รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 17 ผู้หญิงคนนี้ของ 'อคิราภ์' - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 17 ผู้หญิงคนนี้ของ 'อคิราภ์' - ((100%)) -






.........
...

นิ้วเรียวบางเลื่อนหาเพลง ขณะที่เจ้าของรถสตาร์ทรถพร้อมออกเดินทาง ทว่าเสียงโทรศัพท์ที่ขัดขึ้น ทำให้ชายหนุ่มหันไปให้ความสนใจกับโทรศัพท์มือถือ

เนตราเปิดเพลงก่อนจะหันมองเสี้ยวหน้าเข้มยับย่น เธอได้ยินเขารับคำ ก่อนจะออกคำสั่งให้ดูแลไร่

“มีอะไรที่ไร่หรือคะ”

“ไม่มีอะไรหรอก น้องเนยไม่ต้องห่วง” ชายหนุ่มบอกพลางยิ้มเครียด

ขณะขับรถอคิราภ์ก็ครุ่นคิดตามที่ได้รู้จากอำนวย...ผู้จัดการไร่ ทำให้เขาได้รู้ว่าพ่อเลี้ยงอาจินต์คิดจะลักลอบขนไม้ผ่านที่ดินของเขา และครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่เหมือนทุกครั้ง เขาเชื่อว่าคงได้มีการปะทะกันแน่ เห็นได้จากการที่พวกนั้นเดินทางมาเตือนเขาเองถึงที่นี่ นั่นหมายความว่าครั้งนี้คงมีการขนปริมาณเยอะพอสมควร

“ใช่เรื่องพ่อเลี้ยงอาจินต์รึเปล่าคะ” เนตราเอ่ยถามขัดเสียงเพลงที่กล่อมความเงียบภายในรถ

อคิราภ์เพียงละสายตาจากกระจกมองหลังมาเหลือบามองหญิงสาว ก่อนจะเร่งความเร็วรถด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ขณะที่อีกฝ่ายได้แต่มองเสี้ยวหน้าคมที่เม้มปาก และให้ความสนใจกับการขับรถอย่างแปลกใจ

ปัง!

“กรี๊ด!”

เสียงปืนที่ดังขึ้นไล่เลี่ยกับเสียงกรีดร้องของเนตรา หญิงสาวหันมองทิศทางกระสุนจากด้านหลัง จึงได้เห็นว่ามีรถไร้ป้ายทะเบียนแล่นตามมาติดๆ ก่อนจะเหลือบมองใบหน้าเคร่งขรึมที่ยังควบคุมพวงมาลัยได้ดีเป็นเลิศ

“พี่คิราภ์คะ”

หญิงสาวเรียกอีกฝ่ายเสียงสั่นด้วยความตื่นตระหนกระคนหวาดกลัว ชายหนุ่มหันมองเธอเพียงครู่ แล้วออกคำสั่งแทบจะทันที

“น้องเนยช่วยหยิบปืนในเก๊ะให้พี่หน่อย แล้วเดี๋ยวพอพี่จอดรถปุ๊บ น้องเนยรีบวิ่งออกจากรถเข้าไปในป่าเลยนะ”

“แต่ว่า...”

“เชื่อพี่นะครับน้องเนย แล้วพี่จะไปหาน้องเนยเอง”

น้ำเสียงเข้มประหนึ่งคำมั่นสัญญา พร้อมด้วยดวงตาดุซึ่งมีแววเป็นห่วงเป็นใยแฝงอยู่นั้น ทำให้หญิงสาวได้แต่พยักหน้ารับ ขณะหยิบวัตถุสีเงินวาวส่งให้ชายหนุ่มที่กำลังหักพวงมาลัยจอดรถ

เนตราไม่รอให้เขาออกคำสั่ง หญิงสาวรุดออกจากรถแล้ววิ่งเข้าไปในป่าข้างทางอย่างไม่คิดชีวิต ยิ่งเสียงกระสุนปืนที่ดังขึ้นในระยะประชิด ทำให้เธอยิ่งหวั่นใจ อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงร่างสูงใหญ่ที่ออกคำสั่งให้เธอหนีโดยไม่มีสิทธิ์ค้าน

เธอยอมรับว่าหวาดกลัว แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากทิ้งร่างสูงให้เผชิญอันตรายเพียงลำพัง และไม่ว่าจะวิ่งหนีตามคำสั่งเขาไกลเพียงใด ความรู้สึกห่วงหาอาทรก็ไม่ได้ลดลงเลย หญิงสาวหยุดยืนพิงกับต้นไม้สูง ใจเต้นระรัวด้วยความเหนื่อยหอบ ก่อนจะแหงนมองท้องฟ้าที่เริ่มสดใส

เสียงปืนที่ดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกว่าทั้งสองฝ่ายต่างร่นเข้ามาในป่าใกล้กับบริเวณที่เธออยู่ เสียงเท้าหนักๆ ทำให้หญิงสาวต้องออกวิ่งอีกครั้ง ร่างบางวิ่งโดยไม่คิดจะเหลียวหลัง แม้อยากจะวิ่งไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายเคียงข้างเขา แต่เธอรู้ตัวดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องสนุกที่จะทำให้เขาต้องคอยเป็นกังวลเธออีกชีวิตหนึ่ง เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงเขา

เนตรานั่งพิงกับต้นไม้ใหญ่ เมื่อวิ่งจนแทบจะก้าวขาไม่ออก เสียงกระสุนเงียบหายไปแล้ว แต่เสียงปะทะก็ยังมีให้ได้ยิน หญิงสาวโอบกอดตัวเอง และภาวนาให้เขานั้นปลอดภัยกลับมาหาเธอ

เธอไม่ทราบสาเหตุของอาการใจหวิวๆ ที่กำลังคุกคามเข้ามาในส่วนลึกของหัวใจ ความรู้สึกประหม่า หวั่นกลัวที่จะไม่ได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขาเช่นค่ำคืนที่ผ่านมา แขนกำยำที่โอบกอดเธอด้วยความอบอุ่น ความอ่อนโยน และค่ำคืนที่ผ่านมาถือเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือนที่เธอหลับสนิท ค่ำคืนที่เธอไม่มีเรื่องของปัทวีมารบกวนใจ

“กระ...อุ๊บ!”

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวเงียบหายภายใต้อุ้งมือใหญ่อบอุ่น กลิ่นโคโลญคุ้นเคยทำให้หญิงสาวโอบแขนรอบลำคอแกร่งอย่างโล่งใจ

“เป็นไงบ้างครับน้องเนย ปลอดภัยใช่มั้ย”

“ค่ะ เนยปลอดภัย พี่คิราภ์ล่ะคะ” หญิงสาวเอ่ยถามพลางเงยหน้ามองอีกฝ่าย

ร่องรอยช้ำเล็กน้อยบนใบหน้าคม เป็นเห็นให้เธอมองเขาตาโต ก่อนจะละมือออกจากต้นแขนกำยำที่มีของเหลวเหนียวซึมออกมา

“เลือดนี่คะ พี่คิราภ์โดนยิงหรือคะ”

“แค่ถากๆ ครับ น้องเนยไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”

เนตราได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าปิดบาดแผลของเขา ใบหน้าเหยเกราวกับกำลังเจ็บ ทำให้อคิราภ์ต้องลอบยิ้ม ดูเธอสิ...ราวกับคนเจ็บตัวเสียเองแบบนั้น จะไม่ให้เขาปลื้มใจและหลงรักเธอได้อย่างไร ชายหนุ่มกดจมูกข้างแก้มนุ่ม เมื่อเธอจัดการแผลให้เขาเรียบร้อย

“ขอบคุณครับ”

“เนยว่าพี่คิราภ์ไปหาหมอเถอะนะคะ เดี๋ยวแผลจะยิ่งอักเสบ”

“มีพยาบาลอยู่นี่ทั้งคนแล้วนี่”

“ไม่ต้องมาปากหวานเลยค่ะ ไปหาหมอเถอะนะคะ เนยเป็นห่วง”

น้ำเสียงท้ายประโยคนั้น ดูเหมือนอ้อนโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้ตัวแม้แต่น้อย ชายหนุ่มได้แต่อ่อนใจและใจอ่อน ยอมทำตามเธออย่างว่าง่าย ทว่าร่างบอบบางที่ไม่ยอมลุกทำให้เขาต้องยิ้มอีกครั้ง

“ขาล้าหรือ”

“ค่ะ ลุกไม่ขึ้นแล้วล่ะค่ะ ขอพักก่อนได้มั้ยคะ”

“ไม่ได้ เกิดพวกมันย้อนกลับมาเราก็ซวยแย่น่ะสิครับ”

“แต่เนยเดินไม่ไหวแล้วจริงๆ นะคะ”

“งั้น...พี่อุ้มเอง”

“ห๊ะ!” หญิงสาวได้แต่อุทาน

ชายหนุ่มไม่รอคำอนุญาต ด้วยการช้อนสะโพกและแผ่นหลังบอบบางขึ้นสู่อ้อมแขน ก่อนจะออกเดินอย่างมั่นคง

“พี่คิราภ์ปล่อยเนยเถอะค่ะ เดี๋ยวแผลจะฉีกนะคะ ตัวเนยหนักออก”

“หนักอะไร? เบาจะแย่ วันๆ กินอะไรบ้าง ทำไมตัวเล็กอย่างกับตุ๊กตา เบายิ่งกว่านุ่นเสียอีก”

หญิงสาวไม่ได้สนใจคำว่ากล่าวของเขา เธอยังคงกังวลแผลบริเวณต้นแขนแข็งแกร่ง ชายหนุ่มลอบยิ้มเมื่อเห็นเธอเอาแต่จับจ้องแผลราวกับว่าเธอจะทำให้มันปิดสนิทได้

“เอาล่ะถึงแล้ว ดีนะที่รถไม่ได้เป็นอะไร เพราะหักหลบทัน ไม่งั้นล่ะก็...คงส่งซ่อมนานเชียว”

เนตราขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าสวยยับยุ่งด้วยความไม่พอใจ

“คนกับรถนี่ห่วงรถมากกว่าคนหรือคะ ห่วงตัวเองก่อนดีมั้ยคะ ดูเลือดสิไหลไม่หยุดเลย”

“งั้นคงต้องไปโรงพยาบาลอย่างที่น้องเนยว่าแล้วล่ะ”

“เนยขับให้ดีกว่านะคะ พี่คิราภ์ไปนั่งเฉยๆ เถอะ”

ชายหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธ

“พี่ไม่ได้อาการหนักเสียหน่อย แค่กระสุนถากไปเท่านั้น”

“จะบอกว่าไม่เจ็บหรือคะพี่คิราภ์ คนเหล็กเสียจริงนะคะ” เนตราประชดประชัน

“ก็เจ็บ แต่พี่ทนได้ พี่ไม่อยากให้น้องเนยขับ พี่เป็นห่วง”

“พี่คิราภ์ขับน่าเป็นห่วงกว่าตั้งเยอะ” หญิงสาวกระแทกเสียง ก่อนจะยินยอมนั่งด้านข้างคนขับรถอย่างกระแทกกระทั้น

อคิราภ์ได้แต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างขำขันในท่าทางแสนรั้น

“พี่รู้ว่าน้องเนยเป็นห่วง และพี่ดีใจมาก แต่พี่ไม่วางใจว่ามันจะยอมจบง่ายๆ แบบนี้”

“แต่...”

“เชื่อใจพี่รึเปล่าล่ะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางทาบมือหญิงสาวบนอกแกร่งของตัวเอง

เนตราสบตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความรู้สึก พาให้ใจดวงน้อยแกว่งไกวเสียเหลือเกิน ดวงตาที่ดูดกลืนให้เธอจับจ้องจนไม่สามารถละสายตาได้ เขามีมนตร์ดำใดหนอ ถึงทำให้เธอคิดอะไรไม่ออก ราวกับหลงอยู่ในดวงตาเข้มคู่นี้

มือบางถูกทาบบนแก้มสากที่เต็มไปด้วยเคราเขียวที่เพิ่งโกน ชายหนุ่มครางเบาๆ เมื่อเขาลากมือนุ่มสัมผัสบาดแผลฟกช้ำของตัวเอง ทำให้เนตราสะดุ้งพลางชะงัก ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะลากมือเธอไปตามบาดแผลบนใบหน้าของตน

“เจ็บมากมั้ยคะ”

ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความกังวล ชายหนุ่มส่ายหน้าเพียงเล็กน้อย

“เจ็บมากกว่านี้พี่ก็ทนได้ ถ้ามันจะทำให้น้องเนยปลอดภัย”

“ขอบคุณนะคะพี่คิราภ์ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

ชายหนุ่มอดจะยิ้มไม่ได้

“ตั้งแต่รู้จักน้องเนยมา พี่ได้ยินแต่คำว่าขอบคุณนับไม่ถ้วนเลย”

“ก็เนย...” หญิงสาวเม้มปาก หลุบตาลงต่ำ เมื่อไม่สามารถหาคำอธิบายเขาได้

“วันนี้พี่ดีใจจริงๆ นะที่น้องเนยเป็นห่วงพี่ เพราะมันหมายความว่าน้องเนยมีใจให้พี่บ้าง”

เมื่อเนตราไม่ปฏิเสธคำพูดของเขา ชายหนุ่มก็ยิ้มอย่างพึงพอใจทันที

“รีบไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ เดี๋ยวแผลจะอักเสบนะคะ”

อีกฝ่ายรีบเปลี่ยนเรื่อง ชายหนุ่มเห็นแก้มใสแดงระเรื่อราวกับผลตำลึงสุก เขาไม่อยากให้เธอเขินอายไปมากกว่านี้ จึงยินยอมทำตามคำขอของเธออย่างว่าง่าย
.
.
.
.
- - - - - - - - มาอัปต่อแล้วค่ะ - - - - - - - - -

.

.

.......................

.

.

อคิราภ์มองเสี้ยวหน้าหวานตลอดทางจากโรงพยาบาล เมื่อเขาถูกสับเปลี่ยนเป็นคนนั่งข้างคนขับเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดและแก้อักเสบ หญิงสาวหันมองชายหนุ่มพลางยิ้มหวาน ขณะที่เขาจับมือเธอที่วางบนเกียร์ไม่ยอมปล่อย

“อยู่นิ่งๆ สิคะ” หญิงสาวเอ่ยปราม

อคิราภ์ทำหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้ ส่งผลให้คนมองได้แต่ขุ่นเคืองจนอยากฟาดบนใบหน้าเขาสักทีให้หลุดมาดขรึมที่เก๊กไว้

“พี่ขอนอนด้วยได้มั้ย ขับรถกลับไม่ไหวหรอก”

น้ำเสียงอ้อนและดวงตาที่หรี่ปรืออย่างง่วงงุน ทำให้คนขับรถสาวต้องหันมองอย่างเป็นห่วง เธอรู้อยู่หรอกว่าเขาแกล้งปรือตาไปอย่างนั้นเอง แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงอยู่ดี เมื่อทางจากบ้านของเธอไปถึงบ้านของนุชจรีนั้นไม่ใช่ระยะใกล้ๆ และยังเปลี่ยวไม่ใช่น้อย นั่นทำให้เธอเป็นห่วงเขา

หากอคิราภ์จะไม่ปิดตาเพราะฤทธิ์ยา เขาคงได้เห็นแววเป็นห่วงในดวงตาคู่กลมของหญิงสาว

เนตราเห็นคนที่ฉวยมือเธอไปกุมไว้เข้าสู่นิทราเพราะฤทธิ์ยาก็เบาใจ ทว่าเมื่อตั้งใจจะดึงมือออกจากฝ่ามือใหญ่ เขาก็ขยับตัวทั้งยังจับมือเธอแน่นขึ้น หญิงสาวจำต้องยอมปล่อยให้เขากุมมือไว้เช่นนั้น ขณะที่เธอต้องเพ่งสมาธิไปกับการขับรถด้วยมือเพียงข้างเดียว

.

........................

.

.

รถฮัมเมอร์สีบรอนซ์ชะลอลงจอดหน้าร้านขายของชำ หญิงสาวดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันมองคนหลับ นิ้วเรียวแตะมุมคิ้วของชายหนุ่มบางเบา ไล้ไปยังโหนกแก้ม และมุมปากช้ำม่วงจากการปะทะกับอีกฝ่าย จากนั้นจึงเลื่อนลงมาแตะต้นแขนที่มีผ้าก๊อซพันปิดแผลไว้

“น้องเนย...”

เสียงครางอย่างง่วงงุนทำให้หญิงสาวละมือที่สัมผัส เฝ้ามองให้เขาลืมตาตื่นอย่างเต็มที่จากการหลับใหล

“ถึงแล้วหรือครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัย

“ค่ะ ถึงแล้ว พี่คิราภ์เข้าไปนอนในบ้านต่อเถอะค่ะ”

“พี่ขอทานกาแฟสักแก้วแล้วจะขับรถกลับ” ชายหนุ่มบอกขณะลงจากรถเช่นเดียวกับหญิงสาว

“เนยว่าพี่คิราภ์นอนค้างที่นี่ได้นะคะ เนยเป็นห่วง”

“ขอบคุณครับ แต่พี่คิดว่า...”

“นะคะ เนยเป็นห่วง”

น้ำเสียงขอร้องและดวงตาคู่หวานที่ฉายแววเป็นห่วงเป็นใย ทำให้อคิราภ์สัมผัสแก้มใส ก่อนจะรั้งร่างนิ่มเข้าสู่อ้อมกอด จุมพิตหน้าผากเนียนแล้วผละออกห่าง

“พี่ขอค้างสักคืนนะครับ พรุ่งนี้จะได้ไปรับคุณแม่ น้องเนยไปกับพี่นะครับ”

“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะลงจากรถพร้อมเขา

เพียงก้าวเท้าพ้นประตูรั้วบ้าน ใบหน้าสวยก็ขมวดมุ่นเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งที่กำลังพูดคุยกับบิดา เนตราพรูลมหายใจอย่างระอาใจ นี่ปัทวียังจะกล้ามายุ่งวุ่นวายเธออีกหรือ เขาเพิ่งแต่งงานเมื่อวานแท้ๆ

“น้องเนยครับ” อคิราภ์เรียกหญิงสาวซึ่งมีสีหน้าไม่พอใจด้วยความเป็นห่วง

“คะ” หญิงสาวขานรับพลางแหงนหน้ามองร่างสูงข้างกาย

เนตราลอบถอนหายใจ เมื่อเห็นเขากำลังขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจและแฝงไปด้วยความห่วงใย ใช่เขาจะไม่พอใจคนเดียวเสียเมื่อไหร่ เธอก็ไม่พอใจไม่น้อยเช่นกัน

“เขารู้รึเปล่าว่าน้องเนยกำลังจะแต่งงานกับพี่”

“คงไม่ทราบมั้งคะ เนยยังไม่ได้พูดเรื่องนี้เลย”

“งั้นพี่ควรจะบอก”

“แต่ว่าคุณพ่อคุณแม่...”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น พี่ได้พูดเรื่องนี้กับคุณน้าทั้งสองแล้ว พรุ่งนี้คุณแม่ก็จะมาเจรจาสู่ขอให้เป็นเรื่องเป็นราว พี่คิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องปิดบัง”

เนตราก้มหน้าอย่างใช้ความคิด ทุกอย่างมันรวดเร็วเกินไปจนบางครั้งก็รู้สึกสับสน ทว่าเธอไม่รู้สึกรังเกียจอคิราภ์แม้แต่น้อย ยิ่งคิดถึงปัญหาเรื่องไร่ที่เพิ่งเผชิญ ก็ยิ่งให้นึกเป็นห่วงนัก และเธอก็ไม่ปรารถนาจะให้เขาเผชิญมันเพียงลำพัง

“ก็ได้ค่ะ เนยตามใจพี่คิราภ์”

ชายหนุ่มยิ้มเผล่อย่างพอใจ เขาถือโอกาสจับมือบางให้เดินตามเข้าไปด้วยกัน

“สวัสดีครับคุณน้า” ชายหนุ่มยกมือไหว้คนสูงวัยกว่า

“มากันแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้างล่ะตาคิราภ์ น้ากำลังห่วงอยู่เลย ยังไงก็นอนค้างซะที่นี่ ฤทธิ์ยาคงยังไม่สร่างดีนัก เกิดอะไรขึ้นมา คงมีคนแถวนี้นั่งเป็นห่วงบ้างล่ะ”

“พ่อคะ!”

“พ่อพูดผิดหรือไง ตอนที่คุณทำแผลที่โรงพยาบาลน่ะ ยายเนยโทร. มาเล่าเสียงสั่นเชียว คงเป็นห่วงคุณมาก”

“ขอบคุณครับคุณน้าที่ให้ผมค้าง”

“จะดีหรือครับลุง เนยเป็นผู้หญิง ใครรู้จะเอาไปนินทาได้นะครับ” ปัทวีที่นั่งฟังอยู่นานขัดขึ้นทันที

“ไม่เป็นไรหรอก อยู่ในสายตากันแบบนี้ ที่สำคัญพรุ่งนี้แม่เขาก็จะมาพูดจาสู่ขอยายเนยให้ตบแต่งกันอยู่แล้ว”

“มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอครับ รู้จักกันแค่เดือนสองเดือน”

“ไม่เร็วหรอกครับคุณปัทวี ผมกับน้องเนยอาจรู้จักกันแค่เดือนกว่าๆ แต่ผมไม่มีวันทำให้น้องเนยเสียใจเหมือนบางคน เพราะเวลาไม่ได้เป็นเครื่องวัดใจอะไรเสียหน่อยนี่ครับ”

“คุณ!”

ปัทวีชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง ทว่าอคิราภ์ไม่ได้ขยับไปไหน ยังคงปักหลักยืนเคียงข้างร่างบาง คอยทำหน้าที่ดูแลไม่ห่าง ราวกับกำลังปกป้องไม่ให้เธอได้รับอันตรายใดๆ แม้ตัวเองจะยังมีบาดเจ็บก็ตาม

“พี่คิราภ์ไปพักเถอะค่ะ ยาน่าจะยังออกฤทธิ์อยู่ แล้วค่อยตื่นมาทานข้าวเย็นทานยาตามที่หมอสั่ง จะได้หายไวๆ นะคะ”

อากัปกิริยาเป็นห่วงของหญิงสาว ทำให้ปัทวียืนมองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาไม่เคยคิดว่าเนตราจะเป็นห่วงอีกฝ่ายได้ถึงเพียงนี้

อคิราภ์พยักหน้ารับคำแล้วหมุนกายเดินนำ หญิงสาวมองใบหน้าของปัทวีเพียงครู่ ก่อนจะเดินตามชายหนุ่มอีกคนเข้าไปในบ้าน

“ปัง...ลุงคิดว่าเราน่าจะรู้จักเนยดี ยายเนยไม่มีวันทำร้ายใคร โดยเฉพาะเด็กบริสุทธิ์ ปังอาจแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ปังคิดหรือว่าเนยจะยอมกลับไปหาเรา ลุงเลี้ยงยายเนยมากับมือ ลุงรู้จักลูกสาวของลุงดี แม้ตอนนี้เจ้าตัวอาจจะสับสน แต่เนยไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ปังคงดูออกนะว่าเนยไม่ได้รักปังอีกแล้ว ความรู้สึกที่มีให้เป็นเพียงความผูกพันฉันเพื่อนเท่านั้น” พิษณุเอ่ยด้วยความหวังดี

ทว่าคนไม่ยอมแพ้อย่างปัทวีหรือจะยอมแพ้และท้อถอย เขาไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ เขารักและทะนุถนอมเนตรามาเป็นอย่างดี จะให้เขายอมเอาชีวิตทั้งหมดที่เคยทุ่มเทมาเพื่อเธอยกให้คนอื่นอย่างนั้นหรือ ไม่มีทาง! จริงอยู่ที่เขาผิดที่มีความสัมพันธ์กับยุวมาศจนเกินเลย ต้องรับผิดชอบอีกชีวิตหนึ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่จะให้เขาเลิกรักเนตรา ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เขาไม่ยอมให้เธอเปลี่ยนใจ ให้เธอเคียงข้างชายอื่น...ไม่ยอมเด็ดขาด! ปัทวีได้แต่ตั้งปฏิญาณในใจ

ทว่าความรู้สึกผิดที่แทรกขึ้นภายในใจส่วนลึก เมื่อใบหน้าของยุวมาศลอยเด่นขึ้นมา ก็ทำให้ปัทวีต้องเดินออกจากบ้านของอดีตคนรัก และอดคิดถึงไม่ได้ว่ายุวมาศจะเป็นเช่นไรบ้างในเวลานี้ จะทานข้าวหรือยัง จะทานยาตามหมอสั่งครบไหม ความเป็นห่วงก่อตัวขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว ทว่าเขาคิดว่านั่นเป็นหน้าที่ของเขา เพราะยุวมาศอุ้มท้องลูกของเขา เขาจะทำเช่นไรได้เล่า ถ้าไม่ใช่การดูแลอีกฝ่ายให้ดีที่สุดจนกว่าจะถึงเวลาจากกัน แม้เขาจะยังไม่เคยพูดเรื่องนี้ เนื่องจากเกรงว่าเธอจะไม่สบายใจ และตอนนี้เขาก็เริ่มคิดแล้วว่า ยุวมาศจะอยู่อย่างไรหนอเมื่อถึงวันนั้น

.
.
.
.
.
.
..........
...
.
มาแล้วๆๆๆๆๆ
วันนี้ว่างไง เลยรีบมาลงต่อให้เลย
.
ก็จะมีความบู๊ ความหวาน ความอ้อนหน่อย
น้องไม่ใจอ่อน พี่ก็ขยันหยอดไว้ เดี๋ยวน้องเนยก็ตกหลุมพรางพี่คิราภ์เอง
เชื่อจิๆๆๆ
อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา
.
ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่
เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า
กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน
จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)
เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า
**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ
แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ
เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย
เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ
.
.
ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG
.
ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....
เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com
.
.
ห้ามลืม!!
ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย
ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว