37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย (ภาคต่อ อิศรา)-ตอนที่ 2.6

โดย  ภรปภัช

37. Bad Doctor ลุ้นรักคุณหมอร้าย (ภาคต่อ อิศรา)

ตอนที่ 2.6

“สัปดาห์หน้าไม่ต้องทำปิ่นโตมาให้พี่นะครับ พี่ไม่ได้เข้าบริษัทน่ะจะไปติดต่องานที่ต่างประเทศ”

“โห ไปต่างประเทศเลยเหรอคะน่าอิจฉาจัง ไปประเทศไหนเหรอคะ” เธอถามอย่างตื่นเต้น

“เกาหลีใต้ครับ เอาไว้จะซื้อของมาฝากนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สิ้นเปลืองเปล่าๆ เก็บหิมะใส่ขวดมาฝากหนูก็พอแล้ว”

“นี่พูดจริงหรือมุข?” เขาขมวดคิ้วเข้มอย่างสงสัย

“พูดจริงสิคะ ปัญไม่เคยเห็นหิมะมาก่อนนี่นา อยากรู้ว่ามันจะเหมือนน้ำแข็งใสที่บ้านเรารึเปล่า” เธอยิ้มเขิน

“โธ่ ให้พี่เก็บหิมะใส่ขวดมันก็ละลายหมดสิครับ เอาอย่างอื่นดีกว่านะเดี๋ยวพี่ดูให้”

“ไม่เอาค่ะไม่เอา หนูไม่อยากให้พี่สินสิ้นเปลือง ถ้าหิมะมันละลาย พี่ก็...ถ่ายคลิปหรือถ่ายรูปมาให้หนูดูก็ได้ค่ะ หนูแค่อยากเห็นหิมะเท่านั้นเอง”

“อยากไปเห็นด้วยตาของตัวเองมั้ยล่ะ ไว้ว่างๆ จะพาไป” เขาถามอย่างจริงจังแต่เธอกลับคิดว่าเขาพูดเล่น

“ไม่ต้องมาโชว์ป๋าเลยค่ะ หนูไม่ไปหรอก กลัวจะตื่นเต้นจนช็อกตายซะก่อน” เธอหัวเราะร่วนแล้วจึงทานอาหารต่อไป

แปลก...ยิ่งได้อยู่ใกล้เธอ เขาก็ยิ่งมีความสุข สุขมากกว่าอยู่กับผู้หญิงคนไหน ทั้งที่มือก็ไม่ได้จับ แก้มก็ไม่ได้หอม ไม่ได้แตะต้องอะไรเธอเลยสักอย่าง แต่เขากลับรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ ยิ้มได้มากกว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาเสียด้วยซ้ำ นี่เขา...รักเธอเข้าแล้วรึเปล่านะ

“ยังไงก็...เดินทางปลอดภัยนะคะ หนูกินข้าวคนเดียวคงจะเหงามากเลย แล้ว...หนูจะรอพี่มากินข้าวด้วยกันอีกนะคะ” อยู่ดีๆ เธอก็พูดประโยคที่ทำให้เขาถึงกับไปไม่เป็น ไหนจะท่าทีที่ดูเขินอายนั่นอีก มันน่าจับมาจูบซะให้หายคิดถึงจริงๆ

“พี่ไม่อยู่ก็อย่าชวนใครมากินข้าวด้วยล่ะ พี่ไม่ชอบเข้าใจรึเปล่าครับ” เขาบอกพลางอมยิ้มอย่างอิ่มใจ

“ไม่ชวนหรอกค่ะ หนู...ให้พี่สินกินด้วยคนเดียว หนูไม่ชอบมีพี่ชายหลายคน” เธอบอกเขาไปเพราะคิดว่าตัวเองคงรู้สึกกับเขาแบบนั้น แบบ...พี่ชาย...

“พี่ว่า...พี่ไม่เคยบอกว่าอยากมีน้องสาวนะครับ นี่ถามจริงเถอะ ไม่รู้เลยหรือไงว่าทำไมพี่ต้องมากินข้าวกับเราทุกวันน่ะ” เพราะความรักมันล้นใจ จึงไม่อยากเก็บเอาไว้คนเดียว อีกอย่างก็กลัวว่าตอนที่เขาไม่อยู่จะมีใครที่ไหนมาจีบเธอด้วย

“ เอ่อ...หนู...ไม่รู้หรอกค่ะ หนูอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” เธอรวบช้อนส้อมกำลังจะเก็บไปล้างแต่เขากลับคว้ามือเล็กมากุมไว้

“พี่ก็ไม่รู้หรอกนะว่ารู้สึกกับปัญขนาดไหน และคิดว่ามันอาจจะเร็วไปเพราะเราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่...พี่ขอนะครับ อย่าเพิ่งเปิดใจให้ใครตอนที่พี่ไม่อยู่ รอพี่กลับมาก่อนนะ แล้วพี่จะทำทุกอย่างให้มันชัดเจนกว่านี้” คำพูดและมือหนาที่อบอุ่นของเขาทำให้สาวน้อยถึงกับแก้มแดงเรื่อ หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอกอยู่แล้ว

“พี่สิน...พะ...พูดอะไรคะปัญไม่เห็นเข้าใจเลย” เธอก้มหน้างุดพยายามจะดึงมือออกจากการเกาะกุมแต่เขาก็ดูจะไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

“ไม่เข้าใจแน่เหรอครับ” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้แก้มนวลจนเธอรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวนั้น

“พี่สินไม่ต้องมาแกล้งหนูเลยนะ หนูน่ะ...” เธอเงยหน้ามามองเขาแล้วก็รู้ตัวว่าคิดผิดไปถนัด เมื่อได้มองสบดวงตาคมแล้วเธอก็เกิดอาการพูดไม่ออก

“หนูทำไมเหรอครับ” เขามองสบตาเธอนิ่ง

“เอ่อ...หนู...หนูจะไปทำงานแล้ว...” แล้วเธอก็จำต้องก้มหน้าลงไปอีกครั้งด้วยไม่อาจสู้สายตาของเขาได้ สุรสินจึงใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางเล็กให้เงยหน้ามามองกัน

“เราจะไม่ได้เจอกันตั้งอาทิตย์นึงเลยนะ ไม่อยากมองหน้าพี่นานๆ หน่อยเหรอครับ พี่ยังอยากมองหน้าปัญให้นานที่สุดเลย”

“พี่สิน...” เสียงเล็กเบาบางราวกับคนละเมอเสียมากกว่า

“หนึ่งเดือนที่เรานั่งกินข้าวเที่ยงด้วยกันมา บางครั้งพี่ก็รู้สึกว่าเราสนิทกัน แต่เหมือนเราแทบไม่รู้จักกันดีพอเลย พี่จะขอแนะนำตัวเองอีกครั้งนะครับ พี่ชื่อสินครับ อายุสามสิบสามปีแล้ว พี่ยังโสด ยังไม่มีใครเป็นเจ้าของหัวใจ น้องปัญ...อยากเป็นเจ้าของหัวใจของพี่บ้างรึเปล่า”

“พี่สิน...”

“ถ้าเรียกชื่อพี่อีกครั้งเดียว พี่จะ...ไม่เกรงใจแล้วนะ”

“คือพี่สินคะ...หนู...อื้อ...”

แล้วเขาก็ไม่คิดจะเกรงใจเธออีกแล้วดังที่บอก ปากหยักได้รูปนั้นทาบทับลงมาบนปากนุ่มอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว

มือข้างเดิมเลื่อนไปจับที่ท้ายทอยเล็กเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เธอเบือนหน้าหนีไปไหน ส่วนมืออีกข้างเขาก็โอบเอวคอดนั้นแล้วรั้งร่างเล็กให้ขึ้นมานั่งบนตักอย่างเอาแต่ใจ

สมองของเด็กสาวหยุดทำงานไปชั่วขณะ เธอไม่รู้แล้วว่าควรจะต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่วาบหวิวเช่นนี้ ใจอยากจะผลักไสเขาให้ห่าง อยากจะโกรธที่เขารังแกเธออย่างเอาแต่ใจ แต่ทำไมถึงไม่คิดแม้แต่จะตบเขาสักฉาด เธอกลับปล่อยให้เขาจูบให้เขาลูบไล้แผ่นหลังบางราวกับคนที่ไร้เรี่ยวแรงขัดขืน

ปากหยักนั้นผละจากปากเล็กในที่สุดเพราะร่างบางนั้นแข็งทื่อไม่มีการตอบสนองใดๆ จนเขาเกรงเธอจะขุ่นเคืองในหัวใจไปเสียก่อน แต่ก็ห่างเพียงเสี้ยวลมหายใจเท่านั้น

“โกรธพี่รึเปล่าครับ” เขาถามและยังกกกอดเธออยู่บนตักหนาไม่ยอมปล่อย

“หนู...เอ่อ...” โกรธเหรอ ไม่นะ เธอไม่โกรธก็แค่...ตกใจ

“ถ้าพี่...ขออีกจูบ...ได้รึเปล่าครับ”

“คะ? มะ...ไม่...”

“พี่ชอบปัญนะ ชอบมากจริงๆ ด้วย ปัญจะรังเกียจพนักงานบริษัทจนๆ ที่มีภาระมากมายอย่างพี่รึเปล่าครับ” ก็ไม่ได้อยากจะโกหกเธอหรอก แต่พอเห็นเธอทำเหมือนกลัวเขานัก เขาก็คงต้องหาทางให้เธอใจอ่อน เอาไว้ถ้าความลับแตกเมื่อไหร่ ก็ค่อยหาทางเคลียร์กับเธออีกทีละกัน ใครจะว่าเขาหลอกเด็กก็ช่าง ใครใช้ให้เด็กมันน่าหลอกเองล่ะ

“ไม่นะคะ หนูไม่ได้รังเกียจพี่เลย”

“จริงนะครับ” เขาถามย้ำ

“ค่ะ หนูไม่สนใจหรอกว่าพี่จะมีฐานะแบบไหน บ้านหนูก็ไม่ได้รวยอะไรสักหน่อย แม่เคยบอกว่าเรื่องฐานะเป็นเรื่องที่สร้างกันใหม่ได้ แต่เรื่องของหัวใจ...มัน...เอ่อ...”

“เรื่องหัวใจทำไมเหรอครับ” เขาแกล้งถามต่อ

“คือ...ปล่อยหนูก่อนนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี พี่สินเองก็จะเดือดร้อนด้วย”

“ห่วงพี่?” เขาอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“ก็...หะ...ห่วงสิคะ” ให้ตายเถอะ นี่เธอกลายเป็นคนพูดติดอ่างไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

“งั้นขออีกจูบนะครับ แล้วพี่จะปล่อย พี่อยากเก็บความทรงจำระหว่างเราเอาไว้ เวลาไปอยู่เมืองไกลพี่จะได้มั่นใจว่ายังมีคนรอให้พี่กลับมาจริงๆ นะ...” เขาอ้อนเธอทั้งน้ำเสียงและแววตาจนหัวใจของเธออ่อนยวบยาบไปหมดแล้ว

“คือ...” เธอหันไปมองยังประตูทางขึ้น เหมือนกลัวว่าจะมีคนขึ้นมาเจอพวกเขาในสภาพนี้จริงๆ ทั้งที่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ก็ยังไม่เคยเห็นมีใครขึ้นมาบนนี้ตอนเที่ยงเลยสักครั้ง

“ปัญจ๋า...” เสียงเขาเรียกชื่อเธอเสียหวานหยด ทำให้เด็กสาวต้องหันหน้ามามอง

“ขา...” เธอขานรับเสียงหวานโดยอัตโนมัติ จนคนฟังแทบใจละลาย

“ขอจูบนะครับ” เขาขอโดยไม่รอคำตอบ เพราะโดนพิษรักเล่นงานจนหน้ามืดตามัวไปหมด ปากหยักนั้นแนบลงไปบนปากนุ่มนิ่มอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มันต่างกับครั้งแรกโดยสิ้นเชิง

++++++++++++++++กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด พี่สินนนนนนนนนนนนนน อร๊ายยยยยยยยยยยยยย+++++++++++++

ปล. ไรท์จะเริ่มติดเหรียญตั้งแต่ตอนหน้าแล้วจ้า โดยจะคิดอัตราตามนี้นะคะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว