37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย (ภาคต่อ อิศรา)-#Part 2 บทนำ........สุรสิน & ปัญจรีย์

โดย  ภรปภัช

37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย (ภาคต่อ อิศรา)

#Part 2 บทนำ........สุรสิน & ปัญจรีย์

“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าที่นี่รับนักศึกษาฝึกงานรึเปล่าคะ” เสียงหวานของใครบางคนดึงความสนใจของผู้บริหารหนุ่มให้หันไปมอง ขณะที่เขากำลังเดินผ่านเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านล่าง จึงได้เห็นนักศึกษาสาวคนหนึ่งที่บุคลิกกับรูปร่างหน้าตาดูจะขัดกันอย่างชิ้นเชิง

สาวมหา’ลัยคนนี้รูปร่างเรียกได้ว่าเซ็กซี่ขยี้ใจชาย แม้จะไม่ได้สวมเสื้อผ้ารัดรูปเหมือนที่สาวๆ คนอื่นชอบใส่ แต่มันก็แทบซ่อนความอวบอึ๋มของเธอไม่มิด แต่สิ่งที่ทำให้คนมองรู้สึกขัดใจก็คงจะเป็นแว่นตาหนาเตอะที่เธอสวมอยู่นั่นแหละ

“สักครู่นะคะ ขอสอบถามไปยังแผนกบุคคลก่อนค่ะ”

ประชาสัมพันธ์สาวยิ้มให้ก่อนจะต่อสายไปยังฝ่ายบุคคลตามหน้าที่ ไม่นานเธอก็ได้รับคำตอบที่ต้องการ

“ตอนนี้ฝ่ายการตลาดกำลังรับนักศึกษาฝึกงานค่ะ น้องขึ้นไปกรอกเอกสารและยื่นหนังสือจากทางมหาวิทยาลัยได้ที่ฝ่ายบุคคลชั้นสิบนะคะ ขึ้นลิฟต์ฝั่งซ้ายมือค่ะ”

“ขอบคุณมากนะคะพี่คนสวย” นักศึกษาสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ก่อนจะหอบซองเอกสารที่นำติดตัวมามุ่งหน้าไปยังลิฟต์ด้วยความดีใจ ส่วนผู้บริหารหนุ่มก็เดินไปยังลิฟต์ฝั่งขวาซึ่งเป็นลิฟต์เฉพาะของฝ่ายบริหารระดับสูงเท่านั้น

“ชื่อ...ปัญจรีย์ ใช่รึเปล่าจ๊ะ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเงยหน้าขึ้นมอง หลังจากตรวจเอกสารของเธอเรียบร้อยแล้ว

“ใช่ค่ะ เรียกว่าปัญก็ได้ค่ะ” เจ้าของชื่อรีบบอก

“ค่ะน้องปัญ เดี๋ยวพี่จะแจ้งฝ่ายการตลาดให้นะคะ เรียบร้อยแล้วค่ะ เริ่มฝึกงานจันทร์หน้าเนาะ”

“ขอบคุณมากนะคะ หนูจะตั้งใจฝึกงาน จะไม่เกี่ยงงานเลยค่ะ”

“ดีแล้วจ้ะ บอกตามตรงว่าก่อนหน้าที่หนูจะมาสมัครพี่รับนักศึกษาไปสองคน มาฝึกงานได้สามวันบ่นว่าได้ถ่ายเอกสารอย่างเดียว ตอนนี้ก็หายไปเลย”

“จริงเหรอคะ”

“ใช่จ้ะ คือพวกหนูต้องเข้าใจก่อนนะคะ ว่าการฝึกงานน่ะมันไม่ได้หมายความว่าเราจะได้นั่งโต๊ะทำงาน ได้ติดต่อกับลูกค้าในทันที นักศึกษาฝึกงานมีหน้าที่ซับพอร์ตพวกพี่ๆ ที่แผนก และอาจได้ช่วยประสานงานระหว่างแผนกบ้าง แต่ไม่มีที่ไหนเค้าให้มาทำงานเต็มตัวหรอก เพราะถ้างานมีปัญหาขึ้นมามันจะลำบาก เรามีหน้าที่เรียนรู้และเข้าใจว่าวันๆ นึง ในแผนกเค้าทำอะไรกันบ้าง เวลาที่เราเรียนจบและออกไปหางานทำจะได้เข้าใจในเนื้องาน น้องปัญเข้าใจใช่รึเปล่าคะ”

“ปัญเข้าใจค่ะ แล้วก็จะไม่ทำให้พี่ผิดหวังค่ะ”

“ดีมากจ้ะ งั้นวันนี้ก็กลับได้แล้วล่ะนะ ก่อนเข้าและหลังเลิกงานทุกครั้ง หนูต้องมาลงชื่อและบันทึกเวลาที่โต๊ะของพี่ก่อนอย่าลืมล่ะ”

“ได้ค่ะ ที่นี่เข้างานแปดโมงเลิกห้าโมงรึเปล่าคะ”

“ใช่จ้ะ แต่สำหรับนักศึกษาฝึกงาน เราจะให้เข้าแปดโมงเลิกสี่โมงเย็น”

“เข้าใจแล้วค่ะ งั้นวันนี้ปัญขอตัวกลับก่อนนะคะ”

“จ้ะ แล้วนี่มายังไงล่ะ ขับรถมาเองรึเปล่า”

“เปล่าค่ะ ปัญนั่งรถเมล์มา เดี๋ยวปัญจะกลับไปช่วยพ่อกับแม่ขายข้าวแกงต่อ บ้านปัญอยู่ไม่ไกลจากบริษัทเท่าไหร่ค่ะ ประมาณสามป้ายรถเมล์เอง”

“ดีจริง ที่บ้านขายกับข้าวด้วยเหรอจ๊ะ เผื่อพี่จะขอผูกปิ่นโตช่วงที่ปัญมาฝึกงานซะเลย ช่วงเที่ยงคนเยอะบางทีก็ขี้เกียจออกไปหาอะไรกินข้างนอกน่ะ”

“ได้สิคะ ถ้าพี่...เอ่อ...พี่ชื่ออะไรเหรอคะ ปัญยังไม่รู้จักชื่อพี่เลย”

“พี่นุ่นจ้ะ”

“ค่ะ ถ้าพี่นุ่นจะสั่งกับข้าวก็บอกปัญได้เลยนะคะ ปัญจะหิ้วมาให้เองค่ะ”

“น่ารักจัง ขอบใจมากนะจ๊ะ เอาไว้พี่จะช่วยโปรโมทให้ เผื่อจะมีออเดอร์หลายๆ กล่อง หนูจะได้ไม่เสียเวลา”

“ขอบคุณมากค่ะพี่นุ่น งั้นหนูขอตัวกลับเลยนะคะ” เธอยกมือไหว้พนักงานฝ่ายบุคคลด้วยความดีใจ

“จ้ะ กลับบ้านดีๆ ล่ะ แล้ววันจันทร์เจอกันนะคะ”

“ค่ะพี่นุ่น”

ปัญจรีย์หอบเอกสารและกระเป๋าสะพายก่อนจะมุ่งหน้าไปทางลิฟต์ตัวเดิมที่เธอขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี

“อุ๊ย! ขอโทษนะคะ” เพราะมัวแต่ก้มหน้าเก็บเอกสารใส่กระเป๋า เธอจึงเดินไปชนเข้ากับใครบางคนอย่างจังทำให้เอกสารของเธอหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย

“ไม่เป็นไรครับ คุณเป็นอะไรรึเปล่า” น้ำเสียงทุ้มน่าฟัง ทำให้นักศึกษาสาวต้องเงยหน้าขึ้นมามอง แล้วหัวใจของสาวน้อยก็เต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างเต็มตา

หล่อจัง...

นิยามของผู้ชายคนนี้ ที่เธอคิดว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว

“คุณครับ” เขาถามอีกครั้ง เหมือนดึงเธอออกจากภวังค์

“เอ่อ...คุณว่าอะไรนะคะ ปัญไม่ได้ยิน” เธอตอบตามตรงพลางก้มเก็บเอกสารยัดใส่กระเป๋าจนเรียบร้อย

“ผมถามว่าคุณเป็นอะไรรึเปล่า นอกจากสายตาสั้นแล้วยังหูตึงด้วยเหรอเนี่ย” เขาบ่นเสียงไม่เบานัก

“หา...ปัญเหรอคะหูตึง” เธอชี้ที่หน้าของตัวเอง ผู้ชายอะไรหล่อแต่ปากเสีย ไม่ชอบแล้วก็ได้ เชอะ

“นี่ไง ถามซ้ำถามย้ำแบบนี้ไม่เรียกว่าหูตึงจะให้เรียกว่าอะไรอีกล่ะ สรุปว่าไม่เป็นอะไรสินะงั้นผมไปล่ะ” แล้วเขาก็เดินไปทางฝ่ายบุคคล ปล่อยให้เธอยืนงงอยู่ตรงนั้น

“เราหูตึงที่ไหนล่ะ ผู้ชายอะไรปากจัดจัง หน้าตาก็ดีหรอก” เธอกำลังจะเดินต่อไปที่ลิฟต์ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นโทรศัพท์เครื่องหนึ่งหล่นอยู่ที่พื้น

“ของผู้ชายคนนั้นแน่เลย” แล้วความซื่อสัตย์ที่ถูกปลูกฝังมาแต่เด็กก็ทำให้เธอรีบคว้ามันไว้ ก่อนจะเดินตามเขาไปทันที

“คุณคะ โทรศัพท์ของคุณรึเปล่าคะ หนูเห็นมันตกอยู่” เธอเรียกเขาที่หน้าโต๊ะของพี่นุ่น หรือนันทนาที่ตอนนี้ไม่อยู่ที่โต๊ะ

“อ้อ ใช่ ขอบใจนะ” เขายื่นมือไปรับโทรศัพท์แล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกง

“อ้าวน้องปัญ ลืมอะไรเหรอจ๊ะ” นันทนาเอ่ยถามเมื่อกลับมาที่โต๊ะแล้วเห็นนักศึกษาคนเดิมยืนอยู่พร้อมกับใครอีกคนที่เธอเพิ่งจะเห็นจึงยังไม่ได้เอ่ยทักทาย

“เปล่าคะ คือหนูเก็บโทรศัพท์ของคุณคนนี้ได้เลยเอามาคืน หนูกลับก่อนนะคะพี่นุ่นแล้วเจอกันค่ะ” เธอยกมือไหว้นันทนาเป็นรอบที่สามก่อนจะหมุนตัวเดินไปทางเดิม

“ท่านประธานมีอะไรกับนุ่นรึเปล่าคะ” นันทนาหันไปถามนายแพทย์สุรสิน อดีตอายุรแพทย์หนุ่มรูปหล่อวัย 33 ปีอย่างสงสัย เพราะปกติไม่เคยเห็นเขามาที่แผนกของเธอมาก่อน

“เอ่อ...ผมมาผิดแผนกน่ะ ไปก่อนนะ” แล้วเขาก็หมุนตัวกลับไปเหมือนว่ามาผิดที่อย่างที่กล่าวอ้างจริงๆ

“อะไรของเค้านะ สงสัยทำงานหนักเกินไปเลยเบลอ” นันทนานั่งลงที่โต๊ะของตัวเอง ก่อนจะทำงานของตัวเองต่อไปไม่ได้ติดใจอะไรอีก

“ชื่อปัญสินะ แล้วพบกันอีกนะสาวน้อย”

ท่านประธานหนุ่มยกยิ้มที่มุมปากอยู่ภายในลิฟต์สำหรับผู้บริหาร ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ทำหน้ามึนลงมาที่แผนกบุคคล นึกว่าจะไม่ทันได้เจอเธอแล้วเสียอีกแม่สาวแว่นหน้าสวยที่ทำให้เขาถึงกับนั่งไม่ติดตั้งแต่เจอกันครั้งแรก และเมื่อแน่ใจแล้วว่าฝ่ายบุคคลรับเธอเข้าฝึกงานเรียบร้อยเพราะได้ยินสองสาวนัดแนะกัน เขาก็วางแผนการบางอย่างเอาไว้ในใจเงียบๆ คิดว่านับจากวันนี้ ชีวิตของเขาคงจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว

+++++++++++++++++พี่หมอสินกับหนูปัญมาแล้วจ้าาาาาาา ฝากติดตามคู่นี้ด้วยน้าาาาาา++++++++++++

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว