แดนรักมาเฟียเถื่อน [e-book]-ตอนที่ 2 แรกพบสบตา [2]

โดย  วรัมพร-หงสรถ-มนสิวรรณ-ธิชาร์

แดนรักมาเฟียเถื่อน [e-book]

ตอนที่ 2 แรกพบสบตา [2]

“จอดตรงนี้เลยค่ะ” เสียงหวานสั่งวินมอเตอร์ไซด์จอด เมื่อมาถึงผับสุดหรูของบรรดานักท่องราตรี และหลังจากที่หญิงสาวจ่ายค่าโดยสารเรียบร้อย เจ้าตัวก็วิ่งไปทางหลังร้านแล้วไปยังห้องเปลี่ยนชุดเป็นชุดพนักงานเสิร์ฟ

“แกจะขยันไปถึงไหนยัยป่าน ฉันว่าแกหยุดพักบ้างก็ได้นะ เห็นแล้วเหนื่อยแทน” เพื่อนสาวเอ่ยทักเพราะทราบเรื่องจากเพื่อนร่วมงานว่าปัญญาวีร์ไปรับงานเป็นนักร้องที่บ้านเศรษฐี เห็นว่าเป็นงานเลี้ยงต้อนรับว่าที่ลูกเขยที่คาดว่าคงได้ทิปมาเยอะ แต่ทำไมเจ้าตัวถึงวิ่งโร่กลับมาทำงานอีกก็ไม่รู้

“ก็อยากได้เงินไง เธอก็รู้ว่าจะทำอะไรก็ต้องใช้เงิน” ปัญญาวีร์ตอบกลับเสียงหอบๆ แล้วหันหยิบสมุดจดออเดอร์เดินออกไปต้อนรับลูกค้า โดยมีสายตาคมกริบคู่หนึ่งจับจ้องไม่ว่างตา

เราได้พบกันอีกแล้วแม่นักร้องสาวคนสวย มาเฟียหนุ่มคิดด้วยความชอบใจ กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนหันไปออกคำสั่งกับบอดี้การ์ด จากนั้นก็นั่งรออย่างใจเย็น

ทางด้านปัญญาวีร์ที่กำลังบริการลูกค้าอยู่ก็เงยหน้ามองห้องวีไอพีด้วยสีหน้ายุ่งๆ หลังจากเพื่อนร่วมงานมาบอกให้เธอไปบริการแขกวีไอพีในห้องนั้น เจ้าของร่างบางบิดปากออกนิดๆ อย่างไม่เข้าใจว่าทำไมลูกค้าถึงได้เจาะจงว่าต้องเป็นเธอด้วย แต่เมื่อไม่มีทางปฏิเสธได้ เธอก็ได้แต่จำใจเดินไปยังห้องวีไอพี ทว่าแขนของเธอถูกรั้งเอาไว้เสียก่อน

“เจ๊มีอะไรหรือเปล่าคะ ป่านจะรีบไปดูแลลูกค้า” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยเสียงกึ่งจะเบื่อหน่อย เมื่อเห็นสายตาของเจ้าของผับ ที่เธอเดาออกว่าเจ๊จะให้เธอทำอะไร

“เจ๊รู้แล้ว แล้วที่เจ๊มานี่ก็มาบอกให้หนูป่านดูแลลูกค้าวีไอพีคนนี้ให้ดีๆ แล้วถ้าลูกค้าอยากได้อะไร หนูป่านก็รีบจัดหาให้ด้วยล่ะ”

“ได้ค่ะเจ๊”

“ขอบใจนะจ๊ะหนูป่าน อ๋อ! เจ๊ลืมบอกไปว่าลูกค้าต้องการให้หนูป่านขึ้นไปร้องเพลงให้ฟังด้วย ส่วนค่าเหนื่อย ทางลูกค้าจะจ่ายให้ไม่อั๋น เจ๊แนะนำว่าหนูป่านควรเรียกให้เยอะๆ เข้าไว้ แล้วที่สำคัญอย่าลืมที่เจ๊บอกด้วยล่ะ หากลูกค้าต้องการอะไรก็รีบหาให้ แล้วอย่าไปขัดใจลูกค้าล่ะ เดี๋ยวร้านเจ๊จะเสียชื่อ” เจ้าของผับบอกน้ำเสียงราบเรียบแต่ก็แฝงคำสั่งเอาไว้ ส่วนปัญญาวีร์ลอบถอนใจเฮือกใหญ่ กี่ครั้งแล้วที่เจ๊พูดในทำนองให้เธอเอาตัวเข้าไปประเคนให้ลูกค้ารายใหญ่ๆ

“เรื่องร้องเพลง ป่านจะขึ้นไปร้องให้ แต่แค่สองเพลงเท่านั้นนะคะ วันนี้ป่านเหนื่อย ส่วนเรื่องที่ลูกค้าต้องการอะไรก็รีบหาให้ เจ๊คงไม่ได้หมายถึงตัวป่านใช่ไหมคะ”

“ไม่ใช่หรอกหนูป่าน เพราะของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับใครว่าจะยอมหรือไม่ยอม แต่ตอนนี้เจ๊ว่าหนูป่านรีบไปเถอะ เดี๋ยวลูกค้าจะรอนาน” สิ้นคำเจ้าของผับหรู ปัญญาวีร์ก็เดินตรงไปยังห้องวีไอพี โดยมีสายตาจากเจ้าของผับมองตามด้วยความขุ่นเคืองที่พนักงานสาวไม่ยอมทำตามที่ตนเปรยไว้

ทางด้านปัญญาวีร์ หลังจากเธอเดินมาถึงหน้าห้องวีไอพี ก็ยืนรออยู่อึดใจเพื่อรอให้บอดี้การ์ดหน้าห้องเข้าไปบอกกล่าวเจ้านาย และเมื่อได้รับอนุญาต เธอจึงเปิดประตูแล้วเดินก้มหน้าเข้าไปยืนห่างๆ โซฟาที่ลูกค้านั่งอยู่

“ท่านจะรับอะไรดีคะ” พนักงานสาวพูดขึ้นโดยไม่คิดจะเงยหน้ามองลูกค้า เพราะเธอถือว่ามันเป็นการเสียมารยาท ส่วนมือก็จับปากกาเตรียมพร้อมจดรายอาหารและเครื่องดื่มตามที่ลูกค้าต้องการ แต่ทุกอย่างเงียบกริบ ครู่ต่อมาเธอก็ได้ยินเสียงถอนใจดังมาจากคนที่นั่งบนโซฟาเรียบหรูนั่น

“ที่นี่ต้อนรับลูกค้าแบบนี้หรือไง ไม่ได้เรื่อง!” มาเฟียหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงกระชาก เพราะไม่พอใจที่หญิงสาวไม่เงยหน้าขึ้นมองเขา ทั้งที่หน้าตาของเขาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่จนถึงขนาดไม่อยากมอง

ขณะที่ปัญญาวีร์ก็เงยหน้ามองทันทีหลังจากถูกกล่าวหา ดวงตากลมสวยต้องเบิกกว้างเมื่อได้เห็นโฉมหน้าคนที่เรียกใช้เธอ

เขา! ผู้ชายหนุ่มเจ้าของดวงตามีเสน่ห์ที่เธอเจอในงานเลี้ยง

อาการตะลึงองหญิงสาวเรียกรอยยิ้มขบขันจากมาเฟียหนุ่มได้มากทีเดียว

“เป็นอะไรไปคุณนักร้อง หรือคุณเห็นหน้าผมเป็นปีศาจหรือไง ถึงได้ทำตาถลนแล้วก็จ้องผมจนตาไม่กะพริบแบบนี้” มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์

“ปละ…เปล่าค่ะ ว่าแต่ท่านจะรับอะไรดีคะ” คำแต่ละคำที่ปัญญาวีร์พยายามถามมันช่างลำบากลำบนยิ่งนัก ทั้งที่เธอไม่เคยประหม่าเลยสักครั้ง

“ผมว่าคุณคงไม่พร้อมจะบริการใครหรอก ดูอย่างคำพูดสิ พูดติดๆ ขัดๆ ไปหมด” เอเรสกล่าวด้วยน้ำเสียงคล้ายดูถูก แล้วเอนแผ่นหลังผิงพนักโซฟา ยกแขนทั้งสองพาดบนโซฟาพร้อมตวัดท่อนขาแข็งแกร่งขึ้นทับกันในท่วงท่าสบาย

ดวงตาคมจับจ้องไปยังหญิงสาว รูปร่างบอบบางแต่ดูเหมือนมีบางอย่างซุกซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าจะไม่เล็กอย่างที่ตาเห็น มาเฟียหนุ่มใช้สายตาสำรวจซอกแซก ราวกับว่าจะสอดส่องเข้าตรวจดูก้อนเนื้ออวบอิ่มให้มันรู้กันไปเลยว่าตกลงขนาดมันแค่ไหนกันแน่

ปัญญาวีร์ตวัดสายตาโกรธขึงใส่ลูกค้าหนุ่ม บ่งบอกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าเธอไม่ชอบใจสายตาซอกแซกของเขา ขณะที่มาเฟียหนุ่มก็ทำเพียงไหวไหล่ ปากได้รูปของเขาก็คลียิ้มส่งไปเขย่าหัวใจของใครบางใครและก็ได้ผล เพราะหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอหวามไหวไปกับรอยยิ้มมีเสน่ห์นั่น

“ว่าไงคุณนักร้อง ผมว่าคุณไม่พร้อมจริงๆ นั่นแหละ แบบนี้ผมคงต้องไปรายงานเจ้าของผับทราบดีไหม ว่าพนักงานของที่นี่ นอกจากหน้าตาจะไม่ยิ้มแย้มแล้ว น้ำเสียงยังไม่รื่นหูอีก” น้ำเสียงยียวนดังขึ้นหลังจากได้มองอย่างทะลุปรุโปร่งไปถึงไหนๆ ตามที่ใจเขาอยากมอง

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว