รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 15 เข้าใจไม่ผิด - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 15 เข้าใจไม่ผิด - ((100%)) -


.
.
.
.
.........
...

.

.

เนตรามองใบหน้าที่แต่งเติมเครื่องสำอางในกระจก สายตาเหลือบเห็นสร้อยข้อมือประดับเพชร เธอยกขึ้นดูก่อนจะยิ้มน้อยๆ

“ขอบคุณนะคะพี่คิราภ์” หญิงสาวพึมพำ

เนตรามองตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ ท่ว่าทันทีที่ร่างบางก้าวพ้นออกมา ข้อมือของเธอก็ถูกกระชากไว้ เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็ถูกทำให้เงียบด้วยการประกบริมฝีปากไว้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกตะลึกเมื่อเห็นคนกระทำชัดๆ

เนตราผลักแผ่นอกกว้างของอีกฝ่ายออกห่างอย่างแรง ก่อนจะใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากบ่งบอกความรังเกียจที่มีต่อชายหนุ่ม

“ทำไมล่ะเนย! รังเกียจปังมากเลยหรือไง แล้วทีกับไอ้พ่อเลี้ยงนั่นทำไมเนยไม่รังเกียจเขาแบบนั้นบ้างล่ะ หรือว่าเนยมีอะไรกับมันแล้ว? นี่คงดีใจจนเนื้อเต้นล่ะสิ ที่จับผู้ชายอย่างพ่อเลี้ยงอคิราภ์ได้”

ปัทวีเลือดขึ้นหน้าจนปล่อยให้วาจาหยาบคายหลุดออกจากปาก

“อย่ามาพูดอะไรทุเรศแบบนี้นะปัทวี! คนที่ทำอะไรแบบนั้นไม่ใช่ฉันหรอกนะ ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ว่าใคร ไปแอบทำลับหลังจนผู้หญิงท้อง แล้วยังมีหน้ามาทำแบบนี้กับฉันในงานแต่งงานของตัวเอง ใช้อะไรคิดว่าการทำแบบนี้จะทำให้ฉันอยากกลับไปหานาย ฟังไว้เลยนะ แล้วก็จำดีๆ ว่าฉันไม่คิดจะกลับไปหานายอีก ไม่ว่านายจะเลิกกับผู้หญิงคนนั้นหรือไม่ก็ตาม อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นรักแรกแล้วฉันจะตัดใจไม่ได้ เพราะตอนนี้...ฉันไม่ได้รักนายอีกแล้ว”

คำแทนตัวที่ห่างเหิน และคำพูดที่แสดงออกชัดเจนว่าทุกอย่างจบลง ไม่มีวันกลับมาเกี่ยวข้องกันได้อีก ทำให้ปัทวีร้อนรนรีบคว้าข้อมือบางไว้ ขณะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“เนย...ปังขอโทษ ปังไม่ได้ตั้งใจจะว่าเนยแบบนั้น ปังขอโทษ ให้อภัยปังเถอะนะ ปังรักเนยนะ รักเนยคนเดียว”

เนตรามองตาอีกฝ่ายอย่างค้นคว้า เธอเห็นแววตาส่องประกายความรัก ทว่าไม่ได้อบอุ่นอย่างที่เธอเคยเห็นจากอคิราภ์ ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปแล้วของเธอต่างหากที่ทำให้เธอมองเห็นแววตาของอีกฝ่ายต่างไปจากเคย

เธอไม่รู้หรอกว่าปัทวียังรักเธอจริงไหม หรือเป็นเพียงความอยากเอาชนะ อยากครอบครอง ด้วยคิดว่าเธอเป็นคนรักของเขา แต่สิ่งที่ได้รับมาจากอคิราภ์มันทำให้เธอเปลี่ยนไป เธอได้รู้จักความรักแสนอบอุ่น เป็นความรักที่มีแต่ให้อย่างแท้จริง

และการยืนต่อหน้าปัทวีแล้วเธอเอาแต่คิดถึงอคิราภ์ ก็ยิ่งชัดเจนว่าหัวใจของเธอเปลี่ยนไปแล้ว คนที่เธอจะฝากหัวใจและชีวิตไม่ใช่ผู้ชายตรงหน้าอีกต่อไป แต่คือพ่อเลี้ยงหน้าดุที่แสนอบอุ่นต่างหาก

เนตราเข้าใจไม่ผิดว่าเธอตัดใจจากปัทวีได้แล้ว และยังเผลอหวั่นไหวมอบใจให้อคิราภ์อีกด้วย หญิงสาวเผลอยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

ทว่าเพราะตกอยู่ในภวังค์ของตน เนตราจึงไม่ทันได้ตั้งตัวเมื่อคนตรงหน้าดึงเธอเข้าหา เธอจึงทำได้เพียงเบี่ยงหน้าหลบจุมพิตที่ก้มลงมา ก่อนจะผลักอกกว้างออก พอดีกับมือแข็งแรงของใครคนหนึ่งคว้าเอวบางไว้อย่างถือสิทธิ์

คนมาใหม่ดึงร่างบางให้ไปยืนข้างกาย กอดเอวบางไว้หลวมๆ เป็นการบอกอีกฝ่ายว่า ตอนนี้เนตราคือผู้หญิงของเขา เป็นเหตุให้ปัทวีมองอคิราภ์อย่างขุ่นเคืองใจ

“เนย...ได้ยินที่ปังบอกมั้ย ปังรักเนย รักเนยคนเดียว เนยได้ยินมั้ย”

“แต่น้องเนยไม่ได้รักคุณแล้วคุณปัทวี ผมบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับน้องเนยของผม”

ร่างกำยำกระชับเอวบางอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ก่อนจะพาเธอเดินจากไป หญิงสาวลอบมองใบหน้าคมบึ้งตึง รังสีความโกรธฉายชัดแผ่ออกมาจนเธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี

“พี่คิราภ์คะ”

“หยุดพูดเลยนะเนตรา!”

คำพูดสวนกลับมาของอีกฝ่าย ทำให้หญิงสาวปิดปากเงียบ เขากระชากแขนบอบบางให้เดินตาม แม้จะไม่แรงมากนัก ทว่าในความรู้สึกของเธอนั้นอดน้อยใจไม่ได้ ทำไมเขาไม่ฟังเธอบ้าง ทำไมเขาถึงได้โกรธง่ายเหลือเกิน…

“บอกพี่มาว่าเธอจะกลับไปอยู่กับเขารึเปล่า”

ร่างบอบบางถูกเขากักขังด้วยอ้อมแขน เนตราดันแผงอกแกร่งไว้ เมื่อด้านหลังคือรถฮัมเมอร์ และด้านหน้าเป็นกำแพงมีชีวิต ก่อนเธอจะเหลือบตามองใบหน้าบึ้งตึง...น่าน้อยใจเหลือเกิน เขาน่าจะรู้ว่าเธอไม่มีทางกลับไปหาปัทวี ในเมื่อเขาเป็นคนที่ทำให้หัวใจเธอเปลี่ยนไป นี่เขาไม่เข้าใจหรือไร เนตราได้แต่นึกน้อยใจ

“ไม่ค่ะ”

หญิงสาวก้มหน้าพลางส่ายหน้าเบาๆ เธอพยายามกล้ำกลืนไม่ให้น้ำตารินไหล ริมฝีปากเม้มแน่น ชายหนุ่มพยายามก้มมอง ทว่าแสงไฟริบหรี่บริเวณลานจอดรถของโรงแรมนั้น ไม่ได้ทำให้เขาเห็นชัดขึ้น

เมื่อเห็นคนตรงหน้าไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบเสียที อคิราภ์จึงได้แต่ทอดถอนใจ รู้ว่าตนผิดที่พาลโมโหใส่ ทว่าภาพที่เขาได้เห็นมันทำให้เลือดขึ้นหน้า ทั้งรัก ทั้งหวง ทั้งห่วง แม้จะเดาได้ว่าปัทวีต่างหากที่เป็นฝ่ายดื้อดึง แต่พอเป็นเรื่องของเนตราทีไร...เขาเป็นต้องกระวนกระวายจนเหมือนวัยรุ่นอารมณ์ร้อนเสียทุกที

อคิราภ์พรูลมหายใจออกเหนือศีรษะเล็ก ก่อนจะก้มหน้าลงแล้วเอ่ยเสียงอ่อนลง ทว่าไม่วายขู่เธอเพื่อไม่ให้เธอกลับไปยุ่งกับปัทวีอีก

“พี่ห่วง แล้วก็หวงน้องเนยรู้มั้ย อย่าพยายามทดสอบความอดทนของพี่ เพราะคนที่เดือดร้อนจะไม่พ้นน้องเนยเอง แล้วพี่ก็ไม่อยากให้น้องเนยถูกใครตำหนิเรื่องปัทวี เพราะคนนอกเขาไม่รู้เหมือนที่พี่รู้”

“เหรอคะ?”

ใบหน้าสวยซึ้งเงยหน้าขึ้นอย่างขุ่นเคืองใจ ยามไม่พอใจเขาก็เอาแต่ใจกับเธอ ยามอารมณ์ดีเขากลับปลอบใจเธอ แบบนี้ไม่ต่างอะไรจากสำนวน ‘ตบหัวแล้วลูบหลัง’ สักนิดเลย

“น้องเนย...”

“พี่เห็นเนยเป็นอะไร ยามดีก็ปลอบ ยามโกรธก็ร้ายใส่ อย่ามาตบหัวแล้วลูบหลังเนยนะ เนยไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่พี่คิราภ์จะทำร้ายยังไงก็ได้ เนยไม่ใช่สิ่งของ มีความรู้สึก เจ็บได้ ร้องไห้เป็น!”

“แล้วที่น้องเนยทำกับมันไม่ให้พี่โมโหได้ยังไง เนยยอมให้มันจูบ”

“แต่...”

“พี่เห็นกับตา น้องเนยจะบอกว่าไม่จริงงั้นหรือ”

เนตรากัดริมฝีปากด้านในแน่น ข่มความน้อยใจที่ถูกอีกฝ่ายเข้าใจผิด ทั้งที่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย แต่เขาก็ไม่คิดจะฟัง เพียงเพราะเข้าใจตามภาพที่เห็น เข้าใจในสิ่งที่ตนเองคิด แบบนี้...ต่อให้เธอเพียรอธิบายอย่างไร เขาก็ไม่มีวันเชื่อเธอ

“ไม่ว่าเนยจะยืนยันยังไง พูดอะไรไปก็คงทำให้พี่คิราภ์เปลี่ยนความคิดไม่ได้สินะคะ”

หญิงสาวสบตากับอีกฝ่ายอย่างจริงจัง เมื่อเห็นอคิราภ์ยังไม่คลายโมโห จึงผลักอกแกร่งออกห่าง หมายจะหาทางกลับบ้านเอง ทว่ามือหนากลับจับข้อมือบางไว้แน่น แล้วเชิดหน้าขึ้นพลางเสยผมอย่างหงุดหงิด

เขารู้...เขารู้ว่าเนตราไม่คิดจะหวนกลับไปหาปัทวี แต่ภาพที่เธอเอียงแก้มให้อีกฝ่ายจุมพิตนั้นยังติดตา จนชวนเชื่อว่าเธอยินยอมพร้อมใจ ไม่ใช่การเบี่ยงหน้าหนี เป็นเหตุให้ไฟร้อนที่สุมอยู่ในอกซึ่งยังไม่มอดดับดีโหมกระหน่ำขึ้นอีกหน

“ปล่อยค่ะ ถ้าพี่คิราภ์ยังเป็นแบบนี้ ก็แยกกันตรงนี้เถอะค่ะ เนยจะกลับกับนุช” เนตรามองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ แม้จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์

อคิราภ์ไม่ยอมปล่อยข้อมือบาง ด้วยเกรงว่าหากปล่อยมือนี้ไป เธอจะไปจากเขา จะไม่ยอมรับความรู้สึกรักที่อยู่เบื้องหลังความหึงหวงครั้งนี้ จึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบกึ่งบังคับอย่างดื้อดึง

“ขึ้นรถ”

เนตราอยากจะดื้อรั้น ปฏิเสธเขาด้วยทิฐิและความน้อยใจ แต่เธอไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด จนพาลให้ระแวงหากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะยอมตกลงคบหากับเขา ยอมเป็นแม่ให้ตามดของเขา เธอก็ไม่ควรวิ่งหนีปัญหา จึงยอมขึ้นรถแต่โดยดีเมื่อเขาเปิดประตูด้านข้างคนขับ
.
.
.
.
- - - - - - - - อีก 60% มาแล้วจ้าาา - - - - - - -

.

.

.

......................

.

.

บรรยากาศภายในรถเงียบกริบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่บ่งบอกถึงความเคลื่อนไหว ที่รถคันโตแล่นไปตามอารมณ์คนขับ

ใบหน้าเรียบเฉยของคนขับ ทำให้หญิงสาวได้แต่ผินหน้ามองออกนอกหน้าต่าง แล้วก็ต้องหันมองคนขับแทบจะทันที เมื่อเส้นทางที่รถกำลังแล่นไปนั้นเปลี่ยนไปจากเส้นทางเดิม

“พี่คิราภ์จะไปไหนคะ”

ใบหน้าสวยเป็นกังวลแทบจะทันที ดวงตากลมเลิ่กลั่กจนคนที่ยังไม่คลายความหงุดหงิดดีนักอดไม่ได้ต้องแอบขำภายในใจ ทว่าภาพติดตาที่เห็นบริเวณหน้าห้องน้ำก็ทำให้ใบหน้าคมเข้มบึ้งขึ้นอีกครา

“พี่คิราภ์คะ”

“เงียบซะถ้าไม่อยากให้พี่รังแกเราตอนนี้”

หญิงสาวเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคืองใจ เขาจะรังแกเธอเพียงเพราะภาพที่เขาเข้าใจไปฝ่ายเดียวงั้นหรือ เขาช่างใจร้ายเหลือเกิน...

เนตราครุ่นคิดเพียงลำพังขณะกอดตัวเอง ชายหนุ่มแปลอากัปกิริยาของเธอคือความหนาวเหน็บ จึงชะลอจอดข้างทางก่อนจะส่งเสื้อสูทให้เธอ

“พี่คิราภ์คะ ได้โปรดฟังเนยหน่อยนะคะ”

“พี่จะไม่ฟังอะไรอีก แล้วพี่ก็จะทำทุกอย่างให้ถูกต้องเสียที”

“หมายความว่ายังไงคะ”

“พี่จะให้คุณแม่มาคุยกับคุณน้าทั้งสอง ส่วนน้องเนยก็ไม่ต้องตอบคำถามอะไรพี่อีกแล้ว”

“แต่ว่า...”

เนตราเงียบกริบแทบจะทันทีเมื่อเห็นดวงตาคมกริบที่ส่งมา พร้อมกับพยายามมองเส้นทาง จนกระทั่งเห็นป้ายบอกเส้นทางส่วนบุคคลขึ้นเขา

อคิราภ์แล่นรถเข้าสู่ประตูรั้วกะทัดรัดก่อนจะจอดสนิท เนตรานั่งนิ่งบนรถ มองร่างสูงที่เดินอ้อมรถขณะรับโทรศัพท์

“ครับ”

“พี่คิราภ์อยู่กับเนยรึเปล่า”

“อือ มีอะไร”

“พาเนยไปส่งที่บ้านรึยังคะ”

“พี่โทร. บอกคุณน้าว่าจะไปส่งให้พรุ่งนี้”

“อ๋อค่ะ พี่คิราภ์อย่ารังแกยายเนยนักนะคะ เดี๋ยวจะช้ำเสียก่อน”

“เราน่ะระวังตัวให้ดี ระวังนายดลจะจับรวบหัวรวบหางเสียก่อน”

“ไม่กลัวหรอกค่ะ”

อคิราภ์ได้แต่ถอนหายใจขณะตัดสาย ก่อนจะเปิดประตูด้านข้างคนขับที่เนตรายังคงนั่งนิ่ง เขาสบดวงตากลมของอีกฝ่าย หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายอย่างหวาดกลัวท่าทีของเขา

“เข้าบ้านเถอะครับน้องเนย”

“เอ่อ...เนย...”

“เร็วครับ”

น้ำเสียงขู่เข็ญของชายหนุ่ม ทำให้เนตราก้าวเท้าลงจากรถ แล้วเดินตามชายหนุ่มขึ้นบ้าน

อคิราภ์จับมือนิ่มให้เดินตาม หญิงสาวหยุดนิ่งเมื่อเขาหยุดเปิดไฟภายในห้องนอน แล้วเธอก็พบว่าตัวเองหยุดยืนกลางห้อง ชายหนุ่มหยิบผ้าขนหนูผืนโต และเสื้อนอนกระดุมหน้าแบบผู้ชาย ก่อนจะดึงร่างเธอเข้าห้องน้ำภายในห้อง เนตรายืนนิ่งตัวแข็ง ทว่าแรงผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ หรือจะสู้แรงผู้ชายชาวไร่อย่างเขาได้

ร่างบางนั่งบนเคาน์เตอร์ที่อคิราภ์อุ้มเธอวางราวกับตุ๊กตา มือหนาจับใบหน้าสวยให้อยู่นิ่งๆ ขณะเขาใช้มือเพียงข้างเดียวกดคลีนซิ่งวอเตอร์เช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้างามอย่างเบามือ

เนตรามองตามมือหนาที่ลากสำลีไปตามผิวหน้าของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ ชายหนุ่มซึ่งหมกมุ่นกับงานไร่ จะรู้วิธีทะนุถนอมผู้หญิงด้วยหรือ แทบไม่น่าเชื่อ...ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะอ่อนโยนได้ถึงเพียงนี้

อคิราภ์ทิ้งสำลี ก่อนจะสบดวงตากลมโตฉายแววประหลาดใจและงุนงง เขาแอบยิ้มในใจขณะอุ้มร่างเล็กให้ยืนบนพื้นกระเบื้องภายในห้องน้ำ

“ล้างหน้าแล้วอาบน้ำซะ เดี๋ยวดึกกว่านี้จะหนาว”

เขายัดอุปกรณ์ล้างหน้าและอาบน้ำส่งให้หญิงสาว แล้วหมุนกายออกจากห้อง พลางล็อกประตูห้องน้ำให้พร้อมสรรพ

.

........................

.

.

ยุวมาศลอบมองใบหน้าของชายหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวอย่างแปลกใจ เธออาบน้ำเตรียมตัวนอนเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่เขายังคงนั่งจิบแอลกอฮอล์ด้วยท่าทางวิตกกังวล เธอขยับเข้าหาหมายจะห้ามปราม ทว่าเพียงก้าวเข้าหาไม่กี่ก้าว เขาก็เอ่ยด้วยวาจาเรียบๆ ที่เธอไม่สามารถจับรอยอารมณ์ของเขาได้เลยสักนิด

“นอนเหอะ กำลังท้องกำลังไส้ ไม่ต้องมาห่วงปังให้เสียเวลา”

“ปัง...แยมไม่เคยคิดว่าการดูแลปังเป็นเรื่องเสียเวลานะ แยมอาจไม่ใช่คนที่ปังรัก แต่แยมก็อดเป็นห่วงปังไม่ได้หรอก”

หญิงสาวเลือกที่จะเดินเข้าหาเขา แทนการทำตามที่เขาบอกในตอนแรก

ท่าทางของคนที่เดินเข้าหาทำให้เขาเม้มปากแน่น ไม่อยากให้ใครได้เห็นความอ่อนแอ ทว่ายามนี้เขาอ่อนแอจริงๆ อ่อนแอไปทั้งใจและกาย ความรักที่เขาถักทอและพันผูกเนตรา ถูกความผิดพลาดในคืนรับน้องแผนกเขย่าจนสั่นคลอน และเมื่อเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้เขาต้องรับผิดชอบยุวมาศ เพราะเธอคือผู้หญิงอุ้มท้องลูกที่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เกิดมา

ปัทวียอมรับว่าเขาเห็นแก่ตัว ที่หวังให้เนตรารอคอยเขาจนถึงวันที่ยุวมาศคลอด ทว่าท่าทีของเธอในวันนี้ และท่าทางปกป้องของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ เขาก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า ใจของเนตราได้เปลี่ยนไปแล้ว แม้เขาจะมีความหวังว่าหากเขาปรับความเข้าใจกับเธอได้ เธอก็จะให้อภัยเขา แต่สิ่งหนึ่งที่เขาพึงระลึกได้คือความจริง...ความจริงที่เนตราจะไม่มีวันมอบความสัมพันธ์เช่นวันเก่าให้กับเขา เธออาจจะอภัย แต่ไม่ใช่กลับมาคืนดีกับเขา

“ไปนอนเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เธอไม่ได้ตัวคนเดียวนะแยม”

“ปังจะให้แยมหลับได้ยังไง ในเมื่อคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีกำลังไม่สบายใจแบบนี้ แยมรู้นะว่าปังแต่งงานก็เพราะลูก ไม่ได้รักหรือรู้สึกอะไรกับแยมสักนิด แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นแยมก็ยังหวังเสมอนะ หวังว่าสักวันหนึ่ง ปังจะยอมรับความรู้สึกที่แยมมีต่อปังบ้าง แม้ความหวังของแยมจะริบหรี่เต็มที แต่แยมไม่ผิดใช่มั้ย ที่จะหวังให้ปังเปลี่ยนใจ ให้ปังอยากมีแยมข้างๆ เหมือนที่แยมอยากมีปังข้างๆ”

“ทั้งๆ ที่แยมก็รู้ว่าริบหรี่ แล้วทำไมถึงยังหวัง” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ

ยุวมาศเม้มปากแน่น ด้วยเข้าใจว่าคำถามนั้นคือการผลักไส ไม่คิดจะรับรู้ความรู้สึกของเธอ เช่นที่เขาทำมาตลอดหลายปี

“แยมก็คงเหมือนปังนั่นล่ะ ปังหวังว่าสิ่งที่เนยทำเพื่อจะประชดให้ปังหึงหวง ให้ปังทุรนทุรายใช่มั้ยล่ะ แยมก็เหมือนกัน หวังว่าสิ่งที่ปังทำให้แยมนั้นมีเหตุผลอย่างอื่นนอกจากเรื่องลูกบ้างก็เท่านั้นเอง เราต่างคาดหวังเพื่อให้คนที่รักมีใจให้เรา รักเรา”

ยุวมาศเม้มริมฝีปากแน่น เธอเข้าใจความรู้สึกของปัทวี ไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่เขาเป็นเหมือนเธอ แต่เป็นเพราะเธอเฝ้ามองเขาเรื่อยมา เฝ้ามองทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่เคยเหลียวหลังมามองเธอสักครั้ง ทั้งที่รู้ว่าหัวใจเธอมันเจ็บปวด ชอกช้ำเพียงใด แต่ก็ยังฝืนทนมองเขาทุกครั้ง ไม่ว่าจะบังคับตัวเองมากมายเพียงใด แต่เธอก็ไม่เคยบังคับหัวใจให้หยุดมอบความรักให้แก่เขา

“นอนเถอะ ปังจะไปอาบน้ำ” ปัทวีตัดบทพลางสาวเท้าเข้าห้องน้ำอย่างที่ได้บอกอีกฝ่ายโดยไม่คิดหันมอง

หัวตาร้อนผ่าว น้ำตาปริ่มเจียนหยาดหยด เธอรีบมุดกายเข้าสู่ผ้านวมผืนหนา หันหลังให้อีกฝั่งของที่นอนและประตูห้องน้ำ น้ำตาหยดแหมะบนหมอนสะอาดก่อนที่เจ้าตัวจะพยายามปาดทิ้ง เวลาที่เดินไปอย่างช้าๆ ทำให้คนที่ร้องไห้หลับไปพร้อมกับความอ่อนแอทางใจ

ชายหนุ่มร่างสูงมองเงาสะท้อนในกระจก ภาพตรงหน้าทำให้เขาพยายามครุ่นคิด เขามีอะไรที่ด้อยไปกว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มงั้นหรือ เหตุใดเนตราจึงได้ปันใจจากเขาได้อย่างง่ายดาย หรือเพราะเขายังรวยไม่พอ มีเงินถุงเงินถังไม่พอ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองดูถูกเนตราอย่างเหลือร้าย ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นเช่นนั้น แม้เธอจะต้องการเงินจำนวนมากเพื่อรักษามารดา แต่เธอก็ไม่เคยรักใคร หรือคบใครเพียงเพราะฐานะทางการเงินของคนคนนั้น

ความคิดของเขาหยุดลง เมื่อสายตาเหลือบเห็นชุดเจ้าสาวที่แขวนทิ้งไว้ในห้องน้ำ ใบหน้าของยุวมาศเศร้าสร้อยนักยามมองเขา ทว่าดวงตาของเธอนั้นมีประกายความเป็นห่วงเป็นใยไม่ต่างไปจากทุกครั้ง แม้เพียงไม่นาน แต่เธอก็เข้ามามีบทบาทในชีวิตเขา คอยถามไถ่ความเป็นอยู่ของเขาไม่เคยขาด ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเธอ ทั้งที่เขาควรจะรำคาญใจที่เธอวุ่นวายและเซ้าซี้

ปัทวีไม่รู้ตัวเลยว่า เขาเริ่มครุ่นคิดเรื่องของยุวมาศมากขึ้นทุกทีๆ ทว่าสิ่งที่ยุวมาศเอ่ยกับเขากำลังเกาะกินในหัวใจ เรื่องราวของเนตราเปรียบเหมือนลูกไฟที่คอยปะทุยามคิดถึง เพราะเธอวิ่งหนีเขาในขณะที่เขาพยายามหยิบยื่น แต่ยุวมาศกลับเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ริมธารน้ำไหลเอื่อย ยามคิดถึงก็มีแต่ผ่อนคลายสบายใจ เพราะเธอคือผู้ให้ และเขาคือผู้รับ

หากยุวมาศได้ล่วงรู้ความคิดของเขา เธอจะได้รู้ว่าความหวังริบหรี่ดังแสงเทียนกลางสายฝนกำลังมีแววว่าจะเปล่งแสง เพราะคนที่มั่นคงในรักเริ่มมีใจที่สั่นคลอนอย่างไม่รู้ตัว

สายน้ำที่ไหลชำระความอ่อนล้า แต่ไม่สามารถชำระความวุ่นวายภายในจิตใจ ผู้หญิงสองคนที่มีความสำคัญต่อเขาไม่ต่างกัน หนึ่ง...คือคนที่เขารักปักใจ คนที่เขาเคยร่วมวาดฝันจะสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์แบบ อีกหนึ่ง...คือคนที่เข้ามาในชีวิตเขาอย่างไม่คาดฝัน ทว่าเธอกลับเป็นผู้เติมเต็มชีวิตของเขาให้สมบูรณ์แบบ เป็นผู้ให้กำลังใจ ผู้รับฟัง ผู้แบกรับความผิดหวัง และเธอก็เป็นคนอุ้มท้องลูกของเขา

ความสับสนทำให้เขาต้องสะบัดศีรษะ ก่อนจะปิดก๊อกน้ำ ผ้าขนหนูถูกห่มปิดกายท่อนล่างขณะพาร่างออกจากห้องน้ำ ร่างที่นอนหันหลังมาให้นั้นทำให้เขาอดสะท้อนใจไม่ได้...เขาทำร้ายยุวมาศมากเกินไปหรือเปล่า? แม้เขาจะรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทางกาย ทว่าทางใจของเธอล่ะ? เขามีแต่ทำร้ายเธอทุกที แม้จะปลอบใจเธอไม่ให้เธอคิดมากเพียงใด แต่เขาก็รู้สึกผิดทุกครั้งที่เห็นเธอก้มหน้านิ่ง ราวกับหวังว่าเขาจะมองไม่เห็นความทุกข์ที่เธอมี

แววตาของยุวมาศที่มองเขามาตลอดตั้งแต่สมัยเรียน จนถึงวันนี้...มันยังคงเป็นแววตาเดิม แววตาที่รักเขา เพราะรู้ว่าใจของเธอคิดเช่นไร เขาจึงพยายามเลี่ยง ไม่อยากให้โอกาสเธอ ไม่อยากให้ความหวัง ทว่าตอนนี้เขาจะทำอย่างไร ในเมื่อเธอไม่ใช่เพียงเพื่อนร่วมชั้นอย่างแล้วมา แต่เธอคือภรรยา คือคู่ชีวิต แม้จะได้มาโดยไม่ตั้งใจ แต่เธอก็ไม่มีความผิดใดๆ สักนิดที่เขาจะต้องลงทัณฑ์เธอให้ทุกข์ทรมานใจ หรือเขาควรให้อิสระแก่เธอ เพื่อให้เธอได้พบเจอคนที่ดีกว่า ส่วนเขาก็จะกลับไปง้องอนเนตรา แม้มีความหวังเพียงน้อยนิด แต่เขาก็ไม่มีวันย่อท้อ

ปัทวีถอนหายใจอย่างอ่อนใจ อ่อนใจกับตัวเองที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่กล้าเปิดปากสักที ได้แต่คิดว่าจะมอบอิสระให้กับยุวมาศเมื่อถึงเวลา ทว่าทุกครั้งที่อยากจะเปิดปาก เขาก็ได้แต่ปิดปากเงียบเช่นเดิม ยิ่งเห็นความห่วงใย เอาใจใส่ของเธอ ก็ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าปริปากเอ่ย เพราะยังหาคำตอบไม่ได้ เขาจึงโยนให้เหตุผลที่ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ และจิตใจของแม่คือสิ่งที่สำคัญ แม้จะคลางแคลงใจกับเหตุผลของตัวเอง แต่เขาก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลมากที่สุด และเป็นจริงในเวลานี้

.
.
.
.
.
.
.
.
.........
...
.
.
บทที่ 15 มาครบแล้วจ้าาา
.
พี่คิราภ์คะ
นี่พี่จะโกรธหรือจะใจดีด้วย
เอาสักอย่างเถอะ
ปรับอารมณ์ตามไม่ทันนนนน
อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา
.
ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่
เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า
กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน
จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)
เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า
**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ
แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ
เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย
เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ
.
.
ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG
.
ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....
เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com
.
.
ห้ามลืม!!
ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย
ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว