ยินดีต้อนรับค่ะ-โรงแรม kodanggu

โดย  เพียงรำเพย

ยินดีต้อนรับค่ะ

โรงแรม kodanggu

เช้าตรู่วันหนึ่ง ที่ฝั่งธนบุรี สาวผมยาว ตาโต หน้าตาน่าเอ็นดูเดินตาเป็นประกายมาหยุดที่ตรอกเล็กๆ ตรงหน้าเป็นต้นไทรขนาดใหญ่ รากย้อยระโยงระยางข่มขู่คนไม่เกี่ยวข้องให้ถอยไป เหมือนจะเตือนว่าตรอกเบื้องหลังเป็นพื้นที่หวงห้าม แต่ที่โคนต้นรากต้นไทรนั้น กลับมีป้ายไม้เล็กๆ ทาสีเขียวสดใสพร้อมลูกศรชี้ว่า "Kodanggu Hotel โรงแรมโกดัง - กู"

กินรียิ้มให้ต้นไทรที่มีศาลเจ้าไม้เล็กๆ ทาสีสันสดใส ปัดกวาดสะอาดตา ตอนมาสัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนก็ยกมือไหว้และวางน้ำส้มให้แล้ว ไม่นึกเลยทางโรงแรมจะเรียกกลับมาทำงานด้วยจริงๆ

ดีใจจังเลย เธอยกมือไหว้เจ้าพ่อต้นไทรท่วมหัวอีกรอบ แล้วหลับตาอธิษฐานขอบคุณในใจ พร้อมกับฝากเนื้อฝากตัว ก่อนเดินยิ้มแป้นเข้าไปในตรอกเล็กๆ

พอพ้นเงาต้นไทร ตรอกที่แทรกเบียดด้านหลังตึกอาคารพาณิชย์ของพิพิธภัณฑ์อาร์ตๆ เลี้ยวหักมุมไปมาสักพักก็มาสิ้นสุดที่พื้นที่ลานเล็กๆ ปลูกต้นมะม่วงแผ่กิ่งสวยงามสองฝั่ง เมื่อเดินทะลุไปจึงเห็นเรือนไม้ทาสีธรรมชาติ ทรงโกดังโบราณเรือนใหญ่ ด้านหน้าตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้ และป้ายหน้าโรงแรมเหนือประตูทางเข้า "โรงแรมและอพาร์ตเมนท์เซอร์วิส โกดัง - กู"

กินรีตื่นเต้น ผลักประตูเข้าไปแล้วก็ตาวาว ร้องว้าวในใจ

หากด้านนอกเป็นโกดังไม้เก่าๆ ด้านในกลับตกแต่งเสียฮิปสเตอร์รีโทรผสมวินเทจ มีของเก่าของใหม่ดีไซน์เก๋ไก๋ทุกจุด โต๊ะรีเซปชั่นด้านหน้าเป็นเหมือนเคาเตอร์บาร์ ส่วนพื้นที่โล่งๆ ตรงกลางมีโต๊ะสารพัดความสูง คละกับโซฟาและเกาอี้หวาย ทุกอย่างดูนุ่มน่านั่งน่านอน เพราะผนังสุดปลายเป็นบานไม้เฟี้ยมเปิดออกไปเห็นวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา..

โรงแรมนี้โปร่งสบายตา เพราะหลังคาด้านบนเป็นกระจกรับแสงมองเห็นดาวตอนกลางคืน ห้องพักทุกห้องทาสีประตูต่างกันไป และจากที่เธอเคยแอบเห็นแม็กกาซีนและข่าวสัมภาษณ์ โรงแรมนี้มีเพียง สิบแปดห้องเท่านั้น และแต่ละห้องตกแต่งไม่เหมือนกันเลย แต่อยู่สบายทุกห้องจนแขกติดใจ

ทั้งเซเลป ดารา นักร้อง คนดังและคนกระเป๋าหนักมากมายที่ต้องการความเป็นสันโดษส่วนตัว เพราะโรงแรมนี้ไม่มีที่จอดรถ ไม่ทำร้านอาหาร ไม่รับคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในโรงแรม โดยแขกพาคนนอกมาพักได้ไม่เกินจำนวนแขกในห้อง ทางคมนาคมที่เร็วที่สุดคือขึ้นเรือสองแถวแท็กซี่ที่โรงแรมมีบริการพาไปข้ามฟากไปฝั่งพระนคร

กินรีเดินตรงไปที่เคาเตอร์ฟร๊อนท์แล้วสั่นกระดิ่ง ไม่นานพรรณวดีก็โผล่หน้ามา กินรีรีบยกมือไหว้

พรรณวดี สาววัยสามสิบกว่า ผมซอยสั้น หน้าตาเก๋ไก๋ไทยแท้ เป็นรองผู้จัดการของโรงแรมนี้ก็จริง แต่โรงแรมนี้เล็กมากจึงมีบุคลากรน้อย พรรณวดีจึงทำหน้าที่เป็นเหมือนหัวหน้าแม่บ้าน ฝ่ายการเงิน ฝ่ายการตลาดและฟร๊อนท์ไปด้วย ซึ่งเธอบ่นว่าเหนื่อยจึงขอให้เตมิกร ผู้เป็นรุ่นน้องและเจ้าของตัวจริงจ้างคนมาทำงานฟร๊อนท์แทนเธอ

พรรณวดีทักทาย "สวัสดีค่ะ มารายงานตัวเช้าดีจัง" หญิงสาววัยยี่สิบสามตรงหน้ายิ้มกว้าง "กิ๋งชอบตื่นเช้าค่ะ เพราะใส่บาตรทุกวัน" เธอตาแวววาวกระตือรือร้น "ให้กิ๋งเริ่มงานเลยไหมคะ ?"

พรรณวดียิ้มใจดี "เอาสิ มาๆ มากรอกเอกสารให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวจะได้เริ่มเลย" แล้วก็บุ้ยใบ้ให้กินรีหาทางข้ามบาร์เข้าไปหาเธอเพื่อเข้าไปในห้องเล็กๆ ด้านหลังที่เป็นห้องของพนักงาน

กินรีอึ้ง รู้สึกถึงสายตาคนรอบๆ จึงหันไปเห็นผู้ชายผิวออกขาว ตัวสูงใหญ่ ผมดกมีผมเทาแซมประปราย ดวงตาแวววาวคมเข้ม ขนตางอน เขาดูเหมือนคนมาจากตะวันออกกลางหรือชมพูทวีป เขาใส่สูทสีเทา เชิ้ตขาวไม่ผูกเนคไท เขากำลังนั่งบนโซฟา มือเขายังกางหนังสือพิมพ์อยู่ .. ดูเขาเท่ คมคายเหมือนพระเอกบอลลีวู๊ดรุ่นคลาสสิค

แต่สายตาคมเหมือนเหยี่ยวเขามองเธอด้วยประกายตาขบขันเอ็นดู ...

กินรีหันกลับทันที สายตาแบบนี้เธอไม่ค่อยเคยเห็นเท่าไร

เธอรีบก้มดูตัวเอง เธอก็แต่งตัวเรียบร้อยนิหน่า.. กระโปรงพลิ้วๆ ยาวคลุมเข่า รองเท้าผ้าใบ เสื้อสูทตัวใหญ่ ออกจะน่ารัก เขามองอะไรอ่ะ ?

เธอเหลียวมองอีกทาง นักท่องเที่ยวสูงวัยคู่สามีภริยาท่าทางเป็นชาวยุโรปกำลังนั่งมองแม่น้ำเจ้าพระยาไป ซบอิงแอบกันไป.. อ้อ มีแต่คุณเกรย์ที่มองสินะ กินรีแอบตั้งชื่อให้เขาในใจ..

กินรีเลิกใส่ใจ แม้จะรู้สึกถึงสายตาของคุณเกรย์ ยังคงจับจ้องเธออยู่ หญิงสาวร่างบางหันมาสนใจบาร์ตรงหน้าแทน

เธอจะปีนข้ามไปยังไงหว่า ? แค่ยืน ด้วยความสูงแค่ร้อยห้าสิบปลายๆ บาร์ที่ใช้เป็นโต๊ะฟร๊อนท์ด้วยสูงเกินเอวเธอไปมากอยู่ เธอยิ้มแหย "เอ่อ คุณพรรณวดี คะ กิ๋งต้องปีนหรือคะ ?"

พรรณวดีหัวเราะเบาๆ "เรียกพี่พรรณก็ได้" สายตาเธอสำรวจเดรสอ่อนหวานของกินรีแล้วยิ้ม "เดรสโค๊ดของพนักงานโรงแรมนี้คือกางเกงยีนส์เสื้อขาวเพราะเราเน้นความทะมัดทะแมงเป็นกันเอง แต่ไม่ต้องปีน" พรรณวดีเปิดบานไม้ด้านหนึ่งออกเป็นประตูเล็กๆ ที่ซ่อนไว้อย่างฉลาด "เข้ามาสิจ้ะ"

กินรีถอนหายใจโล่งอกและหายเข้าไป

โดยมีสายตาของหนุ่มใหญ่ผมสีเทามองตามไปจนลับตา.. เขาอดชมไม่ได้ว่า พนักงานใหม่คนนี้ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง

พ่อหม้ายนักธุรกิจอินเดียมองพนักงานสาวคนไทยอย่างนึกสนใจทำความรู้จัก

--------------

กินรีเริ่มงานวันแรกด้วยการเป็นฟร๊อนท์เดสก์ของโรงแรม ทั้งรับโทรศัพท์ ตอบอีเมล์ สั่งอาหารให้แขก จองรถ จองทัวร์ จองสปา จองนวดแผนโบราณ จองโต๊ะอาหารดินเนอร์ จองเรือหางยาว จองโชว์ จัดการผ้าซักแห้ง กระเป๋าเดินทางที่หาย มือถือหาย ตุ๊กตาของลูกของแขกที่หายแทบทั้งวัน ไม่นับต้องทำค๊อกเทลให้แขกที่เบื่อๆ อยากหาคนนั่งคุยด้วยอีก...

แต่เธอยังโชคดีอยู่บ้างที่แขกพักไม่เต็มสิบแปดห้อง และจำนวนไม่น้อยก็ไม่ต้องการให้รบกวนเท่าไร จะมีก็แต่บางรายที่จุกจิกเรื่องมาก แต่กินรีก็เต็มใจบริการเต็มที่อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

คนที่ป้วนเปี้ยนอยู่ตอนช่วงค่ำ ตอนใกล้เลิกงานของกินรี คือ คุณเกรย์ เขาใส่เสื้อเชิ้ตหลวมๆ สีขาว กางเกงผ้าลินินเบาๆ ดูแสนสบายแต่เซ็กซี่ประหนึ่งนายแบบโฆษณาน้ำหอมชาย

เขาไม่มานั่งเกาะบาร์ แต่นั่งมองเธอไปเรื่อยๆ สลับกับสูบซิการ์ ดวงตาคมปลาบมองกินรีเป็นพักๆ

เธอรู้สึกเก้กังบ่อยครั้ง และต้องเตือนตัวเองว่าไม่ให้รู้สึกเขิน

เพราะความจริงแล้วในใจเธอมีคนที่เธอชอบอยู่แล้ว จะมาหวั่นไหวกับสายตาผู้ชายร้อนแรงได้ยังไง ไม่ได้ ไม่ด้ายยยย กินรีเตือนตัวเอง

แต่คุณเกรย์ ดูเหมือนจะมีไอเดียอื่น เขาดับซิการ์ แล้วยิ้มน้อยๆ ทำให้ใบหน้าหล่อเหลายิ่งทรงเสน่ห์เข้าไปอีก นิ้วเขาเอื้อมไปที่กระดิ่งที่วางบนโต๊ะแล้วสั่นเบาๆ

กริ๊งๆๆ

สาวน้อยตาโตผมยาวที่ใส่เดรสแขนสั้นลายดอกๆ เงยหน้าเหมือนสะดุ้งจากหลังบาร์ที่เป็นฟร๊อนท์ไปด้วย !

แก้มนวลระเรื่อนิดๆ เจ้าของร่างบางรีบเดินมาหาเขาพร้อมสมุดจดรับออเดอร์เล่มเล็กๆ

"รับอะไรดีคะ ?" เธอถามด้วยภาษาอังกฤษชัดแจ๋ว

เขายิ้มสุภาพและตอบเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงอังกฤษลอนดอน "ขอวิสกี้ออนเดอะร๊อคและคนนั่งคุยด้วยครับ"

เขาขำในใจที่เห็นสาวน้อยทำหน้าตกใจ และพยายามซ่อนกริยาสะดุ้งเฮือกไว้แต่ไม่แนบเนียนพอ..

น่าแกล้งเล่นจริงๆ

-------------

บนระเบียงชั้นสองของโรงแรมที่มองลงมาเห็นล๊อบบี้ข้างล่างทั้งหมด เตมิกรยืนเกาะราวบันไดมองพนักงานใหม่ด้วยสีหน้าเย็นชา..

มาวันแรกก็อ่อยแขกเสียแล้วหรือ ?

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Siriporn Kajokpab
ตอนแรกก็น่าติดตามแล้ว
เมื่อ 5 เดือน 16 ชั่วโมงที่แล้ว

ความเห็นโดย สิริวรรณ กิตติบรรณรักษ์
พนักงานธรรมดา
เมื่อ 5 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว