รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 13 ว่าที่ 'คุณแม่' - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 13 ว่าที่ 'คุณแม่' - ((100%)) -

.

.

.

.

..........

...

.

.

“แม่เนยคร้าบ...” เสียงเล็กยังคงเรียกขานอย่างออดอ้อน

“มดอย่าเรียกอาแบบนี้ มัน...”

“ทำไมจะเรียกไม่ได้ล่ะครับแม่เนย”

เสียงทุ้มที่เอ่ยถามจากคนด้านหลังพวงมาลัย ทำให้หญิงสาวตวัดสายตามองอย่างไม่พอใจ

“พี่คิราภ์คะ อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ เนยไม่สนุกด้วยนะคะ”

“พี่ไม่ได้เล่นนะครับ พี่พูดจริง เอาจริง และตั้งใจจริง ดูตามดสิ ดีใจจะแย่ที่กำลังจะมีแม่เหมือนคนอื่นเขา แล้วเนยจะทำลายความฝันของเด็กได้ลงเหรอครับ”

“อยากได้แม่ของนายมด ก็กลับไปคืนดีกับแม่ของนายมดซะสิคะ”

“น้องเนย!” เสียงห้าวปรามดุ ทั้งดวงตาคมกล้าก็ดุไม่แพ้กัน

หญิงสาวเมินหน้าหันมองนอกหน้าต่างอย่างไม่ชอบใจ เขาเป็นใครมาจากไหนกัน เอาแต่ใจตัวเองมาบังคับโน่นนี่ บังคับให้เธอกระทำในสิ่งที่ตนเองปรารถนา นี่น่ะหรือผู้ชายที่บอกความในใจแก่เธอ

เนตราอยากจะบ้าตาย! นี่ฉันเคยไปทำร้ายใครไว้รึเปล่าหนอ...

ดวงหน้ารูปหัวใจได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่าย ขณะที่อคิราภ์ได้แต่ส่ายศีรษะด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ดูเหมือนเธอจะเด็กเกินกว่าจะเข้าใจชีวิตครอบครัวแบบเขา ทว่าเขายอมอภัยให้ได้ ไม่ใช่เพราะเขาอยากเอาใจเธอ แต่เขามีความเชื่อมั่นว่าเธอจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นได้อย่างแน่นอน

“พี่ไม่คิดจะได้ยินคำปฏิเสธหรอกนะ หลังจากที่จูบน้องเนยไปแล้วเมื่อคืนนี้”

“มั่นใจตัวเองจังเลยนะคะ แต่คุยเรื่องนี้ต่อหน้านายมดนี่คิดดีแล้วเหรอคะ มันไม่เหมาะสมสักนิด”

“เฮ้อ! มดไม่เข้าใจเลย” เด็กน้อยแสร้งถอนหายใจแบบผู้ใหญ่ ก่อนจะกอดอกแล้วทำหน้ามุ่ย

“ไม่เข้าใจอะไรล่ะครับ” เนตราเอ่ยถามพลางเอียงศีรษะ

“ไม่เข้าใจทั้งหมดเลยครับ ไม่เข้าใจพ่อคิราภ์ ไม่เข้าใจแม่เนย ทำไมต้องเถียงกันด้วยล่ะครับ”

“เขาเรียกว่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครับ” หญิงสาวชี้แจง

“แม่เนยเถียงกับพ่อคิราภ์ชัดๆ”

เด็กน้อยค้าน พลางใช้มือเล็กจับแก้มนุ่มทั้งสองข้างของหญิงสาว แล้วสบนัยน์ตาสีรัตติกาลของหญิงสาวอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะโอบกอดรอบลำคอระหง

“แม่เนยครับ”

“ว่าไงครับ”

“แม่เนยรักมดมั้ยครับ”

“รักครับ”

“ถ้าแม่เนยรักมด แม่เนยห้ามหนีมดไปไหนนะครับ...สัญญานะครับ”

“สัญญาครับ อาจะอยู่กับมดจนมดเบื่อเลย”

“มดไม่มีวันเบื่อแม่เนยหรอกครับ”

เด็กน้อยหอมแก้มหญิงสาว ก่อนจะทรุดลงนอนแนบอกนุ่มของเธอ

“มดง่วงแล้ว ขอนอนกอดแม่เนยนะครับ”

เนตรายิ้มน้อยๆ ก่อนจะก้มลงจุมพิตศีรษะเล็ก ที่หลับไปพร้อมรอยยิ้มแสนสุข

.

........................

.

.

อคิราภ์เหลือบตามองวงหน้ารูปหัวใจ ที่ดูบรรยากาศด้านข้างด้วยความเงียบงัน ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งหยิบโทรศัพท์ที่ช่องด้านหน้า เพื่อจะได้หาเพลงฟังทำลายความเงียบ

“พี่คิราภ์จะทำอะไรคะ” เนตราที่หันมาเห็นเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“พี่ว่าจะเปิดเพลงฟังน่ะ”

“เล่นโทรศัพท์ตอนขับรถไม่ดีเลยนะคะ เดี๋ยวเนยทำให้”

อคิราภ์ยิ้มรับก่อนจะสแกนนิ้วมือแล้วยื่นให้หญิงสาว เธอเชื่อมต่อบลูทูธระหว่างเครื่องเล่นเพลงในรถยนต์และโทรศัพท์

“พี่คิราภ์จะฟังเพลงไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม ขณะเลื่อนดูรายชื่อเพลงต่างประเทศในโทรศัพท์ของอีกฝ่าย “พี่คิราภ์ชอบเพลงยุคเก้าศูนย์และสองพันนะคะเนี่ย”

“ครับ พี่เป็นวัยรุ่นช่วงนั้นพอดี ก็เลยชอบนักร้องยุคนั้น”

“นั่นสิคะ...ทั้งเวสต์ไลฟ์ บอยส์ไลก์เกิลส์ ไมเคิลเลินส์ทูร็อก เชน วอร์ดค่ะ มีแต่ฮิตๆ เพราะๆ ทั้งนั้นเลย” หญิงสาวเอ่ยพลางไล่สายตาไปตามรายชื่อเพลง ก่อนจะกดเลือกเพลงหนึ่ง

เนตรายิ้มกว้างขณะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา และพยายามขยับกายอย่างระวัง เพราะร่างเล็กที่นอนซบอกของเธอ

“เมื่อยเหรอครับ ตามดตัวไม่ใช่เบาๆ เลย”

“ก็เมื่อยค่ะ แต่ยังพอไหว”

“พี่ว่าแวะปั๊มข้างหน้า แล้วย้ายตามดไปนอนข้างหลังจะดีกว่า จะได้นอนสบายด้วย แล้วน้องเนยเองก็จะได้สบายขึ้นหน่อย”

“ก็ดีค่ะ นอนแบบนี้นานๆ เนยคงลุกเดินไม่ไหวเพราะเหน็บกิน”

ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองถนนด้านหน้า

“น้องเนยครับ พี่คิดว่าจะคืนนี้น้องเนยนอนค้างบ้านยายนุชก่อนจะดีกว่านะ”

“เนยว่าจะกลับไปนอนบ้านน่ะค่ะ เนยอยากเจอพ่อกับแม่ด้วย ไม่รู้ว่าเป็นยังไงกันบ้าง ไม่เจอตั้งนาน”

“ถ้างั้นพี่ไปส่งนะครับ”

“แต่ว่า...”

“ไม่มีแต่ครับ พี่อยากเห็นกับตาว่าน้องเนยถึงบ้านแล้วจริงๆ”

“เนยปฏิเสธไม่ได้ใช่มั้ยคะพ่อเลี้ยง”

“ครับ เพราะนี่เป็นคำสั่งของเจ้าของไร่อุ่นรัก”

เนตรายิ้มรับขณะรถเลี้ยวเข้าจอดภายในปั๊มน้ำมันพอดี ซึ่งอคิราภ์แวะเติมน้ำมัน และเข้าห้องน้ำ แล้วจึงย้ายลูกชายไปยังเบาะด้านหลัง ทั้งยังปรับเบาะนอนให้เจ้าตัวได้หลับสบาย จากนั้นจึงพากันออกเดินทางต่อ

ใบหน้าหวานซึ้งหันมองร่างเล็ก ที่หลับใหลบนเบาะด้านหลังอย่างสบาย ก็ยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู ซึ่งท่าทางเหล่านั้นอยู่ในสายตาของอคิราภ์ที่เหลือบตามามอง

“น้องเนยรักเด็กรึเปล่า”

“ก็ชอบค่ะ แต่ต้องไม่ดื้อมาก แล้วก็ไม่ซนจนน่าปวดหัวนะคะ ถ้าเป็นแบบนั้นเนยคงไม่ไหวเหมือนกัน”

“แต่น้องเนยก็ทนนายมดได้”

“ก็...ค่ะ ตามดน่ารักนะคะ เวลาไม่ดื้อ ไม่ซน ตามดฉลาดอยู่ ฉลาดพูด ไม่น่าเป็นห่วงหรอกค่ะ”

“พี่ก็รู้อยู่หรอกเรื่องนั้น” ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะมองหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือของตัวเอง “จะแวะทานข้าวก่อนเข้าบ้านมั้ย”

“ไม่ดีกว่าค่ะ เนยจะกลับไปทานกับพ่อน่ะค่ะ”

น้ำเสียงที่เอ่ยถึงบุพการี บ่งบอกว่าเธอนั้นเป็นเด็กที่เติบโตมาพร้อมด้วยความอบอุ่นของครอบครัว เขารู้จากนุชจรีว่าเธอนั้นพยายามทุกหนทางที่จะนำเงินที่หาได้มาเป็นค่ารักษาพยาบาลมารดาซึ่งป่วยเป็นโรคไตและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แววตาของหญิงสาวข้างกายเต็มไปด้วยความหวัง...หวังว่าสักวันหนึ่งมารดาที่เป็นอัมพฤกษ์จะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้

“พี่รู้จากนุชว่าแม่ของน้องเนยเป็นอัมพฤกษ์ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”

“คุณพ่อบอกว่าคุณแม่ค่อยๆ ดีขึ้นแล้วค่ะ จากการกายภาพให้แม่ทุกวัน แต่ก็ยังต้องถ่ายเลือดอยู่ เนยจึงอยากให้แม่ผ่าตัดเปลี่ยนไต แต่ไม่เพียงใช้เงินมาก ยังต้องรอไตบริจาคด้วย”

“พี่เสียใจด้วยนะครับ ถ้าพี่จะให้น้องเนยช่วยเล่าถึงอาการ สาเหตุของอาการบาดเจ็บของท่าน จะเป็นการละลาบละล้วงมากไปรึเปล่า”

“ไม่หรอกค่ะ” เนตราส่ายศีรษะ ก่อนจะเริ่มเล่า “ช่วงที่เนยเรียนมหาวิทยาลัย เนยจำเป็นต้องใช้เงินเยอะน่ะค่ะ แม่จึงพยายามทำงานหนักขึ้น ตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อจะทำอาหารขาย เพราะร้านค้าของชำขอบพ่อได้กำไรไม่เยอะนัก เพราะมีห้างสรรพสินค้ามาเปิด แล้วช่วงนั้นเองที่แม่เริ่มป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อฟอกไต แต่ไม่คิดว่าจะมีอะไรร้ายแรง ตอนเกิดเรื่อง พ่อเอาของไปส่งที่หน้าปากซอย ส่วนเนยมีเรียน แม่ล้มหัวฟาดพื้นตอนเก็บของ ทำให้แม่เป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เนยพยายามพาแม่ไปกายภาพบำบัด แต่การทำกายภาพบำบัดก็ใช้เงินค่อนข้างเยอะ คุณพ่อเองก็เครียด เนยจึงอยากแบ่งเบาภาระคุณพ่อให้มากที่สุด”

“อยากให้พี่ช่วยอะไรก็บอกนะ พี่ยินดี”

“แค่ช่วยให้เนยมีงานทำ มีเงินเดือนช่วยเหลือพ่อกับแม่แบบนี้ก็ถือว่าช่วยแล้วล่ะค่ะ เนยต้องขอบคุณพี่คิราภ์ด้วยซ้ำ ที่ช่วยเหลือเนยมาโดยตลอด แล้วยังให้เงินเดือนเยอะกว่าพี่เลี้ยงปกติเสียอีก”

“น้องเนยคงจะลืมไปว่าตัวเองไม่ได้เป็นแค่พี่เลี้ยง เพราะน้องเนยช่วยทั้งงานด้านบัญชี แล้วยังงานจุกจิกอีกตั้งเยอะ”

“ถึงจะอย่างนั้น เนยก็ต้องขอบคุณพี่คิราภ์ค่ะ”

อคิราภ์ยิ้มรับ ก่อนจะรีบเบรกกะทันหัน เมื่อมีรถปิคอัพคันหนึ่งมาดักด้านหน้า หญิงสาวจับคอนโซลหน้าไว้แน่น พลางมองหน้าชายหนุ่มอย่างตื่นตระหนก

ร่างล่ำสันบนตอนหลังของรถปิคอัพสบตากับอคิราภ์โดนตรง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นยิ้ม ท่าปาดคอที่แสดงให้อคิราภ์เห็นนั้น ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรนรานหรือตกใจได้เลย เขาไม่แสดงท่าทีใดๆ ยังคงใจเย็นได้อย่างที่เคยเป็น และปล่อยให้อีกฝ่ายข่มขู่กระทั่งขับจากไป

“นี่มันอะไรคะพี่คิราภ์”

“พวกมันแค่มาเตือนน่ะ ว่าไม่ให้พี่ขวางทางมัน”

“หมายความว่าไงคะ ขวางทางใคร แล้วพวกมันนี่ใครคะ”

“พ่อเลี้ยงอาจินต์ที่ไร่ติดกับที่บนเขาของเราน่ะครับ พวกนั้นทำไร่ดอกไม้บังหน้า แต่ความจริงแล้วค้าไม้เถื่อน น้องเนยยังไม่เคยขึ้นไปบนเขาก็เลยไม่เคยเห็น ที่ตรงนั้นเป็นที่ดินมรดกของคุณตาพี่ และท่านมอบให้ก่อนจะเสีย เดิมทีพี่ตั้งใจจะปลูกบ้านไว้ที่นั่น แต่ลิลินไม่ชอบ พี่เลยตามใจเขา น้องเนยไม่ต้องคิดมากนะ มันเป็นแค่ตอนนั้น ตอนนี้พี่ไม่ได้สนใจแล้ว”

เนตรายิ้มขำคนที่พยายามอธิบาย ซึ่งพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ยิ้มตอบเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้ติดใจเรื่องนี้ จึงได้เล่าต่อ

“ตอนนี้พี่ตั้งใจจะขยายฟาร์มไปไว้ด้านบนเขา แล้วใช้พื้นที่ด้านล่างทั้งหมดทำไร่ พี่คิดว่าจะได้แบ่งเป็นสัดส่วนด้วย ที่บนเขาของพี่มีเส้นทางลงเขาโดยไม่ต้องใช้ที่ดินของใครเดินทาง ในขณะที่พวกมันมีเพียงที่ดินชิ้นเดียว ไม่มีทางขึ้นทางลง ต้องอาศัยที่คนอื่น”

“คนอื่นที่ว่าไม่ใช่ของพี่คิราภ์ใช่มั้ยคะ”

“ครับ แต่เพราะเป็นของคนอื่น เขาไม่ได้เปิดให้ใช้ทั้งวันทั้งคืน เขายอมให้ใช้แค่เฉพาะกลางวัน แล้วเป็นทางเล็กๆ พวกรถหกล้อหรือสิบล้อเข้าไม่ได้ มันเลยหันมาใช้ที่ของพี่เป็นทางขึ้นลง แรกๆ พี่ก็ไม่ว่าอะไร เห็นว่าเป็นคนทำมาหากินด้วยกัน จนรู้ว่ามันใช้เป็นทางขนไม้เถื่อนก็เลยไม่ยอม ทำให้เรามีเรื่องกันบ่อย ความพี่ก็เตือนไปแล้วรอบนึง มันก็เงียบไปบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคงเป็นเพียงชั่วคราว เพราะตอนนี้มันเริ่มกลับมาหาเรื่อง”

“เนยหวังว่าแค่หาเรื่องนะคะ คงไม่ได้ทำอันตรายอะไร”

“พี่เองก็ไม่แน่ใจนัก”

ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะคลายปมออกเมื่อได้ยินเสียงงัวเงียของลูกชาย

“พ่อคิราภ์คร้าบ...ถึงรึยังครับ มดอยากทานขนมย่านิด”

“จะถึงแล้วลูก พ่อไปส่งมดไว้กับย่านิดก่อนนะ แล้วพ่อจะไปส่งแม่เนยเราที่บ้าน”

“ครับ แล้วแม่เนยไม่นอนกับมดเหรอครับ”

“คืนนี้มดต้องนอนกับอานุชครับ เพราะแม่เนยจะกลับไปนอนกับคุณตาคุณยายที่บ้าน” คนเป็นพ่อยังคงอธิบายต่ออย่างใจเย็น

“คุณตาคุณยายคือใครครับ” เด็กน้อยเอ่ยถามอย่างสงสัย

“พ่อกับแม่ของอาเนยไงครับ” เนตราตอบคำถามของเด็กน้อยที่เอ่ยถามอย่างใคร่รู้

อคิราภ์เลี้ยวเข้ารั้วบ้าน ที่มีบ้านทรงไทยตั้งตระหง่านเด่นท่ามกลางไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เนตรารีบเดินลงจากรถ ชายหนุ่มเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อเห็นนุชจรีและเนตรากอดกันกลม

“คิดถึงแกมากเลยอ่ะเนย โห! ดูแกสิ สดใสขึ้นเยอะเลย นี่พ่อหรือลูกล่ะที่ทำให้แกสดใส”

“อย่ามาพูดอะไรบ้าๆ เลย ว่าแต่เรื่องที่แกกับพี่ดลจะแต่งงานกันน่ะว่าไง”

“รอคุณพ่อหน้ายักษ์มาอนุมัติไง”

เนตราเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ก่อนจะหันกลับไปมอง ‘คุณพ่อหน้ายักษ์’ ของเพื่อน ที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนอย่างเคร่งเครียด

“อานุชครับ มดมีแม่แล้วนะครับ”

“ใครเอ่ย” นุชจรีเอ่ยถามพลางอุ้มร่างของหลานชายขึ้น

“แม่เนยครับ พ่อคิราภ์บอกว่าจะให้แม่เนยมาเป็นแม่ของมด”

“ว้าว! พ่อคิราภ์พูดเองเลยหรือไง”

มดพยักหน้ารับหงึกหงัก ทว่าเนตราชักรู้สึกหนาวๆ เมื่อได้ยินน้ำเสียงของเพื่อน พอหันมองจึงเห็นแววตาล้อเลียนอยู่ในที

“อย่ามาล้อนะ ไม่งั้นจะให้พี่ดลจัดการ”

“เอาซี่...แกให้พี่ดลจัดการฉัน แต่ฉันจะบอกให้พี่คิราภ์จัดการรวบหัวรวบหางแกเลย เอาสิ!”

“นุช!”

เนตราเรียกชื่อเพื่อนเสียงห้วน ก่อนนิ้วเล็กจะหยิกหมับที่ท้องแขนเพื่อน นุชจรีร้องโวยวายเรียกให้สองหนุ่มที่กำลังพูดคุยหันมองอย่างใคร่รู้

.

.

.

.

- - - - - - - - อัปเพิ่มอีก 40% จ้า - - - - - - - -

.

.

......................

.

.

“นี่แกมายุ่งกับยายนุชตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องมาแอบทำลับหลังกันด้วยวะ”

ทั้งน้ำเสียงและท่าทีของอคิราภ์ ทำให้ธนดลลอบยิ้มขำ ไอ้อาการหวงน้องสาวอย่างไม่จำเป็น ทำให้คนเตรียมรับมืออดยิ้มไม่ได้ ก่อนจะแกล้งบิดปากเหมือนสาวๆ ยามไม่พอใจหรือขัดใจ

“ทำต่อหน้าได้ที่ไหน แกน่ะหวงน้องสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่อีก”

“ก็แกมันกะล่อน ใครจะอยากให้น้องตัวเองได้มาเป็นผู้นำครอบครัวล่ะ”

“ฉันหยุดแล้วเว้ย! ยายนุชทำฉันหยุดแล้วนี่ไงล่ะ แกไม่พอใจเหรอวะ”

“เออสิ! ไม่พอใจมากๆ ด้วยเว้ย แกกับน้องฉันไปตกลงเออออกันลับหลังฉัน แล้วยังคบกันมาตั้งสองปี”

“ช่วยไม่ได้นี่หว่า ความผิดอยู่ที่แกไม่ใช่ฉันนี่ แกไม่ถามฉันเองว่าฉันคบกับใคร แล้วแกก็มัวยุ่งเรื่องตามดจนไม่ได้คิดจะสนใจเรื่องฉันกับนุชเอง...เห็นมั้ยว่าคนผิดน่ะมันเป็นแก ไม่ใช่ฉัน ถ้าจะโทษที่รู้คนสุดท้าย แกก็ต้องโทษตัวเองเลยนะเว้ย”

“ได้ไงวะ! ข้าเคยเตือนแล้วนี่ว่าอย่ามายุ่งกับยายนุช”

คนถูกยั่วโมโหเริ่มขุ่นเคืองเข้าจริงๆ สรรพนามจึงถูกเปลี่ยนไปตามอารมณ์ ธนดลแกล้งยืดอก พลางตบอกตัวเองเบาๆ อย่างคนกล้ายอมรับการลงทัณฑ์ของเพื่อนที่ปิดบังมานาน

“เออๆ ฉันผิดที่ริจีบน้องสาวแก แล้วก็คบกันโดยไม่ขออนุญาตแก แถมยังไม่ได้บอกแกด้วย...จะทำอะไรก็ทำเลย ฉันยืดอกใจป้ำ นี่ยอมให้อย่างแฟร์ๆ เลยนะเว้ย”

เพียงแค่เพื่อนเปิดโอกาส อคิราภ์ก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ ทว่าคนที่มัวแต่ยืดอกเชิดหน้าไม่มีโอกาสได้เห็น ก่อนจะงอตัวเมื่อหมัดหนักๆ ต่อยที่ท้องแกร่งของตัวเอง แม้แรงจะไม่ได้ทำให้ทรุดลงไป แต่ก็ทำให้เจ็บจุกไม่ได้ คนกระทำยักคิ้วให้ กระนั้นธนดลก็ได้แต่จ้องหน้าเพื่อน เพราะทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้

“แกตกลงจะให้ฉันคบกับน้องแกรึเปล่าล่ะ” เอ่ยถามทั้งที่มือยังลูบแผ่นหน้าท้องของตัวเองที่เจ็บจุก

อคิราภ์มองท่าทีของเพื่อน พลางกระตุกมุมปากขึ้นยิ้ม

“ถ้าฉันไม่ให้ล่ะ”

“ก็ตามใจแกสิ แต่ฉันจะคบ แล้วฉันก็ให้แม่มาสู่ขอแล้วด้วย คุณน้าก็เซย์เยสเรียบร้อย นายหมดสิทธิ์ห้ามแล้วว่ะ” คนพูดยิ้มทะเล้นพลางยักคิ้วหลิ่วตา

คนเป็นเพื่อนที่ตั้งท่าจะแกล้งต่อได้แต่ทอดถอนใจ เขารู้ว่าธนดลดูแลน้องสาวเขาได้เป็นอย่างดี และเพื่อนรักของเขาคนนี้ยังมั่นคงต่อนุชจรีอีกด้วย เขารู้ว่าธนดลไม่มีผู้หญิงมาข้องเกี่ยวมาเกือบสามปี เดิมทีคิดว่าเจ้าตัวงานยุ่ง แต่พอรู้ความจริงเช่นนี้ เขาก็พอจะเดาได้แล้วว่าคนที่เคยเป็นเสือผู้หญิง บัดนี้หยุดนิ่งที่นุชจรี หากเขาจะห้ามปราม หรือขัดขวาง ก็คงเป็นเรื่องประหลาดนัก อย่างน้อยๆ ธนดลคือเพื่อนรักที่เขารู้ไส้รู้พุงเป็นอย่างดี และหากอีกฝ่ายทำให้น้องสาวเขาเสียใจ เขานี่ล่ะจะจัดการด้วยตัวเอง

“คุณน้าตอบตกลงไปแล้ว ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ” คนมีฟอร์มตอบพลางยักไหล่

ธนดลได้แต่ยิ้มกว้างแอบขำเพื่อนรักอยู่ในใจ ที่วางท่าเยอะเสียเหลือเกิน

“ขอบใจว่ะคิราภ์ แต่แกคงต้องเตรียมตัวเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวหน่อยนะเว้ย”

“อ้อ! งั้นแกก็ต้องเตรียมตัวผูกข้อมือฉันกับน้องเนยเหมือนกัน”

“เฮ้ย! ไม่รวบรัดไปหน่อยเหรอวะ”

“ขืนช้ากว่านี้ก็ต้องมีเรื่องลิลินมาให้ปวดหัวแน่ นี่แม่ก็บอกว่าส่งจดหมายมาอ้อนแม่เหมือนกัน”

“งั้นข่าวฉันก็ตรง”

“อือ ตรงมากเลยว่ะ”

“ยังไงก็ระวังหน่อยละกัน”

“ไม่ต้องห่วง ฉันต้องระวังเรื่องนี้อยู่แล้วล่ะ ไว้ค่อยคุยกัน ฉันต้องไปส่งน้องเนยที่บ้านก่อน”

ธนดลพยักหน้ารับส่งๆ ก่อนจะเดินไปหาสองสาวที่กำลังหยอกล้อตามประสาเพื่อนรักซี้ปึ๊ก เนตราหันมองอคิราภ์เพียงแวบเดียว ก่อนจะบอกลาเพื่อน แล้วเดินตามหลังชายหนุ่มขึ้นรถ

.

.......................

.

.

ซอยเล็กๆ ที่ชายหนุ่มเลี้ยวเข้าไปนั้นพลุกพล่านด้วยผู้คน เพราะเป็นเวลาเย็นหลังเลิกงาน ทว่าขณะที่เขาชะลอจอดตามที่คนนำทางบอก เจ้าตัวกลับขมวดคิ้วมองรถญี่ปุ่นคันเล็กที่จอดบริเวณหน้าบ้าน เนตราจำรถคันนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งท่าทางของเธอทำให้ชายหนุ่มจับจ้องอย่างเป็นกังวล

“มีอะไรรึเปล่าครับน้องเนย”

“เอ่อ...ขนมปังน่ะค่ะ”

อคิราภ์ขมวดคิ้วฉับ เมื่อได้ยินน้ำเสียงลังเลของหญิงสาว เขาลงจากรถพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กของหญิงสาว ก่อนที่เธอจะเดินนำเขาเข้าบ้าน ซึ่งเป็นร้านขายของชำขนาดกะทัดรัด มีอาหารแห้งแบ่งขาย และสินค้าชิ้นใหญ่

ร่างของชายมากวัยผอมสูงกับชายหนุ่มสูงโปร่งนั่งอยู่ด้วยกัน เป็นเหตุให้หญิงสาวเม้มปากแน่นก่อนหันมองอคิราภ์ ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธออย่างให้กำลังใจ แล้วจับจูงเธอเดินเข้าไปหาชายต่างวัย

“หวัดดีค่ะพ่อ” หญิงสาวทักทายพลางยกมือไหว้บิดาอย่างเคยชิน

“กลับมาแล้วเหรอเนย พ่อรออยู่เลย ว่าแต่...ไปทำงานไม่เท่าไหร่เอง เจ้านายเค้าไม่ว่าเอาหรือไง”

“ไม่หรอกครับ น้องเนยอยากกลับบ้าน ผมเองก็อยากแวะมาสวัสดีคุณน้าทั้งสองด้วย” อคิราภ์บอกพลางประนมมือไหว้ทักทายคนสูงวัยกว่า

“นั่งก่อนสิพ่อหนุ่ม นี่คงเป็นเจ้านายยายเนยล่ะสิ” คนเป็นพ่อรับไหว้พลางเชื้อเชิญ

“คงไม่ใช่แค่เจ้านายหรอกใช่มั้ยล่ะเนย” ปัทวีค่อนแคะ

ทว่าหญิงสาวกลับเพียงยิ้มให้บิดาน้อยๆ อย่างไม่สนใจ ราวกับเขานั้นเป็นเพียงธาตุอากาศเท่านั้น ปัทวีได้แต่ฮึดฮัดอย่างหงุดหงิด ในขณะที่อคิราภ์ถือโอกาสนั่งข้างหญิงสาว มือใหญ่ประสานมือเล็กไว้ ราวกับเป็นการประกาศให้ชายต่างวัยทั้งคู่ได้รู้ว่า เขาคิดเช่นไรกับเนตรา

“ขนมปังนี่พูดแปลกนะ เนยไปทำงานกับเขา เลี้ยงลูกให้เขา...แล้วเขาจะไม่ใช่เจ้านายได้ยังไง พ่อคะ...นี่พี่คิราภ์ คนนี้นี่แหละค่ะพ่อที่เป็นพ่อของตามดที่เนยไปเป็นพี่เลี้ยง แล้วถ่ายรูปมาให้พ่อดูไงคะ พ่อจำได้มั้ย”

“อ๋อ...แล้วไหนตามดที่ว่านั่นล่ะ พ่อเห็นรูปกับเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามที่ลูกโทร. มาเล่าให้ฟัง พ่อว่าจะต้องน่ารักแน่ๆ”

“อยู่บ้านนุชน่ะค่ะพ่อ ไว้เนยค่อยพามาให้พ่อเจอพรุ่งนี้นะคะ ว่าแต่คุณแม่ล่ะคะ เนยจะพาพี่คิราภ์ไปหาแม่หน่อย”

“พ่อเพิ่งพาเข้าบ้านเมื่อกี้ น่าจะนั่งดูทีวีอยู่”

เนตราพยักหน้าพลางลุกขึ้น ก่อนจะเหลือบตามองปัทวีเพียงเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบเฉย

“พรุ่งนี้จะแต่งงานอยู่แล้ว ทำไมไม่รีบกลับไปเตรียมตัวที่บ้าน หรือไปเที่ยวสละโสดซะล่ะขนมปัง หรือว่าจะเอาเวลาไปดูแลลูกกับเมียก็ได้นะ ไม่น่าเอาเวลามาหายใจทิ้งที่นี่เลย เปล่าประโยชน์ ตอนนี้เนยเดินหน้าต่อแล้ว ไม่คิดจะหันหลังกลับ ไม่ว่าขนมปังจะทำอะไรก็ไร้ผล”

คนสูงวัยที่สุดมองใบหน้าหดหู่ของปัทวีสลับกับใบหน้าไร้ความรู้สึกของบุตรสาว จึงหมายจะตัดบท ทว่าอคิราภ์กลับเป็นฝ่ายเอ่ยเสียก่อน

“น้องเนยตั้งใจมาหาแม่ไม่ใช่เหรอ เข้าไปหาแม่ก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จะตามเข้าไปทักทายท่าน”

เนตราพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะหอมแก้มบิดาฟอดใหญ่ แล้วเดินเข้าไปด้านใน ทิ้งให้ผู้ชายทั้งสามเผชิญหน้ากัน

.

.

.

.

.

...........

...

.

บทที่ 13 มาครบแล้วจ้าาาา

.

มีความไปหาพ่อแม่

มีความพร้อมปกป้อง

น้องเนยเอ๋ย...จะหาคนที่ดีแบบพี่คิราภ์ได้ที่ไหนนนน...?

อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา

.

ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่

เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า

กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน

จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)

เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า

**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ

แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ

เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย

เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ

.

.

ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG

.

ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....

เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com

.

.

ห้ามลืม!!

ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย

ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

.

**ปล. ช่วงนี้กำลังมีเล่นเกมชิงหนังสืออยู่ อย่าลืมไปร่วมสนุกกันน้าาาา

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Nuch1417
สนุกมากค่ะ
เมื่อ 5 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว