[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

ตอนที่ 19

เสียงกริ่งที่ดังขึ้นจากหน้าห้องทำให้ชัชวินถอนหายใจเดินไปมองทางช่องตาแมวด้วยความหงุดหงิด ครั้นเห็นผู้ที่อยู่หน้าห้อง เขาก็รีบกลับมากวาดแฟ้มจากบนโต๊ะโยนใส่กล่องแล้วปิดฝาเลื่อนไปซ่อนไว้ข้างโซฟา โดยนำผ้ากำมะหยี่มาคลุมทับแล้วคว้าแจกันวางไว้ด้านบนเพื่อพรางตาเป็นลำดับสุดท้าย เขาปลดกระดุมเสื้อเม็ดหนึ่ง แล้วเข้าไปในห้องน้ำ วักน้ำใส่หน้าอย่างแรงจนใบหน้าเปียกโชก หยดน้ำไหลเป็นทางลงมาเปียกแผงอกแกร่ง เมื่อกวาดตามองจนแน่ใจว่าห้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยดีแล้ว เขาจึงหยิบผ้าขนหนูพาดคอ จับบางส่วนมาซับหน้าแล้วก้าวยาว ๆ ไปเปิดประตู

“ทำอะไรอยู่หรือคะชัช ดาวรอตั้งนานแน่ะ”

“ผมต่างหากที่ควรถามว่าคุณมาที่นี่ทำไม” เขายืนขวางประตูไว้ ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเข้าห้องง่าย ๆ

“พูดจาไร้เยื่อใยจัง ดาวอุตส่าห์เอาข่าวสำคัญมาบอกทั้งที เชิญดาวเข้าไปในห้องหน่อยสิคะ”

“นี่มันวันศุกร์นะคุณดาว และผมก็ต้องการพักผ่อนด้วย คุณกลับไปดีกว่า ใครเห็นเข้ามันจะไม่ดี”

“ไม่อยากรู้ข่าวเด็ดที่ดาวเอามาฝากก่อนหรือคะ” หญิงสาวล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพาย หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งขึ้นมาแกว่งตรงหน้าเจ้าของห้อง “นี่พอจะช่วยให้คุณยอมต้อนรับดาวได้ไหมคะ”

“คุณเอาโทรศัพท์ของโมมาได้ยังไง”

ริมฝีปากที่แต้มด้วยสีชมพูอ่อนหวานแย้มออก พลางเลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ แทนการตั้งคำถาม ชัชวินจึงจำต้องหลีกทางให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาในห้องอย่างไม่เต็มใจ เขาปิดประตูห้องแล้วเดินตามมายืนคุมเชิงอยู่ห่าง ๆ ใช้สายตาว่างเปล่ามองเพื่อนร่วมงานนั่งลงบนโซฟาแล้วตบบนเบาะข้างตัวแทนการเชื้อเชิญ

“คุณเอาโทรศัพท์ของโมมาจากไหน”

“ง่ายมากค่ะ ฉันก็แค่ส่งคนที่มีความชำนาญในการติดตามยายนั่น เพื่อจับตาดูว่าโมนากำลังทำอะไรกันแน่ แล้วคุณรู้ไหมคะ ความจริงที่ฉันได้มาเนี่ยนะ มันเด็ดยิ่งกว่าเรื่องไหนที่คุณจะคาดได้เลย”

“คุณขโมยมาเหรอ”

“คนของฉันเก็บได้ต่างหาก มันตกอยู่ในร้านอาหารแถวชานเมืองที่สองคนนั้นไปดินเนอร์พลอดรักกันน่ะ อ้อ...ต้องให้บอกไหมว่าสองคนที่ว่าคือโนแอลกับยายอ้วนสุดที่รักของคุณนั่นแหละ”

“ไม่จริง สองคนนั้นระหองระแหงกันอยู่” พนักงานลือกันไปทั้งบริษัทจนใครก็รู้กันทั่ว

“จะหลอกตัวเองต่อไปก็เชิญนะ แต่สิ่งที่ฉันเจอในนี้น่ะ เด็ดกว่าเรื่องที่เขาดีกันแล้วซะอีก” หญิงสาวกดปุ่มเรียกรูปภาพขึ้นมาจากโทรศัพท์ แล้วทอยมันลงบนโต๊ะให้อีกฝ่ายเห็นภาพนั้นด้วยตาตัวเอง

ชั้นแรกชัชวินเพียงแค่ปรายตามองราวกับไม่สนใจ แต่เมื่อเห็นภาพนั้นชัด ๆ เขาก็โผนเข้าไปคว้าโทรศัพท์ฝาพับรุ่นหรูของโมนาขึ้นมาดูใกล้ ๆ แทน ภาพที่สองหนุ่มสาวใบหน้าขาวโพลนด้วยฟองสบู่ถ่ายรูปคู่กันอย่างสนิทสนมนั้นบอกได้ดีกว่าคำพูดนับล้านเสียอีกว่าความสัมพันธ์ก้าวหน้าไปถึงระดับไหน ชุดนอนที่ทั้งสองสวมอยู่เป็นยิ่งกว่าตะปูตอกผนึกว่าสิ่งที่เขาคิดไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้เลย !

ชัชวินกดดูภาพอื่นในชุดเดียวกัน ก็พบว่ามีภาพเดี่ยวบ้างคู่บ้างในอีกหลายอิริยาบถแตกต่างกันไป มีหลายรูปที่มีฉากหลังเป็นคอนโดฯ ของโมนา

เขาลูบหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

“นี่คุณตัดต่อหรือเปล่า”

“ก็แล้วแต่จะคิดนะ แต่เท่าที่ฉันเห็น มันเพิ่งถ่ายเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วนี่เอง ตอนหกโมงกว่า ๆ ไม่รู้สองคนนี้ไปทำอะไรกันมาน้า ถึงได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ใช้ห้องน้ำเดียวกันอย่างนี้”

ชัชวินขบกรามแน่น ก่อนเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“คุณให้คนติดตามโมมานานแค่ไหนแล้ว”

“ก็...ไม่นานหรอก สักสองสามอาทิตย์ได้”

“แล้วนอกจากโทรศัพท์ของโมนา คุณรู้อะไรอีก”

อีกฝ่ายปรายตามองเขาด้วยความคลางแคลง “คุณหึงโมนาจริงเหรอ”

“คุณก็รู้นะว่าผมยังต้องคุมคาแร็คเตอร์เล่นบทชายหนุ่มที่ถูกทอดทิ้งอยู่น่ะ” ชัชวินเดินมานั่งลงข้างเธอ ลูบต้นแขนอีกฝ่ายอย่างเอาใจแทน “ผมแค่อยากมั่นใจว่าโมนาจะไม่รู้อะไรมากไปกว่าที่จำเป็น เพราะหากบางอย่างไม่เป็นไปตามแผนของเรา เราจะได้ช่วยกันวางแผนเตรียมไว้รับมือไงละ”

“คุณพูดจริงนะคะชัช” แสงดาวหน้าชื่น จับมือเขาไปกุมไว้ด้วยท่าทีกระตือรือร้น

“นี่เป็นเรื่องของผลประโยชน์นะดาว ผมไม่ยอมปล่อยให้มันหลุดมือไปง่าย ๆ หรอก” ชัชวินย้ำด้วยรอยยิ้มหมายมาด เขาดึงตัวแสงดาวมากอดปลอบประโลมชั่วขณะ แล้วจึงดันเธอออกห่าง “คุณควรกลับไปได้แล้ว ถ้าใครมาเห็นเข้า ชื่อเสียงของคุณจะเสียหาย ซึ่งผมไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้นเลย”

“ตกลงค่ะ” แสงดาวหยิบกระเป๋าลุกขึ้นอย่างอ้อยอิ่งอาวรณ์ “เอ้อ...วันสิ้นปีคุณไปเคานท์ดาวน์ที่ไหนคะ เผื่อดาวจะไปด้วย”

“ไม่รู้สิ อาจจะนอนดูทีวีอยู่บ้านมั้ง ผมขี้เกียจไปเบียดกับคนเยอะ ๆ ”

แสงดาวเบ้หน้า “งั้นไว้ดาวโทร.หานะคะ เผื่อคุณเปลี่ยนใจ”

“ครับ ขอบคุณที่แวะมาส่งข่าว” เขาชี้ไปที่โทรศัพท์ของโมนา

“อะไรที่เป็นการทำเพื่อ ‘เรา’ ดาวยินดีและเต็มใจที่สุดอยู่แล้วค่ะ”

ชัชวินก้าวเข้าไปหาหญิงสาว จับไหล่สองข้าวไว้ แล้วก้มหน้าลงไปประทับริมฝีปากที่หน้าผากนูนเกลี้ยงแผ่วเบา จากนั้นพึมพำเสียงพร่า “ขอบคุณครับดาว กลับบ้านปลอดภัยและหลับฝันดีนะครับ”

แสงดาวหมุนตัวเดินแกมวิ่งไปยังจุดรอลิฟต์ด้วยท่าทีเขินอาย แล้วจึงหันกลับมาโบกมือให้เขา ชัชวินคอยจนหญิงสาวลับตาไปแล้ว จึงล็อกประตูลงกลอน กลับมามองโทรศัพท์บนโต๊ะด้วยสายตารังเกียจ เคียดแค้นอย่างรุนแรง !

โมนาสูดปากด้วยความเจ็บเมื่อแพทย์ฉุกเฉินแตะที่ข้อเท้าเพื่อตรวจอาการ แต่เมื่อเหลือบไปเห็นคนสวมสูทเปื้อน ๆ ยับเยินไปหมดทั้งตัวที่ยืนอยู่ข้างรถเข็นกำลังเขม้นตามองมาอย่างจับสังเกต ก็รีบกัดริมฝีปากไว้แทน คุณหมอเคาะตรงโน้นจับตรงนี้อยู่พักใหญ่ จากนั้นจึงส่งเธอไปเอกซเรย์ข้อเท้า บุรุษพยาบาลเข็นรถพาเธอไปยังแผนกรังสีวิทยา แล้วหันมาบอกแค่ “รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะมารับคุณเข้าไปในห้องเอกซเรย์”

โมนาพยักหน้ารับทราบ ฝ่ายนั้นจึงก้มศีรษะให้เล็กน้อย แล้วแยกกลับไปทางเดิม

“เจ็บมากไหมเชรี” ชายหนุ่มปราดเข้ามาเกาะรถเข็น ถามด้วยสีหน้าห่วงใยราวกับเจ็บเองอย่างไรอย่างนั้น

“ถ้าบอกว่าไม่เจ็บ ฉันก็คงโกหก เอาเป็นว่าเจ็บ แต่ฉันยังทนได้ละกัน ว่าแต่คุณเถอะ ฉันเห็นคุณขยับแขนขวาไม่ค่อยสะดวก ไปให้หมอดูหรือยัง”

“ไม่เป็นไร รอให้หมอตรวจคุณเรียบร้อยก่อนก็ได้”

โมนาชักสีหน้าทันที “ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากขนาดนั้น คุณไปให้หมอตรวจก่อนเถอะ”

คนดื้อย่อตัวลงวางเข่าข้างหนึ่งบนพื้น ขณะอีกข้างชันไว้แล้ววางมือลงบนนั้น เขาเงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง ๆ “มันไม่เจ็บไปกว่านี้หรอก รอได้จริง ๆ เดี๋ยวหมอดูขาให้คุณเสร็จแล้ว ‘เรา’ ค่อยไปให้หมอดูไหล่ให้ผมด้วยกัน”

“รู้ละ คุณจะให้หมอพูดว่าเป็นหนักมาก ๆ ยกแขนไม่ได้ แล้วฉันก็ต้องซักผ้า ถูบ้าน ทำอาหารแทนคุณใช่ไหม”

“ไอ้ที่พูดมาเมื่อกี้ คุณก็ทำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” เขาถามปนยิ้ม

“พูดอีกก็ถูกอีก” โมนารำพึง “ก็แล้วถ้าอย่างนั้นคุณจะรออะไร ไปให้หมอดูไหล่ก่อนเหอะ ฉันรู้นะว่าคุณเจ็บ เมื่อกี้ตอนคนช่วยเราขึ้นมาจากคูหญ้านั่น ฉันได้ยินคุณร้องเบา ๆ ”

“เฮ้ย ! ไม่มีหรอก ร้องเริ้งที่ไหน ผมแข็งแรงจะตาย”

โมนาส่ายหน้าด้วยความระอา เอื้อมมือไปแตะไหล่ข้างขวาซึ่งยังซ่อนตัวอยู่ใต้เสื้อสูทสีดำที่คลุกฝุ่นจนมีรอยเปื้อนเป็นแห่ง ๆ แล้วก็เป็นดังคาด คนเจ็บส่งยิ้มมาให้เธอ ! ดูยังไงก็เห็นชัดว่าเขาเจ็บ แต่ยังอวดดีอยู่ได้

“ถ้าฉันขี้แกล้งกว่านี้ ฉันจะบีบไหล่คุณแล้วคอยดูคนท่ามากกลั้นน้ำตานะ รู้ปะ” โมนาสะบัดเสียงประชด

“เชรี ผม...”

โมนาเดาได้จากท่าทางนั้นว่าเขากำลังจะพูดอะไร จึงชี้หน้าเขาทั้งที่รู้ว่ามันเป็นการเสียมารยาทสุด ๆ เพราะต้องการปรามเขาให้หยุดคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง “หยุดเลยนะโนแอล ฉันขอร้องละ อย่ารู้สึกผิดได้ไหม”

ดวงตาสวยคมสีน้ำเงินแกมฟ้าราวกับตุ๊กตากะพริบปริบ ๆ ด้วยความประหลาดใจ แต่มันก็เกิดขึ้นแวบเดียว เพราะเขาทำสีหน้าไร้เดียงสาในวินาทีถัดมาได้อย่างน่าทึ่ง “คุณพูดถึงอะไร”

“ก็เรื่องนี้ไง” โมนาชี้ขาตัวเอง “ไม่ต้องรู้สึกผิดเลย ทั้งหมดนี่เป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก คุณเองก็เจ็บเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคุณโยนฉันลงจากรถ ใช้ฉันเป็นเบาะให้เจ็บฝ่ายเดียวซะเมื่อไหร่ ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณโอบไว้ ฉันอาจเดี้ยงหนักกว่านี้ก็ได้ เห็นกันอยู่ว่าฉันสอบตกทักษะด้านยิมนาสติกโดยสิ้นเชิง”

“มันผิดตั้งแต่ที่ผมลากคุณขึ้นมอเตอร์ไซค์แล้ว คุณเองก็ไม่ได้เต็มใจ”

“ม่ายช่ายละ” โมนาลากเสียงยาวพลางส่ายหน้า ยิ้มแป้น “ฉันยิ่งกว่าเต็มใจจะเป็นสก๊อยประจำรถคุณด้วยซ้ำ ปกติสาวสก๊อยต้องสวย ๆ ผอม ๆ แต่งตัวเซ็กซี่นะ ฉันน่ะต้องจัดเป็นสก๊อยที่แปลกสุดเท่าที่เคยมีมาเลย มีแต่จะต้องขอบคุณคุณสิไม่ว่า”

“เชรี...”

โมนาเดาได้ว่าเขาคงไม่วายพยายามโทษตัวเองต่อ เธอจึงต้องงัดไม้ตายใหม่มาใช้แทน โดยเท้าศอกลงบนที่วางแขนของรถเข็นแล้ววางคางลงที่สันมือด้านใน ถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ “คุณรู้ตัวหรือเปล่า ว่านั่งทำท่านี้อยู่เนี่ย คนอื่นมองมาเห็นเข้า เขาจะคิดว่าคุณกำลังขอฉันแต่งงานอยู่นะ”

ได้ผล ! เพราะโนแอลก้มลงมองสภาพตัวเอง แล้วเขาก็กระเด้งผึ๋งลุกขึ้นยืนตัวตรง แถมยังถอยห่างจากรถเข็นของเธอไปเป็นวาเลยทีเดียว โมนามองแก้มที่มีรอยแดงบาง ๆ ตัดกับแนวเคราเขียว ๆ ตรงกรามของชายหนุ่มแล้วอมยิ้ม “อะไรเนี่ย แค่นี้ถึงกับเขินเลยเหรอ สงสัยหมวกกันน็อกคุณจะไม่ดีแฮะ หัวกระแทกพื้นนิดเดียว สมองกระเทือนเลย”

“นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะเชรี” เขาดุกลบเกลื่อน

โมนากลับบุ้ยปากไปทางด้านหลังของชายหนุ่ม บอกปนเสียงหัวเราะคิกคัก “คุณพยาบาลตรงโน้นมองตามคุณตาปรอยเลย สงสัยเธอจะปิ๊งคุณนะโนแอล ดีไม่ดีตอนนี้คงตีความไปไกลถึงโลกพระจันทร์แล้วว่า คุณนี่หล่อชะมัด แต่สายตามีปัญหา เลือกแฟนไม่ได้เรื่องเลย”

“เก่งนะเดี๋ยวนี้” เขาประชด “ถูกสาว ๆ ที่ออฟฟิศมองตามด้วยความอิจฉาจนชินแล้วใช่ไหม ถึงได้เข้าใจสายตาของใครต่อใครไปหมดน่ะ”

“ก็ใช่น่ะสิ แต่ก่อนมีแต่คนมองฉันด้วยความเกลียดชังบ้างละ กลัวบ้างละ แต่ไม่เคยมีใครมองมาแบบอิจฉาเลย เพิ่งจะตอนที่คุณมาอยู่เมืองไทยนี่แหละ”

“แล้วชอบไหม” น้ำเสียงของเขานุ่มนวลเป็นพิเศษ

“ก็ต้องชอบสิ” คนปากไวโต้ทันควัน

รอยยิ้มคลี่ขึ้นบนใบหน้าโนแอลช้า ๆ ดวงตาเขาบอกความยินดีชัดเจน ขณะริมฝีปากสีสดแย้มยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบ

“ขอบคุณ ผมจะจำไว้”

โมนาอึ้งไปชั่วขณะ นึกทบทวนว่าเธอตอบผิดหรือเปล่า เมื่อนึกได้ก็ตาโต รีบละล่ำละลักอธิบาย “ฉันหมายความว่าฉันชอบที่ถูกมองด้วยความอิจฉานะ ไม่ได้หมายความอย่างอื่น”

“อย่างอื่นที่ว่านี่ คุณหมายถึงอะไรเหรอ”

โมนารู้สึกเหมือนตัวเองติดกับ คำพูดเหมือนอยู่ที่ปลายลิ้นนี่เอง แต่กลับเอ่ยอะไรไม่ออกสักคำ

“คุณชอบผม เหมือนที่ผมชอบคุณไหม เชรี” เขายืนอยู่ตรงนั้น มองมาที่เธอด้วยแววตานิ่ง ๆ อ่านไม่ออก

คนที่นั่งอยู่บนรถเข็นเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นอัมพาตก็ตอนนี้เอง อวัยวะทุกส่วนในร่างกายเธอคล้ายพร้อมใจกันหยุดทำงานในวินาทีนั้น ขยับมือ แขน หรือขาไม่ได้ แม้กระทั่งกะพริบตายังรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากเย็น

นานราวนิรันดร์กว่าโมนาจะตั้งสติได้ เธอกลืนน้ำลายฝืด ๆ ลงคอ ก่อนตะกุกตะกักโวยวาย “ถามบ้า ๆ อะไรอย่างนั้นนะโนแอล คุณก็รู้อยู่แล้วว่าเราเป็นเพื่อนกัน”

โนแอลปัดเสื้อสูทไปข้างหนึ่ง แล้วล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกง ทั้งยังยืนหย่อนเท้าด้วยท่วงท่าสบายใจขณะเอ่ย “แต่ผมไม่อยากเป็นเพื่อนกับคุณอีกต่อไปแล้ว”

หญิงสาวอ้าปากค้าง เมื่อตั้งสติได้จึงกะพริบตาปริบ “เอะ เอะ เอ็มอาร์ไอ ฉันว่าคุณต้องไปทำเอ็มอาร์ไอสแกนสมองเดี๋ยวนี้เลย”

ดังคาด...โมนาขาแพลงต้องพันผ้าไว้ชั่วคราว ส่วนเขาไหล่ยอกและกล้ามเนื้ออักเสบจากการกระแทกที่ค่อนข้างรุนแรง แพทย์จ่ายยาและนัดทั้งคู่มาตรวจอาการอีกครั้งในสัปดาห์หน้า จากนั้นจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้

โนแอลยืนกรานเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด โมนาจึงจำต้องสอดบัตรเครดิตกลับคืนใส่กระเป๋าด้วยท่าทางไม่เต็มใจ “โชคดีนะเนี่ยที่คุณให้ฉันเอากระเป๋าสตางค์พกติดตัวไว้”

“แต่โชคร้ายที่ผมให้คุณเอาโทรศัพท์ติดตัวไว้ด้วย มันเลยหายไปตอนที่เกิดเรื่อง”

โมนาถอนหายใจ “เลิกโทษตัวเองได้แล้ว ถ้าคุณพูดอะไรน้ำเน่า ๆ อย่างนี้อีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะหยิกไหล่คุณ ให้บวมช้ำอักเสบยิ่ง ๆ ขึ้นไปเลย เข้าใจไหม”

หญิงสาวเสส่งใบเสร็จให้เขา แล้วเปลี่ยนเรื่อง “ไปรับยาให้หน่อยสิ”

เธอมองตามฝรั่งตัวสูงไปด้วยความรู้สึกอันไม่กล้าหาคำอธิบาย ขนาดอยู่ในสภาพมอมแมมเช่นนี้ โนแอลก็ยังหล่อสะดุดตาจนใครต่อใครเหลียวหลัง หลายครั้งที่โมนายังไม่ค่อยอยากจะเชื่อตัวเองว่าทั้งหมดนี่คือเรื่องจริง เธอมีผู้ชายที่หล่อราวกับความฝันคนนี้มาวนเวียนอยู่ในชีวิตใกล้ชิดขนาดนี้โดยที่ไม่รู้สึกอะไรเลยจริงหรือ !

ภาพที่โนแอลส่งยิ้มมาให้จากเคาน์เตอร์ ก่อนเดินกลับมาสมทบกับเธอพร้อมทั้งถุงยาในมือ ทำให้เภสัชกรสาวซึ่งมองเขาด้วยความชื่นชม ถึงกับเลื่อนสายตามามองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น

โมนานึกขันอยู่ในใจ นี่เป็นเหตุการณ์ที่เธอเห็นบ่อยที่สุดนับตั้งแต่รู้จักผู้ชายคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ฟิตเนส หรือยามไปไหนมาไหนด้วยกัน หลายหนที่หญิงสาวเริ่มกังวล กลัวตัวเองเสพติดสายตาริษยาจากผู้หญิงคนอื่นจนลืมไปว่า หากปราศจากผู้ชายคนนี้ สายตาและความอิจฉาเหล่านี้ก็จะหายวับไปด้วยเช่นกัน

บุรุษพยาบาลปราดเข้ามาเข็นรถพาหญิงสาวไปยังด้านหน้าของโรงพยาบาลอย่างรู้หน้าที่ โมนาแหงนขึ้นมองผู้ชายที่เดินเคียงอยู่ข้างรถเข็นแล้วก้มลงมองข้อเท้าตัวเอง พลันรอยยิ้มเศร้าก็แต้มขึ้นบนใบหน้าโดยไม่ทันควบคุม

ถ้าโนแอลรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุ ที่เขาต้องเจ็บตัวก็เพราะโดนหางเลขไปโดยไม่ตั้งใจ ผู้ชายคนนี้...จะยังดีกับเธออย่างนี้หรือเปล่า

------------------------------------------------

ตอนนี้ที่ลงให้อ่าน ยังไม่ถึงครึ่งเล่มเลยนะคะ

หัวใจร้อยดาวยาว 502 หน้า

ตอนนี้ลงถึงหน้า 232 แล้วค่ะ

ใครอยากหวานแบบไม่สะดุด

จัดอีบุ๊กกันได้เล้ยยยยยย

หรือถ้าใครไม่สะดวกโหลดอีบุ๊ก

อย่างน้อยก็ขอกำลังใจ

ไปรีวิวหรือให้หัวใจโนแอลกันคนละไม้ละมือ

ที่ตรงนี้>>https://goo.gl/VrsXdA

sds

หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว