แดนรักมาเฟียเถื่อน [e-book]-ตอนที่ 1 ข่าวร้ายของหนุ่มหวงความโสด [2]

โดย  วรัมพร-หงสรถ-มนสิวรรณ-ธิชาร์

แดนรักมาเฟียเถื่อน [e-book]

ตอนที่ 1 ข่าวร้ายของหนุ่มหวงความโสด [2]

สองสัปดาห์ถัดมา

เอเรสและมารดาพร้อมคนติดตามเดินทางมายังประเทศไทยตามความต้องการของมารดา และเมื่อมาถึงแผ่นดินเกิดของมารดา มาเฟียรูปหล่อก็ต้องไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ โดยที่ทางคุณหญิงศศิประภารับเป็นแม่งาน ที่จะจัดขึ้นในค่ำคืนนี้และเวลาแห่งการออกไปโชว์ตัวของเขาก็มาถึง

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“คุณทามคะ คุณผู้หญิงให้มาตามค่ะ” เสียงเคาะประตูพร้อมเสียงสาวใช้ขานเรียกเจ้านายหนุ่ม เพราะจวนจะได้เวลาเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงอยู่แล้ว แต่พ่อลูกชายของนายหญิงยังไม่ออกจากห้องพัก กระทั่งได้รับคำบอกเล่าของเจ้านายหนุ่มว่าอีกเดี๋ยวจะลงไป สาวใช้จึงรีบลงไปรายงานนายหญิงที่ตอนนี้กำลังนั่งสนทนาอยู่กับลูกสาวคนสวย

“คุณแม่ขา พี่ทามยังไม่ลงมาอีกเหรอคะ” ธัญญ่า น้องเล็กสุดในบ้านเอ่ยถามมารดาเสียงใส หลังเห็นสีหน้าของผู้เป็นแม่ ที่ดูจะหมดความอดทนกับการรอคอยพี่ชายของเธอ ที่เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพี่ชายถึงไม่คิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหนเสียที และก็เอาแต่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าจนต้องมาเจอแผนจับคลุมถุงชนจนได้

“ก็ยังน่ะสิ ตาทามนะตาทาม เป็นผู้ชายแท้ๆ แต่แต่งองค์ทรงเครื่องช้ายิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก” คนเป็นแม่บ่นเสียงดังเมื่อได้เห็นพ่อตัวดีกำลังเดินลงมาจากห้องพัก แล้วยังผิวปากอย่างอารมณ์ดี

“ผมก็ต้องแต่งตัวให้ดูดีหน่อยสิครับ ไปให้ผู้หญิงดูตัวทั้งที ถ้าเกิดผมไม่หล่อไม่เนี้ยบ เดี๋ยวคุณแม่ก็จะเสียหน้าเอาได้นะครับ” เสียงทุ้มดังขึ้น ก่อนหันไปยักคิ้วและยิ้มให้น้องสาว

“อย่ามาทำประชดประชันหน่อยเลยพ่อตัวดี ก็แม่ปล่อยให้เราเลือกเองตั้งนานแล้ว แต่ไม่เห็นจะมีใครเป็นตัวจริงสักที แม่ก็เลยต้องจัดการให้นี่ไง แล้วถ้าตกหลุมรักหนูพิตต้าเมื่อไหร่ อย่าลืมมาขอบคุณแม่ด้วยล่ะ” คราวนี้เป็นฝ่ายมารดาทำเสียงประชดกลับไปบ้าง ก่อนจะมองค้อนประหลับประเหลือกให้ลูกชายตัวดีที่เข้ามากอดออดอ้อน ประจบประแจงและช่างมีนิสัยเหมือนพ่อไม่มีผิด แค่คิดถึงคู่ชีวิตที่จากไปน้ำตาก็จะไหล แต่ที่ตนอยู่ต่อมาได้ ก็เพราะลูกๆ น่ารักทั้งสี่คน ที่เกิดจากความรัก แต่ตอนนี้ตนยังเป็นห่วงลูกชายคนโตเหลือเกินที่ยังไม่มีครอบครัว ทั้งที่น้องๆ ก็แต่งงานกันหมดแล้ว

“ผมไม่ลืมแน่นอนครับ แต่ถ้าผมไม่ถูกใจคุณแม่ห้ามบังคับผมนะครับ เพราะเรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญสำหรับผมมาก ผมไม่อยากแต่งแล้วเลิก ทำให้ครอบครัวมีปัญหา” เอเรสพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ทำเอาธัญญ่าอ้าปากหวอ ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ชายของเธอจะพูดออกมาเช่นนี้ เพราะที่ผ่านพี่ชายไม่เคยเอ่ยอะไรทำนองนี้สักที

“แม่ว่าทามพูดจาเป็นคนดีเกินไปหรือเปล่า” มารดาสัพยอก และไม่ได้คิดอยากบังคับอะไรลูกเลย แต่เพราะนิสัยที่เจ้าตัวเป็นอยู่นี่สิทำให้ตนกลุ้มใจถึงได้คิดหาผู้หญิงมาให้

“ผมก็เป็นคนดีเหมือนคนอื่นๆ นะครับคุณแม่” เอเรสรีบยกยอตนเองขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แล้วหันไปทางน้องสาว “วันนี้เราก็ไปด้วยเหรอ ธัญญ่า”

ธัญญ่าพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นสามแม่ลูกก็ไปงานเลี้ยงด้วยรถสุดหรูสมฐานะ ไม่นานครอบครัวอันน์เบริกส์ก็เดินมาถึงบ้านหลังใหญ่ของคุณหญิงศศิประภา ที่ภายในพื้นที่ของบ้านถูกจัดแต่งด้วยทีมงานมืออาชีพเพื่อต้อนรับว่าที่ลูกเขย ภายในงานก็มีคุณหญิง คุณนายมากหน้าหลายตาที่ครอบครัวอันน์เบริกส์รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างมาร่วมงาน รวมถึงบรรดาลูกหลานก็มากันมากเสียจนละลานตา พอเห็นแล้วเอเรสก็ลอบถอนใจ อยากกลับไปซบอกคู่ขาบนเตียงหรูๆ แต่ติดที่มารดาไม่ยอมให้ไป

“สวัสดีค่ะคุณแพท วันนี้คุณแพทสวยมากๆ เลยนะคะ หนูธัญญ่าก็เหมือนกัน สวยเหมือนคุณแม่เลยคะ แล้ว...” คุณหญิงศศิประภากล่าวทักทายเมื่อเห็นแขกคนสำคัญของงานปรากฏตัว ขณะที่ลูกสาวของตนกำลังสนทนาอยู่กับเพื่อนฝูง

“เช่นกันค่ะคุณหญิง ส่วนนี่ก็ตาทาม ลูกชายคนโตของดิฉัน” พูดจบก็หันไปทางลูกชาย แล้วกระซิบบอกให้ลูกชายไหว้คุณหญิง

“สวัสดีครับ” เอเรสทักทายและยกมือไหว้ หลังจากแสร้งทำเป็นมองไปเรื่อยเปื่อย นึกขำตัวเองอยู่เหมือนกันที่มาให้ผู้หญิงดูตัว แต่อย่างเขานี่นะหรือจะให้ยอมให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเลือก ไม่มีทาง!

“พี่ทาม สนใจว่าที่แม่ยายหน่อยสิ” ธัญญ่าสะกิดเรียกพี่ชาย จากนั้นก็ยิ้มล้อเลียน ก่อนจะถูกพี่ชายถลึงตาดุๆใส่ ทว่าธัญญ่ากลับลอยหน้าลอยตายิ้มไม่หยุด

“เงียบไปเลยนะเรา” เอเรสส่งเสียงดุน้องสาวตัวดีที่ยังคงยิ้มล้อเลียนไม่เลิก

“แล้วพี่ทามจะไม่ไปเดินหาพี่พิตต้าหน่อยเหรอคะ อย่าลืมสิว่างานนี้จัดขึ้นเพื่อให้พี่พิตต้าดูตัวพี่นะคะ” ธัญญ่ายังไม่เลิกแกล้งพี่ชาย ที่ไม่ได้อยากมางานเลี้ยงเลยสักนิดแต่ขัดมารดาไม่ได้

“ธัญญ่า ถ้ายังไม่หยุด พี่จะไม่จองตั๋วคอนเสิร์ตให้เราแน่” เมื่อทนถูกล้อไม่ไหวเอเรสรีบหาของมาล่อ โดยหวังให้น้องสาวตัวแสบหยุดพูด

"โธ่พี่ทามขา อย่ามาใช้มุกนี้สิ พี่ก็รู้นี่ว่าธัญญ่าอยากไปดู” ธัญญ่าทำเสียงอ้อน แล้วทำท่ารูดซิบปาก แต่เอเรสยังไม่ทันได้พูดอะไรทั้งสองก็ถูกเชิญให้เข้าไปร่วมประทานอาหาร

******

ภายในงานเลี้ยง

“พิตต้า ผู้ชายหล่อๆ คนนั้นหรือเปล่า ที่คุณหญิงแม่ของแกบอกว่าจะให้แกหมั้นกับเขา” เกรซ สาวไฮโซเพื่อนสนิทกระซิบถาม

“ใช่ แล้วแกก็จำหน้าเขาไว้ให้ดีๆ นะยัยเกรซ ยัยมิ้น ว่าผู้ชายคนนี้เป็นของฉัน พวกแกสองคนห้ามยุ่ง แล้วถ้าขืนพวกแกไปข้องแวะผู้ชายของฉันเมื่อไหร่ แกสองคนโดนฉันยำแน่” พิตต้าบอกเสียงแข็ง

“ฉันขอแค่มองบ้างไม่ได้หรือไง ยัยพิตต้า” มิ้น อีกหนึ่งเพื่อนสาวแย้ง

“งั้นแกสองคนก็จำเอาไว้ว่าพวกแกมีสิทธิ์ได้แค่มอง ว่าแต่คืนนี้พวกแกสองคนอย่าลืมไปผับด้วยล่ะ แล้วถ้าใครเบี้ยวนัดอีก ต่อไปฉันจะไม่เลี้ยงพวกแกอีก” พูดจบพิตต้าลุกเดินไปยังโต๊ะอาหารพร้อมปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้ม เข้าไปพบแขกคนสำคัญ ส่วนสองเพื่อนสาวก็จำใจแยกออกไปพบปะกับกลุ่มเพื่อนคนอื่นๆ แล้วก็รอเวลาให้งานเลี้ยงต้อนรับว่าที่ลูกเขยของคุณหญิงศศิประภาจบ พวกเธอก็จะออกไปสังสรรค์กันต่อที่ผับ

“พิตต้า ไหว้พี่เขาสิลูก” คุณหญิงศศิประภาบอกลูกสาวคนสวย ที่มาถึงแล้วก็เอาแต่จ้องหนุ่มหล่อที่ไม่ได้พบหน้ามานานราวถูกมนตร์สะกด

“สวัสดีค่ะ พี่ทาม” พิตต้าฉีกยิ้มหวาน ยกมือไหว้ว่าที่คู่หมั้นหนุ่มจนเข่าแทบติดพื้น

“เช่นกันครับ คุณสบายดีนะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากถูกน้องสาวสะกิดพร้อมส่งสายตาบอกให้หันไปสนใจว่าที่คู่หมั้น

“สบายดีค่ะพี่ทาม พิตต้าดีใจที่สุดเลยที่ได้พบพี่ทามอีกครั้ง ว่าแต่อย่าเรียกคุณเลยนะคะ ดูห่างเหินกันเหลือเกิน” พิตต้าตอบกลับเสียงหวาน หยอดสายตาหวานเชื่อมให้หนุ่มหล่อตรงหน้าแบบไม่คิดจะปิดบัง

“ครับ” ตอบแค่นั้นเอเรสก็ขยับยิ้มมุมปาก แต่แค่นั้นก็มีเสน่ห์ชวนหลงใหลเลยทำให้หัวใจของสาวสวยยิ่งพองโตคับอก

“ต้องจำได้สิครับ น้องพิตต้าสวยขนาดนี้” หนุ่มหล่อผู้มีสาวสวยห้อมล้อมไม่เคยขาดหยอดคำหวานทำให้พิตต้ายิ้มกว้างมากยิ่งขึ้น และยังทำให้คุณหญิงศศิประภาและพัทตรายิ้มอย่างมีความสุขที่ลูกๆ เข้ากันได้ดีมีเพียงธัญญ่าพอจะรู้ว่าพี่ชายของเธอ ก็แกล้งพูดไปงั้น เพราะดูจากสายตาของพี่ชายแล้วมันเจ้าเล่ห์มาก แล้วก็เป็นจริงดังคาดเมื่อพี่ชายตัวดีหันมายักคิ้วให้เธอ ธัญญ่าไหวไหล่ขึ้นเล็กน้อยแล้วบุ้ยใบ้บอกให้พี่ชายหันมองคนข้างกายที่ตอนนี้ส่งสายตาราวกับว่าชวนพี่ชายของเธอขึ้นเตียง

“พี่ทามก็พูดเวอร์ไปนะคะ ถึงพิตต้าจะสวยมากแค่ไหน ก็คงน้อยกว่าสาวๆ ของพี่ทาม” พิตต้าจีบปากจีบคอพูด พร้อมสายตาหวานเชื่อม ก่อนจะหันไปตักอาหารเอาใจหนุ่มหล่อ

“พี่ทามลองทานกุ้งล็อบสเตอร์ดูนะคะ เจ้านี่อร่อยมากนะคะ เห็นคุณป้าบอกว่าพี่ทามชอบ พิตต้าเลยสั่งจากโรงแรมดังมาให้พี่ทามโดยเฉพาะเลยนะคะ” ทั้งแววตาและท่าทางของคุณหนูไฮโซทอดสะพานให้เห็นอย่างชัดเจน

เอเรสทำเพียงขยับยิ้มมุมปากแล้วตักอาหารเข้าปาก แสร้งเคี้ยวอย่างละเมียดละมัย โดยมีสายตาของพิตต้าจ้องมองอยู่ สาวสวยคิดเลยเถิดไปถึงรสจูบจากชายหนุ่ม ยามที่เขาและเธอประกบปากกัน คงจะเร่าร้อนน่าดู

ขณะที่ธัญญ่าก็ได้แต่ลอบสังเกตพี่ชายและว่าที่พี่สะใภ้ เพราะมารดาของเธอและคุณหญิงศศิประภาเอาแต่พูดคุย ก่อนที่เจ้าตัวจะแอบเบ้ปากและเริ่มไม่ชอบของว่าที่พี่สะใภ้เข้าให้แล้ว เมื่ออีกฝ่ายแสดงออกเช่นเจนว่าอยากได้พี่ชายของเธอจนตัวสั่น

เมื่อเบื่อแล้วธัญญ่าจึงขอตัวลุกออกจากโต๊ะไปหาของว่างมารับประทานฆ่าเวลารอให้งานเลิก

“ตายแล้ว! ฉันขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ” ธัญญ่าเดินชนใครบางคนเข้าอย่างจัง เพราะมัวแต่คิดอะไรเพลิดๆ ทำให้ไม่ทันเห็นสาวสวยอีกคนที่กำลังเดินแกมวิ่งไปยังเวที เพราะหญิงสาวที่ถูกธัญญ่าเดินชนเพิ่งจะได้รับแจ้งจากเพื่อนที่มาร้องเพลงในงานคืนนี้ว่าไม่ได้ เนื่องจากมีลูกค้าอีกคนจองตัวเอาไว้ให้ไปร่วมงานปาร์ตี้หนุ่มโสด แถมยังจ่ายค่าตัวหนักอีกด้วยงาน กรรมเลยมาตกอยู่ที่เธอที่มักจะรับงานร้องเพลงเป็นครั้งคราว

ปัญญาวีร์ กานต์พินิจ สาวสวยวัยยี่สิบหกปี เงยหน้ามองคู่กรณี กะว่าจะต่อว่าให้หายโมโหเสียหน่อย เพราะเธอกำลังรีบ แต่เมื่อมองเห็นคู่กรณีส่งยิ้มหวานมาขอโทษ อารมณ์หงุดหงิดก็ลดน้อยลงไป

“ฉันขอโทษอีกครั้งนะคะ แล้วคุณเป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ธัญญ่าเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด

“ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก ฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ” ปัญญาวีร์บอกจบก็เดินไปทันที ทว่าก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว ธัญญ่าก็วิ่งมาดักหน้าเอาไว้เสียก่อนพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร เนื่องจากเธอรู้สึกถูกชะตาสาวสวยคนนี้เข้าอย่างจัง

“มีอะไรอีกคุณ” คนรีบเอ่ยถาม พลางเหลียวมองไปยังเวทีแล้วก้มมองนาฬิกาเรือนเล็กบนข้อมือ ตาย! เหลืออีกห้านาที เธอต้องขึ้นไปร้องเพลง จากนั้นคนรีบเงยหน้าขึ้นมามองอีกคน “ฉันขอตัวนะคะ ฉันรีบจริงๆ” พูดจบก็ก้มลงรวบชายกระโปรงยาวค่อมเท้าขึ้นเพื่อให้เดินถนัด แล้วสาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว ส่วนธัญญ่าเหลียวมองตาม พร้อมเสียงตะโกนตามหลัง “ฉันจะรอเธอที่ด้านหลังเวทีนะ ฉันชอบคุณจัง คุณสวยมาก”

ปัญญาวีร์แทบจะคะมำหน้าทิ่มเมื่อได้ยินประโยคหลังๆ ที่อีกฝ่ายตะโกนบอก ชอบเหรอ บ้า! ผู้หญิงคนนั้นต้องบ้าแน่ๆ จะบอกให้ว่าเธอชอบผู้ชายไม่ได้ชอบผู้หญิง

“ฉันชอบคุณนะ” ธัญญ่าตะโกนบอกอีกครั้ง

“ฉันชอบผู้ชาย” ปัญญาวีร์เอ่ยบอกอีกฝ่ายแต่ช่วงเวลานั้นเสียงดนตรีก็ดังขึ้นแล้ว เธอเลยต้องรีบไปขึ้นเวที ทางด้านธัญญ่าก็เดินตามมาแล้วส่งยิ้มให้พร้อมกับโบกไม้โบกมือแล้วชี้ไปยังเวทีบอกเป็นนัยว่าจะรออยู่ตรงนั้น

ปัญญาวีร์แทบจะกระโดดลงเวทีแล้ววิ่งหายไปจากที่นี่เสียเดี๋ยวนั้น เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอ ผู้หญิงที่แต่งตัวก็เป็นผู้หญิงเสียขนาดนั้นมาทำทีว่าชอบ ทั้งที่เจอหน้ากันไม่นาน แต่เมื่อทำไม่ได้อย่างใจหวัง เธอจึงหันไปกระซิบกับมือกีตาร์มาดเข้มให้ช่วยเหลือตอนที่เธอร้องเพลงจบ เพราะต้องการควงผู้ชายให้อีกฝ่ายเห็นและจะได้เลิกยุ่งกับเธอเสียที ส่วนหนุ่มมาดเข้มก็ตอบตกลงเมื่อรู้ถึงสาเหตุของสาวสวยที่ตนได้ตั้งขนานนามว่านักร้องคั่นเวลา

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 4 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย เฟิง เฟิง
ลองอ่านนนนนนน
เมื่อ 6 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว