38. Love or Trick รักหรือหลอกวานบอกที-ตอนที่ 7 เจ้านาย

โดย  ภรปภัช

38. Love or Trick รักหรือหลอกวานบอกที

ตอนที่ 7 เจ้านาย

(“ตอนนี้ฉันอยู่โรงแรมที่ภูเก็ต แกจะตามมาเล่าไหมล่ะ”)

(“อ้าว ไปดูสาขาเหรอวะเพื่อน”)

(“ก็เออน่ะสิ มาได้เกือบสามเดือนแล้ว ว่าจะกลับพรุ่งนี้แหละ เอาไว้ฉันกลับถึงกรุงเทพเมื่อไหร่ค่อยโทรบอกแกละกัน”)

(“โอเค ไว้เจอกันไอ้เพื่อนยาก ว่าแต่...ไปอยู่ที่โน่นนานๆ คงไม่ได้พาสาวกลับมาด้วยหรอกนะ แกมันไม่เคยขาดเรื่องพวกนี้เลยนี่หว่า”) ภาสกรถามอย่างรู้ทัน

(“นั่นมันรณชัชคนเก่าครับคุณเพื่อน รณชัชคนใหม่ไม่สนใจเรื่องสตรีเพศแล้วโว๊ย... ตอนนี้ฉันคิดแต่เรื่องงานอย่างเดียว รู้สึกเบื่อๆ ว่ะ ผู้หญิงแม่งน่ารำคาญเหมือนกันหมด ก่อนขึ้นเตียงอะไรก็ได้หมด พอขึ้นเตียงด้วยกันหน่อย ไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่เอา ฉันเลยเททิ้งแล้วหนีมาทำงานภูเก็ตนี่แหละ”)

(“เฮ้อ...หมั่นไส้ไอ้พวกหล่อเลือกได้ซะจริง ทำไมฉันไม่หาง่ายอย่างแกบ้างวะ”)

(“ไอ้คุณกรครับ ผู้หญิงมีเข้ามาให้แกเลือกเยอะแยะ แกไม่สนใจเองรึเปล่า หรือว่าจะหวงพรหมจรรย์เอาไว้ให้แม่ของลูกคนเดียววะ เป็นผู้ชายนะโว๊ย...เรื่องแบบนี้เราขาดได้ที่ไหน ไซด์ไลน์มีออกเยอะแยะ คืนเดียวจบไม่ต้องผูกมัด เอาไหมล่ะ เดี๋ยวพี่ชัชจัดให้ รอกลับกรุงเทพก่อนแล้วแกจะไม่อยากลุกจากเตียง”)

(“ไม่ดีกว่าว่ะ ฉันไม่ชอบผู้หญิงแบบนั้น ไม่เหมือน...นางฟ้าของฉัน...คนอะไรไม่รู้ ทั้งสวย ทั้งหวาน ยิ้มทีใจจะละลาย เฮ้อ...นี่ฉันกำลังมีความรักรึเปล่าวะ”)

(“ฉันว่าแกกำลังจะเป็นบ้ามากกว่าว่ะ แค่นี้นะ เดี๋ยวจะเข้าประชุมแล้ว ไว้เจอกันเพื่อน”) แล้วปลายสายก็ตัดการสนทนาไปในทันที ทำให้ภาสกรได้แต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับกระเช้าดอกไม้อยู่อย่างนั้น จนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง

โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

“หนูเดือนไปเปิดประตูทีสิจ๊ะ ดูซิว่าใช่คุณกรรึเปล่า” นางภัสสรหันไปบอกผู้ช่วยเลขาคนใหม่อย่างอารมณ์ดี

“ได้ค่ะคุณท่าน” เดือนแรมก้มตัวลงขณะเดินผ่านหน้าเจ้านายของตัวเองอย่างมีมารยาท ก่อนจะเดินเลยไปเปิดประตูห้องวีไอพีของโรงพยาบาลดัง และได้พบกับบุตรชายเจ้านายของเธอ ผู้ชายที่ทำให้หัวใจของสาวแว่นเต้นแรงได้ทุกครั้งที่พบกัน

“คุณแม่อยู่ข้างในรึเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ

“อยู่ค่ะ เชิญคุณกรด้านนี้ค่ะ” เธอพยายามควบคุมเสียงให้เป็นปกติที่สุด ก่อนจะเดินนำเขาเข้าไปด้านในและยืนรอรับคำสั่งจากผู้เป็นนายอยู่ห่างๆ

“ดอกไม้สวยๆ สำหรับคนป่วยที่สวยที่สุดครับ” ภาสกรยื่นกระเช้าดอกกุหลาบสีเหลืองที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงามให้กับเพื่อนรักของมารดาที่นอนอยู่บนเตียง ทำให้ท่านยิ้มออกมาได้

“ขอบใจมากจ้ะหลานรัก ความจริงไม่ต้องลำบากก็ได้นะจ๊ะ อีกไม่กี่วันน้าก็จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะจ้ะ รบกวนตากรเปล่าๆ”

“รบกวนอะไรกันจ๊ะบุศ แค่หิ้วดอกไม้มาฝากเพื่อนรักของแม่แค่นี้ไม่ลำบากอะไรเลย จริงไหมลูก” นางภัสสรหันไปส่งยิ้มให้บุตรชาย

“ใช่ครับ จำได้ว่าสมัยเด็กๆ ตอนที่ผมป่วย น้าบุศก็คอยไปเยี่ยมผมอยู่ตลอด เรื่องแค่นี้สบายมากครับ นี่ถ้าน้าบุศไม่รังเกียจ วันที่ออกจากโรงพยาบาลจะให้ผมมารับก็ยังได้นะครับ”

“น่ารักเสียจริงหลานรักของน้า เฮ้อ...นี่ถ้า...ลูกสาวของน้ายังอยู่ น้าก็คงไม่ต้องเหงาและทำตัวเป็นภาระให้กับหลานแบบนี้หรอก” บุศรายิ้มด้วยแววตาเศร้าหมอง เมื่อคิดถึงบุตรสาวที่เสียชีวิตไปเมื่อยี่สิบปีก่อน

“อย่าคิดมากเลยนะบุศ หนูเบญน่ะไปสบายแล้ว ตอนนี้บุศก็ต้องดูแลตัวเองให้มากๆ นะจ๊ะ วิญญาณของหลานบนสวรรค์จะได้ไม่ต้องมีห่วง” นางภัสสรพยายามปลอบใจเพื่อนรัก

“บอกตามตรงนะภัส จนถึงตอนนี้บุศก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าลูกเบญ...จะจากบุศไปแล้ว บุศยังเชื่อเสมอว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง...บนโลกใบนี้”

“แต่ตำรวจเค้าก็บอกแล้วนี่จ๊ะ ว่าตอนที่เรือล่ม เค้าหาร่างของหนูเบญไม่พบ เด็กสี่ขวบจะรอดพ้นจากเหตุการณ์เลวร้ายนั้นไปได้ยังไงกัน ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ ป่านนี้เราก็ต้องพบเธอแล้วสิ” แม้จะอยากให้หลานสาวของเธอยังมีชีวิตอยู่ แต่ความหวังก็ดูเลือนรางเหลือเกิน

“แต่เราก็ไม่เคยพบศพลูกเลยนะภัส ไม่แน่ว่าลูกเบญอาจจะโชคดีมีคนช่วยเอาไว้ได้ แล้ว...” บุศรายังคงมีความหวังอยู่เสมอว่าจะได้พบบุตรสาวของเธอในสักวันหนึ่ง

“เอาเถอะจ้ะ ตอนนี้บุศยังป่วยอยู่ อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ เดี๋ยวโรคหัวใจก็กำเริบอีกหรอก ถ้าหากว่าหนูเบญยังมีชีวิตอยู่จริงๆ สักวันเธอจะต้องกลับมาหาแม่ของเธออย่างแน่นอน ภัสเชื่อแบบนั้นนะ”

“ขอบใจจ้ะภัส จริงสิจ๊ะ แล้วนี่ตากรต้องรีบไปทำงานรึเปล่าลูก สิบโมงกว่าแล้วน้าไม่อยากทำให้หลานเสียงาน”

“โธ่ นี่มันบริษัทของภัสเองนะบุศ ตากรจะไปช้าก็ไม่โดนหักเงินเดือนหรอก จริงสิ แต่ถ้ากรจะไปทำงานแล้วแม่ก็ฝากหนูเดือนไปกับกรด้วยนะลูก แม่ว่าวันนี้จะไม่เข้าบริษัทแล้วล่ะ จะอยู่เป็นเพื่อนน้าบุศเค้าทั้งวันน่ะ”

“เอ่อ...หนู...นั่งแท็กซี่ไปเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณกรดีกว่า” เดือนแรมรีบบอก เพราะเธอคงไม่อาจทนนั่งรถไปกับเขาได้อย่างแน่นอน

“ไปที่เดียวกันจะเรียกว่ารบกวนได้ยังไงล่ะลูก ตากรว่ายังไงจ๊ะถ้าแม่จะฝากผู้ช่วยเลขาไปซักคนนึง”

“ไม่มีปัญหาครับ ผมยังไงก็ได้อยู่แล้ว” เขายังคงบอกด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แม้จะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยที่ทุกครั้งเดือนแรมมักจะทำตัวเหมือนหวาดกลัวเขาจนเกินเหตุ ราวกับเขาเป็นยักษ์เป็นมารอย่างนั้น

“เห็นไหมล่ะหนูเดือน ลูกชายฉันไม่ได้ใจดำสักหน่อย งั้นก็ไปทำงานกันเถอะจ้ะ ทางนี้ไม่มีอะไรแล้วล่ะ” นางภัสสรบอกอย่างอารมณ์ดีผิดปกติ จนคนเป็นเพื่อนรักจับสังเกตได้แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา

“ก็ได้ครับ งั้นผมลาเลยนะครับน้าบุศ แล้วจะหาโอกาสไปเยี่ยมที่บ้านนะครับ”

“ขอบใจจ้ะหลานรัก แล้วน้าจะรอนะจ๊ะ” บุศราส่งยิ้มให้หนุ่มสาว โดยเฉพาะผู้ช่วยเลขาคนใหม่ของเพื่อนรักที่เธอรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ได้เห็นหน้าครั้งแรก

“ครับน้าบุศ ไปสิคุณ” เขาหันไปบอกคนตัวเล็กที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ ก่อนจะเดินนำออกไป

“เอ่อ...หนูลาเลยนะคะคุณท่าน ขอให้คุณบุศสุขภาพแข็งแรง หายไวๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้สตรีสูงวัยทั้งสอง

“ขอบใจจ้ะหนูเดือน” บุศราส่งยิ้มอ่อนโยนให้ ก่อนจะมองตามร่างของเด็กสาวคราวลูกออกไปด้วยแววตาครุ่นคิด

“เป็นอะไรน่ะบุศ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะจ๊ะ” ภัสสรมองเพื่อนรักอย่างสงสัย

“เปล่าจ้ะ ไม่อะไรหรอก ก็แค่คิดว่า...ถ้าหนูเบญยังมีชีวิตอยู่ ก็คงจะอายุเท่าๆ กับหนูเดือนล่ะมั้ง”

“อีกแล้วนะ บอกแล้วไงว่าอย่าคิดมากไงจ๊ะ มานี่มาเดี๋ยวภัสปอกผลไม้ให้นะ” เพราะรู้ว่าเพื่อนรักจมอยู่กับความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตมาหลายปี บุศราต้องสูญเสียทั้งบุตรสาวและสามีในเหตุการณ์เรือล่มกลางทะเลไปพร้อมกัน แม้จะหาร่างของสามีเจอ แต่ร่างของบุตรสาวตัวน้อยกลับไร้วี่แวว ตอนนั้นบุศราเหมือนคนเสียสติไปพักใหญ่ กว่าจะฟื้นฟูสภาพจิตใจขึ้นมาได้ ก็เล่นเอาภัสสรแทบเครียดไปเหมือนกัน

++++++++++++++เรื่องราวก็จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคะ อย่าลืมติดตามกันต่อไปด้วยน้าาาาา+++++++++++

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Rattanana.12.23@gmail.com
dgbzdfgvzsdfsdf
เมื่อ 7 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว