รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 2 เจ้านายคนใหม่ - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 2 เจ้านายคนใหม่ - ((100%)) -

.

...

.........

...

.

“ป้อเลี้ยงเจ้า โทรศัพท์ของป้อเลี้ยงเจ้า ลืมไว้ที่ห้องนั่งเล่นน่ะเจ้า”

“ขอบใจมากคำป้อ” เสียงห้าวบอกขณะเงยหน้าจากกองเอกสารบนโต๊ะทำงาน

พ่อเลี้ยงหนุ่มกดรับโทรศัพท์ หากทว่าไม่ลืมสั่งสาวใช้ของตน

“พรุ่งนี้บอกให้ป้าวรรณมาหาผมก่อนผมไปไร่ด้วยนะคำป้อ”

เมื่อสาวใช้รับคำสั่งและออกจากห้องทำงาน ชายหนุ่มจึงกรอกเสียงทักทายปลายสาย

“ว่าไงยายนุช โทร. มาเรื่องอะไร”

“ก็พี่เลี้ยงคนใหม่ของนายมดตัวแสบไงคะ”

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งทำงานไปยืนพิงกระจกหน้าต่าง คิ้วเข้มดกดำพาดเหนือดวงตาคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ปากหนาที่พรูลมหายใจนั้นอยู่บนแนวเขียวครึ้ม ที่เขาต้องโกนออกบ่อยๆ โครงหน้าแข็งกระด้างบ่งบอกนิสัยเอาจริงเอาจัง กอปรกับดวงตาคู่คมที่สะกดสายตาคนมอง และเป็นที่หวาดกลัวของเหล่าคนงานในไร่ไม่น้อย นั่นจึงทำให้เขาเป็นพ่อเลี้ยงทรงเสน่ห์คนหนึ่งในละแวกนี้

“ได้เรื่องแล้วรึไง”

“ได้แล้วสิคะพี่คิราภ์ เพื่อนนุชโทร. มาบอกแล้วว่าพ่อเขาอนุญาตให้ไปอยู่กับพี่คิราภ์”

“ใครล่ะ?” อคิราภ์เอ่ยถามอย่างแปลกใจ ด้วยนึงสงสัยยว่ามีผู้หญิงที่เพิ่งจบการศึกษาคณะบริหารที่ไหนจะอยากมาเลี้ยงเด็ก

“เนยน่ะค่ะ พี่คิราภ์น่าจะเคยเห็นในภาพถ่ายวันรับปริญญาที่นุชส่งไปให้เมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อนรักของนุชที่เคยเล่าให้พี่คิราภ์ฟังไงคะ จริงสิ! พี่คิราภ์เคยเจอกับเนยแล้วนี่คะ ที่ร้านกาแฟตอนที่พี่คิราภ์มารับนุชตอนเรียนปีสองไง พี่คิราภ์จำได้รึเปล่า”

อคิราภ์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิด ใครจะไปจำได้ ยิ่งเห็นผ่านๆ ด้วยแล้ว แต่เอาเถอะเขานึกหน้าเธอออก เพราะรูปถ่ายปริญญาที่ญาติผู้น้องส่งมาให้

“เพื่อนเราจะมาทำแน่นะ”

“แน่ค่ะ พี่คิราภ์จะให้เงินเดือนยายเนยได้เท่าไหร่คะ”

“ก่อนหน้านี้เพื่อนเราทำงานกับยายนงใช่มั้ย”

“ค่ะ พี่นงให้เงินเดือนเนยหมื่นห้าไม่รวมค่าคอมมิชชั่นค่ะ”

“พี่ให้สองหมื่นห้าเลย แต่ฝากบอกเพื่อนเราด้วยว่าเตรียมตัวเตรียมใจให้ดี นายมดหลานเรานิสัยเหมือนมดจริงๆ กัดเจ็บจนไม่มีผู้หญิงคนไหนทนเป็นพี่เลี้ยงได้เลย”

“นุชคิดว่าเนยคงยอมทนค่ะ เพื่อนนุชคนนี้ต้องการเงินไปรักษาแม่ แล้วตอนนี้ก็ต้องการรักษาแผลใจด้วย”

“หือ? รักษาแผลใจ? หมายความว่าไง”

“ก็คงเหมือนพี่คิราภ์นั่นล่ะค่ะ แฟนนอกใจไปคบกับผู้หญิงคนอื่น ที่สำคัญตอนนี้กำลังแจกการ์ดแต่งงาน ทั้งๆ ที่เคยสัญญากันไว้ว่าจะแต่งงานกัน”

อคิราภ์ถอนหายใจ ขณะที่ปากหนาเม้มแน่น

“แล้วจะมากันยังไง”

“รถทัวร์ค่ะ ตอนแรกนุชกะว่าจะไปกับเนย แต่สงสัยว่าคงจะไม่ได้ไปแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าพี่นงมีงานด่วนที่กรุงเทพฯ นุชคงต้องไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล”

“แล้วอานิดเป็นไงบ้างล่ะ”

“คุณแม่แค่ผ่าตัดไส้ติ่งนะคะ ไม่ได้อาการหนัก เอาเป็นว่านุชฝากพี่คิราภ์ไปรับเพื่อนนุชที่สถานีขนส่งหน่อยนะคะ”

“ได้สิ พี่จะไปรับด้วยตัวเองเลย”

“งานนี้นายมดได้หาเรื่องแกล้งยายเนยแน่ๆ ค่ะ คงเข้าใจผิดว่าคุณพ่อจะพาแม่เลี้ยงมาให้แน่ๆ”

“นายมดไม่ได้รู้เรื่องแม่ ย่อมไม่แปลกที่จะเป็นแบบนั้น แต่พี่ก็ไม่รู้จะบอกลูกยังไง ได้แต่ทำเฉยๆ เฉไฉไปเรื่อย”

“แต่สักวันนายมดก็ต้องรู้ค่ะพี่คิราภ์”

“ไว้ถึงวันนั้นก่อนก็แล้วกัน” อคิราภ์เอ่ยราวกับต้องการจะบอกกับตัวเองเช่นกัน

เขาคุยกับญาติผู้น้องอีกไม่กี่คำเพื่อจะได้รู้เวลาที่แน่นอนที่เขาจะไปรับเพื่อนของน้องสาวที่เธออวดสรรพคุณมาเสร็จสรรพ ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องทำงานตรงไปยังห้องนอน เขาเปิดแล็ปท็อปบนโต๊ะตัวใหญ่ เมื่อเห็นรูปน้องสาวและเพื่อนรักของเธอ เขาจึงได้แต่คิด

ผู้หญิงคนนี้หน้าตาน่ารักใช่เล่น เธอเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่น ทว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาสนใจ แต่นั่นล่ะ...รูปร่างบอบบางราวกับจะปลิวลมได้แบบนี้จะทนกับเด็กเอาแต่ใจอย่างลูกชายของเขาที่กัดเจ็บสมชื่อ ‘มด’ หรือเปล่าหนอ

อคิราภ์ครุ่นคิด คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อคลิกดูภาพต่อไปที่ส่วนใหญ่นุชจรีมีรูปถ่ายคู่กับเพื่อนคนนี้มากที่สุด และท่าทางที่ทั้งคู่โพสต์ก็เรียกรอยยิ้มของเขาได้ไม่น้อย

ทว่าเสียงเล็กที่เดินกอดหมอนใบเล็กเข้ามาในห้องนอนของเขา ดวงตาเล็กหรี่ปรือบ่งบอกถึงความง่วงงุนของเด็กวัยเพียงสี่ขวบ

“พ่อคิราภ์คร้าบบบ...มดฝันร้าย ขอมดนอนกับพ่อคิราภ์นะครับ”

“ขึ้นเตียงแล้วนอนเลยครับคนเก่ง”

“ครับ ราตรีสวัสดิ์ครับพ่อคิราภ์”

อคิราภ์คลิกภาพถัดไปก่อนจะต้องจ้องภาพยิ้มแย้มตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ข้างกายเธอคือร่างของชายหนุ่มร่างสูงที่ดูเหมาะสมกับเธอไม่น้อย ใบหน้าสวยแดงก่ำ แขนที่โอบบ่าของหญิงสาวไว้แน่นบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่

สายตาที่จับจ้องของชายหนุ่มทำให้เขาอดคิดถึงตัวเองในวันแต่งงานไม่ได้ ใช่! เขารักอดีตภรรยา ผู้ซึ่งเป็นแม่ของเจ้ามด...ลูกชายของเขามาก ภายหลังที่เธอจากไป...เขากลับเกลียดชังเธอเหลือเกิน การกระทำที่หักหลัง ทรยศต่อความรักของเขา เธอทำร้ายหัวใจของเขาด้วยการสวมเขาให้คนที่เธอบอกว่ารัก แต่ไม่ใช่เลย เธอไม่ได้รักเขา หากรักในทรัพย์สมบัติของเขาต่างหาก

อคิราภ์ปัดความคิดในอดีตอันแสนข่มขื่นทิ้งไป ก่อนจะปิดแล็ปท็อปบนโต๊ะ แล้วเดินไปยังเตียงกว้างที่มีร่างของลูกชาย โครงหน้าของลูกชายรวมถึงริมฝีปากจิ้มลิ้มนี่ถอดแบบจากมารดามาทั้งสิ้น จะมีก็เพียงดวงตากระมังที่ได้รับไปจากเขา

“พ่อจะบอกเราเรื่องแม่ยังไงน่ะเจ้ามด ถ้าวันหนึ่งเรารู้ว่าแม่ที่เราอยากเจอ ความจริงไม่ได้อยากเจอเรา และเป็นคนที่ทิ้งเราไปอย่างไร้เยื่อใย ลูกพ่อจะเสียใจแค่ไหนหนอ” อคิราภ์เอ่ยกับลูกชายพลางลูบศีรษะเล็กๆ นั่นอย่างเอ็นดู

ชายหนุ่มกดจมูกกับศีรษะเล็กแล้วเอื้อมมือปิดไฟหัวเตียงเพื่อจะได้พักผ่อน

.

...

.........

...

.

.

ร่างบอบบางของเนตราชะเง้อมองหาเพื่อนรัก ที่นัดเธอมายังร้านคอฟฟี่ช็อปภายในโรงพยาบาล ทว่าสายตากลับเห็นร่างของคนสองคนที่เธอไม่พร้อมจะเจอ ภาพที่เห็นคือฝ่ายชายกำลังพูดอะไรบางอย่าง ซึ่งคงทำให้ฝ่ายหญิงมีความสุขนัก เพราะรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า และท่าทางพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายของอีกฝ่ายนั้น ก็ยืนยันความสนิทสนมของทั้งคู่เป็นอย่างดี

“เนย...ไปเหอะ”

“นุช...ฉันเจ็บ เจ็บจนพูดไม่ออก มันตื้อไปหมดเลย เมื่อไหร่ฉันจะเลิกเจ็บปวดแบบนี้สักทีนะ”

“โธ่! เนย เลิกคิดมากเหอะ ไปหาแม่กับฉันไป แม่ฉันคิดถึงแกจะแย่แล้ว”

“อื้ม ไปสิ”

เนตราส่งยิ้มเจื่อนให้เพื่อน ก่อนจะยอมเดินตามแรงเพื่อนที่เดินจูงมือเธอไปตลอดทาง นุชจรีได้แต่ลอบถอนหายใจ เธออยากหาใครสักคนช่วยรักษาบาดแผลทางใจของเพื่อนคนนี้เสียจริงๆ

ภายในห้องพักผู้ป่วย ซึ่งมีร่างของหญิงมากวัยทว่ายังสวยสดงดงาม เนตรายกมือไหว้อย่างมีมารยาท ก่อนจะส่งยิ้มน้อยๆ ให้คนที่พยักหน้ารับ

“แม่ได้ข่าวว่าเนยลาออกจากที่ทำงานของยายนง แล้วจะไปทำงานให้ตาคิราภ์เหรอจ๊ะ”

“ค่ะคุณแม่ เนยลาออกจากที่ทำงานของพี่นงแล้ว”

“แม่เข้าใจจ้ะ หนูไม่ต้องคิดมากหรอก แต่ว่าแม่อยากขอเตือนอย่างนึงนะ ไปทำงานกับตาโหดคิราภ์น่ะ”

“คะ? เอ่อ...ทำไมคุณแม่ถึงเรียกเขาอย่างนั้นล่ะคะ”

“ใช่ค่ะ พี่คิราภ์ของนุชไม่ได้โหดสักหน่อย แค่จริงจังมากไปก็เท่านั้นเอง”

“ย่ะ แม่นุชจรี เข้าข้างพี่ชายแกคนนี้ซะเหลือเกิน”

นุชจรียิ้มหวานเมื่อเห็นท่าทางสะบัดสะบิ้งของมารดา

“หนูเนย...ตาคิราภ์หลานแม่คนนี้น่ะ เขาเคยผิดหวังกับชีวิตคู่จนต้องเป็นซิงเกิ้ลแด๊ด ทำให้หันมาจริงจังกับงานจนแทบไม่มีเวลาให้ลูกในช่วงแรก โชคดีว่าลูกน่ะยังเล็กนัก ตอนนี้ตามดก็คงสักสี่ขวบ แต่ก็ร้ายใช่เล่น เห็นว่าพี่เลี้ยงลาออกกันไปหลายราย เพราะว่าทนความดื้อ ความซน และช่างแกล้งของตามดไม่ได้สักคน หนูคงไม่รู้ว่าตามดน่ะกลัวว่าพ่อจะหาแม่ใหม่ เพราะไม่รู้ว่าแม่ตัวเองน่ะทิ้งไป คิดว่าทะเลาะกันจนแยกทางเฉยๆ ส่วนพ่อกับแม่ตาคิราภ์ก็ไม่ได้รู้เรื่องลูกสะใภ้เลยว่าทำร้ายจิตใจลูกชายแค่ไหน ทำให้คิราภ์ทำตัวปลีกวิเวกจนถูกมองว่าเป็นคนดุและหยิ่ง”

“คุณแม่ไม่ต้องห่วงเนยหรอกนะคะ เนยจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนยไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอกค่ะ”

“ได้ยินแบบนี้แม่ก็เบาใจ แต่ถ้ามีปัญหาอะไรให้บอกแม่ หรือบอกยายนุชก็ได้นะ ส่วนตาคิราภ์น่ะ ลูกไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก รายนั้นน่ะมีแต่เรื่องงาน ไม่เคยสนใจผู้หญิงมานานแล้วล่ะ”

เนตรากะพริบตาพลางพยักหน้า แม้จะฉงนใจนักว่าเหตุใดมารดาของเพื่อนรักถึงได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ทว่าเธอก็ปัดความสงสัยออกไป เมื่อนุชจรีบอกเรื่องที่เธอต้องเดินทางโดยลำพัง พร้อมกับส่งตั๋วรถทัวร์ให้เธอเก็บไว้

หญิงสาวรับตั๋วรถทัวร์มาไว้ในมือ ใบหน้าสวยซึ้งก้มมองตั๋วในมืออย่างครุ่นคิด เธอยอมรับว่าเธอกำลังหนี หนีหัวใจของตัวเอง แต่เธอรู้ดีว่าถ้าอยู่ต่อไปก็มีแต่จะทำให้เธอนั้นเจ็บช้ำยิ่งกว่า แล้วเธอจะทนไปเพื่ออะไรกัน

นุชจรีอาสาไปส่งเพื่อนรักที่บ้านเมื่อพี่สาวแวะมาดูแลมารดาก่อนจะออกเดินทางไปกรุงเทพฯ กระทั่งจอดหน้าบ้านเนตรา เธอจึงได้บอกอีกฝ่าย

“เนย...พรุ่งนี้ฉันจะมารับไปส่งที่สถานีขนส่งนะ”

“อื้ม”

“นี่แกเป็นอะไรรึเปล่า ฉันเห็นแกเงียบๆ ไปนะ หรือว่าเพราะเจอไอ้ขนมปัง”

“เอ่อ...ฉัน...” เนตรามองหน้าเพื่อนที่อาสาขับรถมาส่งถึงบ้านอย่างไม่สบายใจ

“ไม่เอาน่า อย่าทำหน้างั้นดิ แกรักมันมาตั้งนาน ลืมได้ง่ายๆ เพียงอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก ค่อยๆ ทำใจไปจะดีกว่า ไปอยู่ที่โน่นมีอะไรให้ทำจนวุ่น แกคงเลิกรักเลิกคิดถึงก็ได้ ดีไม่ดีอาจจะไปเจอเนื้อคู่ที่โน่นก็ได้”

คนพูดยักคิ้วหลิ่วตาให้เพื่อน ทำให้เนตรามีรอยยิ้มขำขันขึ้นมาบ้าง นุชจรีมักจะเป็นห่วงความรู้สึกของเธอเสมอ คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน

“ขับรถกลับดีๆ นะนุช”

“จ้า พรุ่งนี้จะมารับตั้งแต่เช้านะ อย่านอนดึกล่ะ”

“อื้อ”

นุชจรีมองแผ่นหลังเหยียดตรงของเนตรา ก่อนจะกระตุกมุมปากขึ้นยิ้มน้อยๆ เธออยากวางแผนจับคู่ระหว่างพี่ชายหน้าดุกับเพื่อนสาวขี้เล่นคนนี้จริงๆ ทว่าความขี้เล่น ร่าเริงของเนตรามันหายไปเพราะไอ้ผู้ชายคนนั้นคนเดียวแท้ๆ

หญิงสาวแล่นรถออกจากหน้าบ้านเพื่อนสาวช้าๆ รถญี่ปุ่นคันเล็กแล่นเข้าจอดในที่จอดรถของโรงพยาบาล ก่อนที่เธอจะสาวเท้าไปหามารดาที่กำลังนอนดูทีวีสบายใจเฉิบบนเตียงเป็นแน่ โดยมีพี่สาวคอยจัดแจงอาหารมื้อเย็นให้

“ว่าไงล่ะนุช เราคิดเหมือนที่แม่คิดรึเปล่า”

“แม่คิดดีแล้วหรือคะ พี่คิราภ์กับเนยน่ะมีปัญหาเรื่องเดียวกัน”

“แบบนั้นแหละเขาสองคนจึงจะเข้าใจกันดีที่สุด เพราะหัวอกเดียวกันไงล่ะ”

“นุชหวังว่าจะเป็นอย่างที่เราคิดนะคะ”

“เชื่อแม่สินุช ว่าคิราภ์จะหลงรักความร่าเริง และความน่ารักของหนูเนย กำแพงน้ำแข็งที่เกิดขึ้นในใจของคิราภ์จะได้หายไปเสียทีหลังจากทรมานมาเกือบสี่ปี แม่เชื่อว่าสองคนนี้เหมาะสมกันที่สุดแล้วล่ะ”

นุชจรีขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่แน่ใจนัก เธอไม่อยากให้เนตราต้องเจ็บช้ำเพราะความรักอีก หญิงสาวเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อน เพราะรู้จักเนตราดี จึงไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องผิดหวังซ้ำซาก

หากอคิราภ์รักเนตรา เขาจะทำให้เพื่อนของเธอมีความสุข เพราะอคิราภ์เป็นผู้ชายที่มั่นคงในความรัก เขาเป็นคนที่จริงจังและจริงใจไม่เป็นรองใคร เธอหวังว่าแม่ของเธอจะไม่คาดหวังจนเกินไป นุชจรีได้แต่ครุ่นคิด ขณะมองรอยยิ้มมีความสุขของมารดา

.

- - - - - - - - มาอัปต่ออีก 40% แล้วจ้า - - - - - - - -

.

.

.........

...

.

เนตราได้แต่สะบัดศีรษะคลายอาการง่วงงุน ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อโทรศัพท์มือถือเครื่องบางที่เธอสอดไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหลัง กำลังสั่นแสดงเบอร์คนโทรเข้ามา

ใบหน้าสวยขมวดมุ่น เมื่อเบอร์ที่โชว์ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย การนั่งรถติดๆ กันหลายชั่วโมงทำให้เธอต้องสลัดศีรษะอีกครั้ง ก่อนจะยกโทรศัพท์แนบหู

“สวัสดีค่ะ เนยพูดค่ะ”

“นั่นน้องเนยใช่มั้ย”

น้ำเสียงห้าวดุทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว เธอรู้สึกเหมือนเสียงหายอย่างไรอย่างนั้น จนนึกหวั่นใจว่าเจ้านายคนใหม่จะไม่ดุเพียงเสียงเท่านั้น

“ค่ะ”

“ผม...อคิราภ์ พี่ชายของนุช”

“ค่ะ”

“คุณมาถึงรึยัง”

“ค่ะ”

“แล้วอยู่ไหนล่ะ”

อคิราภ์เริ่มขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินเธอพูด ‘ค่ะ’ เป็นรอบที่สาม เขาหันมองรอบๆ สถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะเห็นร่างเล็กบอบบางที่สะพายกระเป๋าเป้ใบโตหมุนซ้ายหมุนขวา เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกเธอเสยสะบัดไปมา

“เนยเพิ่งลงจากรถค่ะ คุณอยู่ไหนล่ะ”

“พี่อยู่ข้างหลัง หันมาสิ”

เนตราหันหน้ามามอง ก่อนจะหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มร่างสูงจนเธอต้องเงยหน้ามอง เพราะด้วยความสูงของเขาที่ทำให้เธอสูงเพียงหน้าอกแกร่ง หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ก่อนจะยกมือไหว้ให้เขาต้องรับไหว้

“สวัสดีค่ะ”

“ครับ เดินทางเป็นไงบ้าง”

“ก็ดีค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพลางยิ้มน้อยๆ ให้กับชายหน้าดุ

“งั้นไปกันเถอะ จะได้พักผ่อน เนยอาจต้องเจอฤทธิ์เดชของลูกชายพี่”

“เขาดื้อมากเหรอคะ”

อคิราภ์พยักหน้าแทนคำตอบขณะเดินนำไปที่รถที่เขาจอดทิ้งไว้ ที่เบาะด้านหลังมีร่างของเด็กน้อยที่กำลังเล่นหุ่นยนต์ตัวโตตัวใหม่ ซึ่งเธอคาดว่าคนเป็นพ่อคงเพิ่งจะซื้อมาให้เป็นแน่

อคิราภ์เก็บกระเป๋าเป้ใบโตของหญิงสาวไว้ด้านหลังรถ ก่อนจะปลดล็อคประตูรถ เนตราเปิดประตูก่อนจะขึ้นไปนั่ง และทันทีที่ประตูปิดลง เด็กชายวัยสี่ขวบก็หันมองทันที

“ป้า! ป้ามาทำอะไรบนรถพ่อคิราภ์น่ะ”

เนตรากระตุกยิ้มน้อยๆ นี่สินะที่เพื่อนเธอสั่งนักสั่งหนาตอนมาส่งที่ขนส่งของจังหวัดน่าน ว่าให้อดทนกับหลานกวนประสาทของเจ้าหล่อน

‘แกต้องอดทนนะเนย ไอ้มดหลานฉันน่ะซนยิ่งกว่าลิง กวนประสาทยิ่งกว่าอะไร แล้วมันก็กัดเจ็บสมชื่อ ที่สำคัญดันคิดว่าพี่เลี้ยงจะมาเป็นเมียพ่อทุกคน ก็เลยคิดว่าผู้หญิงพวกนี้แย่งพ่อจากแม่ แกต้องอดทนนะ ต้องนับหนึ่งถึงร้อย ไม่สิ! นับถึงพันดีกว่า ร้อยคงไม่พอ จำไว้นะแกต้องอดทน’

“จะมากำราบมด เคยเห็นมดตัวเล็กๆที่ ถูกช้างบี้ป่ะ เค้าก็จะมาบี้เหมือนกัน เค้าเห็นอยู่บนรถ ตัวเห็นรึเปล่า”

“เฮ้ย! ใครจะให้ตัวมาบี้เค้า ฝันล่ะสิเนี่ย”

“เค้าไม่ได้มาบี้ตัว เค้าหมายถึงมด ไม่ได้หมายถึงเด็กชื่อมด”

“เค้าไม่เด็กแล้ว เค้าเป็นผู้ชาย”

เนตรายิ้มน้อยๆ เมื่อมองคนที่อ้างว่าเป็นผู้ชายเต็มตัว เธอไม่รู้ว่าเหตุใดหลานชายของเพื่อนรักถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เธอเคยเจอนายมดเมื่อตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย และเด็กคนนั้นก็น่ารัก น่ามันเขี้ยวมาก

รอยยิ้มน้อยๆ ที่เปื้อนบนใบหน้าเล็กของหญิงสาว ทำให้คนที่ตั้งใจขับรถหันมามองอย่างพอใจ เขาคาดว่านายมดจะได้คู่กัดที่สมน้ำสมเนื้อเสียที บางทีรูปร่างภายนอกของเธอคงไม่เหมือนนิสัยอย่างที่เขาคิดเสียแล้ว

อคิราภ์มองกระจกหลัง เห็นใบหน้าตูมของลูกชายที่เลิกให้ความสนใจกับหุ่นยนต์ แล้วหันมาเป็นหญิงสาวที่นั่งข้างคนขับ ที่ดูเหมือนทั้งคู่จะทะเลาะกันไปตลอดทางจนกระทั่งถึงไร่อุ่นรัก

.

.........

...

.

.

‘ไร่อุ่นรัก’ กินพื้นที่ไปเกือบพันไร่ หลายร้อยไร่เป็นแปลงดอกเบญจมาศ สวนส้ม ถัดขึ้นไปเป็นคอกม้าและคอกวัว ด้านบนสุดเป็นบ้านไม้สักที่ได้รับการสืบทอดจากบรรพบุรุษ ซึ่งเคยเป็นเจ้าขุนมูลนายฝ่ายเหนือเมื่อนานมาแล้ว และถูกเรียกว่า ‘คุ้มอุ่นฮัก’ หรือในภาษากลางคือ ‘บ้านอุ่นรัก’ ทว่าคนรุ่นปัจจุบันที่อาศัยอยู่นั้นขาดความอบอุ่นด้านความรัก ซึ่งถือเป็นภาวะวิกฤติอย่างยิ่ง แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่เดือดร้อนนัก

เนตรามองเห็นร่างเล็กของหญิงสาวที่มาเปิดประตูรถเพื่อรับร่างเล็กๆ ของนายมด ที่กระโดดลงจากรถพร้อมหุ่นยนต์ในมือ

“ป้อเลี้ยงเจ้า คุณธนดลมาเจ้า เปิ้นนั่งฮอป้อเลี้ยงตี้ห้องต้อนฮับเจ้า”

อคิราภ์พยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าบ้าน ทว่าเมื่อเขาหันมาหาหญิงสาวที่เขาพามาด้วย ก็เห็นเธอกำลังยืนหัวเราะคิกคักกับใบหน้าโกรธเคืองเป็นฟืนเป็นไฟของนายมดที่ทำท่าปั้นปึ่งไม่คลาย

“มด...เข้าบ้านได้แล้ว อย่ามัวเล่นอยู่นอกบ้าน”

“ครับพ่อคิราภ์”

เด็กชายวิ่งไปเดินข้างบิดาก่อนจะเอ่ยถามเสียงดัง ราวกับจะให้หญิงสาวที่เดินตามด้านหลังได้ยินด้วย

“พ่อคิราภ์ครับ มดไม่เอาป้าคนนี้มาเป็นคนดูแลมดนะ...นี่ป้า! ป้าคิดจะมาจับพ่อคิราภ์ใช่มั้ย”

“ใครสอนให้พูดแบบนี้น่ะมด” อคิราภ์ตำหนิบุตรชายทันที

“ก็คุณย่าบอกว่า ผู้หญิงที่เข้ามาหาพ่อคิราภ์น่ะหวังจะจับพ่อคิราภ์ จะมาแทนที่คุณแม่ของมดนี่ครับ มดพูดผิดเหรอครับ”

นายมดเงยหน้ามองคนตำหนิ กะพริบตาปริบๆ เรียกเสียงหัวเราะจากหญิงสาวด้านหลัง แต่เมื่อหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่หันมามอง เธอจึงแสร้งเอียงคอไปมาอย่างไร้เดียงสา

“ทำไมนายมด ถ้าเค้ามาจับพ่อตัวแล้วจะทำไม ตัวจะไล่เค้าหรอ”

“เค้าไม่ยอมรับป้าหรอก ไม่มีวัน! พ่อคิราภ์ครับ ไหนอานุชบอกว่าอาเนย เพื่อนอานุชจะมาดูแลมดล่ะครับ”

คำถามของลูกชายทำให้อคิราภ์เลิกคิ้วอย่างงุนงง เนตราปิดปากหัวเราะ ก่อนจะส่งสายตาเป็นประกายให้กับเด็กชาย แล้วเอ่ยถามอย่างขำขัน

“ตัวจำหน้าตาเพื่อนของอาตัวไม่ได้ แล้วก็ไม่เคยเห็นรูปของอาเนยของตัวเลยเหรอไง ถึงได้ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง”

เด็กชายอ้าปากค้าง ก่อนจะปิดปากลงแล้วมองหน้าไร้เครื่องสำอางของเนตราอีกครั้ง คิ้วเข้มที่ไม่ต่างจากบิดาขมวดมุ่นแล้วจ้องมองคนถาม

“อ่า...อา...เนย...ไม่จริงอ่ะ ตัวไม่ใช่อาเนยของเค้าหรอก อาเนยเค้าน่ารักกว่าตัวตั้งเยอะ ตัวไม่ต้องมาโกหกเค้าเลย นี่คงคิดว่าเค้าจะจำอาเนยไม่ได้ล่ะสิ เค้าไม่เชื่อหรอก”

“นายนี่ไม่ไหวเลยนายมด จำอาเนยของตัวไม่ได้แล้วยังมาเถียงข้างๆ คูๆ น่าเสียดายจริงๆ วันนั้นไม่น่าเลี้ยงไอติมเลย แล้วก็เสียดายจริงๆ ไม่น่าซื้อไอ้มาสค์ไรเดอร์มาฝากเลย เสียแรงจริงๆ”

เนตราแสร้งส่ายหน้า ก่อนจะเดินสะพายเป้ใบโตผ่านหน้านายมดตามเจ้าของบ้านเข้าไป หญิงสาวยกมือไหว้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกขณะรอคำสั่งของเจ้าของคุ้มอุ่นฮัก

“นี่เนย...เพื่อนยายนุช จะมาดูนายมดแทนพี่เลี้ยงคนเก่าน่ะ ส่วนนี่นายดล...เพื่อนพี่เอง”

ธนดลหรี่ตามองเพื่อนรัก ซึ่งเป็นหุ้นส่วนบริษัทส่งออกผลผลิต ก่อนจะหันไปยิ้มและรับไหว้หญิงสาวที่เหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่น ปากจิ้มลิ้ม จมูกโด่งเล็ก ดวงตาหวานทว่านัยน์ตาเศร้าราวกับคนทุกข์ใจ เขาเพียงลอบยิ้มเล็กน้อย

“คุณคิราภ์จะให้เนยนอนที่ไหนคะ”

“อาเนย! เค้าขอโทษ...เค้า...”

นายมดที่วิ่งเข้ามาจับมือนิ่มของหญิงสาว เรียกรอยยิ้มขรึมของเจ้าของบ้านได้ไม่น้อย ทว่าหญิงสาวกลับเพียงเหล่มองเท่านั้น เธอแสร้งไม่สนใจนายมด เพราะอยากจะรู้นักว่าเจ้าตัวจะทำอย่างไร

“สวัสดีครับลุงดล ลุงดลมาจีบอาเนยหรอ มดไม่ให้นะ อาเนยเป็นเจ้าสาวของมด”

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง พลางก้มมองคนแสดงความเป็นเจ้าของอย่างงุนงง เสียงหัวเราะร่าของธนดลดังขึ้นแทบจะทันที หญิงสาวโคลงศีรษะอย่างหน่ายใจ นี่นายมดคิดอะไรกันแน่หนอ

“นี่นายมด เราน่ะคิดว่าน้องเนยจะรอเรารึไง ตัวเท่ากะเปี๊ยกแบบนี้น่ะ”

“มดโตแล้ว พ่อคิราภ์บอกว่าผู้ชายที่โตแล้วไม่ร้องไห้ มดไม่เคยร้องไห้ เพราะงั้นมดก็โตแล้ว ลุงดลอย่ามาดูถูกมดนะ มดจะจีบอาเนย”

เนตราอยากเอามือตบหน้าผากตัวเองจริงๆ ดูเหมือนเธอจะวุ่นวายตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาภายในบ้านอุ่นรัก ขณะว่าที่เจ้านายคนใหม่เพียงยืนกอดอก สะโพกหนาพิงกับตู้โชว์ไม้สัก เขาอดไม่ได้ที่จะนึกขันกับท่าทางหวงหญิงสาวของลูกชาย

“เอ่อ...คุณคิราภ์คะ เนยขอตัวไปพักผ่อนได้มั้ยคะ”

“เอาสิ พักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนแล้วค่อยมาคุยเรื่องงานกัน เดี๋ยวพี่ให้ป้าวรรณพาไปที่ห้อง”

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสูงวัยยิ้มกว้างขณะเดินนำหญิงสาวไป ปล่อยให้นายมดนั่งบนโซฟากอดอกด้วยสีหน้าขึงขัง ที่ไม่ได้ดูน่ากลัวสักนิด ทว่าดูแล้วน่าขันเสียมากกว่า เมื่อเด็กวัยสี่ขวบกำลังทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ และแสดงความเป็นเจ้าของหญิงสาวที่ดูน่ารักที่สุดภายในคุ้มอุ่นฮักในขณะนี้

“จะไปเล่นกับอาเราก็ไปเหอะมด พ่อจะคุยเรื่องงานกับลุงดล”

“แต่ว่า...”

“พ่อสัญญาว่าลุงดลจะไม่ได้จีบอาเนยของเรา”

ได้ยินเพียงเท่านั้นเด็กน้อยก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ ก่อนจะหอมแก้มบิดาแล้ววิ่งไปยังบันไดหลังประตูห้องรับแขก อคิราภ์ที่มองตามได้แต่ทอดถอนใจกับท่าทางของบุตรชาย

.

.

.

.

.

...

.......

...

.

บทที่ 2 มาอัปต่อจนจบครบ 100% แล้วน้าาา

.

พระ-นางเขาเจอกันแล้วนะ ไม่ต้องรอนาน

กามเทพตัวป่วนก็มาแล้ว

อ่ะ! แล้วจะรักกันยังไงล่ะ?

น้องเนยเพิ่งอกหักมานะ

อยากรู้...รอตอนหน้าจ้าาาา

.

อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา

.

ปล. เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊ก อัปแล้วจะมาบอกแน่นอนจ้า

.

.

ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG

.

ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....

เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com

.

.

ห้ามลืม!!

ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย

ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Sirada Kaewnarong
สนุกค่ะ รู้สึกเริ่มรักนายมดแล้ว
เมื่อ 5 เดือน 5 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Nuch1417
ขอบคุณค่ะไรท์
เมื่อ 6 เดือน 1 วันที่แล้ว

รีวิว