รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 10 คนในครอบครัว - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 10 คนในครอบครัว - ((100%)) -

.

.

.

.

.........

...

.

.

เนตราเหลือบมองเสี้ยวหน้าของพ่อเลี้ยงไร่อุ่นรักอย่างแปลกใจ เมื่อเขาชวนเธอให้ไปรับลูกชายตัวแสบตั้งแต่ยังไม่บ่ายสอง ทั้งที่โรงเรียนอนุบาลเลิกบ่ายสามครึ่ง

“พี่จะพาเนยไปทานไอติมก่อน”

“ไอติม! พี่คิราภ์พูดเล่นใช่มั้ยคะ เนยไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ”

“ไม่ใช่เด็ก แต่ยังขี้แยเหมือนเด็ก”

คำเย้าของชายหนุ่มกระทบใจคนฟังจนตัวชา หญิงสาวเม้มปากก่อนจะถอนหายใจ จริงอยู่ที่เจ้านายของเธอช่วยให้รู้สึกกระชุ่มกระชวย บรรเทาความรู้สึกเศร้าเมื่อวันก่อนให้จางหาย ทว่าดูเหมือนคนที่ไม่เคยทำร้ายเธอ กำลังสะกิดแผลเป็นที่ใกล้จะหายให้แสบขึ้นมาอีกครั้ง

“มันไม่ง่ายเลยนะคะพี่คิราภ์ ที่เนยจะตัดใจจากปัง และอาจไม่มีวันที่เนยเลิกรักปังก็ได้”

เสียงสั่นเครือของเธอกระทบใจคนฟัง ราวกับมีค้อนหนาทุบกลางอก

“ทำไมล่ะ ในเมื่อเขากำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว น้องเนยก็ยัง...”

“ปังเป็นรักแรก เป็นคนรักคนแรก พี่คิราภ์เองก็เคยมีรักครั้งแรก จะไม่เข้าใจความรู้สึกแบบนี้บ้างหรือคะ เนยถามจริงๆ เถอะ พี่คิราภ์ไม่คิดว่าไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือคะ ที่จะลืมได้ง่ายๆ แบบนั้น เนยไม่ใช่พี่คิราภ์นะคะ”

อคิราภ์กระชับพวงมาลัยแน่นขึ้น และหักเข้าข้างทางแทบจะทันที หญิงสาวจับคอนโซลรถยนต์ ก่อนจะตวัดสายตามองชายหนุ่มที่มองเธอนิ่ง

“เนยทราบค่ะว่าพี่คิราภ์ไม่พอใจ และไม่พอใจมาก แต่กรุณาช่วยคิดถึงจิตใจคนผิดหวังบ้างนะคะ เราคบกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม ช่วยเหลือกัน ฝันฝ่าทุกอย่างมาด้วยกัน เคยสัญญาก่อนเรียนจบว่าจะแต่งงานกัน แล้วทุกอย่างก็พังครืนลงก่อนวันหมั้นแค่ไม่กี่วัน เวลาเจ็ดปีที่สูญเปล่า มันไม่ง่ายเลยที่เนยจะลบทุกอย่าง ลืมทุกสิ่งเพียงแค่ชั่วข้ามคืน หรือระยะเวลาไม่ถึงเดือนแบบนี้”

“งั้นน้องเนยก็น่าจะเข้าใจ ว่าพี่ก็เคยผิดหวังเหมือนกัน น้องเนยเองก็รู้เรื่องพี่กับแม่ของนายมดจากนุชแล้ว”

“แต่ตอนนี้พี่คิราภ์ก็สบายดี”

“แล้วน้องเนยคิดว่าพี่ต้องจมปลักอยู่กี่ปีล่ะ มันถึงจะเหมาะสมน่ะ ถ้าพี่มัวแต่คิดถึงเรื่องเจ็บปวดในอดีต แล้วนายมดล่ะ? มดจะเป็นยังไง”

คำถามเต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองของอีกฝ่าย ทำให้คนตัวบางนิ่งเงียบเพียงครู่เดียว ก่อนที่เธอจะถอนหายใจ แล้วเมินมองออกนอกหน้าต่าง

อคิราภ์ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ก่อนจะเคลื่อนรถกลับสู่ท้องถนนอีกครั้ง ชายหนุ่มเหลือบมองหญิงสาวข้างๆ ที่ยังคงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

เนตราจมกับความคิดที่สับสน แม้ในช่วงสองสามวันนี้ เธอจะหลงลืมเรื่องของปัทวีไปได้บ้าง เพราะมัวยุ่งกับงานในไร่ที่อคิราภ์ให้เธอเข้ามาช่วย แล้วไหนยังจะต้องดูแลนายมดจอมซน ทว่าเขาก็พูดถูก ในฐานะที่เขาเป็นผู้ชาย และยังต้องดูแลลูกชายวัยแบเบาะ เขาจะมามัวเสียใจหรือจมปลักได้อย่างไร เขาต้องเลี้ยงดูนายมด เขาไม่สามารถทอดทิ้งนายมดได้ ในขณะที่เธอเองก็ไม่ได้มีเพียงผู้ชายคนนั้นเสียหน่อย เธอยังมีพ่อแม่ มีเพื่อนที่รักเธอ เนตราตัดสินใจแล้วว่าเธอจะต้องเลิกสนใจปัทวี และลืมให้ได้อย่างเด็ดขาด

“ขอโทษค่ะ เนย...เนยแค่กำลังสับสน”

คิ้วเข้มเลิกขึ้นเพียงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามโดยไม่ทันคิด

“งั้นมะรืนนี้ไปงานแต่งงานเขากับพี่รึเปล่าล่ะ”

“อะไรนะคะ! พี่คิราภ์หมายความว่าไงคะ”

“ก็เนยบอกว่าอยากไปเยี่ยมคุณแม่ไม่ใช่เหรอ ก็ถือโอกาสที่ไปเยี่ยมแม่ไปร่วมงานแต่งงานเขาสิ”

“ในฐานะอะไรคะ แฟนเก่าที่ยังรักหรือไงคะ”

เสียงหัวเราะของชายหนุ่มทำให้เนตราได้แต่ขุ่นเคืองใจ ผู้ชายคนนี้ช่างเย้าแหย่เธอเสียเหลือเกิน

.

.........................

.

.

รอยยิ้มและแววตารื่นเริงของสารถีขณะชะลอรถไปตามฟุตปาธ ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะหน้าบูดบึ้งราวกับเด็กถูกขัดใจ ผิดกับชายหนุ่มหน้าคมที่ทำให้หญิงสาวค่อนเมืองเชียงใหม่หลงรัก ซึ่งตั้งจะตอบคำถามที่ค้างจากบทสนทนาเมื่อครู่ แม้ว่าธอไม่ได้ต้องการคำตอบ แต่เขานั้นยินดีเสียเหลือเกิน

“น้องเนยไม่ต้องไปในฐานะแฟนเก่าที่ยังรักหรอก แต่ไปกับพี่ในฐานะคนรักของพ่อเลี้ยงอคิราภ์ไงล่ะ”

“ห๊ะ? พี่คิราภ์ว่าไงนะคะ” เสียงถามสูงของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มพยักหน้ารับหน้าตาย ก่อนจะดับเครื่อง

“แค่หลอกๆ น่ะครับ เขาจะได้ไม่ตามตื๊อน้องเนยอีกไง หรือว่าน้องเนยชอบที่เขาตามตื๊อ”

“เปล่าค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ไม่ว่าจะร้องค้าน “แต่...”

ทว่าชายหนุ่มไม่ฟังคำปฏิเสธ ขณะก้าวลงจากรถ เป็นเหตุให้เนตรารีบลงจากรถเพื่อจะคัดค้านขอเสนอของเขา

“พี่ไม่ต้องการคำค้านนะครับ เพราะงั้นยอมแพ้ซะเถอะ พ่อเลี้ยงสั่งห้ามค้านรู้มั้ย”

“อู้จะอี้แล่วเปิ้นสิค้านอิหยังกา...ป้อเลี้ยง” เนตราเอ่ยเหน็บ ทว่าเขากลับไม่ใส่ใจ

“หัวไวนี่ พูดภาษาคำเมืองได้บ้างแล้ว”

เนตราลอบถอนหายใจ เมื่อเห็นว่าเขาแกล้งมองข้ามว่าเธอกำลังเหน็บแนมเขา ทั้งยังชมเชยเสียด้วยซ้ำ ราวกับไม่รู้ว่าเธอต้องการจะสื่ออะไร

อคิราภ์เลือกมุมด้านในของร้านไอศกรีม ภายในร้านบรรเลงเพลงต่างประเทศที่แสนคุ้นหู ชายหนุ่มมองเมนูที่พนักงานหนุ่มนำมาให้เมื่อครู่

“จะทานอะไรก็สั่งเลยนะครับน้องเนย พี่เลี้ยงเต็มที่”

“ปิ๊กมากับป้อเลี้ยงอคิราภ์ ต้องหื้อป้อเลี้ยงเลี้ยงแล่วกา”

เสียงหวานอ่อนโยนทำให้คนสองคนเงยหน้ามองผู้มาใหม่ อคิราภ์นิ่งเงียบแทบจะทันที เขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัวในเวลาส่วนตัว ยิ่งเป็นคนนอกอย่างกานดาด้วยแล้ว เขายิ่งไม่ชอบ

“มาถึงนี่เชียวหรือกานดา ได้ข่าวว่าย้ายไปอยู่กำแพงเพชรแล้วไม่ใช่หรือ”

“ใช่ค่ะ แต่พอดีดาได้ข่าวเรื่องพ่อเลี้ยงกับลิลินน่ะค่ะ เห็นว่าหย่ากันแล้ว”

“หรือครับ” อคิราภ์เลิกคิ้วเพียงเล็กน้อย ทว่าเขาไม่ต้องการคำตอบ จึงเอ่ยต่ออย่างรวดเร็ว “ผมไม่สะดวกจะคุยเรื่องส่วนตัวในที่สาธารณะหรอกนะครับกานดา แล้ววันนี้ผมก็พาน้องเนยมาทานไอศกรีม เราต้องการความเป็นส่วนตัว”

“ดาหวังว่าเด็กคนนี้คงไม่ใช่เมียใหม่พ่อเลี้ยงนะคะ”

“ถึงจะใช่ คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย ผมไม่นิยมให้คนนอกมายุ่งเรื่องส่วนตัวหรอกครับ” อคิราภ์เอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย

เนตรายังอดแปลกใจไม่ได้ เขาหมายจะเก็บเรื่องราวของลิลินและเขาเป็นเรื่องส่วนตัว ราวกับว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นเรื่องราวลึกลับ ที่ใครก็ห้ามก้าวก่าย หรือเป็นเพราะเขามีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ทำให้ไม่ต้องการให้ใครเข้ามาวุ่นวาย ความคิดของหญิงสาวยุ่งเหยิง ทว่าเธอแสร้งเมินไปมองรายชื่อต่างๆ บนเมนู เสมือนไม่ได้สนใจเรื่องราวของเขา

คนมาใหม่รู้สึกเสียหน้าเมื่อถูกปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา แม้หล่อนจะชอบนิสัยด้านนี้ของพ่อเลี้ยงหนุ่มมากแค่ไหน ทว่าการถูกตำหนิต่อว่าในที่สาธารณะเช่นนี้ มันทำให้หล่อนอับอาย จนต้องรีบขอตัวจากทั้งสอง

“งั้นดาขอตัวก่อนนะคะ พอดีดานัดเพื่อนไว้”

“เชิญครับ เพราะผมคงไม่ชวนกานดานั่งเหมือนกัน เราตั้งใจมาทานกันแค่สองคน”

กานดารู้สึกหน้าชาอีกครั้ง แม้น้ำเสียงจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ใบหน้าเรียบเฉยติดจะดุของเขา ทำให้หล่อนนึกเกรง และรู้ดีว่าหากยังทนยืนอยู่ตรงนี้อีกเพียงวินาทีเดียว หล่อนจะต้องอับอายจนไม่กล้าเข้ามาในร้านนี้อีกเป็นแน่ จึงรีบหมุนกายกลับไปที่โต๊ะซึ่งมีเพื่อนๆ ของหล่อนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

สีหน้าเรียบเฉยของอคิราภ์ดูอ่อนโยนลง เมื่อเขาหันมามองคนที่พลิกหน้าเมนูไปมา จนเขาอดไม่ได้จะเอ่ยดักอย่างรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย

“พี่ไม่ชอบให้ผู้หญิงพวกนั้น ที่พยายามหาทางมาตีสนิทเพื่อจะได้เป็นแม่เลี้ยงไร่อุ่นรัก พี่ไม่อยากให้เกิดปัญหากับมด”

“เนยยังไม่ได้พูดอะไรเลยนี่คะ”

“พี่ก็แค่อยากบอกเท่านั้น”

“แค่อยากบอกหรือหวังจะดักทางกันแน่คะ เนยรู้ทันหรอกว่าพี่คิราภ์น่ะโลกส่วนตัวสูง และลึกลับ”

“ลึกลับยังไงครับ”

“ก็...”

หญิงสาวปิดปากเงียบสนิท เมื่อเห็นบริกรเดินมาที่โต๊ะเพื่อรับรายการอาหาร ซึ่งเธอสั่งเพียงไอศกรีมช็อกโกแลตเพียงลูกเดียว ในขณะที่เขาสั่งช็อกโกแลตและมอคค่าอย่างละลูก หญิงสาวหันมาสบตากับเขาที่กำลังรอฟังคำตอบเมื่อครู่จากเธอ

“พี่คิราภ์คะ เราซื้อไอศกรีมกลับไปให้นายมดดีมั้ยคะ”

“ก็ดีนะ พี่กำลังคิดอยู่เลย ไม่งั้นถ้ารู้ภายหลังว่าเราไม่ซื้อไปฝากล่ะก็...คงได้งอนอีกตามเคย”

“ก็นั่นสิคะ วันก่อนที่เนยไปทานขนมในเมืองกับพี่คำป้อ ยังถูกงอนเพราะไม่ซื้อฝาก ตอนนั้นเนยก็รีบจนลืม”

หญิงสาวยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อคิดถึงร่างป้อมๆ ของเด็กน้อยจอมซน ที่วันๆ เอาแต่วิ่งเล่นตามเส้นทางลัดเลาะพื้นที่บริเวณไร่ หญิงสาวยิ้มกว้างอย่างมีความสุข โดยไม่ได้สังเกตคนหน้าคมสักนิด ว่ากำลังสังเกตเธออยู่อย่างพึงพอใจเพียงใด

อคิราภ์มองหญิงสาวที่ทานไอศกรีมอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่เขาตักเข้าปากคำแล้วคำเล่า ตาคมคอยมองเธอเลียครีมตามขอบปากเหมือนเด็กๆ

“พี่คิราภ์คะ”

“ครับ ว่าไง” ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะจิบน้ำ

“เนยว่าไปรับนายมดกันเถอะค่ะ ใกล้เวลาเลิกเรียนแล้ว เดี๋ยวไม่มีที่จอดรถ”

“ตกลงครับ งั้นพี่ไปเอาไอศกรีมก่อนนะครับ”

“ค่ะ เดี๋ยวเนยขอเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวเจอกันที่รถนะ”

“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับคำ

.

.

.

.

- - - - - - - - มาอัป 50% ที่เหลือแล้วจ้า - - - - - - - -

.

.

........................

.

.

เนตราเดินออกจากห้องน้ำ ก่อนจะชะงักเท้าอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งแสนคุ้นเคย ทว่าเธอไม่คิดว่าจะได้พบเจอ หญิงสาวเม้มปากแน่น แล้วเอ่ยทักทายด้วยเสียงสั่นๆ

“ปังมาทำอะไรที่นี่เหรอ”

“ปังมาหาเนย เนยหนีมาที่นี่ทำไม”

หญิงสาวสบตาเขาเพียงครู่ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเพื่อกั้นน้ำตา เธอปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้วว่าจะเข้มแข็งกว่าเดิม จะลืมเขาให้ได้ เพราะฉะนั้นเธอจะต้องต่อสู้กับความรู้สึกโหวงๆ ในท้อง และความรู้สึกปวดหนึบที่หน้าอกนี่ให้ได้

แค่อกหักไม่ได้ทำให้ตายเสียหน่อย เขาเป็นรักแรก แต่ไม่ใช่รักสุดท้าย อคิราภ์สอนให้เธอรู้ว่าความรักไม่ได้เกิดได้แค่ครั้งเดียว จริงอยู่รักครั้งแรกจะทำให้รักมาก และเมื่อผิดหวังจึงเจ็บปวดมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องจมปลักอยู่กับมันเสียหน่อย

“เนยไม่ได้หนีหรอกนะปัง ก็แค่อยากหาเงินรักษาแม่ เนยอยากให้แม่เปลี่ยนถ่ายไต อยากให้ท่านกลับมาเดินได้ พี่คิราภ์ก็แค่ช่วยเหลือ”

“เนยหมายความว่ายังไง แล้วรักของเราล่ะ”

“รักของเรา? ปังหมายความว่ายังไงเหรอ มันจบไปแล้วนี่ ปังเป็นคนทำลายมันเองนะ ความจริงมันจบไปตั้งแต่วันที่ปังทรยศความรักที่เนยมีให้แล้วล่ะ อย่าพูดถึงจะดีกว่านะ ให้ทุกอย่างจบไปแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่”

“ไม่! ปังไม่ยอมหรอก เนยคิดว่าปังมาที่นี่เพื่อจะยอมรับว่าเนยจากปังไปเหรอไง ไม่มีทาง...เนยรู้มั้ยว่าปังคิดถึงเนยมากแค่ไหน ปังรักเนยนะ”

“ความรักอย่างเดียวมันไม่พอหรอกนะปัง ปังทำแยมท้อง ปังก็ควรไปรับผิดชอบซะ เนยไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งสามีหรือพ่อใคร มันบาป ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นปังจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันก็ไม่มีผลอะไรกับเนยอีกต่อไป”

“ไม่นะ!”

เรียวแขนบางถูกรั้งไว้ ทว่าร่างใหญ่โตแข็งแรงของชายอีกคนที่เพิ่งมาเพียงจับข้อมือเธอไว้เพียงบางเบา หญิงสาวเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาขอบคุณ

“มีอะไรหรือครับน้องเนย พี่ไม่เห็นออกไปซะที มาเข้าห้องน้ำเสียนานเลย พี่เป็นห่วงก็เลยรีบตามมาดู”

น้ำเสียงอ่อนโยนและหวานผิดจากเคย ทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าเอียงอาย ทั้งแววตาและคำพูดของเขานั้นให้เธอรู้สึกเขินนัก แก้มใสแดงระเรื่อราวกับเชอรี่ที่เขาทานไปเมื่อครู่เสียจริงๆ

“พอดีเนยเจอคนรู้จักน่ะค่ะ รีบไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวมดรอนะคะ”

“ไปกันเถอะ” อคิราภ์พยักหน้ารับ ขณะตวัดสายตามองชายหนุ่มอีกคนที่ยังยึดมือหญิงสาวไว้ไม่ยอมปล่อย “เรากำลังจะไปแล้ว คุณมีเรื่องสำคัญจะคุยกับน้องเนยรึเปล่าครับ”

แม้สายตาคู่คมจะดุ ทว่าทุกครั้งที่เอ่ยชื่อหญิงสาวกลับดูอบอุ่นนัก ปัทวีสบตาเนตราที่ยังคงยืนนิ่งไม่ยอมเอื้อนเอ่ยใดๆ ราวกับปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของชายหนุ่มอีกคน เขามองใบหน้าเล็กของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความไม่สบายใจอย่างเข้าใจ

“ผมคิดว่าคุณคงจะทราบว่าผมและเนยเป็นคนรักกัน”

“อดีตคนรักคงจะถูกกว่านะครับ และตอนนี้น้องเนยอยู่ในความดูแลของผม ผมไม่อยากให้ใครมาทำให้เธอไม่สบายใจ ในเมื่อน้องเนยไม่ชอบใจที่จะต้องเจอกับคุณ ผมเห็นว่าคุณก็ไม่ควรตามตื๊อเธอ”

ปัทวีมองหน้าอคิราภ์สลับกับเนตรา ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของคนตรงหน้า และท่าทางเอียงอายเมื่อครู่ของเนตรา ทำให้เขาต้องครุ่นคิดอีกครั้ง หรือว่าเธอเปลี่ยนใจไปจากเขาแล้ว ตัดใจจากเขาแล้วจริงๆ เขาจะทำใจยอมรับได้หรือ?

ไม่! เขาไม่มีทางยอม

ปัทวีได้แต่ตอบคำถามภายในใจ

“ขอโทษนะปัง เรา...เนยหมายถึงเนยกับพี่คิราภ์กำลังรีบ เนยต้องไปทำธุระ เนยไม่ว่างมาคุยกับปังหรอก และทางที่ดีปังกลับไปอยู่กับคนของปังเถอะ เนยมีความสุขดีตอนนี้ อย่ามาทำให้เนยทุกข์อีกเลย เรื่องของเรามันไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรอก”

“ไม่จริงหรอก เนยแค่กำลังหลอกตัวเอง กำลังประชดปัง ปังรู้นะว่าเนยไม่คิดจะไปงานแต่งงานของปัง เพราะไม่อยากเห็นปังกับแยม”

เนตราสบตาอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนจะผินหน้าไปมองอคิราภ์

“เปล่าเลย เนยเปลี่ยนใจนานแล้วล่ะ เนยจะไปงานแต่งงานปังวันมะรืนแน่นอน ปังไม่ต้องห่วงเลยนะว่าเนยจะยอมรับไม่ได้ หรือทนเห็นไม่ได้ เพราะเนยแค่อกหัก ไม่ได้ถูกฟันจนท้องแล้วทิ้ง”

สองหนุ่มพากันตกตะลึงกับคำพูดของหญิงสาว ทว่าต่างอารมณ์กัน ปัทวีคิดว่าเธอคงหมดใจ และเขาคงเสียเธอไปแล้วจริงๆ ทว่าอคิราภ์กลับคิดว่าหญิงสาวที่บอบบางคนนี้คงเป็นเพียงรูปร่างหน้าตาเท่านั้น เพราะคำพูดที่กระแทกใจชายหนุ่มร่างโปร่งตรงหน้าแต่ละคำช่างแสบสันเสียเหลือเกิน

“ไปกันเถอะค่ะพี่คิราภ์ โรงเรียนมดใกล้เลิกแล้วนะคะ”

“ครับ งั้นรีบกันดีกว่า เดี๋ยวเจ้าลูกชายก็ได้นั่งรอจนหน้าบูดอีก”

“ค่ะ พูดถึงก็คิดถึงเลย ไปกันเถอะค่ะ”

ปัทวีได้แต่มองทั้งคู่อย่างแค้นเคืองใจ เขาไม่มีวันยอมแพ้ผู้ชายร่างสูงคนนั้นเป็นอันขาด เขาเชื่อว่าลึกๆ แล้ว เนตรายังคงมีใจให้เขาเป็นแน่ เขารู้จักเธอดีพอจนเดาได้ ว่าเวลาเพียงไม่นานไม่น่าจะทำให้เธอเลิกรักเขาได้ ทว่าสายตาที่จับจ้องเขาตลอดนั้น ไม่ได้มีแววอาวรณ์เขาแต่อย่างใด

.

.........................

.

.

อคิราภ์มองรอยยิ้มของเนตราท่ามกลางสายน้ำเชี่ยวกรากของน้ำตก ใบหน้ายิ้มแย้มของเธอนั้นดูมีความสุข ต่างจากเมื่อเย็นที่ยังคงมีร่องรอยลำบากใจตลอดทางที่กลับไร่ แม้มดจะชวนคุยมาตลอดทางก็ตาม

“มด! เย็นแล้วนะลูก ขึ้นจากน้ำได้แล้ว”

“คร้าบ...” มดรับคำ ขณะว่ายน้ำตรงไปหาเนตราบริเวณน้ำลึก ทว่าเนตรากลับรีบว่ายกลับมาหาเด็กน้อยเสียก่อน

เด็กน้อยหัวเราะถูกใจที่ถูกอุ้มจนตัวลอย เมื่อหญิงสาวอุ้มร่างเล็กขึ้นตลิ่ง ซึ่งมีอคิราภ์คอยรับร่างของเด็กชายอยู่ก่อนแล้ว ลูกคนงานพากันขึ้นน้ำตก ก่อนที่หญิงสาวจะปีนขึ้นตลิ่ง ทว่า...

“กรี๊ด!”

เสียงร้องของเนตรา และน้ำที่กระเซ็นเพราะการลื่นตกน้ำ แม้เธอจะว่ายน้ำได้ แต่น้ำตกที่เชี่ยวกรากทำให้อคิราภ์ละมือจากการเช็ดผมของเด็กน้อย พุ่งตัวลงสู่ธารน้ำตกแล้วกอดคอหญิงสาวลากเข้าหาฝั่ง

เธอสำลักน้ำสองสามครั้ง ก่อนจะปีนขึ้นตลิ่งโดยที่มีชายหนุ่มคอยช่วย หญิงสาวนั่งริมตลิ่ง รีบหายใจเอาอากาศเข้าปอด ในขณะที่อคิราภ์ขึ้นมานั่งเคียงข้าง ชายหนุ่มชะโงกหน้ามองใบหน้าแดงก่ำจากการสำลักน้ำ

“เป็นไงบ้าง เป็นอะไรมากรึเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยถาม พลางลูบมือหนาไปตามแก้มนวลอย่างเป็นห่วง

“ไม่...ไม่ค่ะ...แค่ดื่มน้ำเยอะไปหน่อย”

“ถ้างั้นรีบกลับบ้านกันเถอะ ทำตัวให้อุ่นไว้ก่อนจะดีกว่า พี่เกรงว่าน้องเนยจะป่วย”

“ค่ะ”

“เด็กๆ รีบกลับบ้านอาบน้ำให้เรียบร้อยนะรู้มั้ย”

“ครับ / ค่ะป้อเลี้ยง”

เสียงขานรับพร้อมเพรียง ก่อนจะพากันวิ่งไปทางอาคารคนงาน ส่วนทั้งสามคนพากันลัดเลาะเดินเข้าบ้าน โดยมีอคิราภ์ที่ทำหน้าที่อุ้มบุตรชาย และจับจูงมือหญิงสาวที่เดินตามเขาอย่างเงียบๆ

คำป้อส่งผ้าขนหนูผืนโตให้อคิราภ์และเนตรา ก่อนจะรับร่างเล็กของมดไปอาบน้ำบนห้อง หญิงสาวใช้ผ้าผืนโตซับหน้าและเช็ดผม ก่อนจะมองร่างสูงที่ถอดเสื้อยืดสีเข้มออกจนเห็นแผงอกแกร่ง เธอไล่สายตาจากลำคอแกร่ง แผ่นอกกำยำ และลอนคลื่นหน้าท้อง แล้วหลบสายตา หมุนกายหมายเดินหนีเข้าบ้าน ทว่าเสียงเข้มที่เอ่ยถามขึ้นทำให้เธอต้องหันกลับมามองอย่างประหลาดใจ

“น้องเนยตกลงจะไปงานแต่งงานของแฟนเก่าใช่หรือเปล่า”

เนตราสบตาเขา เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สนใจแผงอกกำยำไปจนถึงหน้าท้องแข็งแรงของเขา

“ค่ะ”

“พี่จะได้ฝากนายมดไว้กับคุณแม่น่ะ”

“ให้มดไปกับเราก็ได้นี่คะ”

“งั้นไว้ถามเจ้าตัวก็แล้วกัน ว่าอยากไปหรืออยากอยู่กับย่า”

“ค่ะ เอ่อ...พี่คิราภ์คะ”

หญิงสาวเม้มปากแน่น ขณะที่อีกฝ่ายเลิกคิ้วพลางสาวเท้าเข้าใกล้เมื่อเห็นรอยย่นบนหน้าผากจากการขมวดคิ้วของหญิงสาว

“เนยขอบคุณพี่คิราภ์มากนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยนะคะที่ช่วยเนย ขอบคุณเรื่องงาน เรื่องเงิน แล้วก็ยังเรื่องบ้าๆ นั่นด้วย”

“น้องเนยครับ สำหรับพี่...น้องเนยก็เปรียบเสมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง พี่ก็ต้องดูแลคนในครอบครัวให้ดีที่สุด”

“พี่คิราภ์เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีค่ะ เนยเชื่อว่าสักวันหนึ่งพี่คิราภ์คงจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ”

“น้องเนยกำลังหมายถึงภรรยาพี่หรือครับ” ชายหนุ่มกดมุมปากยิ้มเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวพยักหน้ารับ “พี่เจอแล้วครับ”

“เหรอคะ ใครคะ”

ท่าทางกระตือรือร้นของหญิงสาว เป็นเหตุให้ชายหนุ่มได้แต่ลอบถอนหายใจ และกลอกตาไปมาอย่างหงุดหงิดใจ เขาอยากจับหญิงสาวตรงหน้ามาเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอนจริงๆ ทว่าได้แต่คิดในใจเท่านั้น

“ความลับครับ พี่ว่าน้องเนยไปอาบน้ำก่อนจะดีกว่า เดี๋ยวจะได้ลงมาทานข้าวกัน”

หญิงสาวรับคำพลางหมุนกายเดินเข้าบ้าน ในขณะที่ชายหนุ่มยังคงเช็ดผมเปียกของตัวเอง

ดวงตาคมเข้มมองตามแผ่นหลังบอบบาง ซึ่งเดินขึ้นห้องไปทั้งที่เสื้อยืดสีเข้มของเธอนั้น ยังคงแนบสัดส่วนจนเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอนั้นซ่อนรูปเพียงใด

“ป้อเลี้ยงเจ้า ป้าถามอิหยังได้กา”

“อะไรครับ” ชายหนุ่มหันมองแม่บ้านสูงวัยพลางเลิกคิ้ว

“เฮื่องคุณเนยน่ะเจ้า ป้อเลี้ยงฮักเธอใจ๊ก่”

“ผมยังไม่แน่ใจเลยครับป้าวรรณ แต่ไม่ชอบใจเลยที่เธอรู้สึกดีๆ กับคนอื่นมากกว่าผม”

ชายหนุ่มตอบแม่บ้านสูงวัยที่อยู่กับเขามานาน เขารู้ว่านางเป็นห่วงเขาไม่แพ้มารดา หรือคนอื่นๆ ทว่าเขายังไม่อยากตอบคำถามให้แน่ชัดนัก และไม่อยากให้ทุกคนเฝ้ามอง เพราะนั่นจะทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวเร็วขึ้น

ช่วงเวลาเพียงไม่นานที่ได้ใช้เวลาร่วมกับเธอ ทำให้เขารู้ว่าหญิงสาวไม่ใช่คนโง่ เธอเป็นผู้หญิงช่างสังเกต ช่างจดจำ และฉลาดเฉลียว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายังไม่เริ่มรุก เพราะเกรงว่าเธอจะกระโจนหนีเสียก่อนที่เขาจะทันได้แสดงออก ได้ทำสิ่งต่างๆ ที่อยากจะทำให้เธออีกมากมาย โดยเฉพาะแผนที่เธอหมายจะรักษามารดาที่เจ็บป่วยให้หายเป็นปกติ ซึ่งเขาได้รับจากการบอกเล่าของนุชจรีอีกทอดหนึ่ง

“คุณเนยเธอน่าฮักขนาด บ่มีไผในคุ้มอุ่นฮักบ่ฮักเธอ แม้แต่คุณมดยังแป๊เลยกา ป้อเลี้ยงบ่ต้องอ่วงเฮื่องแม่นาย เฮาเจื้อว่าความน่าฮักของเปิ้ลนวยหื้อทุกอย่างดีขึ้นกา”

“ขอบคุณครับ...ป้าวรรณตั้งโต๊ะได้เลยนะ ผมจะไปอาบน้ำก่อน”

“ได้เจ้า”

พ่อเลี้ยงหนุ่มก้าวขึ้นบันไดห้องทีละสองชั้น ไม่นานแผ่นหลังแข็งแกร่งหายเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้แม่บ้านสูงวัยยิ้มจางๆ อย่างยินดีกับความรู้สึกของชายหนุ่ม

.

.

.

.

.

.

.........

...

.

.

ไม่รอช้ามาต่ออีก 50% แล้วนะคะ

.

นี่จีบใช่มั้ยคะพี่คิราภ์?

จีบไม่เนียนนะคะ อาการออกอย่างแรง

แต่...ทำไมรู้สึกเขินแทนน้องเนย

การปกป้องน้องเนยจากขนมปังนั้น...พี่คิราภ์ทำดีมากค่ะ ยกนิ้วให้

อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา

.

ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่

เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า

กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน

จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)

เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า

**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ

แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ

เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย

เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ

.

.

ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG

.

ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....

เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com

.

.

ห้ามลืม!!

ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย

ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

.

**ปล. ช่วงนี้กำลังมีเล่นเกมชิงหนังสืออยู่ อย่าลืมไปร่วมสนุกกันน้าาาา

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว