37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย (ภาคต่อ อิศรา)-ตอนที่ 2.3

โดย  ภรปภัช

37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย (ภาคต่อ อิศรา)

ตอนที่ 2.3

“เค้กก็หมดแล้ว งั้น...หนูขอขึ้นไปทำงานต่อก่อนนะคะ ไม่อยากเกเรตั้งแต่วันแรก”

“ขึ้นไปได้ แต่คงไม่ใช่แผนกเดิมนะ”

“คะ? พี่สินหมายความว่ายังไงเหรอคะ”

“เดี๋ยวเราก็รู้เองนั่นแหละ นี่ก็จะสิบเอ็ดโมงแล้ว กลับขึ้นไปข้างบนเถอะ พี่ก็...มีเรื่องที่ต้องสะสางเหมือนกัน นี่ตังค์เอาไปจ่ายค่ากาแฟกับเค้กด้วยล่ะ ที่เหลือพี่ให้ไว้กินขนม” เขายิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะวางธนบัตรสีเทาไว้บนโต๊ะแล้วคว้ากาแฟแก้วโปรดที่เพิ่งดื่มไปไม่เท่าไหร่ จากนั้นก็เดินไปทางลิฟต์ฝั่งขวาอย่างอารมณ์ดี

“อ้าว คนอะไรบอกให้เรานั่งเป็นเพื่อนแท้ๆ บทจะทิ้งก็ทิ้งกันเฉยเลย แล้วนี่อะไร ค่ากาแฟกับเค้กร้อยกว่าบาทให้มาตั้งพันนึง ไม่รู้จักประหยัดซะบ้างเลย” ปัญจรีย์คว้าเงินที่เขาให้แล้วนำไปจ่ายที่เคาท์เตอร์ ตั้งใจว่าจะคืนเงินทอนให้เมื่อพบกัน ไม่คิดว่าจะเอาไปกินขนมอย่างที่เขาบอกเด็ดขาด

ภายในห้องทำงานของท่านประธาน โอภาสผู้จัดการฝ่ายการตลาดกำลังนั่งเหงื่อตกตรงหน้าโต๊ะของผู้บริหารหนุ่มเพราะปกติถ้าไม่มีเรื่องอะไรใหญ่โตจริงๆ จะไม่มีใครถูกเรียกแบบกะทันหันเช่นวันนี้

“เอ่อ...ท่านประธานต้องการพบผมมีอะไรรึเปล่าครับ” ผู้จัดการฝ่ายวัยสามสิบแปดปีเอ่ยถามเสียงสั่น

“ไม่มีอะไรมากหรอกครับคุณโอภาส ผมเห็นว่าช่วงนี้ฝ่ายการตลาดท่าทางจะงานน้อยกัน เลยคิดว่าอยากจะให้เสนอไอเดียโปรโมทสินค้าตัวใหม่แบบไม่ซ้ำใครมาหน่อยน่ะ” สุรสินนั่งเอนหลังพิงกับพนักแล้วกอดอกมองคนตรงหน้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“แต่เราก็เสนอทุกครั้งที่มีการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้วนะครับ”

“ก็จริงครับ แต่ผมอยากได้อะไรที่ต่างจากเดิม แล้วก็แจ้งพนักงานฝ่ายของคุณให้เสนอมาคนละหนึ่งไอเดียนะครับ ผมต้องการภายในวันพุธนี้”

“เอ่อ ได้ครับ”

“อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมเห็นว่าฝ่ายการตลาดมีพนักงานค่อนข้างมากอยู่แล้ว ไม่น่าจำเป็นต้องรับนักศึกษาฝึกงานอีก”

“เอ่อ ครับ เดี๋ยวผมจะ...”

“ช่วยส่งนักศึกษาคนนั้นมาช่วยงานพี่เอื้อมแทนละกันนะครับ ช่วงนี้งานพี่เอื้อมล้นมือน่าจะมีประโยชน์มากกว่า”

“ดะ...ได้ครับท่านประธาน”

“โอเคครับ ผมไม่มีอะไรจะคุยแล้ว เชิญคุณกลับไปทำงานได้ อ้อ ส่งนักศึกษาฝึกงานมาช่วยพี่เอื้อมตั้งแต่ช่วงบ่ายนี้เลยนะครับ ฝากแจ้งคุณนุ่นฝ่ายบุคคลให้ด้วย ว่า...ผมจะเป็นคนประเมินการฝึกงานของเธอเอง”

“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

“เชิญครับ” สุรสินขยับตัวแล้วเปิดแฟ้มตรงหน้าขึ้นมา โอภาสจึงได้ก้าวออกไปจากห้อง

ที่ฝ่ายการตลาด หลังจากโอภาสกลับลงมาแล้ว พวกเขาก็ได้เข้าประชุมกันเพื่อรับทราบงานใหม่เรื่องส่งไอเดียโปรโมทสินค้าตัวใหม่ จนเมื่อเวลาเกือบเที่ยง โอภาสจึงแจ้งให้ปัญจรีย์ทราบว่าให้เธอย้ายไปฝึกงานกับเลขาของท่านประธาน ทำให้ปัญจรีย์ถึงกับหน้าซีดเผือดเพราะคิดว่าสุรสินอาจจะไปเอาเรื่องที่เธอแอบเมาท์ท่านประธานไปพูดต่อ จนทำให้ท่านประธานไม่พอใจจึงได้เรียกเธอไปฝึกงานใกล้ๆ แบบนั้นก็ได้

“พี่ฤทธิ์คะ หนูต้องย้ายไปข้างบนจริงๆ เหรอคะ หนู...ทำอะไรให้ท่านประธานไม่พอใจรึเปล่าคะ” เธอรีบถามเรืองฤทธิ์ที่เดินผ่านมา

“อยากรู้ก็ไปถามท่านประธานเองสิครับ สนิทกันไม่ใช่รึไง” เขาบอกแค่นั้นแล้วก็เดินผ่านเธอไป

“อ้าว ทำไมต้องมาประชดกันด้วยล่ะ แล้วเราไปสนิทกับท่านประธานตอนไหนกัน เฮ้อ...เอาไงดีล่ะทีนี้ พี่สินนะพี่สิน เผลอไปพูดอะไรกับใครรึเปล่าก็ไม่รู้”

“น้องปัญจะเที่ยงแล้วไม่ไปกินข้าวเหรอคะ พวกพี่เค้าจะไปกันหมดแล้วนะ” พนักงานคนหนึ่งเอ่ยทักเธอ

“หนูห่อข้าวมาเองค่ะพี่แตน เดี๋ยวว่าจะนั่งกินแถวนี้ค่ะ”

“อ้าวเหรอจ๊ะ ห่อข้าวมาก็ไปกินบนดาดฟ้าได้นะ ดาดฟ้าตึกเรามีที่นั่งแล้วก็สวนหย่อม ท่านประธานท่านทำให้ไว้พนักงานได้ไปพักผ่อนน่ะ ถ้าใครห่อข้าวมาก็จะไปกินข้างบนนั้นแหละจ้ะ มีซิงค์น้ำสำหรับล้างจานด้วยนะ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครขึ้นไปกินข้าวบนนั้นเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ก็ไปกินศูนย์อาหารซอยฝั่งตรงข้ามมากกว่า ถ้าน้องปัญจะไปก็ขึ้นลิฟต์กดไปชั้นบนสุดเลยแล้วเดินขึ้นบันไดไปอีกชั้นนึงจ้ะ กินเสร็จหนูก็เดินไปชั้นเดิมนะ ห้องทำงานพี่เอื้อมเลขาของท่านประธานอยู่ตรงนั้น อันที่จริงคือหน้าห้องท่านประธานนั่นแหละจ้ะ”

“จริงเหรอคะ งั้นหนูขึ้นไปกินข้างบนดีกว่า ขอบคุณที่แนะนำนะคะพี่แตน”

“จ้ะ โชคดีนะ เสียดายได้ทำงานด้วยกันครึ่งวันเอง พี่ไปก่อนนะไปช้าเดี๋ยวไม่มีที่นั่ง”

“ค่ะพี่” ปัญจรีย์มองพนักงานคนสุดท้ายของห้องออกไปแล้ว เธอจึงสะพายกระเป๋าพร้อมทั้งปิ่นโต ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์พร้อมกับกดขึ้นไปชั้นบนสุด

บนชั้นดาดฟ้า ปัญจรีย์เลือกที่นั่งใต้ซุ้มดอกพวงแสดที่ดูร่มรื่น ก่อนจะเริ่มแกะปิ่นโตของเธอออกมา

เป็นอย่างที่พนักงานสาวคนนั้นบอก คือบนนี้ไม่มีใครอยู่เลย ทั้งที่อากาศก็ดี แต่ก็คงจะจริงอย่างว่า วิถีชีวิตคนกรุงเทพส่วนใหญ่ต้องรีบออกมาทำงานเลยไม่ค่อยมีใครห่อข้าวมากินเหมือนเธอ

“กินข้าวคนเดียวจะอร่อยเหรอครับ” เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง ทำให้ปัญจรีย์ต้องหันไปมอง

“พี่สิน ห่อข้าวมาเหมือนเหรอคะ” เธอหันไปยิ้มให้เขาบางๆ

“อืม...ก็...ประมาณนั้น...” เขาชูกล่องข้าวที่ฝากเอื้อมพรไปซื้อเมื่อครู่ให้เธอดู แล้วก็อดขำไม่ได้เมื่อคิดถึงสีหน้าของเลขาสาวที่ทำหน้างง ตอนเขาบอกว่าอยากได้ข้าวกล่องธรรมดาๆ สักกล่อง ทั้งที่ปกติมื้อเที่ยงเขาจะออกไปทานที่ร้านอาหารข้างนอกหรือไม่ก็สั่งอาหารระดับห้าดาวมาทานในห้องเท่านั้น

“งั้นก็มากินด้วยกันสิคะ หนูก็กำลังจะกินเลย ดีจังมีเพื่อนกินจะได้ไม่เหงา” เธอกวักมือเรียกเขา คนที่ตั้งใจจะมาหาเพื่อนกินเลยไม่คิดปฏิเสธ

ตอนแรกเขานึกว่าเธอจะนั่งกินที่ห้องทำงาน แต่พอเห็นเธอเดินมาทางนี้ จึงได้รีบเดินตามเธอมาจนทัน

“พรุ่งนี้จะห่อปิ่นโตมาให้พี่ใช่รึเปล่า ห้ามลืมล่ะ พี่จะได้ไม่ต้องมาซื้อข้าวกล่องกินเอง” เขาแกล้งทวง ไม่ใช่เพราะกลัวไม่มีอะไรจะกินตอนเที่ยง แต่กลัวจะไม่ได้กินข้าวกับเธอต่างหาก

“ใช่ค่ะ จริงสิ หนูว่าจะถามพี่พอดีเลย พี่สิน...ได้ไปพูดเรื่องที่หนูแอบเมาท์ท่านประธานที่ไหนรึเปล่าคะ รู้มั้ยว่าหนูโดนสั่งย้ายไปฝึกงานกับเลขาของท่านประธานด้วย หนูตกใจหมดเลย”

“เปล่านี่ครับ พี่จะไปพูดกับใครได้ล่ะ นี่เห็นพี่เป็นคนไม่รักษาคำพูดขนาดนั้นเลยเหรอ พี่เสียใจนะเนี่ย”

+++++++แหมๆๆๆๆ พี่สินขาาาาา ชักจะเจ้าเล่ห์ใหญ่แล้วนะคะ+++++++++++++++

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว