บ่วงรักบอดี้การ์เถื่อน [e-book]-ตอนที่ 5 ธาตุแท้ของคน [100%]

โดย  วรัมพร-หงสรถ-มนสิวรรณ-ธิชาร์

บ่วงรักบอดี้การ์เถื่อน [e-book]

ตอนที่ 5 ธาตุแท้ของคน [100%]

ทว่าสติของไรอันแทบจะไม่หลงเหลือ เลือดไหลหยดลงบนแก้มของคุณหนูคนสวย เจ้าตัวเลยยกมือปาดแล้วเอามาดูก่อนจะหวีดร้องสุดเสียงเข้าไปสะเทือนเตือนสติของอีกคนและได้ผลชะงัก เพราะไรอันสะดุ้ง เขาหยันกายทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาอีกด้านหนึ่ง มัลลิการีบลุกขึ้นนั่งหันมองใบหน้าซีดๆ ของบอดี้การ์ดหนุ่ม แล้วก็เลือดจากตัวบอดี้การ์ดหนุ่มก็พานทำอะไรไม่ถูก

“ไรอัน ฉันจะทำยังไงดี แต่นาย...นายห้ามตายนะ” มัลลิกาละล่ำละลักบอกด้วยอาการปากสั่น มือสั่น ก่อนที่หญิงสาวจะยื่นมือออกไปหวังจะแตะบาดแผล แต่มือก็สั่นและชะงัก เพราะเลือด สุดท้ายหญิงสาวเลยไม่กล้าแตะ

“คุณก็พาผมไปโรงพยาบาลหน่อยได้ไหม” ไรอันเอ่ยขอร้องหญิงสาว

“ไปโรงพยาบาลเนี่ยนะ!” มัลลิกาย้อนถามอย่างงงๆ ไรอันถึงกับทำหน้าเหนื่อยหน่าย

“แล้วคุณคิดว่าผมควรไปที่ไหนล่ะ สปา สวนสนุก หรือซูเปอร์มาร์เก็ต” คนบาดเจ็บย้อนถามเสียงแหบระโหย ครั้นพยายามจะลุกขึ้นเองก็ทำไม่ได้

ทางด้านมัลลิกาหลังฟังจากน้ำเสียงของคนเจ็บแล้ว เธอก็อดใจหายไม่ได้ เพราะกลัวบอดี้การ์ดจะเป็นอะไรไป ก่อนที่เธอจะพาไปส่งโรงพยาบาล หญิงสาวจึงใช้มือตบแก้มสากแรงๆ ไปสองสามครั้ง หวังเตือนสติ เพราะเธอไม่ได้อยากให้ใครต้องมาตายเพราะเธอ แม้จะไม่ชอบหน้าบอดี้การ์ดคนนี้ แต่เขาก็ช่วยเหลือเธอให้รอดพ้นเงื้อมือจากเคลวิน อดีตแฟนหนุ่มที่เธอไม่อยากเห็นหน้าอีกต่อไป แล้วไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า เธอก็ไม่อยากเกี่ยวข้องกับผู้ชายมักมากหลายใจคนนี้อีกแล้ว

“ไรอัน! นายห้ามหลับ ห้ามตายนะ ไม่งั้นฉันจะตบหน้านายให้ช้ำเลย” เสียงหวานสั่นเอ่ยเตือนพร้อมฝ่ามือเล็กก็ตบบนซีกแก้มของบอดี้การ์ดหนุ่มไปด้วย

“ผมเจ็บนะคุณ แล้วคุณจะมาตบผมทำไม” คนเจ็บโอดครวญหลังถูกฝ่ามือของหญิงสาวตบไม่ยั้ง

“เจ็บก็ดีแล้ว นายจะได้ไม่หมดสติ ก่อนที่ฉันจะพาไปถึงรถ แล้วพานายไปโรงพยาบาล” หญิงสาวอธิบายแล้วพาคนเจ็บกลับไปที่รถให้เร็วที่สุด

ไม่นานมัลลิกาก็พาบอดี้การ์ดมาถึงรถ จากนั้นเธอก็ขับรถพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด จนเมื่อส่งคนเจ็บถึงมือหมอเรียบร้อยแล้ว มัลลิกาก็ได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ด้วยความกระวนกระวายใจ เพราะเป็นห่วงบอดี้การ์ดหนุ่ม และคิดโทษแต่ตัวเองที่เป็นสาเหตุให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อน

‘ทำไมคุณหมอยังไม่ออกมาสักทีนะ แล้วนายจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า’ สิ้นเสียงคร่ำครวญ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงที่เธอก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าไปหยิบมายัดใส่ตอนไหนก็ดังขึ้น ครั้นพอหยิบออกดูเห็นเป็นเบอร์พี่ชาย ปากอิ่มก็ขยับยิ้มดีใจแล้วกดรับสาย

“พี่แอนดี้ น้ำดีใจจริงๆ ที่พี่โทรมา” มัลลิกาตอบกลับพี่ชายทันทีเมื่อกดรับด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาก็พานจะไหลเสียให้ได้เพราะห่วงคนที่ถูกส่งถึงมือหมอไปแล้ว แต่เธอยังไม่รู้ว่าเขาจะปลอดภัยหรือไม่

“ยัยน้ำ เราเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” แอนดี้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะน้ำเสียงของน้องสาวนั้นร้อนรนและสั่นเหมือนคนจะร้องไห้ ก่อนที่มัลลิกาจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง จนเมื่อพี่ชายบอกจะเดินทางมาหาที่โรงพยาบาล เธอจึงฝากให้พี่ชายไปบอกพี่เพ่ย พี่เลี้ยงสาวให้ช่วยจัดเสื้อผ้ามาให้เธอสองสามชุดก่อนจะวางสายจากพี่ชาย จากนั้นเธอก็มารอฟังอาการคนเจ็บด้วยใจกระวนกระวาย

ทางด้านแอนดี้ก็เล่าเรื่องที่น้องสาวไปประสบพบเจอให้มารดาฟัง จากนั้นคุณมารศรีก็หันไปเร่งให้อาเพ่ย พี่เลี้ยงของบุตรสาวจัดเตรียมเสื้อผ้าอย่างเร่งด่วนและฝากลูกชายไปบอกลูกสาวให้อยู่พักผ่อนจนกว่าจะสบายใจ แล้วค่อยกลับมาที่บ้าน และหลังจากจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแอนดี้และคนสนิทก็เร่งเดินทางไปพบน้องสาว ฝ่ายคนเป็นน้องก็รีบถลาเข้าไปพบ คุณหมออย่างรวดเร็ว เมื่อคุณหมอเปิดประตูออกมาเสียที หลังจากเธอต้องนั่งรอร่วมชั่วโมง

“เขาเป็นอะไรมากไหมคะคุณหมอ” มัลลิกาเอ่ยถามเสียงระรัว พลางยื่นมือไปกุมมือคุณหมอไว้แน่น ใจก็ภาวนาขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองไรอัน

“สามีของคุณปลอดภัยแล้ว อย่าห่วงไปเลยครับ ตอนนี้ร่างกายคนเจ็บแค่ต้องการการพักผ่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนสายๆ ก็ฟื้น คุณภรรยาทำใจให้สบายเถอะครับ รออีกสักครู่ก็เข้าไปเยี่ยมได้ หมอขอตัวก่อนนะครับ” คุณหมอกล่าวจบ ก็ตบหลังมือมัลลิกาเบาๆ แล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม ทิ้งให้มัลลิกาได้แต่ยืนอึ้ง ไม่ทันได้อธิบายว่าเธอและคนเจ็บไม่ใช่สามีภรรยากัน

‘บ้าจริง ทำไมคุณหมอถึงได้คิดว่านายหน้าลิงเป็นสามีของเธอด้วยนะ หน้าเหมือนลิงขนาดนั้น ใครจะอยากได้กันล่ะ’ มัลลิกาบ่นงึมงำอยู่เพียงลำพัง แล้วก็ได้แต่ชะเง้อมองคนเจ็บที่คุณหมอสั่งให้รออีกสักครู่ก็เข้าไปเยี่ยมได้แล้ว กระทั่งได้เวลาเยี่ยมเธอก็ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปดูคนเจ็บที่ยังไม่รู้สึกตัว

“ขอบใจนะนายบอดี้การ์ด แต่นายอย่าคิดว่าฉันจะญาติดีด้วย เพราะฉันไม่ล้มเลิกความคิดที่จะทำให้นายลาออกจากเป็นบอดี้การ์ดของฉันหรอก” จบคำพึมพำ ประตูก็ถูกเปิดเข้ามา มัลลิกาจึงหันไปมอง และเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ก็โผเข้าสู่อ้อมกอดแสนอบอุ่นที่อ้าแขนรอรับด้วยความเต็มใจ

แอนดี้ยกฝ่ามือลูบแผ่นหลังน้องสาวอย่างปลอบประโลมหลังได้ยินเสียงสะอื้นไห้ดังแผ่วๆ

“พี่แอนดี้ น้ำขอโทษนะคะ ขอโทษที่ไม่เชื่อคำเตือนของพี่ กับคุณแม่ น้ำนี่โง่แล้วก็ตาบอดจริงๆ ค่ะ โง่จนทำให้คนอื่นเจ็บตัวเพราะน้ำ” คนเป็นน้องบอกเสียงสะอื้นกับอกอุ่นของพี่ชายสองแขนเรียวก็โอบเอวพี่ชายแน่น

“อย่าขอโทษเลย เพราะแค่น้ำรู้ทันเจ้าหมอนั้น พี่กับคุณแม่ก็ดีใจมากแล้ว แล้วนี่เราไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม” แอนดี้ดันตัวน้องสาวออกห่างเล็กน้อยแล้วมองสำรวจร่างกายน้องสาว

“น้ำไม่ได้เป็นอะไร แต่ไรอัน ต้องมาเจ็บตัวเพราะน้ำ” คนรู้สึกผิดบอกเสียงอ่อยๆ

“น้ำวางใจเถอะ คุณหมอก็บอกแล้วว่าไรอันจะรู้สึกตัวไม่คืนนี้ก็พรุ่งนี้ แล้วพี่ก็มั่นใจว่าไรอันต้องตื่นขึ้นมาเป็นบอดี้การ์ดให้น้ำได้เหมือนเดิมแน่นอน ว่าแต่ตอนนี้หัวใจเราเป็นไงบ้างล่ะ แล้วถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเลย แต่พี่ว่าคนเลวๆ อย่างหมอนั่น น้ำไม่ควรไปเสียน้ำตาให้มัน” แอนดี้ใช้สองมือประคองแก้มนวลของน้องสาวเอาไว้แล้วยิ้มปลอบ

“น้ำไม่ได้ร้องไห้เพราะผิดหวังจากความรักนะพี่แอนดี้ มันก็แค่อกหัก แต่ไม่เห็นจะเจ็บปวดอะไรมากมายเลย น้ำแค่รู้สึกผิดหวัง แล้วก็เสียดายความรู้สึกดีๆ ที่เคยมอบให้ก็เท่านั้น” คนอกหักบอกเสียงแข็ง ดวงตาเป็นประกายเด็ดเดี่ยว น้ำตาทุกหยดที่ไหลต่อหน้าพี่ชาย ก็เพราะเธอรู้สึกผิดที่กลายเป็นคนก้าวร้าวต่อมารดาและพี่ชาย ที่รักเธอยิ่งกว่าใครต่างหาก หาใช่ร้องไห้เพราะคนหลายใจอย่างเคลวิน

“ไม่จริงมั้ง” พูดจบแอนดี้จับมือน้องสาวพาไปนั่งบนโซฟา

“น้ำร้อง เพราะน้ำเสียใจที่เคยเถียงคุณแม่ เถียงพี่แอนดี้ต่างหาก จริงๆ นะพี่แอนดี้ น้ำตาของน้ำไม่ได้ไหลเพราะอกหักสักนิด อีกอย่างน้ำก็ไม่ได้อกหักด้วย เพราะน้ำเป็นคนบอกเลิกก่อน” มัลลิกาให้เหตุผลด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด เมื่อถูกพี่ชายทำหน้าทำตาคล้ายไม่เชื่อคำพูดของเธอ

“แต่พี่เห็นเรารักเจ้าหมอนั่นเหลือเกินนี่ ขนาดพี่เตือน เราก็ไม่เชื่อ” แอนดี้พูดกระเซ้าพลางยื่นมือบีบจมูกโด่งรั้นของน้องสาวด้วยความเอ็นดูพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น แล้วรั้งตัวน้องสาวเข้ามากอดแนบอก ใจก็ภาวนาขอให้เรื่องนี้มันจบไปจริงๆ ตามที่น้องสาวบอก เพราะเขาก็ไม่อยากไปทำร้ายใครอีก หากไม่จำเป็น!

“น้ำก็รักคนเป็นนะคะพี่แอนดี้ เพราะว่าการที่เราจะรักใคร เราก็ต้องเผื่อใจไว้บ้าง และเพราะเหตุผลนี้ไง น้ำถึงไม่ต้องมานั่งเสียใจ” ได้ทีมัลลิกาก็รีบแย้งด้วยเหตุผลอีกครั้ง แอนดี้เลยยกนิ้วเคาะเบาๆ กลางหน้าผากเล็กด้วยความหมั่นเขี้ยวกึ่งเอ็นดู

“ดีแล้วน้องสาวคนเก่งของพี่ที่คิดเป็น แล้วก็รู้เอาไว้ว่าพี่รักเรามากและพร้อมอยู่เคียงข้างเราเสมอ ต่อไปถ้าน้ำมีปัญหาอะไรก็บอกพี่ ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขพี่รับฟังเราเสมอ รู้บ้างไหมว่าเราน่ะเป็นแก้วตาดวงใจของพี่เลยนะยัยเด็กเอาแต่ใจ แต่ถึงจะเอาแต่ใจแค่ไหนพี่ก็รัก” ถ้อยคำราบเรียบธรรมดาแต่ก็ซาบซึ้งเข้าไปสู่ใจดวงน้อยของมัลลิกาพร้อมทั้งโผเข้าสู่อ้อมกอดแสนอบอุ่นและปลอดภัยของพี่ชาย เธอสัญญาว่าต่อจากนี้จะไม่ทำให้คนในครอบครัวต้องมาทุกข์ใจเพราะเธออีกแล้ว

“น้ำก็รักพี่แอนดี้ รักคุณแม่เหมือนกัน” เสียงเล็กๆ ดังอู้อี้อยู่กับอกของผู้เป็นพี่ชาย พลอยทำให้แอนดี้ยิ้มมีความสุขไปด้วย

“พี่รู้ ส่วนคุณแม่ก็ฝากมาบอกว่าให้เราอยู่พักผ่อนให้สบายใจ กี่วันก็ได้ แล้วค่อยกลับไปที่บ้าน” พูดจบคนเป็นพี่ก็ดันตัวน้องสาวออกจากอ้อมอกแล้วยกมือลูบศีรษะเล็กแผ่วเบาด้วยความรักและเอ็นดู แม้มัลลิกาจะโตเป็นผู้ใหญ่มากแล้ว แต่เขาก็ยังเห็นน้องสาวเป็นเด็กอยู่เสมอ

“น้ำคงอยู่พักตามใจไม่ได้หรอกพี่แอนดี้ เพราะอีกสองอาทิตย์น้ำก็ต้องเดินทางไปถ่ายหนังที่เมืองไทย ถ้างั้น น้ำจะอยู่พักผ่อนที่นี่สักอาทิตย์ แล้วน้ำจะกลับไปอยู่ที่บ้าน ก่อนเดินทางไปทำงานที่เมืองไทย อ๋อ! พี่แอนดี้ น้ำฝากให้พี่แอนดี้โทรบอกแม่บ้านที่เมืองไทยด้วยนะคะว่าน้ำจะไปพักที่นั้น” พูดจบจบมัลลิกาก็ยิ้มแป้น ด้านแอนดี้ก็รับปากจะจัดการทุกอย่างให้ จากนั้นก็นั่งพูดคุยกันต่อสักพัก แอนดี้จึงได้เดินทางกลับบ้านและสั่งให้บอดี้การ์ดสามคนอยู่ดูแลน้องสาวแทนไรอันที่นอนรักษาตัว พร้อมสั่งให้รอดูจนกว่าไรอันจะหายเป็นปกติแล้วให้กลับไปดูแลตนเช่นเดิม

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว