The apocalypse ฝ่าวิกฤติ แดนมรณะ

ของขวัญวันเกิด ครบรอบศตวรรษ

"วันที่ 6 เดือน 6 ปี xxx6 จะเกิดพายุโหมกระหน่ำพัดเข้าสู่ตัวเมืองกรุงเทพมหานครขอให้ทุกคนเตรียมตัว....." เสียงประกาศข่าวจากกรมอุตุดังไปทั่วห้อง ก่อนจะมีสัญญาณจากรีโมทกดปิดทีวีจอดำนั้นลง อืม...พายุที่รุนแรงถึงขั้นพัดเข้าตัวเมืองได้นี่ นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นควรจะดีใจหรือเสียใจดีละเนี่ย

มาคัส หนุ่มน้อยวัย 20 ปีนั่งคิดพรางตักข้าวผัดไข่ อาหารเมนูโปรดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับคิดเรื่อยเปื่อยตามประสาคนขี้เกียจคนหนึ่ง ซึ่งจะต้องไปปฐมนิเทศน์ของมหาวิทยาลัยวันแรก เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำซะด้วย

"มาคัส มานี่หน่อยสิลูก" เสียงอ่อนหวาน ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นจากแม่ดังขึ้นพร้อมกับกวักมือเรียกลูกชายของตนพร้อมกับรอยยิ้มแบบจึงอดไม่ได้ที่จะวางช้อนและเดินไปหา

"มีอะไรหรือครับ"

"วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของลูกนะสิ แม่กับพ่อก็เลยซื้อของขวัญมาให้^^"

หา.. วันเกิดหรอจำไม่เห็นได้เลยว่าเราเกิดวันนี้... มาคัสครุ่นคิดอย่างสงสัยจนออกทางสีหน้า จริงๆเขาควรจะจำวันเกิดของตนได้แท้ๆ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงจำวันเกิดตนเองไม่ได้ หรือเขาอาจจะเกิดวันนี้จริง

"อย่าทำหน้าเป็นหมางงแบบนั้นสิลูกพ่อ อุส่าเลือกมาให้เลยนะเนี่ย”

พ่อแกะกล่องของขวัญและยื่นสร้างอัญมณีสีแดงให้ ภายในมีรูปของทั้งสามถ่ายรวมกันตอนนั้นมาคัสยังเป็นเด็กตัวเล็กๆอยู่เลย.....ทำไมถึงให้อะไรแบบนี้มานะ รู้สึกไม่ค่อยดียังไงบอกไม่ถูกทั้งที่ควรจะดีใจสิถึงจะถูก

"มันคืออะไรหรอครับ

"เครื่องรางน่ะลูก เอาไว้เผือคิดถึงพ่อกับแม่จะได้เปิดดูได้"

"สวยไหมลูก" แม่เอ่ยด้วยสีหน้าไม่ดีนัก

"สวยมากครับแม่ ขอบคุณครับผมจะรักษามันอย่างดีจนเรียนจบเลย" มาคัสเอ่ยขึ้นเพื่อหวังสร้างรอยยิ้มให้กับผู้เป็นแม่ ทว่า

สิ้นสุดคำว่าเรียนจบ แม่ก็หลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายน้ำและทรุดลงไปคุกเข่าร่ำให้อย่างรุนแรงจนมาคัสรู้สึกใจหายขึ้นมาทันที

"เอ่อ"

"ไม่มีอะไรหรอกลูก แม่เขาแค่ดีใจที่ลูกมีความมุ่งมั่นขนาดนี้....โตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีให้ได้นะลูก เป็นผู้นำที่ดีให้ได้"

พ่อพูดอะไรกันเนี่ย ทำไมมีอะไรแปลกๆแต่เช้าเลย จริงๆแล้วเรื่องแปลกประหลาดแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีก่อนแล้วละ ตั้งแต่มหาวิทยาลัยชั้นนำรับคนเกรด 1. เข้ามหาวิทยาลัยจนไปถึงรัฐบาลจัดโครงการเรียนฟรี และชำระหนี้ให้ผู้ปกครองเด็กทุกคน แม้ว่าเด็กแต่ละคนไถ่ถามผู้ปกครองก็ไม่ได้ให้คำตอบใดๆ

"งะ...งั้นผมไปเรียนก่อนนะครับ"

"อืม ตั้งใจเรียนนะลูก"

พ่อลุกขึ้นมากอดมาคัสอย่างแนบแน่นราวกับไม่อยากให้มาคัสต้องก้าวเท้าออกจากบ้าน เหมือนกับคนที่กำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันกลับ และมันแน่นมากจนมาคัสตบไหล่พ่อเป็นการบอกว่า "ปล่อยได้แล้วครับ" แบบไม่เอ่ยคำพูดออกมา ขณะที่พ่อกำลังปล่อยแขนออกหยดน้ำบางอย่างก็ตกลงข้างแก้มของมาคัส

"พ่อ....ทำไม...ถึงร้องไห้ละครับ"

พ่อของมาคัสผู้มีใบหน้าดุดันกำลังร่ำไห้ทั้งที่พ่อเป็นคนฮาร์ดคอร์มาก และไม่น่าจะอ่อนไหวได้ถึงเพียงนี้

"น้ำตาลูกผู้ชายเว้ย ลูกชายที่ไม่เอาไหนของพ่อกำลังจะเป็นหนุ่มนักศึกษาเชียวนะ ไม่ให้ดีใจได้ไงละ ฮ่าๆๆๆ"

ถึงแม้จะพยายามแถวด้วยการหัวเราะ แต่ว่าเป็นใครก็รู้ว่ามันคือการโกหก ถึงอย่างนั้นมาคัสก็ไม่คิดจะสอบถามอะไรไปมากกว่านี้ ความรู้สึกของเขาบอกอย่างนั้น จึงเลือกที่จะไหลตามน้ำไป

"ฮ่าๆ หายากนะเนี่ยพ่อร้องไห้เนี่ย ไปก่อนนะครับเย็นนี้เดียวมาทำสุกี้แห้งกันนะ" มาคัสวิ่งออกไปอย่างกระตือรือร้นจนลับสายตา ท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดครึ้มแสงแดดที่อบอุ่นนั้นหายไปแล้ว

หายไป...พร้อมกับรอยยิ้ม...

ปัง!! เสียงกำปั้นทุบกำแพงอย่างรุนแรงของพ่อดังสนั่น เลือดไหลออกจากกำปั้นเป็นแนวยาวดิ่งลงตามแรงโน้มถ่วง

"เขาไปแล้ว...ไปแล้วจริง....ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย" น้ำตาที่อัดอั้นมานานของพ่อหลังไหลออกมาไม่แพ้ภรรยาของตน

"ถึงจะเป็นข้อตกลง....แต่ดีแล้วงั้นหรอที่ไม่บอกความจริงกับเขา"

"ดีแล้วละ...อย่าให้เขากังวลเลย ยังไงซะสักวันเขาจะรับรู้ทุกอย่างเอง"

"ของขวัญชิ้นนั้น.....ในอีกศตวรรษข้างหน้า...จะเป็นสิ่งที่บอกทุกอย่างให้กับเขาเอง" เสียงสั่นเครือจากแม่เอ่ยขึ้น

"อืม....อย่างน้อยก็ได้กอดเขา เป็นครั้งสุดท้าย ผมก็พอใจแล้วละนะ" พ่อเอ่ยขึ้นพรางมองออกไปบนท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆสีดำ ที่กลืนกินแสงสว่างไปจนหมด

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Sirisupa
thank thanks
เมื่อ 5 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว