รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 18 ของหาย...ที่ไม่มีวันได้คืน - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 18 ของหาย...ที่ไม่มีวันได้คืน - ((100%)) -

.
.
.
.
........
...

.

.

ปัทวีไม่รู้ตัวว่ากลับมาถึงบ้านได้อย่างไร เมื่อสมองเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องของเนตราและยุวมาศ โดยเฉพาะความรู้สึกผิดที่มีต่อภรรยา ทั้งที่เมื่อคืนเป็นคืนเข้าห้องหอ แต่วันนี้เขากลับออกจากบ้านตั้งแต่เช้า เพราะความสับสนวุ่นวายใจมาตลอดทั้งคืน และสาเหตุของมันก็ไม่ใช่ใครเลย เมื่อสาเหตุหนึ่งในนั้นกำลังยืนยิ้มต้อนรับเขา

“ขนมปังทานอะไรมารึยัง แยมทำของโปรดไว้ให้ด้วยแน่ะ หิวรึเปล่า”

“คนอื่นไปไหนล่ะ”

“คุณลุงคุณป้าออกไปหาซื้อต้นไม้น่ะค่ะ คุณป้าก็เลยบอกว่าจะไปซื้อพวกอาหารบำรุง กับผลไม้มาไว้ให้แยมด้วย”

“จริงสินะ คนท้องชอบทานของเปรี้ยวๆ แยมอยากทานอะไรบ้างมั้ย” ปัทวีเอ่ยถามขณะเดินเข้าบ้าน

ยุวมาศได้แต่ยิ้มพลางส่ายหน้า ชายหนุ่มมองดูความเป็นห่วงเป็นใยของเธอด้วยความอบอุ่นใจ สิ่งดีๆ ที่เธอมอบให้กำลังรักษาความผิดหวังในวันวานของเขาอย่างไม่รู้ตัว

“มาเหนื่อยๆ กินน้ำก่อนนะปัง”

ยุวมาศยื่นแก้วน้ำให้อีกฝ่าย เขามองร่างของหญิงสาวอีกครั้ง โดยเฉพาะท้องน้อยที่ยังแบนราบ หากเขาไม่ได้ไปหาแพทย์ทุกครั้งที่มีนัด เขาก็คงคิดว่าเธอไม่ได้ตั้งครรภ์เป็นแน่ นี่สินะที่ใครๆ เรียกว่าท้องสาว

“วันนี้ปังไปไหนมาเหรอ คุณป้าบอกว่าปังไปหาเพื่อนเก่า ตอนแรกแยมคิดว่าปังไปเจอลูกค้าเสียอีก”

ชายหนุ่มเหลือบตามองอีกฝ่ายผ่านขอบแก้วน้ำที่เพิ่งยกขึ้นดื่ม ท่าทางของเธอไม่ได้จับผิด แต่เป็นการถามไถ่อย่างเอาใจใส่ เขาอยากจะพูดความจริง ทว่าใจของเขากลับรู้สึกผิด เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองนักว่าเหตุใดจะต้องรู้สึกผิด โดยเฉพาะช่วงหลังมานี้ ถ้าเนตรามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแล้ว เขาก็มักจะรู้สึกเช่นนั้นกับยุวมาศเสียทุกครั้ง

“คุณแม่บอกอย่างนั้นหรือ”

“ค่ะ แยมตื่นมาไม่เจอปังก็เลยแปลกใจ ท่านก็เลยบอกว่าปังออกไปหาเพื่อนข้างนอก”

“ก็ประมาณนั้นล่ะ แต่พอดีเพลินน่ะ ก็เลยกลับมาซะเย็น”

“แล้วนี่ปังทานอะไรมารึยัง ถ้าหิวเดี๋ยวแยมตั้งโต๊ะให้เลย”

“ก็ดีนะ แยมก็มากินด้วยกันซะสิ กำลังท้อง...อย่าหิ้วท้องรอ เดี๋ยวลูกจะหิว”

ยุวมาศพยักหน้ารับพลางเดินเข้าห้องครัว ขณะที่ปัทวีได้แต่เดินตามอีกฝ่ายที่เดินนำไปก่อน หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ด้วยความหวัง แม้เขาจะห่วงเพียงลูก แต่เธอก็ดีใจนัก

ปัทวีขมวดคิ้วมุ่น เมื่อหันไปเห็นถุงกระดาษที่บ่งบอกแบรนด์ชื่อดัง ที่วางภายในห้องโถงบริเวณทางเดินเข้าห้องครัว

“นั่นของใครเหรอแยม”

“เพื่อนแยมซื้อมาฝากจากเมืองนอกน่ะ”

“เพื่อน? ปังรู้จักรึเปล่า”

“ไม่หรอก เพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว เขาอยู่เมืองนอกตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ อืม...แยมเคยเล่าให้ปังฟังแล้วนะเรื่องเพื่อนผู้ชายคนนี้ ตอนนั้นปังก็ยังเฉยๆ อยู่เลย”

“เป็นเพื่อนผู้ชายงั้นเหรอ”

“ค่ะ ทำไมเหรอคะ” ยุวมาศเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

ปัทวีที่อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างปิดปากเงียบพลางส่ายหน้า ความรู้สึกหวงแล่นขึ้นจนแทบจะว่าร้ายอีกฝ่าย ทว่าเขาจะหวงเธอด้วยเหตุผลอะไรล่ะ ในเมื่อเขาไม่ได้รักเธอ หรือเป็นเพราะเธอคือคนอุ้มท้องลูกของเขากันนะ

คิ้วเข้มขมวดจนเป็นโบ ความสับสน กังวลที่เขาคิดว่ามันควรหมดลงไป เมื่อเห็นท่าทีของเนตราและอคิราภ์เดินจูงมือกันเข้ามาในบ้าน ความรู้สึกที่อยากดึงเธอออกห่าง ก็ยังไม่เท่าความรู้สึกที่อยากจะเห็นหน้าค่าตาของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนของภรรยาสักนิด

ปัทวีได้แต่เม้มปากอย่างไม่เข้าใจตัวเอง นี่มันเกิดอะไรกับเขากันแน่ เขาจะหวงยุวมาศมากกว่าเนตราได้อย่างไรกัน ไม่มีทางเป็นไปได้เลย...แทบจะเป็นไปไม่ได้...

.

......................

.

.

ลิลินเดินออกจากห้องครัวเพื่อบริการน้ำดื่มให้ปาอินอย่างเคย ทว่าสิ่งที่แปรเปลี่ยนคือฐานะทางการเงิน เงินที่ได้รับจำนวนมากเมื่อครั้งเลิกรากับอคิราภ์หมดลง เพราะการจับจ่ายใช้สอยที่เกินตัวของหล่อนเอง แม้ปาอินจะพยายามหาเงินมาจุนเจือ แต่ก็ยังไม่พอจนมีหนี้สินเพิ่มขึ้น

“เป็นไงบ้างคะคุณปาอิน เจ้านายคุณยอมเพิ่มเงินเดือนให้รึเปล่าคะ”

“ไม่เลย เขาบอกว่าให้มากที่สุดได้เท่านี้ ผมว่าถ้าคุณประหยัดหน่อยก็พอไหวนะ เราคงพอผ่อนดอกได้บ้าง”

“ประหยัดเหรอคะ นี่ฉันก็ประหยัดจะแย่แล้ว แต่คุณดูบ้านโทรมๆ หลังนี้สิ เราต้องปรับปรุงมันตั้งเยอะแยะ” หญิงสาวแหวพลางกรีดเล็บสีแดงของตัวเองไปรอบบ้าน

ปาอินขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ แม้บ้านหลังนี้จะไม่ใหญ่โตเท่าบ้านพ่อเลี้ยงอคิราภ์ แต่เขามั่นใจว่ามันใหญ่โตพอจะอยู่ได้หลายคนเสียด้วยซ้ำ และเขาก็เก็บหอมรอมริบเพื่อซื้อให้หล่อนได้สบายหลังจากออกมาจากคุ้มอุ่นรัก

ร่างกำยำของปาอินลุกขึ้น หมายจะย่ำเท้าหนีเพื่อไม่ต้องปะทะคารมกับอีกฝ่าย

“คุณอย่าเดินหนีฉันแบบนี้นะคะ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน คุณคงไม่ได้สุขสบายอยู่แบบนี้หรอกนะ”

“ใครกันแน่ที่สุขสบายลิลิน ผมถามจริงๆ เถอะ เสื้อผ้าราคาแพงๆ ที่คุณซื้อมาน่ะ มันจำเป็นที่ไหนเมื่อคุณอยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้เข้าสังคมเช่นที่คุณเคยอยู่กับพ่อเลี้ยงอคิราภ์!”

“คุณปาอิน!” ลิลินตวาดแหวอย่างขุ่นเคืองใจ ที่เขากล้ากระแทกเสียงใส่หล่อน

“ผมยอมให้คุณเพราะผมรักคุณ และตอนนี้ก็ยังรัก ถ้าคุณคิดว่าผมจะยอมอยู่เฉยๆ ให้คุณกลับไปหาพ่อเลี้ยงล่ะก็ คุณคิดผิดแล้วล่ะ ผมไม่มีวันยอมให้คุณเดินจากผมไป อย่างที่พ่อเลี้ยงทำหรอกนะ ผมไม่ได้ใจดีขนาดนั้น ไอ้จดหมายที่คุณคิดจะส่งไปอ้อนพ่อเลี้ยงน่ะก็อย่าได้หวังเลย”

“ทำไมฉันจะทำไม่ได้ คิราภ์กับฉันมีลูกด้วยกันแล้ว มดต้องการแม่ ต้องการฉัน คุณอย่าคิดว่าจะห้ามฉันได้นะ!”

“ผมอาจจะห้ามคุณไม่ได้ แต่ผมทำให้คุณกลับไปหาพ่อเลี้ยงไม่ได้ เพราะผมจะขวางคุณทุกวิถีทาง หรือคุณอยากให้ผมบอกพ่อเลี้ยงล่ะว่าคุณคิดจะทานยาขับเลือด แต่เป็นเพราะว่าผมห้ามไว้ก่อน ไม่งั้นลูกของคุณกับพ่อเลี้ยงก็ไม่มีวันลืมตาดูโลก คุณคิดว่าถ้าพ่อเลี้ยงรู้เรื่องนี้จะยอมให้คุณเข้าไปยุ่งกับลูกเขารึเปล่าล่ะ”

“หึ! ไอ้เด็กนั่นมันทำให้ฉันหมดสวย ดูฉันตอนนี้สิมีแต่เนื้อเหลวๆ น่าเกลียดจะแย่” หญิงสาวเบ้ปากอย่างเหยียดๆ

ปาอินได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา ก่อนจะเอ่ยอย่างใจเย็น

“แต่นั่นเป็นสายเลือดของคุณนะลิลิน ถึงคุณจะไม่รักพ่อเลี้ยง แต่นั่นก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณเอง ผมไม่เคยคิดว่าเลยว่าคุณจะรังเกียจเขาและใจร้ายขนาดนี้ ผมเคยคิดว่าเป็นความผิดของผม แต่เอาเถอะ ผมจะไม่บอกพ่อเลี้ยงตราบใดที่คุณยังไม่คิดไปสร้างความวุ่นวายให้ที่นั่น พ่อเลี้ยงมีบุญคุณท่วมหัวผม การที่ผมหักหลังและทรยศความไว้ใจของพ่อเลี้ยงก็ถือว่ากตัญญูมากพอแล้ว อย่าได้เข้าไปยุ่งกับพวกเขาเลย”

“มดคือลูกของฉัน แม้ฉันจะไม่อยากให้เกิด แต่มันก็เป็นลูกของฉัน คิราภ์คงไม่มีวันยอมให้ลูกตัวเองมาอยู่กับฉัน และนั่นต้องทำให้เขารับฉันไปอยู่ด้วย”

“ผมเตือนแล้วนะลิลิน ผมไม่มีวันยอมให้คุณไปจากผมง่ายๆ ผมรักคุณเกินกว่าจะยอมเสียสละอย่างที่พ่อเลี้ยงทำ และผมจะไม่ให้คุณหลอกลวงอะไรพ่อเลี้ยงอีกแล้ว พ่อเลี้ยงกำลังจะมีความสุข คุณไม่ควรเข้าไปวุ่นวาย”

“ความสุข? คุณหมายถึงอะไร เกิดอะไรขึ้น”

“พ่อเลี้ยงกำลังจะแต่งงานใหม่เร็วๆ นี้”

“แต่งงาน! ไม่จริง! คิราภ์ไม่มีวันแต่งงานใหม่”

“ลิลิน...พ่อเลี้ยงแต่งงานไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกนะ คุณจากเขามาสี่ปีแล้ว หากเขาจะมีคนใหม่ คุณก็ควรจะดีใจ ไม่ใช่ตกใจ” ปาอินส่ายศีรษะอย่างระอาใจ ก่อนย่ำเท้าเข้าห้องน้ำ

ลิลินได้แต่ทรุดตัวลงนั่ง หล่อนจะทำเช่นไรดี แผนที่หล่อนคิดไว้กำลังจะพังลง หากอคิราภ์แต่งงานใหม่ ทรัพย์สมบัติของเขาจะต้องตกเป็นของคนอื่น ซึ่งไม่ใช่ของหล่อนอย่างที่หวัง นอกจากก้างชิ้นโตอย่างปาอินที่พยายามจำกัดขอบเขตให้หล่อนอยู่แต่ในบ้าน ทั้งไม่ยอมให้หล่อนกลับเข้าไปในชีวิตของอคิราภ์อีก

นอกจากปาอินจะคอยขัดขวางแล้ว ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน...เขาแทบไม่ให้เงินหล่อนใช้เสียด้วยซ้ำ กับข้าวและของใช้ภายในบ้าน เขาเป็นคนซื้อเข้ามาทั้งสิ้น จดหมายทุกฉบับที่หล่อนลักลอบเขียนมักถูกเขาพบเจอ หรือไม่ก็ต้องถูกเขาเจอเสียก่อนจะได้ติดแสตมป์ส่งไป ซึ่งเขาเผาทิ้งเสียสิ้น

หล่อนจะทำเช่นไร? ต้องมีสักวิธีที่จะทำให้หล่อนเข้าไปแทรกแซงได้ ต้องมีสักทางที่หล่อนจะเข้าถึงตัวมด...บุตรชายที่ลิลินทิ้งมาร่วมสี่ปี บุตรชายที่หล่อนไม่เคยมีใจหวนคิดถึงมากเท่าครั้งนี้ ซึ่งหล่อนไม่ได้คิดถึงด้วยใจรัก แต่ด้วยผลประโยชน์
.
.
.
.
- - - - - - - - อัปอีก 50% นะจ๊ะ - - - - - - - -

.

.

....................

.

.

เนตรากอดเข่าโยกตัวเองช้าๆ ราวกับกล่อมตัวเองให้หลับใหล ทว่าเธอไม่ได้กำลังขับกล่อมตัวเอง แต่ขับกล่อมจิตใจที่กำลังสับสนให้หยุดนิ่ง ด้วยเอาแต่หวนคิดถึงผู้ชายสองคนสลับไปมา หนึ่งคือชายร่างสูง ดวงตาเข้มดุที่ทำให้เธอใจเต้นระรัวทุกครั้งที่คิดถึง อีกหนึ่งคือชายสูงโปร่ง เส้นผมสีน้ำตาลสว่างไสว และมีแววตารักใคร่ให้เธอได้เห็นทุกครั้งที่พบเจอ แต่ทุกครั้งที่คิดถึงทำไมเธอถึงรู้สึกอึดอัด ลำบากใจนัก

ความรู้สึกที่แตกต่างนี้ เธอรู้แน่ชัดแล้วว่าใจเธอเอนเอียงไปเป็นของคนมาดนิ่งตาดุเสียแล้ว ทว่าเธอกลับรู้สึกไม่สบายใจ ด้วยมองเห็นเพียงม่านหมอกหนาๆ ที่ปกคลุมเส้นทางในอนาคต เธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าเขาจะไม่เลือกเธอ หากวันหนึ่งอดีตภรรยาเขาหวนย้อนกลับคืนมา มดจะต้องเลือกคนเป็นแม่ ซึ่งไม่ใช่เธอ และเขาที่รักลูกยิ่งกว่าสิ่งใด มีหรือจะบังคับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนได้ลงคอ เมื่อนั้น...เธอคงไร้ซึ่งความหมาย ไม่แคล้วต้องเจ็บทั้งใจทั้งกาย แล้วมันจะต่างอะไรกับสิ่งที่ปัทวีทำกับเธอเล่า

“เนย...คิดอะไรอยู่เหรอลูก” พิษณุถามบุตรสาวขณะทรุดกายนั่งเคียงข้าง

“พ่อขา เนยไม่รู้ว่ารู้สึกยังไง เนยไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะถูกหรือเปล่า”

“เนยไม่ได้รักปังแล้วใช่มั้ยล่ะ”

“เนยคิดอย่างนั้นค่ะ เนยรู้สึกเป็นห่วงปังนะคะ แต่จะให้เนยกลับไปคบกับเขา เนยคงทำไม่ได้หรอกค่ะพ่อ...เนยสงสารเด็ก สงสารแยมน่ะค่ะ เนยรู้นะคะว่าแยมน่ะรักปังมาก และรักปังมานานแล้ว เนยไม่แปลกใจเลยค่ะที่แยมพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขาไป”

“พ่อคิดว่าเนยคงไม่ได้รักปังมากอย่างที่คิด ไม่อย่างนั้นเนยคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้”

“เนยไม่ได้ยอมแพ้นะคะพ่อ แต่เนยไม่เห็นประโยชน์ที่จะไปแย่งเขากลับมา”

“ไม่ได้ยอมแพ้อะไรกัน แค่เห็นว่าปังอยู่กับแยม ลูกก็ไม่ยอมฟังที่เขาอธิบายสักนิด จนกระทั่งแม่เขามาคุยกับพ่อกับแม่ว่าต้องยกเลิกงานหมั้น เพราะปังมีความจำเป็นต้องแต่งงานกับแยม ลูกไม่ถามด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเลือกแต่งงานกับคนอื่น ร้องไห้ ฟูมฟาย แต่ไม่คิดตีโพยตีพายกับเขา ไม่ยื้อแย่งอะไรทั้งนั้น”

“ก็เพราะไม่จำเป็นนี่คะ หลังจากที่เนยเห็นเขาอยู่กับแยมเพียงสองวัน คุณป้าก็พาเขามาขอยกเลิกงานหมั้น แล้วเปลี่ยนเป็นแต่งงานกับแยม ถึงตอนนั้นเนยจะไม่รู้ว่าเป็นเพราะแยมท้อง แต่การที่เขาตัดสินใจแบบนั้น ก็ทำให้เนยตาสว่างว่าเรื่องที่เนยเข้าใจถูกแล้ว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือผิดพลาด คนที่เขาจะต้องอยู่ด้วยก็คือแยมไม่ใช่เนย และเนยไม่คิดจะแย่งสามีหรือพ่อของใคร”

“นี่ไงล่ะที่พ่อบอกว่าลูกยังรักปังไม่พอ ตาคิราภ์เองก็เป็นพ่อของตามด เคยเป็นสามีของคนอื่นมาก่อน แต่ลูกก็เป็นห่วงเขา พ่อว่า...บางทีคนที่จะทำให้ลูกยอมทำทุกอย่างเพื่อเขาคือตาคิราภ์ก็เป็นได้นะ”

“พ่อคะ หนูยังไม่รู้จักเขาดีเลยนะคะ”

“บางครั้งเวลาก็ไม่มีความสำคัญนะลูก ลูกคบกับตาปังมาเจ็ดปี แล้ววันนี้ปังกับลูกก็เป็นได้แค่เส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบ”

พิษณุลูบศีรษะบุตรสาว เขาเข้าใจความกังวลของหญิงสาวเป็นอย่างดี และสิ่งที่คนเป็นพ่ออย่างเขาจะทำได้ คงมีเพียงการแนะนำ และสนับสนุนให้เธอก้าวเดินไปตามเส้นทางที่ทำให้เจ้าตัวนั้นจะมีความสุขที่สุด

“พ่อไม่เคยบังคับอะไรเนย ครั้งนี้ก็เช่นกัน ถ้าลูกไม่ต้องการแต่งงานกับคุณคิราภ์ ลูกก็บอกเขาไปตรงๆ คนที่ใช่สำหรับเรา อาจไม่ใช่คนที่เรารักก็ได้ ดูอย่างปังกับแยมสิ...ปังรักหนูแยมหรือเปล่า ก็ไม่ได้รักไม่ใช่หรือ แต่ทั้งคู่ต้องอยู่ด้วยกัน สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ การได้เห็นลูกมีความสุข พ่อก็มีความสุขแล้วล่ะ”

“พี่คิราภ์เคยมีครอบครัวที่ล้มเหลวค่ะพ่อ ภรรยาพี่คิราภ์มีชายอื่น และเลิกกับพี่คิราภ์เพื่อไปอยู่กับคนนั้น เนยไม่แน่ใจเลยว่าพี่คิราภ์จะกลับไปหาเธอมั้ย เนยไม่มีความมั่นใจเลยค่ะ”

สีหน้าวิตกกังวลของบุตรสาว ทำให้ผู้เป็นบิดารั้งเธอเข้ากอด ความอบอุ่นที่เธอได้รับมาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ได้ลดเลือนหายไปตามกาลเวลาสักนิด เนตรากอดบิดาแน่น

อคิราภ์มองท่าทางของสองพ่อลูกพลางยิ้มน้อยๆ เธอไม่ต่างกับเด็กน้อยที่ยามโศกเศร้า เสียใจ ร้องไห้ ก็วิ่งเข้าหาอ้อมกอดพ่อแม่ให้ปลอบประโลมใจ ยามดีใจ ยินดี พอใจสิ่งใดก็แล่นเข้าหาอ้อมกอดพ่อแม่ด้วยรอยยิ้ม

ภาพตรงหน้าแม้จะดูอบอุ่น แต่ก็สะเทือนใจเขาไม่น้อย เธอกังวลใจเรื่องลิลิน แต่เหตุใดไม่พูดกับเขาให้เข้าใจเล่า เหตุใดจึงเก็บความสงสัยไว้กับตัวให้ทุกข์ใจถึงเพียงนี้ เขาคงต้องปรับความเข้าใจและตกลงกับเธอ ก่อนอะไรๆ จะบานปลาย และป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิดในวันข้างหน้า วันใดวันหนึ่งที่มีใครมาพูดจาให้เธอเข้าใจผิด และเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้เพียงลำพังโดยที่ไม่เอ่ยปากถามเขา

“น้องเนยครับ”

หญิงสาวเงยหน้าตามเสียงเรียก ก่อนจะเช็ดน้ำตาออกราวกับเด็กๆ พิษณุลูบศีรษะบุตรสาวเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“มีอะไรไม่เข้าใจก็คุยกับพี่เขาซะนะลูก” พิษณุผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยกับอคิราภ์ขณะวางมือบนบ่าแกร่งของชายหนุ่มอย่างฝากฝัง “น้าฝากลูกสาวด้วย”

“ครับ” ชายหนุ่มยิ้มรับ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งเคียงข้างหญิงสาว

“พี่คิราภ์ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“พักนึงแล้วล่ะ แล้วน้องเนยล่ะมานั่งคิดอะไรตรงนี้” ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะมองหญิงสาวที่กำลังหมุนดอกปีบในมือเล่น

“พี่คิราภ์รู้มั้ยคะ ดอกปีบหมายถึงอะไร”

อคิราภ์ก้มมองใบหน้าเนียนสวย ที่เอียงคอมองเขาด้วยแววตาหวาน ชายหนุ่มกุมมือนิ่มก่อนกระซิบเสียงหวาน

“ความรักที่หยั่งรากลึก รักชั่วนิรันดร์ รักที่บริสุทธิ์ เช่นเดียวกับที่พี่รู้สึกต่อน้องเนย”

“พะ...พี่...พี่คิราภ์...”

“พี่รักน้องเนยนะครับ”

“ละ...แล้วพี่ลิลินล่ะคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงรัวอย่างเร่งรีบ

“เคยรักครับ พี่เคยรักเธอ แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

“แต่มดต้องการแม่นะคะ แล้วถ้าเธอกลับมา แล้วตามดเลือกเธอ แล้วตามดต้องการอยู่กับเธอ แล้ว...”

“ชู่ว์...” ชายหนุ่มทาบนิ้วชี้กับเรียวปากอิ่ม ก่อนจะสบตาเธอนิ่งราวกับต้องมนตร์

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ไม่มีกลับไปหาเขา หรือให้เขาเข้ามามีอิทธิพลอะไรอีก สิ่งที่จบไปแล้วไม่ว่าอะไรก็สานต่อไม่ได้ จากนี้ไป...พี่รักเพียงแค่น้องเนย และจะรักตลอดไป”

น้ำเสียงอบอุ่นและดวงตาคมปลาบสะกดสายตาและหัวใจของเนตราได้ชะงัด ความสับสน ความลังเลที่เกิดขึ้นถูกคำพูดอ่อนหวานและมั่นคงของเขาปัดเป่าจนสิ้น

“พี่คิราภ์...” เนตราเรียกชื่อเขาเสียงเบา

อคิราภ์ยิ้มเล็กน้อย ขณะอ้าแขนราวกับรู้ใจ หญิงสาวโอบกอดเขาแน่น แม้ตอนนี้จะไม่มีคำตอบสำหรับความรู้สึกอันอิ่มเอมในครั้งนี้ แต่เธอรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และมีความสุขอย่างที่สุด หากเธอมั่นใจในความรู้สึกของตนมากกว่านี้ เธอจะบอกให้เขารู้อย่างแน่นอน

“คราวหน้ามีเรื่องไม่สบายใจต้องพูดกับพี่ให้เข้าใจนะ ไม่ใช่เก็บไว้คนเดียวแบบนี้”

“ค่ะๆ เนยสัญญา”

“สัญญาแล้วคืนคำน่ะ ถูกลงโทษนะรู้มั้ย”

ชายหนุ่มบีบจมูกเล็กเบาๆ หญิงสาวทำปากยื่นก่อนจะพ้อว่า

“พี่คิราภ์คิดแต่จะหากำไรเรื่อยเชียว”

“ใครว่า แบบนี้เรียกว่ายื่นหมูยื่นแมว เรามีข้อตกลงกันก็เท่านั้น”

“แบบนี้มันขี้โกงกันชัดๆ” เนตราพ้อก่อนจะเชิดหน้า

ทว่ามือหนากลับจับใบหน้าสวยให้หันกลับมาสบตา นิ้วแข็งแรงเกลี่ยไปตามใบหน้าอย่างอ่อนโยน แสดงออกถึงความรักใคร่โดยไม่คิดปิดบัง

“น้อยใจมั้ยที่พี่ไม่ได้จัดงานเลี้ยงใหญ่โต อย่างที่นายดลจัดให้ยายนุช”

“ไม่ค่ะ เนยเข้าใจความจำเป็นนั้นค่ะ”

“ไว้จบเรื่องแล้วพี่จะปิดจังหวัดเลี้ยงเลยดีมั้ย”

“เว่อร์แล้วค่ะ จัดงานเล็กๆ ในไร่ เลี้ยงแขกนิดหน่อยพอเป็นพิธีก็พอค่ะ ทำตัวกร่างเหมือนลูกชายไม่มีผิด”

“งั้นต้องหาลูกสาวน่ารักๆ เหมือนแม่มาช่วยขัดเกลานิสัยพ่อสิคะ” ชายหนุ่มอ้อนเสียงหวานชวนให้เขินอาย

หญิงสาวก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มและพวงแก้มแดงปลั่ง ก่อนจะเม้มริมฝีปากแล้วเอ่ยเสียงเบา

“ใครจะไปเป็นแม่ของลูกสาวพี่คิราภ์ล่ะคะ”

“ก็ใครล่ะที่พี่กอดอยู่น่ะฮึ! พี่จะรอนะน้องเนย รอวันที่น้องเนยรักพี่หมดใจ รอวันที่น้องเนยไม่มีคนอื่นในใจ มีเพียงพี่เท่านั้น”

เนตรายิ้มหวาน อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าตอนนี้เธอไม่มีใครอื่นอีกแล้ว แม้แต่ปัทวีเองก็ไม่มีทางกลับเข้ามาในใจเธอได้อีก ทว่าหญิงสาวเลือกจะไม่บอกเขา ด้วยอยากจะให้เวลาเป็นเครื่องยืนยัน ว่าเธอเข้าใจความรู้สึกตัวเองไม่ผิด

“เนยขอบคุณนะคะพี่คิราภ์ ที่ทำทุกอย่างเพื่อเนย และก็ขอโทษที่เนยต้องให้พี่คิราภ์รอต่อไป และยุ่งยากใจในหลายๆ เรื่อง”

“สำหรับพี่ ถ้าเป็นเรื่องของน้องเนย พี่ทำทุกอย่างด้วยความยินดี ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องยุ่งยากใจหรอกรู้มั้ย”

“ขอบคุณค่ะ”

ชายหนุ่มกดจมูกกับหน้าผากเนียน รั้งร่างนุ่มเข้าสู่อ้อมกอด แผ่นหลังบอบบางอิงแอบแผ่นอกอุ่น มองดูสายลมที่กระทบกับต้นไม้สูงใหญ่นอกบ้าน แม้ใบจะไหวเอียง ทว่าลำต้นยังแข็งแกร่ง ยืนนิ่งไม่ไหวตามแรงลม เสมือนยืนยันปักหลัก และให้ความเชื่อมั่นต่อสิ่งที่ต้องการพึ่งพิงมันว่ามันจะไม่โอนเอียงไปหาใคร เช่นเดียวกับที่อคิราภ์อยากจะบอกเธอเหลือเกินว่าเขาไม่มีทางโลเล หากเขาได้ตัดสินใจเลือกเธอแล้ว จะมีผู้หญิงอีกสักกี่คนที่เดินเข้ามาหา แม้แต่ลิลินที่คิดจะหวนกลับคืนมา เขาก็ไม่มีวันจะมีใจให้นอกจากเธอ

อคิราภ์วางคางบนศีรษะเล็กของคนรัก นึกขอบคุณโชคชะตาของตนไม่น้อยที่ทำให้ได้มาเจอกับเนตรา และได้เธอมาอยู่เคียงข้าง แม้เขาจะไม่ชอบหน้าปัทวี แต่ก็นึกสงสารที่อีกฝ่ายเผลอปล่อยจากผู้หญิงแสนดีคนนี้ ซึ่งทั้งเขาและเนตราไม่มีทางหวนกลับคืนไปหาคนในอดีต ที่ไม่คิดดูแลและรักษาตนให้ดี

พ่อเลี้ยงหนุ่มยิ้มกว้าง เขารู้ตัวดีว่าจะไม่มีวันหวืนกลับไปหาลิลินอีก ส่วนเนตรานั้น...เขาก็ไม่มีวันยอมให้ปัทวีได้กลับคืนไปเช่นกัน

ภาพของชายหนุ่มหญิงสาวที่โอบกอดกัน ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่อดจะยิ้มตามไม่ได้ การได้เห็นบุตรสาวเพียงคนเดียวมีความสุข นั่นก็คือความสุขของพวกเขาด้วยเช่นกัน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
..........
...
.
มาอัปต่อให้แล้วจ้าาาา
.
เอาล่ะสิ
ศึกรอบด้านจริงๆ เลยเนอะพี่คิราภ์...น้องเนย
อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา
.
ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่
เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า
กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน
จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)
เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า
**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ
แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ
เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย
เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ
.
.
ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG
.
ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....
เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com
.
.
ห้ามลืม!!
ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย
ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Bee Pornvilai
ไรท์หายไปเลย รออยู่นะคะ
เมื่อ 4 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Nuch1417
ปังเริ่มจะรักแยมแระ
เมื่อ 4 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว