู้ทันเธอก็พอแล้ว ที่เขานัดเธอทานมื้อกลางวันด้วยกัน บางที...เขาจะถือโอกาสบอกเลิกกับเธอก็ได้นะ” แสงดาวลอยหน้าบอกแล้วหมุนตัวเดินนวยนาดออกจากห้อง

คนมองหมั่นไส้คันมือยิก ๆ จนอยากผลักเจ้าหล่อนตกจากแคชชูส์สูงสี่นิ้ว โมนายู่หน้าด้วยความขบขันปนสะใจ โถ...ยายคนสวย จะบลั๊ฟกันก็ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ เมื่อคืนเธอไปค้างห้องโนแอล แต่เจ้าตัวเขาอยู่ที่ห้องฉันย่ะ !

ยังไม่ทันเที่ยง แสงดาวก็ก้าวฉับ ๆ ตรงไปยังห้องทำงานของซีอีโอ ใบหน้างามมีร่องรอยร้อนรนหงุดหงิด เธอมองผ่านประตูที่เปิดกว้างเข้าไปในห้องว่างเปล่าด้วยความผิดหวัง ไหล่บอบบางไหวแรงราวข่มความรู้สึก เมื่อปรับสีหน้าได้แล้ว จึงหันมาทางโต๊ะของผู้ช่วยส่วนตัวซีอีโอแทน

“เมอร์ซิเออร์เดอแบร์มองต์ออกไปทานข้าวแล้วหรือคะ”

“ครับ คุณโนแอลสั่งให้จองโต๊ะที่ห้องอาหารซาวอยที่คีรีธาราให้น่ะครับ”

“ร้านอาหารฝรั่งเศส ! นี่มันเพิ่งจะสิบเอ็ดโมงเอง จะต้องรีบไปกินข้าวอะไรกันนักหนา” แสงดาวทำเสียงเขียวจิกเหวี่ยงโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

“นั่นไม่ใช่หน้าที่ที่ผู้ช่วยส่วนตัวต้องก้าวก่ายครับ” วสันต์อธิบายขณะเลื่อนแฟ้มไปวางข้างโต๊ะ “คุณดาวมีธุระหรือเปล่า เดี๋ยวฝากเรื่องไว้ก็ได้นะ คุณโนแอลเข้ามาแล้วจะแจ้งให้ทราบ”

“เรียกเขาว่าเมอร์ซิเออร์เดอร์แบร์มองต์สิ เขาเป็นคนฝรั่งเศสนะ” แสงดาวตวัดเสียงไม่พอใจ

“อาคงทำตามที่คุณสั่งไม่ได้หรอกครับ เพราะ...” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย “ประการแรกเลยก็คือคุณไม่ใช่เจ้านาย ส่วนเหตุผลอีกข้อก็คือคุณโนแอลสั่งให้อาเรียกเขาแบบนี้ ยังข้องใจอีกไหม”

แสงดาวผงะไปเล็กน้อย และคำตอกหน้าแรง ๆ นั้นก็ทำให้เธอได้สติ ดวงตาเรียวที่วาวจ้าราแสงลง ขณะริมฝีปากสีชมพูเม้มแน่นข่มกลั้นอารมณ์ ก่อนยกมุมปากขึ้นให้แปรเป็นรอยยิ้มนิด ๆ

“ดาวขอโทษค่ะที่ล้ำเส้นคุณอาไปเมื่อครู่ ดาวกำลังหงุดหงิดเรื่องงานอยู่นิดหน่อย ตั้งใจว่าจะมาขอคำแนะนำจากเจ้านาย แต่คุณโนแอลก็ออกไปทานข้าวแล้ว พอมันผิดแผนไปจากที่ตั้งใจ ก็เลยหัวเสียไปบ้าง คุณอย่าถือสาดาวเลยนะคะ” แสงดาวทำเสียงออด วสันต์เป็นคนเก่าแก่ของบริษัท อยู่มาตั้งแต่ตอนก่อตั้ง อายุอ่อนกว่าบิดาเธอเล็กน้อย เธอเรียกเขาว่าอามาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว

“จะว่าสอนก็ต้องยอมละนะคุณดาว อารู้จักนิสัยคุณ ไม่ถือสาคุณหรอก แต่ที่อยากจะเตือนก็คือนี่เป็นที่ทำงาน จะพูดจะจาก็คิดให้ดีก่อนพูด ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ยังเที่ยวเหวี่ยงไปทั่วแบบนี้ สุดท้ายแล้วมันก็จะเป็นผลเสียย้อนกลับไปที่ตัวคุณเองนั่นแหละ”

“ดาวขอโทษค่ะ ขอบคุณนะคะที่คุณเตือนสติ ไม่งั้นดาวคงทำตัวสิ้นคิดกลายเป็นคนขี้วีนไปโดยไม่รู้ตัวแน่ ๆ ”

“อาบอกแล้วไงว่าไม่ถือสา แต่ที่เตือนคุณดาวก็เพราะกลัวว่าคนอื่นอาจไม่คิดอย่างเดียวกัน”

“ดาวเข้าใจแล้วค่ะ ต้องขอบคุณคุณอาด้วยซ้ำที่ยังเอ็นดูเห็นดาวเป็นลูกเป็นหลาน” หญิงสาวพนมมือทำความเคารพอย่างชดช้อย

“อย่าขอบคุณเลย คุณควรจะโกรธอามากกว่า ก่อนพ่อคุณเสีย ท่านฝากสิ่งมีค่าที่สุดไว้กับอา ก็คือลูกสาวและบริษัท” วสันต์ถอนหายใจหนักหน่วง “วันวานอาช่วยคุณรักษาบริษัทไว้ไม่ได้ จนคุณต้องเจรจากับลียองให้ทางฝรั่งเศสเข้ามาถือหุ้นเกินครึ่งอย่างนี้ ทั้งหมดเป็นความผิดของอาเอง ยิ่งคุณต้องถูกลดตำแหน่งจากซีอีโอลงไปเป็นแค่ผู้อำนวยการฝ่ายขาย อายิ่งเสียใจจนถึงทุกวันนี้ หากวันไหนตายไป คงไม่กล้าไปสู้หน้าคุณพ่อคุณแน่ ๆ ”

“คุณอาอย่าคิดมากเลยค่ะ ความจริงแล้วดาวผิดเองที่ไม่เชื่อคำแนะนำของคุณอา ดื้อดึงเชื่อมั่นในตัวเองเกินไป” แสงดาวรีบปลอบ “แต่ธุรกิจก็อย่างนี้แหละ เราไม่ซื้อเขา เราก็ต้องถูกเขาซื้อ ดาวไม่ซีเรียสหรอก จะว่าไปแล้วการเป็นผู้หญิงที่ต้องบริหารบริษัทใหญ่ขนาดนี้คนเดียวก็เป็นเรื่องยากนะคะ แบ่งหุ้นขายให้ลียองบริหารทำให้ดาวสบายด้วยซ้ำ ทำงานน้อยลง รับผิดชอบน้อยลง แล้วก็คอยรับส่วนแบ่งเงินปันผลของบริษัทที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันก็พอ”

“คุณดาวคิดแบบนั้นจริงหรือ” วสันต์สีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“เรื่องมันผ่านมานานมากแล้ว ดาวเลิกนึกถึงมันไปนานแล้วด้วยซ้ำ คุณอาอย่าตำหนิตัวเองเลยค่ะ ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่คุณอาจะโทษตัวเองนะคะ เพราะถ้าดาวได้ยินอาพูดแบบนี้อีก ดาวคงยิ่งรู้สึกผิดแล้วก็สงสัยไม่สิ้นสุดว่าตัวเองไปทำท่าเป็นทุกข์ให้เห็นตอนไหน คุณอาถึงได้เป็นห่วงดาวขนาดนี้”

“ถ้าคุณดาวยืนยันอย่างนี้ ก็ตกลงครับ” หนุ่มใหญ่รับคำหนักแน่น

“สัญญานะคะ” แสงดาวยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าอย่างล้อเลียน

“ครับ สัญญา” วสันต์ส่งนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “อาจะไม่พูดอะไรให้คุณดาวไม่สบายใจอีก”

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น แล้วพิชญาก็นำแฟ้มอีกปึกหนึ่งเข้ามาวางไว้ให้เจ้านายที่ตะแกรงบนโต๊ะ

“คุณโมจะรับกาแฟเพิ่มอีกแก้วไหมคะ พีชจะให้แม่บ้านจัดมาให้” ด้วยความที่โต๊ะของพิชญาอยู่ใกล้ห้องผู้อำนวยการที่สุด หญิงสาวจึงมีหน้าที่ดูแลนำแฟ้มเอกสารเข้ามาให้เจ้านายลงนามสม่ำเสมอ

“ไม่เป็นไร ขอบใจมาก เดี๋ยวฉันอ่านแฟ้มนี้จบก็จะกลับแล้วละ เลิกงานแล้ว เธอจะกลับก็เชิญเลยนะ ฉันอยู่คนเดียวได้”

“ค่ะ คือ...” พิชญามีท่าทีลังเลเล็กน้อย และตัดสินใจรวบรวมความกล้า ถามตรง ๆ “ซีอีโอคนใหม่จีบคุณโมอย่างที่เขาลือกันจริงไหมคะ”

ดวงตากลมโตเด็ดขาดตวัดขึ้นมองอีกฝ่ายทันที “เธอถามว่าไงนะ”

คนเป็นลูกน้องหน้าเสีย ก้มหน้านิ่งไม่กล้าตอบ

โมนาปิดแฟ้ม ดวงตาที่จ้องมองพนักงานในปกครองแฝงแววระอา “ถึงฉันจะไม่เคยจัดเธอรวมกับ ‘คนพวกนั้น’ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอมีสิทธิ์ถามเรื่องส่วนตัวของฉันแบบนี้นะ”

“ขอโทษค่ะ” พิชญาก้มหน้างุดแสดงอาการลุแก่โทษ แล้วหมุนตัวจะออกจากห้อง

“เดี๋ยว ! ” เจ้าของห้องคอยจนพิชญาหันกลับมาเผชิญหน้ากัน “พีชเห็นเอกสารที่เมื่อเช้าคุณชัชเอาเข้ามาให้เซ็นหรือเปล่า ฉันจำได้ว่าวางไว้รวมกับเล่มอื่น ๆ แต่ทำไมหาไม่เจอก็ไม่รู้”

“เอ่อ...เอกสารอะไรหรือคะ” พิชญาหลบตาเจ้านาย โมนากำลังรื้อกองแฟ้มซ้ำ จึงไม่ทันสังเกตเห็นกิริยานั้น

“เขาบอกว่าเป็นใบขออนุมัติค่าใช้จ่ายงวดพิเศษที่ต้องจ่ายให้กับอู่ลากรถน่ะ ฉันว่าจะอ่านทวนอีกที”

“ไม่เห็นนะคะ เดี๋ยวพีชลองไปถามจากคุณชัชให้ดีไหมคะ”

“ไม่ต้องหรอก ไว้ฉันถามเขาเอง ขอบใจมาก” โมนาโบกมือให้อีกฝ่ายออกจากห้อง เธอกวาดตามองหาแฟ้มที่หายไปอีกครั้ง แม้ว่าความหวังที่จะหาเจอหลงเหลืออยู่น้อยเต็มทีก็ตาม

หญิงสาวดูเวลาแล้วตัดสินใจเก็บเอกสารไปกองรวมกันไว้ด้านหนึ่ง โดยเขียนกระดาษติดบนกองว่าอันไหนอ่านแล้ว และส่วนไหนที่รอการอนุมัติ เธอคล้องกระเป๋าถือใส่ข้อมือ ล็อกห้องเรียบร้อย แล้วจึงตวัดตามองไปทางห้องทำงานที่อยู่คนละฟาก เห็นไฟห้องซีอีโอปิดมืด ก็เดาว่าโนแอลคงไปฟิตเนสแล้ว หรือไม่ก็อาจอยู่ระหว่างขนกระเป๋าหนีแสงดาวไปที่คอนโดของเธอ !

ทันทีที่โมนาลับมุมผนังไป นิสาก็เหลือบมองลิ้นชักชั้นล่างสุดที่โต๊ะด้วยสายตามีพิรุธ ขณะยิ้มบาง ๆ พึมพำสมใจ

“แค่นี้ก็ได้เงินกินขนมแล้ว ฉันต้องขอบใจเธอจริง ๆ นะยายอ้วน ! เพราะเธอแท้ ๆ ฉันถึงมีรายได้พิเศษอย่างนี้”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

สมัยเด็กๆ อ่านทางรักของโรสลาเรน ก็อยากมีคนมาเรียกซี้ดซี่

มาตอนนี้อยากถูกเรียกเชรีบ้างงงงงง อิอิ

sds

หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะคะที่โหลดอีบุ๊กแล้วเอามาลดหย่อนภาษีช็อปช่วยชาติได้

ใครยังขาดเรื่องไหน ไปโหลดกันด่วนเลยจ้า

ทั้งที่ mebmarket, ookbee หรือ Hytexts ก็ได้ทั้งนั้น

sds

ใต้ปีกรักสีเพลิง >> https://goo.gl/Xbezzr

พยศดอกฟ้า >> https://goo.gl/o9FXn6

รอยตะวัน >> https://goo.gl/vSr8Gt

แผนก่อการรัก >> https://goo.gl/a3LMdw

บุหงาซ่อนกลิ่น >> http://bit.ly/2tqjPWW

หัวใจร้อยดาว >> https://goo.gl/VrsXdA

เอื้อมวิมาน >> https://goo.gl/TP8weL

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

หน้าปกฉบับตีพิมพ์ค่ะ

sds

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​
เมื่อ 6 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย เฟิง เฟิง
มาอ่านนนนนน
เมื่อ 6 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว