[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

ตอนที่ 20

แม้จะเป็นวันหยุดแรกของช่วงเทศกาล และร่างกายก็เพิ่งได้รับความกระทบกระเทือนทั้งภายนอกภายใน แต่เพียงสิบนาฬิกาของเช้าวันเสาร์ถัดมา โมนาก็หลับต่อไม่ไหว ไม่ว่าพยายามพลิกตัวยังไง ประสาทก็ตื่นโพลงเกินกว่าจะยอมนอนต่อ สุดท้ายเธอจึงโขยกเขยกออกมาที่ครัวเพื่อหาน้ำเปล่าสองแก้วดื่มก่อนแปรงฟันตามสูตรลดความอ้วนที่อ่านมาจากอินเทอร์เน็ต แล้วใครอีกคนก็เดินหน้ายุ่งหัวฟูออกมาจากห้องนอนในสภาพยับเยินพอกัน

“โนแอล ทำไมหน้าตาเป็นอย่างนั้นล่ะ” โมนาวางแก้วน้ำ หัวเราะคิกคัก

ใบหน้างัวเงียเพิ่งตื่นนอนของชายหนุ่มบุ้ยหน้าไปทางหัวไหล่ขวา “มันบวมหรืออักเสบก็ไม่รู้ ยกมือไม่ขึ้นเลย”

“ไปให้หมอดูอีกทีไหม” คนเจ็บขากระโดดขาเดียว ก้าวพรวดมาหาอีกฝ่าย

ชายหนุ่มเขม้นตาสำรวจเธอแล้วส่ายหน้า “คุณไปล้างหน้าเลย แล้วมาช่วยผม” คุณชายเจ้าสำอางสั่งดื้อ ๆ

“ตลกละโนแอล ฉันไม่ใช่สาวใช้ประจำตัวคุณนะ”

ดวงตาสีน้ำเงินแกมฟ้ากะพริบปริบ แล้วโนแอลก็ใช้มือซ้ายเอื้อมมาคว้ามือเธอไปจับไว้พร้อมกับอ้อน

“ช่วยหน่อยนะเชรี ผมยกแขนไม่ไหวจริง ๆ น้า...”

โมนารีบผลักแก้มอีกฝ่ายออกห่าง อุบอิบเสียงเขียว “ไม่ต้องมาอ้อนวอนแถวนี้เลย ฟันก็ไม่แปรง เหม็น ! ”

“แต่ยังหล่อนะ”

“สำหรับคนอื่นน่ะใช่ แต่เสียใจ ฉันเห็นหน้าหล่อ ๆ ของคุณจนชินแล้ว ตอนนี้คุณหน้าตาธรรมดามาก ขอบอก”

“ธรรมดาก็ไม่เป็นไร แค่คุณชอบก็พอแล้ว” มือแข็งแรงเปลี่ยนมารุนหลังหญิงสาวแทน ไม่เปิดโอกาสให้เธอเถียง “ไปล้างหน้าเร็วเข้า จะได้มาช่วยผมล้างหน้าบ้าง”

“ฉันเป็นดอกเตอร์นะโนแอล ไม่ใช่เด็กป.สาม ถึงจะเชื่อว่าคุณใช้มือซ้ายข้างเดียวดูแลตัวเองไม่ได้น่ะ” โมนาสะบัดแขนเขาออกจากบ่า แล้วกระโดดหย็องแหย็งออกห่าง เชิดหน้าตอบโต้อย่างรู้ทัน

“สอนไม่จำเลยนะเชรี ผู้หญิงน่ะบางครั้งต้องแกล้งรู้ไม่ทันบ้างสิ ผมอุตส่าห์เปิดโอกาสให้คุณได้ใกล้ชิดกับผมแท้ ๆ นะ ไม่รู้จักคว้าไว้บ้างเลย”

“ก็แล้วทำไมฉันจะต้องอยากใกล้ชิดคุณด้วยล่ะ” โมนาไม่รู้ตัวสักนิดว่าขณะโวยประโยคนี้ เสียงเธอเบากว่าปกติ ทั้งใบหน้ายังเริ่มแปรเป็นสีก่ำขึ้นทีละนิดด้วย

“คำตอบจะเป็นอะไรก็ช่าง ไม่ต้องไปหาเหตุผลให้มันหรอก รู้แค่ว่าผมต้องการให้คุณช่วยดูแลผมก็พอแล้ว” จอมเผด็จใช้มือข้างดีรุนหลังโมนาเข้าห้องน้ำ “รีบแปรงฟันเร็วเข้า จะได้ไปช่วยผมแปรงฟัน ล้างหน้า โกนหนวด”

คนเจ็บแขนกับคนเจ็บขาผลัดกันออกฤทธิ์แกล้งกันไปมา โวยวายเสียงขรมปนกัน ทั้งยังขืนตัวไว้บ้างรั้งแขนไว้บ้างเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสมใจง่ายนัก

หญิงสาวมัวแต่สะบัดตัว หัวเราะคิกคักเมื่อถูกแหย่ถูกแกล้ง จนลืมคิดไปเสียสนิทว่าโนแอลเพิ่งพูดออกจากปากอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการเหตุผลใด ๆ สำหรับการ ‘เปิดโอกาส’ ครั้งนี้ แบบเดียวกับที่เขาเคยบอกไว้ว่า ไม่ต้องใช้เหตุผล เวลาเป็นเรื่องของ...ความรัก !

กว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจทั้งการช่วยล้างหน้าและโกนหนวดตามที่ชายหนุ่มย้ำว่าจงใจ ‘เปิดโอกาส’ ให้โมนาได้ใกล้ชิดตัวเอง ก็เป็นเวลาเกือบสิบเอ็ดนาฬิกา แทนที่จะทำอาหารเช้ารับประทาน สองหนุ่มสาวจึงรองท้องด้วยซีเรียลถ้วยเล็ก ๆ คนละชาม ก่อนไปห้างทานมื้อกลางวันและซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ไปพร้อมกัน

หลังจากพาโมนาโขยกเขยกลงลิฟต์มาเรียกแท็กซี่ไปส่งยังห้างสรรพสินค้ากลางเมือง เขายืมรถเข็นของห้างเข็นพาโมนาไปแจ้งระงับซิมโทรศัพท์เครื่องเก่า จากนั้นหาซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่แทนเครื่องที่หายไป ส่วนของเขาก็เสียหายใช้การไม่ได้เพราะกระแทกพื้น

“คุณเลือกสิ คุณใช้รุ่นไหน ผมก็จะใช้รุ่นเดียวกันแหละ และเพื่อเป็นการชดใช้ ผมจะเป็นสปอนเซอร์ซื้อให้คุณเอง” โนแอลหย่อนสะโพกลงบนที่เท้าแขนแบบหมิ่น ๆ พลางเอื้อมมือข้างดีไปเท้าก้านโลหะติดกับพนักด้านหลังเพื่อทรงตัว

“ขาคุณก็ไม่ได้เจ็บนะโนแอล ลุกไปเลย ไม่ต้องมาเบียด ฉันอึดอัด” โมนาตวัดตาค้อนใส่คนตัวโต เมื่อเห็นเขาไม่ขยับจึงใช้ไหล่ดันอีกฝ่ายกะให้เขาหล่นจากที่เท้าแขน

“คนเขาอยากอยู่ใกล้ จะได้ช่วยเลือกโทรศัพท์บ้าง แค่นี้ก็ไม่เข้าใจหรือไงเนี่ย” โนแอลบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็ยอมลุกขึ้นไปยืนอยู่ข้าง ๆ ดังเดิมแต่โดยดี

โมนาเห็นจากหางตาว่าพนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์แอบยิ้ม แถมยังหันไปสะกิดคนข้าง ๆ กระซิบกระซาบกัน บุ้ยปากมาทางเธอ แล้วหัวเราะอมยิ้มตาม ๆ กันไปอีกด้วย ปกติเวลาเจอเหตุการณ์อย่างนี้โมนาก็แค่ยิ้มรับทำท่าเหนือกว่าแม่พวกสาว ๆ ที่มองมาด้วยความอิจฉา แต่แปลก...ทำไมวันนี้ใบหน้าเธอกลับร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก

หญิงสาวใช้ข้อศอกกระทุ้งคนที่ยืนทำหน้าเป็นอยู่ข้าง ๆ เพื่อปรามให้เขา ‘แสดง’ น้อย ๆ หน่อย แต่ดูเหมือนยิ่งว่าจะกลายเป็นยิ่งยุ เพราะโนแอลหวานออกสื่อหนักกว่าเก่า

เมื่อเธอเลือกโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดได้สองเครื่อง รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงและกรอบอีกสารพัด โนแอลก็ทำให้เธอถูกอิจฉาอีกคำรบ เมื่อเขาควักบัตรเครดิตออกมาส่งให้พนักงานแล้วสั่ง “เอาทั้งหมดนี่เลยครับ” เมื่อพนักงานแยกไปทำรายการแล้ว เขาจึงก้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับเธอ “คุณอยากได้สีขาวหรือดำ ผมให้คุณเลือกก่อน”

โมนาหยิกแขนอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ “ไม่มีใครอยู่แล้ว ไม่ต้องเล่นบทคู่รักแสนดีแล้วคู้น อีกอย่างที่นี่ไม่ใช่บริษัท ไม่ต้องทำให้ใคร ๆ อิจฉาฉันก็ได้”

“ไม่เป็นไร ผมแถมให้ ถือเป็นการชดเชยที่ทำให้คุณเจ็บตัวละกัน” เขายักคิ้วล้อเลียน เสหันไปหยิบกรอบมือถือหลายอันมาส่งให้โมนา “นี่ก็สวยนะ ไม่เอาไปไว้สลับเปลี่ยนอีกเหรอ”

“พอแล้วค่ะ ที่คุณเลือก ๆ ไปเมื่อกี้ก็หลายอันแล้ว กว่าจะใช้ครบทุกอันคงอีกนาน ซื้อไปเยอะ ๆ ก็เปลืองเงินเปล่า ๆ อีกอย่าง...ไอ้เครื่องที่หายไปของฉันน่ะ มันเป็นเวอร์ทูแอซ์ตา ราคาแพงกว่านี้สิบเท่า ชดเชยยังไงก็ไม่เทียบเท่ากันหรอก เพราะฉะนั้น...เลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว”

“เฮ้ย ! พูดถึงชดเชยแล้วนึกได้เลย แอร์เมสคุณยังอยู่ในกล่องท้ายรถนี่นา ประกันบอกว่าลากรถเข้าศูนย์ให้แล้ว เดี๋ยวซื้อโทรศัพท์เสร็จ แวะไปที่ศูนย์ดูคาติเอากระเป๋าคืนกันไหม” ชายหนุ่มหน้าตื่นเป็นกังวล

“วันนี้วันหยุด ไม่มีใครทำงานแล้ว ไปก็เสียเที่ยวเปล่า ไม่มีคนเปิดประตูให้คุณเข้าไปเอาหรอก ช่างมันเถอะ”

เมื่อพนักงานส่งถุงใส่สินค้าให้ โนแอลรับมาคล้องไว้กับด้ามรถเข็นแล้วจึงพาหญิงสาวออกจากร้าน

“คุณไม่ห่วงกระเป๋าหรือ” เขาถามเมื่ออยู่ด้วยกันลำพังอีกครั้ง

“เราไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะไปทำอะไรแบบนั้น ของฉันฉันก็ห่วงนะ ถ้ามันหายไปก็คงเสียดายมาก แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อคืน ฉันคิดว่าไม่มีสิ่งไหนสำคัญเท่าตัวเราหรอก ฉันไม่ยอมให้กระเป๋าใบนึงมีค่ามากกว่าคนเจ็บสองคนเด็ดขาด"

คำตอบนั้นเป็นผลให้โนแอลเผยอยิ้มอย่างอดไม่ได้ เขาไม่ได้หยุดเข็นรถ แต่ก้มลงมากระซิบบอกหญิงสาวแผ่วเบา “รู้ไหมเชรี...คุณเป็น a woman to love ผู้หญิงที่เกิดมาเพื่อที่จะได้รับความรัก ไม่มีใครหรอกที่รู้จักคุณ แล้วจะห้ามใจไม่รักคุณได้สำเร็จ”

โมนาหัวเราะคิกราวกับได้ฟังเรื่องที่น่าขันที่สุดในโลก “ลูกน้องฉันคงไม่ได้คิดแบบคุณแน่ ๆ ค่ะ”

“นั่นเป็นเพราะพวกเขายังไม่ได้ ‘รู้จัก’ คุณเหมือนอย่างที่ผมรู้จักต่างหาก” ชายหนุ่มแย้งพลางยืดตัวตรง

“ว่ากันตามตรง ฉันก็ไม่อยากให้ใครมารักหรอก พวกลูกน้องน่ะกลัวฉันเลยก็ยิ่งดี เขาจะได้ไม่กล้าทำผิด”

“ตรรกะประหลาดอีกแล้ว” โนแอลส่ายหน้าระอา ทว่ายังไม่ทันได้เปิดฉากแย้งกันต่อ ใครคนหนึ่งก็ปราดเข้ามาจากทางด้านหลัง ยืนขวางอยู่หน้ารถด้วยสีหน้าบึ้งตึง

“โม ! นี่คุณไปทำอะไรมาน่ะ” เจ้าของเสียงคือชัชวินนั่นเอง สีหน้าเขาเป็นเดือดเป็นร้อนชัดเจน ชายหนุ่มย่อตัวลงแตะปลายนิ้วลงที่ผ้าพันข้อเท้าสีเขียวอ่อนแผ่วเบา แล้วเงยขึ้นคาดคั้นคำตอบ “เกิดอะไรขึ้นหรือโม บอกผมสิ”

โมนาชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนเปลี่ยนเป็นท่าทีผ่อนคลาย “ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่ประสบอุบัติเหตุนิดหน่อย”

“เมื่อไหร่” คำถามต่อมากระชั้นแทบไม่หายใจ

“เมื่อคืนค่ะ”

ชัชวินกำมือแน่นระงับอารมณ์เต็มที่ เขาตวัดสายตาขึ้นมองโมนา แล้วจึงเลื่อนไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลัง แววตามีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวชัดเจน

“ดูเหมือนคุณจะผิดหวังนะคะ” โมนาหยัน

“ผมโกรธคนที่มันทำกับคุณอย่างนี้ต่างหาก”

“ฉันยังไม่ได้เล่าให้คุณฟังเลยว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นยังไง ไม่คิดว่าฉันแค่ตกบันไดหรือหกล้มบ้างหรือคะ” โมนาย้อนถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ดวงตาจับจ้องอีกฝ่ายเขม็ง

"ลาออกจากบริษัทซะโม อย่ารอจนเรื่องมันรุนแรงไปกว่านี้แล้วเราทุกคนจะต้องเสียใจ” ชัชวินดึงมือเธอไปกุมไว้แล้วบีบแรง ๆ “เชื่อผมนะโม คนที่ทำเรื่องนี้มันไม่หยุดแค่นี้แน่ ๆ ”

“คุณรู้ใช่ไหมคะว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

“อย่าบังคับให้ผมพูดไปมากกว่านี้เลยโม แค่นี้มันก็อันตรายสำหรับคุณมากพอแล้ว” ชัชวินผุดลุกขึ้นยืน ประสานสายตากับเจ้านาย “ถ้าคุณแคร์โมอย่างที่เพียรแสดงออกอยู่ตลอดเวลาจริง ๆ อย่าให้เธอไปทำงานที่บริษัทอีก”

เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วชัชวินก็ก้าวพรวด ๆ แยกไปอีกทางหนึ่ง ลับกายหายไปอย่างรวดเร็ว

โมนาเอี้ยวตัวแหงนขึ้นไปสบตาโนแอลเงียบ ๆ ทั้งคู่ต่างมีคำถามมากมายวิ่งวุ่นอยู่ในหัว แตกต่างกันไปคนละทาง ล้วนแล้วแต่ไม่มีคำตอบที่เข้าใจได้เลยสักข้อ !

ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้วว่าการฉลองนับถอยหลังสู่ศักราชใหม่ปีนี้คงต้องเหงาและกร่อยอย่างที่สุด เพราะเพื่อนสนิทในกลุ่มซึ่งแต่งงานไปแล้วคงอยากอยู่กับสามีและครอบครัวมากกว่า ส่วนตุลยาสาวโสดเพื่อนรักที่เกิดวันเดือนและปีเดียวกัน ตอนนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติต้องสลัดโสดให้ได้ จึงไม่ค่อยได้มีเวลาอัพเดทข่าวสารกันเลย

แต่โนแอลก็ทำให้มันกลายเป็นการก้าวข้ามปีใหม่ที่น่าประทับใจได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อเขายอมให้เธอออกจากโปรแกรมลดความอ้วนได้หนึ่งวัน โดยข้ามไปซื้อวัตถุดิบจากฟู้ดแลนด์ที่ฝั่งตรงข้าม จ้างมอเตอร์ไซค์รับจ้างหิ้วมาส่งยังคอนโดฯ แล้วกำกับให้เธอเป็นคนทำอาหารมื้อง่าย ๆ

หญิงสาวหมายมาดว่าจะกินให้อิ่มหนำหลังจากต้องควบคุมเมนูมานานนับเดือน ยิ่งเมื่อเห็นปริมาณอาหารที่เธอเตรียมแล้ว ก็ยิ่งมั่นใจว่าวันนี้สนุกแน่ !

โนแอลเปิดเพลงฝรั่งเศสคลอไว้เช่นทุกวัน เขารินไวน์แดงใส่แก้วก้านสูงมาวางข้างเคาน์เตอร์ทำอาหาร แล้วลากเก้าอี้สตูลมาให้โมนานั่งทำกับข้าว ส่วนตัวเองกางหนังสือ ‘ผู้หญิงฝรั่งเศสไม่อ้วน[1]’ หาสูตรอาหารมาอ่านวิธีทำดัง ๆ บ้างก็หยิบของส่งให้แม่ครัวใหญ่ และปวารณาตัวเป็นลูกมือชั้นดีของเธอ

กว่าอาหารและของหวานจะเสร็จพร้อมรับประทาน ฟ้าก็มืดสนิท ส่วนไวน์แดงหมดไปครึ่งขวด โมนาทั้งอิ่มทั้งกรึ่มจนแทบไม่เหลือความอยากอาหาร เธอถือแก้วไวน์โขยกเขยกมานั่งที่โซฟา มองโนแอลนำผ้าสีน้ำเงินเข้มปูโต๊ะเตี้ยตรงหน้า เตรียมส้อมและมีดวาววับจัดโต๊ะ เขาหาเชิงเทียนไม่ได้ จึงนำเทียนหอมมาวางตรงกลางแทน

“อย่านั่งโต๊ะใหญ่เลย มันดูไม่ค่อยรื่นเริงสมกับที่เป็นการฉลองปีใหม่ เอาหมอนมากองรวม ๆ กันตรงนี้ดีกว่า แล้วก็กินไปดูทีวีไป”

คนขาดีแต่เจ็บแขนหยิบจานอาหารมาส่งให้โมนา ซึ่งนั่งเฉย ๆ คอยเรียงของบนโต๊ะให้เข้าที่ แล้วการฉลองแบบง่าย ๆ ก็เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น ไวน์ขวดแรกหมดไปแล้ว ขณะที่โมนาเริ่มลิ้นไก่สั้นตาปรือหัวเราะง่ายกว่าปกติ

“ความฝันของฉันก็คือการเดินทางไปรอบโลก” หญิงสาวรินไวน์ขวดใหม่ใส่แก้วชูขึ้นนิด ๆ “ตอนเด็ก ๆ ฉันอยากเป็นเหมือนพ่อมากเลย ถึงจะไม่ค่อยได้พบท่าน เจอกันปีละหน แต่พ่อกับแม่เป็นฮีโร่ในใจฉันนะ พ่อพูดได้ห้าภาษา ทั้งไทย อังกฤษ เยอรมัน สเปน แล้วก็อาหรับ ส่วนแม่ก็เป็นผู้หญิงสวยที่สุดเลย พี่ฉันเหมือนแม่เปี๊ยบ ! ” คนเล่าฝืนยิ้ม “คุณย่าบอกว่าเด็กผู้หญิงที่เหมือนแม่ โตขึ้นจะอาภัพ สงสัยจะไม่จริง เพราะพี่มีนไม่มีโอกาสได้โตด้วยซ้ำ”

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” แม้แอลกอฮอล์จะเข้าไปวิ่งอยู่ในสายเลือดมากกว่าปกติ แต่โนแอลก็ยังมีสติครบถ้วน จึงสังเกตได้ถึงน้ำเสียงผิดปกติของเธอ

“พ่อฉันเป็นทูตทหารค่ะ ท่านเดินทางไปประจำที่โน่นที่นี่ตลอด ตั้งแต่เล็กจนโต ฉันย้ายโรงเรียนทุกสี่ปี อ้อ...ฉันเกิดที่อิตาลีค่ะ คุณคงรู้ โมนามาจากมาดอนนาที่แปลว่าคุณผู้หญิง หลังจากไปประจำที่ทวีปแอฟริกาสี่ปี พ่อก็ลาออกจากราชการ ไปเป็นอาสาสมัครทำงานในองค์กรการกุศลที่นั่นแทน องค์กรที่ท่านสังกัดอยู่ย้ายประเทศไปเรื่อย ๆ ตรงไหนลำบากต้องการความช่วยเหลือก็ไปตรงนั้น คุณย่าเลยบังคับให้พ่อส่งฉันกับพี่มีนกลับมาเมืองไทย

“พอพี่มีนจบมัธยมปลาย กำลังจะบินไปเรียนต่อที่สวิส ก็เลยไปหาพ่อกับแม่ที่โน่นก่อน พี่มีนไปอยู่กับท่านจนใกล้เปิดเทอม อุบัติเหตุเกิดตอนที่ทั้งสามคนกำลังเดินทางไปสนามบินเพื่อส่งพี่มีนขึ้นเครื่องไปสวิส ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นความขัดข้องของเครื่องยนต์ทำให้รถของท่านพุ่งตกลงจากสะพาน

“เสียดายที่สมัยนั้นเทคโนโลยีถุงลมนิรภัยยังไม่ดีเหมือนเดี๋ยวนี้ ทั้งสามคนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย ถ้าฉันไม่เป็นอีสุกอีใสซะก่อน คุณย่าคงยอมให้ฉันไปแอฟริกาพร้อมพี่มีน ตอนนั้นฉันเพิ่งเต็มสิบห้าไม่นาน แต่ก็ต้องช่วยคุณย่าไปรับพ่อแม่แล้วก็พี่มีนกลับมาเมืองไทยด้วยตัวเอง”

หญิงสาวถอนหายใจ ดวงหน้าไม่มีรอยยิ้ม “ใครจะเชื่อคะว่าคนเราเกิดที่นึง โตอยู่ที่นึง แล้วก็เอาชีวิตไปทิ้งไว้อีกที่นึง”

ชายหนุ่มรู้สึกถึงอาการวาบลึกในหัวใจ เช่นนี้เอง...โมนาไม่เคยพูดถึงพ่อกับแม่ให้ฟังมาก่อน “ถ้าคุณไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ ผมก็เข้าใจนะเชรี”

“ใช่...เรื่องมันเศร้า งั้นก็อย่าพูดถึงอีกเลย วันนี้วันส่งท้ายปี เล่าแต่เรื่องสนุก ๆ ดีกว่า นี่...ถามจริง คุณใช้วิธีไหนเหรอ ถึงเป็นซีอีโอบริษัทใหญ่ขนาดนี้ได้ตั้งแต่อายุยังไม่สี่สิบเลย มีเคล็ดลับอะไรหรือเปล่า”

โนแอลไม่อยากให้บรรยากาศหดหู่จึงรีบรับมุกด้วยการทำสีหน้าเจ้าเล่ห์เพื่อให้เธอลืมความเศร้า “เคล็ดลับเหรอ...ก็ต้องมีบ้างแหละ” เจ้าของเรื่องอุบไต๋ “ถ้าอยากให้เล่าก็ต้องแลกกัน ความลับแลกความลับไงล่ะ”

“แหม...แค่ได้ยินข้อเสนอของคุณ ฉันก็พอจะเดาได้แล้วว่าคุณคงต้องมีทักษะการต่อรองที่เก่งมากจนผู้ใหญ่ทางโน้นเห็นแววแน่เลย”

“ผิด ! ผมเรียนจบช้า กว่าจะเข้าทำงานในบริษัทก็ตอนเข้าเบญจเพศพอดี ทีแรกลียองไม่อยากรับผมหรอก แต่เพราะผมเสนอว่าจะช่วยทำแผนประชาสัมพันธ์บริษัทให้ฟรี เขาจึงตอบตกลง ผมเริ่มงานด้วยตำแหน่งพนักงานขาย ทำได้ไม่ถึงเดือน อยู่ดี ๆ ซีอีโอก็เรียกเข้าไปพบ เอมิเลียถามผมว่าอะไรคือเป้าหมายในการทำงานของผม พอผมตอบว่าตำแหน่งซีอีโอของเธอ วันรุ่งขึ้นผมก็ได้ย้ายมาเป็นพีเอ[2]ของเอมิเลีย แล้วเราก็เริ่มต้นเดตกันตั้งแต่ตอนนั้น”

“หา ! นี่อย่าบอกนะว่าตำแหน่งนี้คุณได้มาเพราะเอาตัวเข้าแลกน่ะ” โมนาขัดขึ้นด้วยท่าทางตกใจ

“เอมิเลียตั้งใจ ‘สอนงาน’ ผมทุกเรื่อง เราเข้ากันได้ดี แทบไม่เคยทะเลาะกันเลย ผมเรียนรู้งานของเธอทุกอย่าง จนวันนึงเราก็เลิกกัน ง่ายเหมือนกับตอนที่เริ่มเดตกันเลยละ”

“ตอนนั้นคุณเจอกับคุณขิมหรือยัง”

“ยัง ผมเพิ่งเจอขิม หลังเลิกกับเอมิเลีย ขิมทำให้ผมตัดสินใจเลิกทำอาชีพเสริม ผมอยากมีงานการที่มั่นคงเพื่อจะได้เลี้ยงดูครอบครัว เอมิเลียเลื่อนให้ผมเป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายเป็นสิ่งสุดท้าย ก่อนออกจากบริษัทในเดือนถัดมา มีซีอีโอมาคั่นเวลาชั่วคราว แล้วสามปีต่อจากนั้นผมก็ได้เป็นซีอีโอของลียองฝรั่งเศส”

“หา ! เป็นซีอีโอมันง่ายขนาดนี้เลยเหรอ”

“เมื่อคุณมีทักษะพร้อม มีความสามารถเพียงพอ มีสายตามองเห็นโอกาสที่คอยอยู่ รู้จักใช้อำนาจ กล้าตัดสินใจ แก้ปัญหาเป็น มีบารมีมากพอ ก็ไม่มีอะไรขวางคุณกับตำแหน่งที่เหมาะสมได้หรอก ผมดูแลลียองฝรั่งเศสได้สองปีก็ถูกส่งมาที่นี่ มาเจอคุณ...”

“ฉันนึกว่ามีแต่ผู้หญิงที่ใช้ความสวยเป็นบันไดไต่เต้าเพื่อการงาน เพิ่งรู้ว่าผู้ชายก็ใช้ความหล่อทำแบบเดียวกันได้ด้วย” โมนาเสียดายลึก ๆ ในใจ อาชีพเสริมของโนแอลคือการเป็น ‘เพื่อนเที่ยว’ ของเจ้านายนี่เอง เขาจึงก้าวหน้าเร็วขนาดนี้ หญิงสาวนึกถึงข้าวของแพง ๆ ที่เขาใช้ติดตัวแล้วยิ่งห่อเหี่ยว ของพวกนั้นคงเป็น ‘บรรณาการ’ จากบรรดาลูกค้าของเขา มิน่า...เขาเคยพูดทำนองไม่ถนัดเลือกว่าผู้หญิงควรใส่อะไร ท่าทางเขาคงถนัดแต่ ‘ถอด’ ละมั้ง !

โนแอลเลื่อนจานของหวานมาตรงหน้าเธอ “ในสายตาคุณ ผมดูสิ้นไร้หนทางขนาดนั้นเลยเหรอ”

โมนาฝืนยิ้มอย่างเสียไม่ได้ “ฉันรู้ว่าคุณเก่ง ฉลาด รอบคอบ แล้วก็เจ้าเล่ห์ด้วย เพียงแต่ว่าบันไดขั้นแรกของคุณสง่างามน้อยไปหน่อย นี่ถ้าคุณใช้ความสามารถเข้าชนอย่างเดียว มันคงให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป”

“ผมก็ใช้ความสามารถของผมนี่ ไม่ได้ไปโกงใครเขามาสักหน่อย” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

“เอาเหอะ มันเป็นชีวิตของคุณนี่ ฉันไม่บังอาจไปวิจารณ์หรอก” โมนารีบสรุปตัดตอน ไม่อยากให้บรรยากาศที่กำลังสนุกกลายเป็นจืดกร่อยไปแทน

“เอาละ...ผมเล่าเรื่องผมแล้ว ความลับของคุณล่ะ”

หญิงสาวพยายามฝืนยิ้ม ปรับอารมณ์ให้ร่าเริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ “อืม...เอาเรื่องไหนดี หลังจบปริญญาตรีที่เมืองไทย ฉันก็ไปเรียนต่อที่อเมริกาจนจบปริญญาเอก ตอนคุณจบตรี ฉันเป็นดอกเตอร์แล้วนะ” โมนาเห็นสีหน้าระอาปนหมั่นไส้ของคนฟัง จึงหัวเราะนิด ๆ อย่างฝืดเฝื่อนก่อนเล่าต่อ “หลังเรียนจบฉันกลับมาทำงานที่...” เธอเอ่ยชื่อองค์กรด้านการเงินอันดับต้น ๆ ของโลก “แล้วรุ่นพี่ที่รู้จักคนนึง ก็ชวนฉันย้ายมากินตำแหน่งใหญ่ขึ้นที่ลียองเมื่อสองปีก่อน”

“มันเป็นความลับที่ไหนเนี่ย ผมเรียกแฟ้มประวัติพนักงานมาดู ก็รู้เรื่องที่คุณเล่าหมดแล้ว”

“ความจริงมันต้องเป็นความลับนะ เพราะฉันไม่ได้เปิดเผยให้ใครรู้ การที่คุณไปรู้มาเองเพราะอภิสิทธิ์จากการเป็นซีอีโอ มันไม่ใช่ส่วนที่ฉันต้องรับรู้นี่”

“คุณเฉโก ขี้โกงชัด ๆ ! ” ท่าทางเขาเหมือนพร้อมจะลุกขึ้นเต้นหรับ ๆ กระทืบบาทตวาดอึง

โมนาสลัดความรู้สึกอื่นทิ้ง จดจ่อกับความสุขตรงหน้าแทน เธอลอยหน้ารับถ้อยคำประณามด้วยท่าทีชื่นบาน ดื่มไวน์หมดแก้ว แล้วหยิบขวดมาจะรินเพิ่ม ทว่า... “อ้าว...ทำไมหมดเร็วจัง”

“ก็คุณเล่นรินแก้วต่อแก้วนี่นา นี่ยังจะดื่มอีกเหรอ พอก่อนดีไหม เดี๋ยวก็อยู่ไม่ถึงตอนเคานท์ดาวน์กันพอดี”

“ไหวสิ แค่นี้เอง สบายมาก” คนพูดตาฉ่ำปรือ แต่ยังพยักหน้าแข็งขัน

โนแอลยักไหล่ “โอเค ๆ เดี๋ยวผมลงไปซื้อไวน์มาเพิ่มละกัน โชคดีนะที่คอนโดฯ อยู่ตรงข้ามฟู้ดแลนด์ ไม่งั้นผมกับคุณคงอดตายแหง ๆ ”

หญิงสาวเอนพิงพนักโซฟา ยกมือขึ้นชูนิ้วโป้ง “เยี่ยมเลย รีบไปรีบมานะโนแอล จะได้ต่อเนื่อง มาให้ฉันสัมภาษณ์ต่อด้วย กำลังสนุกเชียว”

“อยู่ห้องคนเดียว อย่าเดินมากนักล่ะ เดี๋ยวขาไม่หายกันพอดี อยากได้อะไร เดี๋ยวผมกลับมา แล้วผมหยิบให้ โอเคไหม” ผู้คุมย้ำ คอยจนหญิงสาวพยักหน้ารับคำ แล้วจึงหยิบแจ๊คเก็ตเนื้อบางติดมือออกจากห้องพักไปตามลำพัง

อีกยี่สิบนาทีถัดมา โนแอลก็กลับมาพร้อมกับถุงกระดาษห่อไวน์สองขวด แต่เมื่อไขกุญแจเข้ามาในห้องกลับพบว่าโมนาซุกตัวหลับพับอยู่ที่โซฟาไปแล้ว ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีกตั้งเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาก้าวข้ามวันสู่ปีใหม่

โนแอลส่ายหน้าด้วยความเอื้อเอ็นดู เขาหาผ้านวมมาคลุมให้โมนาอย่างอ่อนโยน จากนั้นนั่งลงข้าง ๆ คนหลับ แล้วเปิดไวน์ขวดใหม่มานั่งจิบพร้อมกับดูรายการฉลองบนหน้าโทรทัศน์ไปพลาง จวบกระทั่งเสียงนับถอยหลังเพื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่จบลง ชายหนุ่มจึงยกแก้วไวน์ชูขึ้นในอากาศ แล้วหันมามองเจ้าของห้องด้วยสายตาเปี่ยมความหมาย

“สวัสดีปีใหม่เชรี แม่คนความรู้สึกช้า” ตอนท้ายเขาหัวเราะในคอ พลางโคลงศีรษะอย่างขัน ๆ บ่นพึมพำแผ่วเบา “พูดตรงก็แล้ว อ้อมค้อมก็แล้ว ยังไม่เข้าใจอีก สงสัย...”

โนแอลวางแก้วไวน์ไว้บนโต๊ะ แล้วเท้ามือลงบนพนักโซฟา โน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสโดนพวงแก้มหญิงสาว แต่แล้วเมื่อระลึกถึงความเหมาะสม เขาก็ชะงักและถอยมานั่งตัวตรง

ชายหนุ่มเสยผมด้วยความเคยชิน เอียงศีรษะพินิจใบหน้าอิ่มของคนหลับทีละส่วนทั้งปากแก้มคิ้วคาง แล้วจู่ ๆ ใบหน้าเขาก็ร้อนฉ่าแปลก ๆ ขณะเปลี่ยนมาใช้หลังนิ้วไล้ไปบนใบหน้าโมนาด้วยกิริยานุ่มนวล ย้ำคำเดิมที่พูดไปแล้ว

“ผมไม่อยากเป็นเพื่อนแล้วเชรี ผมอยากเป็นอะไรที่มากกว่านั้น”

[1] French Women Don’t Get Fat โดย Mireille Guiliano

[2] PA ย่อมาจาก Personal Assistant ในบริษัทข้ามชาติ นิยมใช้คำนี้ มากกว่าเลขาฯ

------------------------------------------------

เบาๆหน่อยค่ะโนแอล

คนอ่านยิ้มแก้มกางหมดล้าววววว

ตอนนี้ที่ลงให้อ่าน ยังไม่ถึงครึ่งเล่มเลยน้า

หัวใจร้อยดาวยาว 502 หน้า

ตอนนี้ลงถึงหน้า 232 แล้ว

ใครอยากหวานแบบไม่สะดุด

จัดอีบุ๊กกันได้เล้ยยยยยย

หรือถ้าใครไม่สะดวกโหลดอีบุ๊ก

อย่างน้อยก็ขอกำลังใจ

ไปรีวิวหรือให้หัวใจโนแอลกันคนละไม้ละมือ

ที่ตรงนี้>>https://goo.gl/VrsXdA

sds



หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว