บ่วงรักบอดี้การ์เถื่อน [e-book]-ตอนที่ 9 เรื่องยุ่งยาก

โดย  วรัมพร-หงสรถ-มนสิวรรณ-ธิชาร์

บ่วงรักบอดี้การ์เถื่อน [e-book]

ตอนที่ 9 เรื่องยุ่งยาก

ตอนที่ 9

เรื่องยุ่งยาก

ติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด...

“พี่แอนดี้! มะ...มีอะไรเหรอคะ” มัลลิกายิ่งคำถามด้วยผิวหน้าแดงระเรื่อ ขณะที่อีกคนก็เดินออกจากห้องไปแล้ว

ไรอันอดโมโหตัวเองไม่ได้ที่ยอมให้หญิงสาวจูบแบบนั้น ทั้งที่เขาก็รู้อยู่เต็มอกว่ามัลลิกามีว่าที่คู่หมั้นอยู่แล้ว คนไม่อยากให้หัวใจถลำลึกผ่อนลมหายใจหนักหน่วงออกมาแล้วพาตัวเองเข้าไปยืนดับอารมณ์ ดับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นกลางใจ ภายใต้สายน้ำเย็นๆ แต่ดูเหมือนสิ่งที่ทำอยู่จะไม่ช่วยอะไรเขาได้เลย ส่วนหญิงสาวที่เข้ามาก่อกวนหัวใจบอดี้การ์ดหนุ่มก็กำลังพูดคุยกับพี่ชายเสียงใส

“เราเป็นไงบ้าง” แอนดี้พยายามทำเสียงให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้น้องสาวจับน้ำเสียงได้ว่าตอนนี้เขากำลังเครียด สาเหตุก็มาจากเรื่องหมั้นของน้องสาวกับลูกชายท่านรัฐมนตรี ที่มารดากำลังเร่งวันเร่งคืนให้มาถึงโดยเร็ว

“น้ำสบายดีค่ะพี่แอนดี้ แต่อีกไม่กี่วันน้ำก็จะกลับบ้านแล้วนะคะ ว่าแต่เรื่องระเบิดหน้าห้างของเรา มีความคืบหน้าอะไรบ้างพี่แอนดี้”

“เราสนใจเรื่องนี้ด้วยหรือยัยเด็กเอาแต่ใจ” แอนดี้พูดเย้า สีหน้าก็แปลกใจไม่น้อย

“น้ำก็ต้องสนใจสิค่ะ ก็นี่มันเรื่องในครอบครัวของเรา ว่าแต่เรื่องไปถึงไหนแล้วคะ” คนเป็นน้องเอ่ยด้วยด้วยน้ำเสียงแง่งอน

“ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของตำรวจอยู่ พี่ยังบอกอะไรเรามากไม่ได้ ส่วนเราก็อย่าไปไหนมาไหนคนเดียว เพราะพี่กับคุณแม่ยังไม่วางใจว่ากลุ่มคนร้ายจะหยุดอยู่แค่นี้”

“พี่แอนดี้วางใจเถอะค่ะ เพราะไรอันจะดูแลน้ำอย่างดี” สองแก้มของคนพูดเริ่มแดงขึ้นมาอีกครั้ง หลังหวนนึกถึงสิ่งทีตัวเองทำลงไปเพราะความปากไวของตัวเอง

“แสดงว่าตอนนี้เรากับไรอัน ไม่ได้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันแล้วใช่ไหม” แอนดี้เอ่ยถามด้วยประหลาดใจ

“ก็...ไม่เชิงหรอก เพราะนายบอดี้การ์ดคนดีของพี่แอนดี้ก็ยังกวนประสาทน้ำอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ” เอ่ยเสียงกระเง้ากระงอดแต่สีหน้ากลับยิ้มแย้ม แม้คนที่พูดถึงจะกวนประสาทไปสักนิด แต่ก็น่ารักน่าคบหาใช่ย่อย

จากนั้นสองพี่น้องก็พูดคุยกันต่ออีกสักพัก แอนดี้จึงวางสาย เพราะหมดห่วงน้องสาวแล้ว แต่สิ่งที่เขาหนักใจแทนก็คือน้ำเสียงของน้องสาวยามพูดถึงไรอันนั่นต่างหาก เพราะดูเหมือนมัลลิกาจะปลาบปลื้มบอดี้การ์ดคนนี้เข้าให้ได้แล้ว แต่เขาก็หวังว่าทั้งสองจะไม่คิดเกินเลยต่อกัน เพราะมัลลิกามีคนที่คู่ควรรออยู่แล้ว

เมื่อคิดถึงว่าที่คู่หมั้นของน้องสาวขึ้นมา แอนดี้ก็ถอนใจเฮือกใหญ่ เพราะรู้ดีว่าหากมารดาตัดสินใจไปแล้ว ใครก็ไม่อาจห้ามท่านได้ หากเหตุผลไม่เพียงพอ ส่วนคนที่ทำให้พี่ชายเป็นห่วงก็นอนกอดหมอนใบใหญ่ยิ้มหวานอยู่คนเดียว เมื่อหวนคิดถึงการเอาใจใส่และดูแลของไรอันจนเผลอหลับไปในที่สุด โดยไม่รู้ว่าคนที่ทำให้ตัวเองนอนยิ้มราวกับฝันถึงเจ้าชายอยู่นั้น เดินเข้ามาดูคนนอนหลับปุ๋ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เจ้าของร่างสูงโน้มใบหน้าลงต่ำแล้วทาบริมฝีปากของตนกลางหน้าผากมนแผ่วเบาแล้วผละห่าง ก่อนจะจัดการห่มผ้าให้หญิงสาวอย่างเบามือพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ

“ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณน้ำ” กล่าวลาเสียงแผ่วเบาแล้วเดินกลับไปห้องพักผ่อนที่ห้องของตัวบ้าง แต่กว่าจะหลับตาลงได้ก็เกือบค่อนเช้าเข้าไปแล้ว เพราะมีเรื่องให้ต้องขบคิดมากมายกับสิ่งที่ก่อตัวขึ้นกลางใจของเขา รวมไปถึงเรื่องของบิดาผู้ให้กำเนิด ที่เขาไม่เคยรู้เลยว่าท่านเป็นใคร แล้วทำไมต้องทิ้งเขาและแม่ไป ทั้งๆ ที่เขายังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกเลยด้วยซ้ำ

‘เขาควรออกตามหาท่าน ตามคำขอร้องครั้งสุดท้ายของมารดาดีหรือไม่’

วันต่อมา...ไรอันและมัลลิกาได้เดินทางกลับมายังคฤหาสน์ตระกูลลี่ทันทีหลังจากผู้จัดการส่วนตัวของมัลลิกาโทรเรียกให้เข้าไปพบเพื่อพูดคุยเรื่องงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ หญิงสาวต้องเดินทางไปถ่ายทำที่ประเทศไทย รวมถึงสอบถามเรื่องข่าวเรื่องเคลวิน ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ แต่มัลลิกาไม่รู้ไม่รับฟังอะไรทั้งนั้นระหว่างอยู่พักผ่อนที่บ้านพักริมหาด กระทั่งเธอเพิ่งจะมารู้ข่าวก็ตอนเดินทางกลับมาว่าข่าวเลิกราระหว่างเธอและเคลวินนั้นโด่งดังแค่ไหน แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่าเรื่องที่เคลวิน กล่าวหาว่าเธอมีผู้ชายคนใหม่ในขณะที่ยังคบหากับเขาอยู่ ทำให้ความรักต้องพังลง

“คิดถึงคุณแม่ที่สุดเลย” เมื่อเดินเข้ามาภายในบ้านได้แล้วมัลลิกาก็โผเข้าสู่อ้อมกอดมารดาพร้อมเสียงอ้อนๆ ส่วนไรอันก็เดินเลี่ยงออกไปนั่งพักในสวนดอกไม้

“แม่ก็คิดถึงลูกเหมือนกัน แล้วเป็นไงบ้างล่ะเรา” มารดาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ก็ปกติดีค่ะคุณแม่ ส่วนเรื่องข่าวที่กล่าวหาว่าน้ำอกหักจนต้องหลบไปรักษาแผลใจ ก็ไม่เป็นความจริงสักนิด คุณแม่อย่าไปใส่ใจเลยนะคะ ข่าวอยากเขียนอะไรก็เขียนไปเถอะ แต่มันเจ็บใจก็เรื่องที่เคลวินกล่าวหาน้ำว่ามีคนอื่นนี่แหละ แต่ก็ช่างมันเถอะ น้ำไม่คิดสนใจ ปล่อยไปสักพักข่าวก็เงียบไปเอง” คนเป็นลูกบอกอย่างไม่ใส่ใจ

“แต่มีข่าวเสียหายมากๆ มันก็ไม่ดีต่อตัวลูกเหมือนกัน แม่ว่าลูก...” คนเป็นแม่อยากจะพูดเรื่องหมั้นหมายให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่บุตรสาวกับโบกมือห้ามไว้เสียก่อน

“คุณแม่อย่าเพิ่งพูดเรื่องหมั้นตอนนี้เลย เพราะน้ำยังไม่อยากหมั้น ไม่อยากแต่งงานกับใครทั้งนั้น น้ำอยากทำงาน คุณแม่อย่าเร่งน้ำเลยนะคะ นะคะคุณแม่” มัลลิกาทำเสียงอ้อน

“ก็ได้จ้ะ แต่ถ้าข่าวเรื่องเสียหายของลูกไม่จบไม่สิ้นเสียที ลูกต้องหมั้นกับทังอี้ตามที่แม่เห็นชอบ” แม้จะยอมอ่อนให้แต่คนเป็นแม่ก็มีข้อต่อรองและนั่นทำให้มัลลิกาไม่พอใจ

“แต่น้ำไม่ได้รักคุณทังอี้ แล้วคุณแม่ยังจะให้น้ำหมั้นกับเขาไปทำไมคะ”

“แต่ทังอี้เป็นคนที่เหมาะสมและคู่ควรกับลูกที่สุด หรือลูกจะไปคว้าเอาพระเอกหนุ่มคนไหนมาเป็นแฟนอีกล่ะ แต่คราวนี้แม่ขอห้ามเด็ดขาดนะ เพราะลูกมีผู้ชายที่คู่ควรรออยู่แล้ว” คนเป็นแม่พยายามอธิบายด้วยหวังให้บุตรสาวคล้อยตาม แต่แทนที่มัลลิกาจะคล้อยตามกลับยิ่งไม่ชอบความคิดของมารดา เพราะความรักในความรู้สึกของเธอไม่ได้วัดกันที่ฐานะหรือชาติตระกูล

“แต่น้ำไม่ชอบ”

“หมั้นกันไปแต่งกันไปเดี๋ยวก็รับก็ชอบกันเองนั่นแหละ เราอย่างเพิ่งมาด่วนตัดสินตอนนี้เลย” คนเป็นแม่ยังพยายามหว่านล้อมให้บุตรสาวเลือกคนที่เหมาะสม

“น้ำไม่มีวันเลือกผู้ชายคนนี้มาเป็นคู่ชีวิตของน้ำ คุณแม่เลิกจับคู่ให้น้ำสักทีค่ะ” คนไม่อยากถูกบังคับให้หมั้นหมายกับคนที่ไม่ได้รักค้านเสียงแข็ง

“ยัยน้ำ!”

“น้ำขอตัวค่ะ” พูดจบคนเป็นลูกก็เดินหนีมารดาไป มัลลิกาเดินตรงไปยังสวนดอกไม้ที่ประจำของตัวเอง ส่วนคนเป็นแม่ก็ได้แต่มองตามด้วยความระอาใจปนหนักใจ โดยมีแอนดี้เฝ้ามองอยู่นานแล้วและก็ทั้งเครียดทั้งเห็นใจน้องสาว

“คุณแม่ครับ ผมว่าเรื่องหมั้น คุณแม่อย่าเพิ่งไปบังคับ ยัยน้ำตอนนี้เลยครับ ผมว่าเราควรปล่อยให้ยัยน้ำทำงานที่รักไปก่อน” แอนดี้พูดขึ้น ก่อนจะเดินไปกุมมือมารดาพาไปยังในห้องรับประทานอาหาร

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว