รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 9 ความผิดที่ก่อไว้ - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 9 ความผิดที่ก่อไว้ - ((100%)) -

.

.

ปัทวีนั่งรอรับยาเคียงข้างยุวมาศ ภายในสมองของเขาเต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับเนตราทั้งสิ้น เพราะอยากรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เขาจึงไปดักรอหน้าบ้านเธอ แต่ก็ไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง เขารอวันแล้ววันเล่า ทว่าไม่เคยเจอเธอสักครั้ง

“คิดอะไรอยู่หรือปัง”

“เอ้อ...เปล่านี่ แยมเป็นไงบ้าง ยังรู้สึกคลื่นไส้อีกรึเปล่า”

“ดีขึ้นแล้วล่ะ”

ยุวมาศยิ้มน้อยๆ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง

หญิงสาวอดคิดถึงอดีตคนรักของปัทวีไม่ได้ เธอยอมรับว่าเธอนั้นผิดที่ทำให้ทั้งคู่เลิกรากัน แต่เธอไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันบานปลายขนาดนี้ ทว่าเมื่อเธอตั้งครรภ์ ย่อมไม่ต้องการให้เนตรากลับมาหาเขา หรือใจอ่อนกับเขา จึงพูดจาร้ายกาจ ทำตัวเป็นนางมารร้าย

ทั้งหมดที่เธอทำเป็นเพราะหวังลึกๆ ว่าสักวันเขาจะให้ความสนใจและดูแลเธอด้วยหัวใจไม่ใช่หน้าที่ ยุวมาศรู้ว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษจึงยืดอกรับผิดชอบในตัวเธอ และยอมเลิกรากับเนตราเพื่อเธอ ทว่าเธอไม่รู้เลยว่าเขายังพยายามติดต่อคนรักเก่ามากเพียงใด นั่นก็เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน แม้เขาจะไม่ให้ความกระจ่างชัดเจนใดๆ แต่ก็ไม่เคยเห็นเขาติดต่อเนตรา

“เดี๋ยวปังไปส่งแยมที่บ้าน แล้วก็จะไปทำงานต่อเลยนะ เย็นๆ ปังจะแวะไปดูที่โรงแรมที่จัดงาน แล้วจะแวะไปหา”

ยุวมาศยิ้มรับ นึกดีใจที่อีกฝ่ายใส่ใจทั้งตัวเธอ และเรื่องงานแต่งงานซึ่งเธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้ต้องการให้เธอเป็นเจ้าสาวแทนเนตรา

“ขอบคุณมากนะปัง แยมดีใจจริงๆ ที่ปังดีกับแยมขนาดนี้ แยมไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รับความเอาใจใส่จากปังมากขนาดนี้”

“แยมอย่าพูดแบบนี้สิ เด็กในท้องของแกยมก็เป็นลูกของปังเหมือนกัน คราวหน้าอย่าพูดแบบนี้อีก เคยบอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าอย่าคิดมาก จิตใจของแม่มีผลต่อเด็กในครรภ์ไม่ใช่เหรอไง”

“แยมขอโทษนะปัง” หญิงสาวก้มหน้าก้มตาเอ่ยอุบอิบเสียงเบา

“ไปกันเถอะ”

ปัทวีเดินนำหญิงสาวพลางเหลือบมองเป็นระยะๆ เขาเป็นห่วงสวัสดิภาพของเธอ ไม่อยากให้หกล้มหกคะเมนไปเสียก่อน ซึ่งท่าทางของเขาก็ให้ใจดวงน้อยพองโตขึ้นมาบ้าง ปลาบปลื้มใจนักที่ได้เห็นเขาห่วงหาอาทรเช่นนี้

“ปัง...แยมถามอะไรหน่อยได้มั้ย”

“อะไรเหรอ” คนถามกลับเลิกคิ้ว พลางคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย ก่อนจะเตรียมสตาร์ทรถยนต์เพื่อแล่นออกจากโรงพยาบาล

“ปัง...”

ยุวมาศชั่งใจที่จะเอ่ยถามเขา เพราะหวั่นกลัวความรู้สึกของเขา หากพูดชื่อของหญิงสาวอีกคนที่เธอเชื่อเหลือเกินว่ามีอิทธิพลต่อเขา

ท่าทีอ้ำอึ้งของหญิงสาวทำให้เขาต้องเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นเธอนิ่งเงียบ เขาจึงหันไปให้ความสนใจกับถนนด้านหน้า ไม่ทันได้คิดว่ายุวมาศอาจกำลังคลางแคลงใจเรื่องเขาและเนตรา แม้จะไม่มีใจให้เธอ แต่เขาก็ไม่อยากให้การกระทำใดๆ ของตนมีผลกระทบต่อจิตใจของเธอที่อาจส่งผลถึงเด็กในครรภ์ เขาจึงเลี่ยงที่จะพูดถึงและไม่เคยติดต่อหญิงสาวอีกคนต่อหน้ายุวมาศ

“ปังยังติดต่อเนยอยู่อีกรึเปล่า” เสียงที่เอ่ยถามนั้นเบาหวิว

เมื่อถามออกไปแล้ว ยุวมาศก็ได้แต่ก้มหน้ามองมือบนตักนิ่ง ไม่กล้าเงยหน้ามองอีกฝ่าย เพราะกลัวว่าจะร้องไห้ต่อหน้าต่อตาเขา หากเห็นว่าเขาที่ยังมีใจต่อเนตรา

ยุวมาศคิดถูกแล้วที่ไม่มองหน้าว่าที่เจ้าบ่าวของตนตอนนี้ เพราะไม่ได้มีเพียงความเงียบ แต่สีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขาก็ยังคงชัดเจนว่าคำถามนั้นมีคำตอบว่าอย่างไร เขาติดต่อเนตราก็จริง แต่ไม่เคยได้คุยเลยสักครั้ง ยิ่งช่วงหลังมานี่เขามัววุ่นเรื่องงานแต่งงาน ที่แม้ว่าจะไม่เต็มใจแต่ด้วยคำสั่งของบุพการีก็ทำให้เขาต้องทำตามอย่างว่าง่าย

และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา...การติดต่อกับเนตรายิ่งยากขึ้นไปอีกเมื่อเจ้าตัวปิดเครื่องหนี ซึ่งเป็นการปิดหนทางการติดต่อทั้งหมดที่เขามี ปัทวีเองก็เริ่มหมดหนทาง ทำได้เพียงใช้เวลาว่างอันน้อยนิดเฝ้ามองอยู่หน้าบ้านของเธอเท่านั้น

.

..........................

.

.

ปัทวีเดินเข้าแผนกขณะเหลือบตามองนุชจรี ที่เดินเคียงข้างมากับชายหนุ่มร่างสูง เขาคุ้นหน้าคุ้นตาชายหนุ่มคนนี้ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

“ว่าไงปัง เด็กเป็นยังไงบ้างล่ะ ฉันได้ข่าวว่าแกพาแยมไปหาหมอ”

“สบายดีทั้งแม่ทั้งลูก แล้วนุชกับ...เนยอ่ะ”

“ฉันสบายดีนี่ แกก็เห็นไม่ใช่เหรอ แล้วก็เลิกห่วงเนยได้แล้ว คนดูแลเนยตอนนี้น่ะดีกว่าคนเก่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า เก็บความเป็นห่วงของแกไว้ห่วง...เมียแกเหอะ! ไปกันเถอะค่ะพี่ดล...นุชหิวข้าวจะแย่”

ธนดลพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินตามหญิงสาวเข้าลิฟต์ภายในสำนักงาน ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น อดคิดถึงอคิราภ์ไม่ได้ หากเปรียบเทียบระหว่างปัทวีและพ่อเลี้ยงหนุ่มแห่งไร่อุ่นรัก เขาเริ่มไม่แน่ใจนักว่าอคิราภ์จะได้เปรียบจริงๆ

หากพูดถึงรูปร่างหน้าตา ปัทวีไม่ได้ด้อยกว่าอคิราภ์เลยสักนิด รูปร่างสูง บ่ากว้าง แม้จะดูบอบบางกว่าชาวไร่อย่างพ่อเลี้ยงหนุ่ม ทว่าใบหน้าไม่ได้ดุกร้าวและเคร่งขรึมอย่างอคิราภ์ ใบหน้าของปัทวีเต็มไปด้วยความอ่อนโยน บ่งบอกความเป็นสุภาพบุรุษที่สาวๆ พร้อมจะเข้าหา

“พี่ดลคะ”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะผินหน้ามองคนถามที่นั่งรื้อแผ่นซีดีเพลง

“วันหยุดคราวนี้นุชคงต้องขึ้นไปหาเนยที่เชียงใหม่แล้วล่ะค่ะ รู้สึกเป็นห่วงเนยยังไงก็ไม่รู้ ยิ่งเห็นสายตานายขนมปังขึ้นราเมื่อกี้ นุชไม่ชอบใจเลย”

“ไม่ต้องห่วงหรอก คิราภ์ดูแลเนยดีกว่าที่เราฝากฝังไว้เสียอีก”

“เหรอคะ?”

นุชจรีเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ทว่าร่องรอยความกังวลยังฉายชัดให้เห็น ธนดลโยกศีรษะคนรักที่ปัดมือเขาออกเป็นพัลวัน ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ เมื่อร่องรอยความกังวลของเธอหายไป

“อย่าสิคะพี่ดล ผมนุชยุ่งหมดแล้ว ขับรถไปสิ โน่นๆ ไฟเขียวแล้ว”

ชายหนุ่มวางมือจากการกลั่นแกล้งงแฟนสาว หากจมูกโด่งกลับฉวยโอกาสสูดกลิ่นหอมข้างแก้มเธอเร็วๆ ก่อนจะหันไปสนใจทางข้างหน้า เมื่อเขาเหลือบมองหญิงสาวก็เห็นเธอส่งค้อนวงโตมาให้

“จะไปเชียงใหม่ ไปนอนบ้านพี่มั้ย”

“ไม่คะ ถ้านุชไปนอนบ้านพี่ดล นุชคงต้องเสียสาวเร็วกว่าที่คิดแน่ๆ”

“ไม่นอนบ้านพี่ ก็เสียนะคะ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงหวาน พร้อมด้วยสายตาแพรวพราวเจ้าเล่ห์

“จะเสียได้ไงคะ อยู่ที่นี่ทำอะไรพี่นงและคุณแม่ก็ทราบ ยิ่งไปอยู่บ้านพี่คิราภ์ พี่ดลยิ่งอดเข้าไปใหญ่ เพราะพี่คิราภ์คงกันพี่ดลออกห่างน้องสาวแน่ๆ”

“ไม่หรอก ช่วงนี้ไอ้คิราภ์มัวกังวลน้องเนยของมัน ว่าจะตัดใจจากปังไม่ได้ เห็นลากไปทำงานเลขาฯ ช่วงนายมดไปโรงเรียน วันหยุดก็คอยไปตามดูแลเนยกับนายมด นี่ก็กำลังสอนเนยขี่ม้า นุชเองก็เชียร์คู่นี้อยู่ไม่ใช่หรือไง”

“ค่ะ อาทิตย์หน้านายปังแต่งงาน หวังว่าคงไม่มีเรื่องวุ่นๆ นะคะ”

“แล้วเนยจะมารึเปล่าล่ะ แต่พี่ไม่เห็นคิราภ์พูดเลยนะ”

“ไม่ค่ะ เนยฝากการ์ดไว้กับนุชแล้วค่ะ”

“ดีแล้วล่ะ...พูดถึงการ์ดแต่งงาน พี่ชักอยากจะแต่งงานบ้างแล้วนะ ปีนี้พี่สามสิบสี่แล้วนะ นุชไม่สงสารพี่บ้างรึไง”

“ไม่ค่ะ” นุชจรียิ้มหวาน ก่อนจะเอ่ยอย่างท้าทาย “ถ้าพี่ดลอยากแต่งงานกับนุช แน่จริงก็ให้แม่มาสู่ขอสิคะ”

“อย่าท้าพี่นะนุชจรี พี่ทำขึ้นมาแล้วต้องพร้อมนะ”

“ทำไม่กลัว กลัวไม่ทำล่ะสิไม่ว่า นุชน่ะพร้อมรับมืออยู่แล้ว” นุชจรีกอดอกเชิดหน้าอย่างท้าทาย

ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจของคนรัก แม้เขาและเธอรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ความสัมพันธ์ฉันคนรักเพิ่งจะดำเนินได้เพียงสองปีกว่าเท่านั้น

นุชจรีมักจะไปค้างที่บ้านอคิราภ์ทุกปิดเทอม และเขาซึ่งเป็นเพื่อนตายกับอคิราภ์ก็มักจะชอบแกล้งเธอ ที่มักจะถักเปียสองข้างเหมือนพจมานในบ้านทรายทอง แต่หญิงสาวไม่เคยยอมแพ้สักครั้งยามถูกแกล้ง เธอมักจะแกล้งเขากลับด้วยวิธีเดียวกัน หรือเจ้าเล่ห์กว่า และนั่นทำให้เขารู้สึกสนุก ทว่าบุคลิกเจ้าชู้และจีบผู้หญิงชนิดไม่เลือกหน้า ทำให้อคิราภ์เตือนเขาอยู่เสมอว่าไม่ให้จีบน้องสาวคนนี้ แต่เขาหรือจะสน ในเมื่อรู้ตัวว่ารัก...เขาก็เปิดอกคุยกับเธอแทบทันที

ในขณะที่นุชจรีศึกษาปีที่สองในรั้วมหาวิทยาลัยของจังหวัดน่าน ชายหนุ่มเพื่อนสนิทของญาติผู้พี่ ก็เดินมาเปิดอกคุยกับเธออย่างตรงไปตรงมา และขอเธอคบเป็นแฟนโดยไม่รีรอ ซึ่งหญิงสาวเองก็ไม่เข้าใจตัวเองนัก ว่าเหตุใดในตอนนั้นจึงยอมตกลงเป็นแฟนกับผู้ชายเจ้าชู้ประตูดินที่อคิราภ์เตือนว่า ‘ห้ามยุ่ง’ ทว่าเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองมาอย่างสม่ำเสมอ แม้เขาจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีที่สุด อาจจะมองผู้หญิงคนอื่นบ้าง แต่เขาคือคนรักที่ดีสำหรับเธอ ไม่เคยนอกกาย นอกใจเธอให้ต้องเสียใจเลยสักครั้ง

ทว่าความรักไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ...นุชจรีเคยร้องไห้เสียใจกับความรักเพราะเขา เคยบอกเลิกเพราะความเข้าใจผิด ทว่าหัวใจที่รักก็ทำให้ปรับความเข้าใจกันได้ เธอรู้ว่าเขาเองก็คงเจ็บปวดเพราะการจากลาด้วยความเข้าใจผิด ในเมื่อเขากล้าขอโทษก่อน เธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะถือทิฐิจนต้องเสียคนที่รักไป

ต่างคนต่างตกอยู่ในความเงียบ และปล่อยอารมณ์ไปตามเพลง As long as you love me ของ Backstreet Boys เพลงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยร้องในงานวันเกิดเธอเพื่องอนง้อและปรับความเข้าใจขอคืนดี โดยมีเนตราคอยช่วยเหลือ เพราะทนความซึมกะทือของเพื่อนรักไม่ไหว

.

.

.

.

- - - - - - - - อัปเพิ่มอีก 50% แล้วค่ะ - - - - - - - -

.

.

......................

.

.

เสียงโทรศัพท์ของนุชจรี ปลุกภวังค์ของทั้งคู่ให้มาอยู่ในโลกความเป็นจริง

“ว่าไงคะพี่คิราภ์”

“น้องเนยจะคุยด้วยน่ะ รอแป๊บนะ”

“ค่ะ” นุชจรีขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะได้ยินเสียงของเพื่อนรัก

“ฮัลโหล...นุช”

“ว่าไงยายเนย”

“เป็นไงบ้าง สวีตกับพี่ดลอยู่รึเปล่า”

“นกรู้เชียวนะ พี่คิราภ์รู้รึเปล่าน่ะ”

“เปล่า...พี่คิราภ์คุยอยู่กับคุณอ่ำ ผู้จัดการไร่น่ะ”

“อ๋อ...ว่าแต่โทรศัพท์แกน่ะอยู่ไหนยะ”

“อยู่ที่ห้องน่ะ พอดีปิดเครื่องไว้ เอาไว้ใช้โทร. หาพ่ออย่างเดียวน่ะ”

“จริงสิ! พูดถึงพ่อแก เห็นว่าเพิ่งพาแม่แกไปฟอกไตครั้งล่าสุดมา แล้วก็ช่วยทำกายภาพบำบัดแม่แก เห็นว่ามีแนวโน้มดีขึ้น นี่ถ้าได้ผ่าตัดเปลี่ยนไต แล้วก็ทำกายภาพบ่อยๆ แม่แกคงหายจากอัมพฤกษ์”

“ใช่ พ่อเล่าให้ฉันฟังแล้วล่ะ คิดอยู่เหมือนกันว่าจะกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ แต่ว่า...” น้ำเสียงเศร้าสร้อยของเนตราทำให้นุชจรีพลอยถอนหายใจไปด้วย

“นายขนมปังขึ้นราล่ะสิ ไม่ต้องไปคิดถึงมันเลย เปิดใจหาคนใหม่ดีกว่า แกก็รู้แล้วนี่...มันมีลูกมีเมียแล้ว ต่อให้มันรักแก มันก็ไม่เหมาะ แกลองคิดดูนะว่าแกจะยอมรับได้มั้ย ถ้ามันเลิกกับแยมแล้วกลับมาคืนดีกับแก แกยอมรับได้หรือเปล่าล่ะ”

“ไม่อ่ะ พูดบ้าๆ น่ะนุช ถ้าทำแบบนั้นแล้วเด็กล่ะ”

“ก็นั่นน่ะสิ แกไม่คิดจะทำร้ายเด็กอยู่แล้วนี่ เพราะงั้นก็ลืมมันให้ได้ แล้วก็เปิดใจหาคนใหม่เถอะ”

“ใครล่ะ ใครจะรักฉัน ฉันไม่ได้น่ารักสักนิด”

“อะไรนะ! แกบอกว่าแกไม่น่ารัก โอ๊ย! แกได้ส่องกระจกบ้างรึเปล่ายะ”

“ก็...”

“อย่าบอกว่าตัวเองดูไม่ได้เพราะไอ้ผู้ชายสับปะรังเคนั่นเลยนะ จะบอกให้ว่าแกน่ะยิ่งกว่าน่ารักซะอีก สมัยเรียนคนจีบก็เยอะ ถ้าไม่ใช่เพราะนายปังคอยกันท่าล่ะก็ แกคงมีกิ๊กเป็นโหลแล้ว”

“พูดบ้าๆ ฉันไม่เห็นว่าจะมีใครมาสนใจ”

“ถ้าแกอยู่ใกล้ๆ ฉันจะจับโขกกำแพงจริงๆ ด้วย”

“ล้อเล่นน่า เอาเป็นว่าจะมองหาคนอื่นละกัน”

“ย่ะ! นี่เนย แกไม่ต้องมองหาไกลก็ได้นะ ใกล้ๆ ตัวแกน่ะก็พอจะมีอยู่บ้างล่ะ”

“ใคร? พี่ดลเหรอไง” เนตราได้ทีจึงล้อเพื่อนเล่นอย่างนึกสนุก

“เนย!”

เสียงหัวเราะผ่านปลายสาย ทำให้นุชจรีอดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยๆ เสียงหัวเราะใสๆ ของเพื่อนบ่งบอกว่าเจ้าตัวมีความสุข ไม่ได้จมปลักอยู่กับความทุกข์ความโศกเศร้านานอย่างที่คิด แต่หากมีใครมาสะกิดรอยแผล ก็อาจจะซึมกะทือและเศร้าโศกอีกหน

“แค่นี้ก่อนนะนุช ฉันต้องไปช่วยพี่คิราภ์ของแกทำบัญชีต่อแล้ว”

“จ้ะ ขยันทำงานเข้านะ เดี๋ยวโดนหักเงินเดือน แล้วเจ้านายจะไม่เอ็นดู”

“เจ้านายฉันน่ะเหรอจะเอ็นดู วันๆ เอาแต่ทำหน้าดุ แล้วก็ชอบพูดจาเหน็บแนม ประชดประชันลูกน้องจะแย่”

“เคยโดนหรือยะ”

“ไม่อ่ะ ไม่เคย...หรือว่าเคยไม่รู้สิ”

“ไปทำงานเถอะแก”

“จ้ะ ไปสวีทกับพี่ดลของแกต่อเถอะ”

พูดจบเนตราก็ตัดสายไม่รอคำต่อว่าของนุชจรีสักนิด

รอยยิ้มของนุชจรีที่เกลื่อนบนใบหน้า ทำให้ธนดลอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม เขาจอดรถบริเวณที่จอดรถของร้านอาหารร้านประจำ ที่เขามักจะมารับประทานกับนุชจรี

“ยิ้มอะไรน่ะนุช เนยโทร. มาว่าไงล่ะ”

“ค่ะ เนยดูมีความสุขขึ้นจากวันก่อนที่คุยกันเสียอีก ดูเหมือนพี่คิราภ์จะให้เนยยุ่งจนไม่มีเวลาคิดเรื่องเศร้าได้นาน”

“ก็แน่ล่ะ คิราภ์มันใช้งานเนยจนพี่เป็นห่วงแทน”

“กลวิธีที่พี่คิราภ์ลืมพี่ลิลินไงคะ พี่คิราภ์ก็ดูเป็นตัวของตัวเองขึ้นเยอะนะคะช่วงนี้”

“ใช่ แต่พี่ว่าดูเจ้าเล่ห์ยังไงไม่รู้ ทำตัวเหมือนมีแผนการอะไรสักอย่างตลอดเวลา”

“พี่ดลสนิทกับพี่คิราภ์ขนาดนั้น ไม่รู้เหรอคะว่าพี่คิราภ์รู้สึกยังไงกับเนยน่ะ”

“ตอนแรกก็แค่สงสัย ไม่แน่ใจนักหรอก แต่ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มันเริ่มชัดขึ้น แม้ว่าต่อหน้าคนอื่นจะยังไม่แสดงอะไรให้เห็นมากนัก”

“ป่านนี้ป้าอิงคงสงสัยแล้วล่ะค่ะ ป้าอิงเลี้ยงพี่คิราภ์มาเองกับมือ มีหรือคะจะไม่รู้เรื่องนี้ ไม่รู้ว่าป้าอิงจะสนับสนุนหรือกีดกันนี่สิคะ”

ธนดลไม่ตอบคำถามของคนรักเมื่อเดินเข้าร้านอาหาร เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบคนรักได้อย่างไร เพราะท่าทีของอิงอรนั้นไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ หรือชอบพอเนตราเป็นพิเศษ

.

...........................

.

.

ปัทวีขับรถไปจอดบริเวณร้านขายของชำ เขามองเข้าไปในร้านภายในซอยเล็กๆ ซึ่งมีคนเข้าออกเรื่อยๆ ชายหนุ่มมองหาร่างเล็กๆ และใบหน้าดั่งตุ๊กตาญี่ปุ่นของอดีตคนรัก ทว่าเขากลับไม่เจอเธอเลย แม้จะเฝ้าวนเวียนอยู่หลายวัน แต่ไม่เคยพบเจอร่างเธอเลย

ชายหนุ่มค่อยๆ ออกรถอีกครั้งเมื่อเห็นเวลาหกโมงเย็น ที่หมายคือบ้านของยุวมาศ เขาจำเป็นต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ แม้ว่าจะไม่มีความรักในความสัมพันธ์ที่ผิดพลาดในค่ำคืนนั้น แต่เขาก็เป็นสุภาพบุรุษเพียงพอที่จะรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้

“สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่”

“ไหว้พระเถอะพ่อคุณ ยายแยมบอกว่าเราไปดูเรื่องจัดงานที่โรงแรม เป็นไงบ้างล่ะ เรียบร้อยดีรึเปล่า”

“ครับ ทุกอย่างเรียบร้อยดี”

“ขึ้นไปหายายแยมเถอะ เห็นบ่นว่าเวียนศีรษะ แม่เลยไล่ให้ไปนอน ยังไงก็ปลุกให้มากินข้าวกินยาก่อนล่ะ”

“ครับ”

ชายหนุ่มรับคำก่อนจะขึ้นบันไดบ้าน มือหนาหมุนลูกบิดประตู ภายในห้องมีเพียงความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศ ร่างของหญิงสาวหลับสนิทบนที่นอนหนานุ่มของตัวเอง

เมื่อเที่ยงที่ยุวมาศถามเขาเรื่องเนตรานั้น เขาไม่ได้ให้คำตอบ และเชื่อว่าเธอคงรู้คำตอบนั้นเป็นที่เรียบร้อยจากความเงียบของเขา ซึ่งมันคงมีผลกระทบต่อเธอ ทว่าทำไมเขาถึงรู้สึกผิดอย่างไรชอบกล รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกเธอ หรือเป็นเพราะเธออุ้มท้องลูกของเขา จึงไม่อยากให้เธอต้องคิด ต้องกังวลอะไรที่จะส่งผลต่อเด็กในครรภ์

ปัทวีได้แต่ทอดถอนใจ เขาปัดร่องรอยความรู้สึกผิดออกจากใจ แม้การได้ใกล้ชิดยุวมาศจะทำให้เขาได้รู้จักเธอในมุมอื่นที่ไม่เคยรู้จัก เธอเป็นหญิงสาวที่น่ารักคนหนึ่งก็ว่าได้ เธอถามไถ่ แสดงความเป็นห่วงเป็นใยเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเรื่องมื้ออาหาร การพักผ่อน การงาน ความเครียด ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กน้องเพียงใด หรือหนักหนาแค่ไหน เธอก็รับฟังอย่างไม่ปริปากบ่น ทั้งที่เขารู้ดีว่าไม่สมควรนำหญิงทั้งคู่มาเปรียบเทียบกัน ทว่าก็อดไม่ได้อยู่ดี

สำหรับเขาแล้ว...เนตราเป็นผู้หญิงที่น่ารักทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและนิสัยใจคอ เธออาจดูเหมือนเอาแต่ใจในบางครั้ง แต่ก็มีเหตุมีผล หากคำอธิบายต่างๆ นั้นน่าเชื่อถือได้มากพอ เธอเป็นลูกที่ดีคนหนึ่ง รู้จักคิดถึงบุพการี และมีความกตัญญูไม่น้อย ส่วนยุวมาศ...เธออาจไม่ได้สวยจับใจ หากเธอก็เหมือนต้นไม้ใหญ่ เป็นที่พักพิง เป็นคนรับฟังที่ดี คอยถามสารทุกข์สุกดิบอยู่เสมอ คอยเป็นห่วงเป็นใย เหมือนต้นไม้ที่คอยให้ร่มเงาหลบแดด พัดโบกลมให้สบาย เป็นที่พักเอนกายยามเหนื่อยล้า แต่ถึงอย่างไรใจของเขาก็ยังคงคิดถึงเนตราทุกครั้งเมื่ออยู่เพียงลำพัง

“อือ...ปัง...ปังเหรอ”

“ตื่นเถอะ ได้ไปทานข้าวทานยา”

“อือ...”

ยุวมาศขยับกายก่อนจะลุกขึ้นนั่ง ชายหนุ่มช่วยพยุงเธอก่อนจะแนบหลังมือกับหน้าผากเนียนของหญิงสาว

“ไม่สบายรึเปล่า”

“เปล่า แยมสบายดี”

“งั้นล้างหน้า แล้วไปทานข้าวทานยาเถอะ”

หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะทิ้งเท้ากับพื้นข้างเตียง เพื่อจะได้ก้าวเท้าเข้าห้องน้ำ

เธอดีใจและมีความสุขที่สุด การได้มีผู้ชายที่เธอรักอยู่ข้างกาย คอยดูแลเอาใจใส่ มันรู้สึกอบอุ่นแบบนี้เอง แต่จะให้ดีกว่านี้ถ้าเขาจะรักเธอตอบ เธอรู้ว่าเขายังรักเนตรา และรู้ว่าเขาพยายามจะอธิบายเรื่องราวต่างๆ และคอยถามไถ่เรื่องราวของเนตราจากคนรอบข้าง ทว่าเธอก็อยากจะลองเอาหัวใจของตัวเองเป็นเดิมพัน แม้เธอจะต้องร้ายกว่านี้...เธอก็ยอม ขอเพียงแค่ให้เขารักเธอได้ครึ่งหนึ่งที่เขารักผู้หญิงอีกคน เธอก็คงจะมีความสุขมากกว่านี้

ยุวมาศคงไม่ได้รู้เลยว่า ความรักที่เธอมีให้นั้น ผู้ชายที่ยึดติดกับความรักของตัวเองอย่างปัทวีจะไม่มีทางมองเห็น เมื่อเขาเองพยายามขวนขวายหาความรักในอดีต ในขณะที่เธอพยายามเอาชนะใจเขาด้วยหัวใจแสนบริสุทธิ์

บางที...กว่าเขาจะมองเห็นหัวใจรักของเธอ ก็ต่อเมื่อเธอเกือบจะกลายเป็นนางมารร้าย แม้เธอจะร้ายกาจที่ชวนเนตรามาร่วมงานแต่งงาน ทว่าเธอเพียงต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ เป็นการย้ำเตือนทั้งเขาและหญิงสาวอีกคนให้รู้ตัวเท่านั้น ว่าทั้งคู่ไม่มีวันหวนคืนกลับไปคบกันได้อีก แต่ใครจะรู้ว่าคนที่ยึดติดกับอดีตอย่างปัทวี จะเข้าใจเจตนารมณ์ของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่า ‘แม่ของลูก’ ผู้หญิงที่จะเซ็นชื่อข้างเขาอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้านี้...ผู้หญิงที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว และเป็นผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในทางที่เขาแทบคาดไม่ถึงเลย

.

.

.

.

.

.

.........

...

.

.

บทที่ 9 มาครบ 100% แล้วค่าาา

.

หมดคำจะพูดกับขนมปังแล้วอ่าา

เอาที่สบายใจเลย...

อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา

.

ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่

เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า

กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน

จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)

เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า

**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ

แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ

เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย

เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ

.

.

ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG

.

ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....

เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com

.

.

ห้ามลืม!!

ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย

ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

.

**ปล. ช่วงนี้กำลังมีเล่นเกมชิงหนังสืออยู่ อย่าลืมไปร่วมสนุกกันน้าาาา

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว