รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 12 เส้นทางความรัก - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 12 เส้นทางความรัก - ((100%)) -

.

.

.

.

.........

...

.

.

อคิราภ์ยอมให้เนตราใช้เวลากับตัวเองอยู่ครู่ใหญ่ ปล่อยให้เสียงเพลงในรถทำลายความเงียบและความอึดอัดระหว่างกัน กระทั่งเห็นว่าสีหน้าของเธอเริ่มโอนอ่อนลง บ่งบอกว่าพร้อมจะรับฟัง ทำความเข้าใจ และยอมรับความรู้สึกของเขาที่จะถาโถมเข้าหาเธอ

“น้องเนยครับ”

มือหนากุมมือนิ่มไว้อย่างอ่อนโยน ชายหนุ่มถ่ายทอดความรู้สึกรัก อ่อนโยน ห่วงหาอาทร ผ่านทางสายตาและรอยสัมผัสบางเบาของมือหยาบกร้าน

“พี่รู้ว่าเนยกำลังสับสน แต่พี่เคยบอกใช่มั้ยว่าพี่เคยมีความสุข สมหวัง ผิดหวัง และเสียใจเพราะความรัก แม้ความรักครั้งที่ผ่านมาจะหนักหนา นั่นเพราะพี่และเธอผูกพันกัน เรามีลูกด้วยกัน ลูกที่เปรียบเหมือนโซ่ที่ผูกเราสองคน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพี่จะมีความรักอีกครั้งไม่ได้...พี่อายุสามสิบสี่ปีแล้ว ไม่ใช่หนุ่มน้อยที่ไม่รู้ว่าความรู้สึกไหนคือรัก ความรู้สึกไหนคือสงสาร พี่สามารถแยกแยะความรู้สึกปรารถนา ความใคร่ และความรักออกได้ จริงอยู่ที่พี่ปรารถนาน้องเนย แต่ในความปรารถนามันมีอะไรมากกว่านั้น”

“พี่คิราภ์หมายความว่า พี่คิราภ์...รัก...รักเนยหรือคะ”

หญิงสาวเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อเขาพยายามเชยคางเธอให้ประสานสายตา อคิราภ์ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะจุมพิตหน้าผากนวล

“สำหรับความรู้สึกที่พี่มีต่อน้องเนย ถ้าปรารถนาเพียงอย่างเดียวพี่คงจะไม่ให้เวลาน้องเนยคิดทบทวน ไม่แจงความสัมพันธ์ที่พี่หวังให้เกิดขึ้น พี่รู้ว่าน้องเนยเคยเผชิญความเจ็บช้ำมาก่อน เพราะฉะนั้นน้องเนยคิดว่าพี่จะมีเพียงความปรารถนาเท่านั้นหรือเปล่าล่ะครับ”

“เนย...”

“พี่สามารถยับยั้งชั่งใจ จะรอวันที่เราพร้อมทั้งคู่ น้องเนยค่อยๆ คิดเถอะ พี่รอได้”

“สามวัน…ใครเรียกว่ารอกันล่ะแบบนี้” หญิงสาวงึมงำกับตัวเอง ทว่าคนหูดีก็อดไม่ได้จะนึกขันจนต้องเอ่ยแทรก

“สามวันเหมือนสามปี นี่พี่ใจดีแล้วนะครับ”

เนตราสบตาคนพูดด้วยดวงตาวาววับ ทว่าท่าทางโกรธเคืองระคนงอนๆ ของเธอนั้น ไม่ได้ทำให้คนมองหวาดกลัวแต่อย่างใด เขาออกจะชอบท่าทางน่ารักของเธอเสียด้วยซ้ำ ใบหน้าคมกดลึกเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะกว้างขึ้นเป็นรอยยิ้มที่มองเห็นฟันสวยของเจ้าตัว

“พี่คิราภ์รักเนยตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

คำถามของอีกฝ่ายทำให้เขาต้องเลิกคิ้ว มือหนาที่กุมมือบางไว้ไล้หลังมือเบาๆ ก่อนที่เขาจะยกขึ้นจุมพิตอย่างอ่อนโยน สายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน และกระแสประหลาดที่เธอเคยสงสัย วันนี้เธอได้คำตอบแล้ว...สายตาแห่งความรัก

“ใครจะรู้ล่ะครับ แต่ความจริงพี่ต้องขอบใจยายนุชนะ ถ้าไม่ได้นุชพี่ก็คงไม่ต้องคอยเป็นกังวลเรื่องของพี่เลี้ยง ที่เคยเห็นแต่รูปตอนรับปริญญา ยายนุชเป็นห่วงน้องเนยนะครับ ห่วงมาก...จนทำให้พี่เป็นห่วงไปด้วยอีกคน และก็เพราะไอ้ความเป็นห่วงนี่ล่ะ ที่มันทำให้พี่ต้องพาน้องเนยไปไหนมาไหนด้วย จะได้เห็นตลอดเวลา ความใกล้ชิด ความสนิทสนมล่ะมั้งที่ก่อให้เกิดความรู้สึกเหล่านั้น และพี่มั่นใจเหลือเกินว่าน้องเนยเองก็คงจะรู้สึกเหมือนพี่”

“หลงตัวเองค่ะ คนอะไรไม่รู้หน้าดุ๊ดุ เสียงก็ขรึมซะขนาดนั้น เวลาตวาดลูกน้องทีเป็นต้องวิ่งไปตั้งหลักก่อนมั้งคะ”

“พี่เคยดุน้องเนยที่ไหน มีแต่เป็นห่วงหรอก เห็นน้องเนยไม่สบายทีไรหัวใจดวงนี้ร้อนรนแทบจะคลั่ง ไม่รู้ตัวหรือไงว่ามีความสำคัญกับพี่มากแค่ไหน”

มือน้อยถูกจับไปวางบนแผ่นอก เสียงเต้นตุบๆ ใต้ฝ่ามือนั้นระรัวไม่ต่างจากเธอ คำหวานที่โอบไล้ไปทั้งหัวใจ เสมือนยาทิพย์รักษาบาดแผลในหัวใจ ทว่าคนเคยเจ็บก็ไม่วายจะหวาดกลัวความสัมพันธ์ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ใบหน้าสวยก้มลงอย่างครุ่นคิด ริมฝีปากน้อยๆ เม้มเข้าหากัน ซึ่งคนมองพอจะเดาความคิดเธอออก คำพูดต่อมาจึงยิ่งทำให้คนที่เขินอายเพราะคำหวานของเขา ต้องหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม

“ถ้าไม่เชื่อว่ามีความสำคัญจริงๆ พี่จะยอมให้น้องเนยพิสูจน์ แต่ต้องลองคบกันก่อนนะ”

“พี่คิราภ์! บ้าจริง!”

มือเล็กตีอกแกร่ง พลางดึงมือที่เขากุมไว้ออก อคิราภ์ยอมปล่อยมือนุ่มนิ่มแต่โดยดี เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบรับของเธอก็ใจชื้นขึ้นมาอีกเป็นกอง เพราะท่าทีของเธอนั้นไม่ได้แตกต่างจากหญิงสาวที่กำลังอยู่ในห้วงของความรักนัก ผิดแผกที่บาดแผลรักครั้งเก่าของเธอยังไม่หายดี และเขานี่ล่ะที่จะเป็นตัวยาขนานใหม่ รักษาใจเนตราให้หายภายในข้ามคืน

“พี่เป็นห่วงน้องเนยนะครับ เพราะงั้นต้องดูแลตัวเองดีๆ อย่าเจ็บป่วยบ่อยๆ ให้พี่ไม่เป็นอันทำอะไรอีก...รู้มั้ยครับ”

ใบหน้าสวยยิ้มน้อยๆ เป็นการรับคำ อคิราภ์จึงขยับกายไปพิงเบาะ เป็นการบ่งบอกอาการพึงพอใจของตัวเอง

เนตรามองท่าทีของเขาด้วยรอยยิ้มประทับใจ เนื่องจากท่าทีคอยดูแล เป็นห่วงเป็นใยและถามไถ่ของเขา แม้บางครั้งอาจไม่ได้หวานนัก หรือบางครั้งอาจสะกิดแผลภายในใจ แต่มันก็บ่งชัดนักว่าเขานั้นเป็นห่วงเธอด้วยใจจริง และความห่วงใยของเขา ก็ทำให้เธอเอ่ยปากบอกขอบคุณเขาอีกครั้ง

“เนยขอบคุณนะคะที่พี่คิราภ์เป็นห่วง เอ่อ...พี่คิราภ์บอกว่าจะทำธุระเรื่องเอกสารในเมืองไม่ใช่หรือคะ”

“ใช่ครับ พี่เลยจะพาน้องเนยไปฝากไว้กับคุณแม่ แล้วเดี๋ยวพี่จะมารับก่อนจะไปรับตามดที่โรงเรียนตอนเที่ยง”

“ค่ะ”

“งั้นระหว่างทางไปบ้านคุณแม่ พี่อยากให้น้องเนยช่วยเล่าเรื่องน้องสาวพี่กับเพื่อนพี่”

“เนยขอออกตัวก่อนนะคะว่ารู้ไม่ละเอียดนัก รู้เท่าที่เห็น เท่าที่ฟังมา”

“เอาเท่าที่น้องเนยรู้”

“พี่คิราภ์ห้ามโกรธนุชกับพี่ดลนะคะ”

ชายหนุ่มเหลือบสายตามองคนนั่งข้างๆ เสียงอ่อนหวานร้องขอจากเขา หารู้ไม่ว่าไอ้น้ำเสียงหวานๆ ของเธอยามขอร้องแบบนี้ ชวนให้เขามันเขี้ยวจนอยากจูบมากกว่ายอมใจอ่อนเออออ แต่เอาเถอะ...ครั้งนี้เขายอมให้ จึงยอมรับปากอย่างเสียไม่ได้

“ครับ”

แม้จะรับปากไปแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกเคืองเพื่อนรักที่แอบดอดไปก้อร่อก้อติกน้องสาวตัวดี ที่ไม่คิดจะบอกเล่าให้พี่ชายได้รู้เสียบ้าง

“คือว่า...พี่ดลกับนุชเป็นแฟนกันค่ะ คบกันมาสองปีแล้ว”

“ห๊ะ! สองปีเลยเหรอ” ชายหนุ่มร้องถามเสียงสูง ขณะผินหน้าจากถนนมามองคนหน้าหวาน

คำบอกเล่าของเธอยิ่งเพิ่มความเคืองของเขา ทว่าในนั้นก็มีความรู้สึกหมั่นไส้อยู่ด้วย จนนึกอยากเตะไอ้เพื่อนตัวแสบเสียเหลือเกิน

“ค่ะ นี่พี่คิราภ์ไม่แปลกใจความสัมพันธ์ของคู่นี้บ้างหรือคะ”

“ไม่เลยสักนิด พี่เห็นว่ากัดกันตลอด”

“ก็จริงค่ะ ชอบแกล้งกัน งอนกัน แต่ก็น่ารักดีค่ะ ทุกครั้งที่เห็นก็อดจะยิ้มตามไม่ได้”

เนตรายิ้มน้อยๆ เมื่อคิดถึงเพื่อนรักและธนดล อคิราภ์ยิ้มตาม การที่ได้เห็นว่าน้องสาวคบหากับเพื่อนรัก คงดีกว่าไปคบหากับหนุ่มที่เขาไม่รู้จักที่มาที่ไป ไม่รู้จักนิสัยใจคอเป็นแน่ ทว่าเมื่อเห็นว่าเนตราหันมามอง เขาจึงแสร้งทำหน้าเคร่งขรึม

“พี่คิราภ์ไม่ดีใจเหรอคะ ที่เพื่อนรักและน้องรักเป็นแฟนกัน”

“ถ้าเป็นน้องเนยจะดีใจหรือครับ ที่เพื่อนรักกับน้องสาวหลอกพี่ตั้ง สองปี”

“พวกเขาไม่ได้หลอกนะคะ แค่ไม่ได้พูดถึงเท่านั้นเอง”

“หาช่องทางเลี่ยงเก่งจริงนะครับ” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากอย่างนึกขำ

“พี่คิราภ์คะ เนยรู้ค่ะว่าพี่คิราภ์ไม่ได้โกรธ แค่ไม่ชอบใจที่พวกเขาปิดบัง แต่นุชเคยบอกเนยว่าพี่คิราภ์ไม่อยากให้คบกับพี่ดล เพราะกลัวว่าพี่ดลจะทำให้นุชเสียใจ”

“หรือไม่จริงล่ะ นายดลน่ะปลาไหลเรียกพ่อเลยไม่รู้หรือไง สมัยเรียนก็จีบดะ ขอแค่เป็นผู้หญิงก็พอ”

“สมัยเรียนเป็นยังไง เนยกับนุชไม่ทราบด้วยหรอกค่ะ รู้แค่ว่าตอนนี้พี่ดลกำลังคุยเรื่องจะให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอนุชกับคุณแม่นี่คะ”

“น้องเนยหมายถึงอานิดน่ะเหรอ”

“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ

“นี่สองคนนั้นจะให้พี่รู้ตอนไหนนะ ตอนให้พี่ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวรึไงกัน”

ท่าทางหงุดหงิดของเขาและคำพูดที่บ่งบอกอารมณ์ขุ่นเคืองของเจ้าตัว จากสาเหตุที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ทำให้เนตรายิ้มขำ ได้แต่ภาวนาในใจว่า ขอให้เพื่อนรักกับธนดลโชคดีเมื่อเธอและเขาเดินทางไปถึงน่านในช่วงเย็นของวันนี้

.

.

.

.

- - - - - - - - - อีก 60% มาแล้วนะจ๊ะ - - - - - - - - - -

.

.

.

........................

.

.

ชายหนุ่มชะลอรถขณะเลี้ยวเข้าสู่รั้วบ้านสีขาว ชายหนุ่มค่อยๆ ชะลอรถก่อนจอดหน้าบ้านสองชั้นหลังโต สมหน้าตาผู้ว่าราชการจังหวัด

“นี่บ้านพ่อและแม่พี่ครับ ดูใหญ่เกินกว่าจะอยู่สองคนนะ น้องเนยคิดอย่างนั้นรึเปล่า”

หญิงสาวยิ้มรับพลางพยักหน้าน้อยๆ

“แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ อดีตผู้ว่าฯ นี่ครับ พ่อกับแม่พี่ต้องย้ายไปประจำตามจังหวัดต่างๆ ก่อนจะย้ายกลับมาเกษียณที่นี่เมื่อปีที่แล้ว แต่คนที่นี่ก็ยังให้ความเคารพ”

“เนยเข้าใจค่ะ”

“ขึ้นบ้านกันดีกว่า พี่โทร. มาบอกแม่ตั้งแต่เช้าแล้วว่าจะมาฝากน้องเนยไว้ที่นี่”

“เดี๋ยวค่ะพี่คิราภ์” หญิงสาวรั้งแขนเขาไว้อย่างเป็นกังวล

“มีอะไรหรือครับ” ชายหนุ่มชะงักเท้าขณะกำลังก้าวขึ้นบันไดบ้าน

“คือว่า...คุณลุงคุณป้าทราบเรื่องเนยกับพี่คิราภ์รึเปล่าคะ”

“ยังไม่รู้ แต่กำลังจะรู้ครับ พี่ตั้งใจจะบอกแม่เรื่องลิลินด้วย เพราะนี่เป็นอีกเรื่องที่พี่กังวล ถ้าพี่ไม่บอกคุณแม่คงจะไม่ดี”

“อะไรเหรอคะ”

“พี่ได้ข่าวว่า เงินที่พี่ให้เป็นค่าตอบแทนลายเซ็นบนใบหย่าเมื่อต้นปีก่อนมันเริ่มร่อยหรอ ไอ้ดลบอกว่าเธอไปอยู่กับอดีตผู้จัดการไร่พี่ที่น่าน”

“น่านเหรอคะ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น”

“พี่ก็ไม่ได้ตามข่าวเท่าไหร่ เห็นไอ้ดลบอกว่าเขาย้ายไปเรื่อยน่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยจบก็จับจูงหญิงสาวให้เดินตามขึ้นบ้าน

ทันทีที่เห็นร่างสูงวัย หญิงสาวก็ยกมือประนมไหว้อย่างนอบน้อม อิงอรยิ้มอย่างเป็นมิตร ก่อนจะสบตาบุตรชายที่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย

“อ้อย พาหนูเนยไปเอาของในห้องตามดหน่อยสิ”

“ได้เจ้าคุณผู้หญิง”

เมื่อลับร่างบอบบางของหญิงสาวที่สบตากับชายหนุ่มเพียงครู่ แล้วเดินตามแม่บ้านวัยสาวไปอีกทาง อิงอรก็เริ่มถามลูกชายทันที

“มีเรื่องสำคัญจะคุยกับแม่เหรอไง”

“ครับ คุณพ่ออยู่มั้ยครับ ผมจะได้พูดทีเดียว”

“วันนี้คงกลับมาหลังเที่ยงนั่นแหละ ไปออกรอบกับเพื่อนน่ะ มีอะไรก็พูดมาเถอะ พ่อเราไม่เคยตำหนิเราอยู่แล้ว”

“ก็ได้ครับ คือ...ผมจะให้แม่ช่วยหาฤกษ์แต่งงานระหว่างผมและน้องเนย”

“อะไรนะ! แต่งงานงั้นเหรอ แล้วลิลินล่ะ”

“ทีล่ะเรื่องนะครับแม่ ผมกับลิลินหย่ากันตั้งแต่เมื่อต้นปีที่แล้ว ความจริงเรื่องของเราจบไปตั้งแต่ที่เธอขอเลิกกับผม ตั้งแต่ตามดอายุได้เพียงสามเดือนแล้วครับแม่”

“นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมแม่ไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย แล้วทำไมเราไม่เคยเล่าให้แม่ฟังล่ะ” อิงอรยกมือทาบอกอย่างตกใจ

“ผมไม่อยากจะพูดถึงน่ะครับแม่ แต่คราวนี้จำเป็นแล้ว เพราะถ้าผมไม่พูด แม่ก็จะกีดกันน้องเนย และผมไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น”

“ถ้างั้นช่วยบอกแม่หน่อยได้มั้ยว่าจดหมายที่ลิลินส่งมาให้แม่เมื่อเร็วๆ นี้คืออะไร”

อิงอรส่งซองจดหมายสีขาวให้ชายหนุ่ม อคิราภ์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจขณะรับมาเปิดออกอ่านอย่างรวดเร็ว

สวัสดีค่ะคุณแม่ที่เคารพของลิลิน

ลิลินขอกราบขอประทานโทษที่ไม่ได้เขียนจดหมายหาคุณแม่เลย เพราะเกรงว่าคิราภ์จะพูดจาให้คุณแม่เข้าใจลิลินผิดไป แต่ตอนนี้ลิลินทุกข์ใจเหลือเกินค่ะ ลิลินอยากเจอหน้าลูกมาก แต่คิราภ์สั่งห้ามไม่ให้ลิลินไปเจอ

คิราภ์โกรธลิลินมาก ที่ลิลินไปขึ้นเสียงใส่เขาต่อหน้าคนงานในไร่ เขาคงเสียหน้า แต่ลิลินรักคิราภ์มากนะคะคุณแม่ คุณแม่ขา...คุณแม่จะช่วยลิลินให้คิราภ์เข้าใจลิลินได้รึเปล่าคะ...

อคิราภ์อ่านได้เพียงเท่านั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองมารดา ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอด

“แม่จำปาอินได้รึเปล่าครับ”

“ปาอิน...ผู้จัดการไร่คนก่อนของเราน่ะหรือ”

“ใช่ครับ”

“นี่อย่าบอกแม่นะว่า ลิลินกับเจ้าปาอิน...โอ๊ย! แม่อยากจะเป็นลม”

“เธอเป็นคนบอกผมเอง”

อคิราภ์สบตามารดา ก่อนจะยอมเล่าเรื่องข้อตกลงระหว่างเขาและลิลินตั้งแต่ที่หล่อนจากไป รวมถึงเหตุผลและสาเหตุทุกประการ อิงอรรับฟังอย่างใจเย็น ขณะสบตาบุตรชายที่ไร้ซึ่งแววเจ็บปวด เขาไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่ออดีตภรรยามานานแล้ว และไม่มีวันมี

“แม่เข้าใจแล้วลูก แล้วเราแน่ใจแล้วหรือเรื่องหนูเนยน่ะ”

“ผมไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อนครับ ถึงน้องจะเด็กอยู่มาก แต่ผมเชื่อว่าน้องเนยมีหลายอย่างที่ทำให้ผมยอมเสี่ยง”

“ถ้าลูกมั่นใจและแน่ใจ แม่ก็พร้อมจะเชียร์ขาดใจ เรื่องฤกษ์ไม่ต้องห่วง แม่จะจัดการหามาให้ ว่าแต่น้องกับลูกใจตรงกันแล้วแน่นะ”

“ผมยังไม่แน่ใจนักครับว่าน้องเนยจะใจตรงกับผม” อคิราภ์สบตามารดาที่ส่งสายตาเป็นคำถาม

“แม่ไม่เข้าใจนัก เพราะไม่มีสาวคนไหนไม่ชายตาแลลูกชายแม่”

“น้องคงจะแลผม ถ้าไม่เผอิญว่าเธอจะเพิ่งอกหักมานะครับแม่”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น แม่คงต้องรีบเชียร์สินะ”

“ขอบคุณครับแม่ ผมรักแม่นะครับ อ้อ! ผมฝากน้องเนยสักชั่วโมง เดี๋ยวจะมารับนะครับ”

“ได้สิ แม่ไม่มีปัญหา”

“ขอบคุณครับแม่”

“เดี๋ยวสิคิราภ์”

“ครับแม่”

“พ่อเราบอกแม่ว่าให้เตือนลูกเรื่องพ่อเลี้ยงอาจินต์ที่มีไร่ติดกับที่บนเขาลูกน่ะ”

“ทำไมหรือครับ”

“พ่อบอกว่าเขาคงไม่พอใจลูกเท่าไหร่ ที่ไม่ยอมขายที่เพื่อเขาจะได้ใช้เส้นทางลำเลียงลงจากเขา เพราะที่ของเขาเป็นที่ชิ้นเดียว ไม่มีทางลงจากเขา ยิ่งตอนนี้ตำรวจยิ่งเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะลูก”

“มันคงทำอะไรไม่สะดวกนักหรอกครับ เว้นว่าตำรวจที่พ่อว่าจะเป็นพวกของมัน”

“แม่รู้ว่ามันหาเรื่องเราตลอด แต่แม่ก็อยากให้ลูกระวังตัวไว้บ้าง”

“ขอบคุณครับแม่ที่เป็นห่วง”

พูดจบร่างสูงก็เดินจากไป อิงอรมองตามแผ่นหลังบุตรชายด้วยความเป็นห่วง ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มน้อยๆ ของเนตราที่เพิ่งเดินออกมา ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม รอยยิ้มของเธอนั้นช่างน่ามองไม่ใช่น้อย นางอดดีใจไม่ได้ที่จะได้หญิงสาวตรงหน้ามาเป็นลูกสะใภ้

แม้จะใจหายกับเรื่องราวของลิลินที่ได้ยินจากปากของบุตรชาย แต่ก็อย่างที่ใครๆ ว่า ‘ความรักไม่เข้าใครออกใคร’ แต่นางกลับมีความคิดว่า ‘รักคนที่เขารักเรา คงจะดีกว่ารักคนที่เรารักเขาเพียงข้างเดียว’ และนางก็หวังว่าเนตราจะรักอคิราภ์ที่รักเธอ

.

.....................

.

.

เนตราผินหน้ามองมด ที่ร้องเพลงไปตลอดทาง ตั้งแต่ออกจากเชียงใหม่ โดยไม่มีทีท่าจะเหนื่อยเลยด้วยซ้ำ ทว่าเธอนี่สิที่รู้สึกเหนื่อย ทว่าความเหนื่อยที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากความเหนื่อยทางกาย แต่เป็นความเหนื่อยที่เกิดจากความรู้สึกวุ่นวายภายในหัวใจต่างหาก เธอไม่รู้ว่าเหตุใดมารดาของอคิราภ์จึงดูใจดีเป็นพิเศษ และคำพูดคำจาของท่านแต่ละครั้ง ก็พยายามเข้าข้างชายหนุ่มคนขับรถของเธอตอนนี้เสียเหลือเกิน

‘หนูเนยรู้มั้ย คนเราทุกคนสามารถมีรักได้หลายครั้ง แต่บางครั้งเลือกจะมีแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าครั้งเดียวนั้นไม่ใช่คนที่ใช่ ไม่ใช่คนที่ฟ้าส่งลงมาแล้ว ยังไงซะก็ต้องเลิกราเพื่อไปเจอคนที่ฟ้าลิขิตอยู่ดี ทั้งคู่ต้องอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะรักหรือไม่รัก แต่ถ้าทั้งคู่รักกันก็คงเป็นเรื่องวิเศษมากๆ เลย จริงหรือเปล่า’

คำพูดที่ยังติดหูทำให้หญิงสาวได้แต่พยายามครุ่นคิดมาตลอดทาง ซึ่งท่าทางเงียบงันราวกับตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง ทำให้ชายหนุ่มคอยเหลือบมอง ทว่าเขาไม่อยากทำลายบรรยากาศ ด้วยไม่รู้ว่ามารดาพูดอะไร แต่เขาเชื่อว่าสิ่งที่มารดาพูด ต้องเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาเป็นแน่

“พ่อคิราภ์คร้าบ มดหิวแล้ว มีขนมให้มดกินมั้ยครับ”

“มดลองถามอาเนยสิลูก ว่าหิวรึยัง” อคิราภ์เอ่ยพลางมองคนที่ยังไม่รับรู้สิ่งใดรอบข้าง นอกจากภวังค์ของตัวเอง

นายมดลุกจากที่นั่งด้านหลัง ข้ามมานั่งบนตักของหญิงสาว แล้วหอมแก้มนวลซ้ายขวาให้เธอรู้สึกตัว เนตราหันมองอย่างงงๆ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ

“อาเนยหลับเหรอครับ”

“เปล่าครับ อากำลังคิดว่าจะทำยังไงกับคนขโมยหอมแก้มอา” หญิงสาวยีศีรษะเล็กๆ ของนายมด

“มดหิวแล้วครับ อาเนยมีขนมให้มดกินมั้ยครับ”

“มีครับ อยากทานกล่องไหน ซ้ายหรือขวา”

เนตรายกกล่องขนมให้หนุ่มน้อยเลือก มดเลิกคิ้วน้อยๆ พลางมองกล่องขนมในมือหญิงสาวอย่างไม่แน่ใจนัก ก่อนจะยิ้มกว้าง ซึ่งรอยยิ้มนี้ทำให้เนตรายิ้มกว้างเช่นเดียวกับผู้เป็นบิดา

“จะเอาสองกล่องเลยหรือตามด พ่อว่าละโมบไปหน่อยนะ กินกล่องเดียวก็น่าจะอิ่มแล้วนะ”

“มดไม่อิ่มหรอกค่ะ ปกติก็กินสองกล่องทุกที พี่คิราภ์ไม่รู้ใจลูกชายเลยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยล้อ

เนตราแกะกล่องขนมให้เด็กน้อยที่รับไปไว้ในมือ แล้วรับประทานอย่างไม่สนใจผู้ใหญ่ทั้งคู่ที่เริ่มเงียบอีกครา เพราะสายตาแพรวพราวที่อคิราภ์จับจ้องมายังหญิงสาวชั่วขณะหนึ่ง

“น้องเนยรู้ใจลูกชายพี่ก็มาเป็นแม่ของลูกชายพี่สิครับ”

“พี่คิราภ์!” เนตราเรียกชื่อเขาอย่างตื่นตระหนก ขณะมองคนตัวเล็กที่หยุดล้วงขนมออกจากกล่อง

นายมดมองหน้าเธอและบิดาตาโต เป็นเหตุให้เธอต้องส่งสายตาเตือนเขา ทว่าชายหนุ่มกลับยักไหล่อย่างไม่สนใจสายตาของเธอที่ตั้งท่าปรามอยู่อย่างนั้น

“มดอยากมีแม่ครับ พ่อคิราภ์จะให้อาเนยเป็นแม่ของมดเหรอครับ เย้ๆ ดีใจจัง แม่เนย แม่เนย แม่เนย แม่เนย...”

เสียงตะโกนที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ของนายมดทำให้อคิราภ์ยิ้มอย่างถูกใจ ทว่าคนถูกเรียกว่า ‘แม่’ กำลังทำหน้าไม่ถูก เธอมองหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่อย่างครุ่นคิด

อคิราภ์ยิ้มถูกใจ แม้จะนึกกังวลว่าลูกชายตัวแสบจะไม่ยอมรับง่ายๆ แต่เขาก็คาดหวังไว้สูง ด้วยเห็นว่ามดติดเนตรา และรักเธอมาก เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าที่ลูกชายเรียกหญิงสาวว่าแม่ เขาจึงรู้สึกเต็มอิ่มและมีความสุขอย่างที่ไม่ได้เป็นมานาน

.

.

.

.

.

.

.

...

.

บทที่ 12 มาครบแล้วจ้าาาาา

.

พี่คิราภ์รุกหนักมากกกกก

จะรุกหนักกว่านี้ได้อีกมั้ย...?

ลุ้นกันต่อพรุ่งนี้นะจ๊ะ

อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา

.

ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่

เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า

กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน

จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)

เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า

**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ

แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ

เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย

เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ

.

.

ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG

.

ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....

เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com

.

.

ห้ามลืม!!

ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย

ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

.

**ปล. ช่วงนี้กำลังมีเล่นเกมชิงหนังสืออยู่ อย่าลืมไปร่วมสนุกกันน้าาาา

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Nuch1417
สนุกค่ะ พ่อเลี้ยงหวานเชียว
เมื่อ 3 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว