[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

ตอนที่ 24

ภาพชายชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่หล่อเหลาราวภาพวาดของศิลปินมือเอกผ่านเข้าออกคอนโดมิเนียมคุ้นตาเจ้าหน้าที่นิติบุคคลเป็นอย่างดี แต่วันนี้แทนที่จะเดินด้วยท่วงท่าสบายสง่างามอย่างทุกครั้ง ชายหนุ่มกลับก้าวยาว ๆ แทบเป็นการเดินแกมวิ่งจากบันไดสถานีรถไฟฟ้าพุ่งเข้ามาในอาคาร

โนแอลก้าวพรวดเข้าไปในลิฟต์เมื่อประตูเปิดออก ทุกอย่างรอบตัวเขาเหมือนจะเชื่องช้าไปหมด ไม่มีอะไรเร็วทันกับใจของเขาซึ่งแล่นไปหาคนที่ห้องแล้วเลยสักอย่าง

เขาพอเดาได้ว่าโมนาคงโกรธมากที่ถูกสั่งพักงานสิบห้าวัน มันไม่เพียงเป็นการแสดงถึงความไม่ไว้วางใจเท่านั้น แต่ยังทำลายความน่าเชื่อถือของเธอในสายตาพนักงานอีกด้วย แต่นี่เป็นหนทางเดียวที่เขาพอจะทำได้ ชะลอให้เรื่องเกิดขึ้นในสภาพเลวร้ายน้อยที่สุด เพราะยามที่หลักฐานทุกอย่างชี้ไปยังโมนาว่าทุจริตบริษัท ตามหลักแล้วโทษของเธอคือไล่ออกสถานเดียว !

โนแอลเลือกแขวนตำแหน่งแสงดาวไปด้วยในคราวเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดการเพ่งเล็งมาที่โมนาเพียงคนเดียว แม้จะเสี่ยงกับการแหวกหญ้าให้งูตื่น แต่เขาลงมือ ‘เชือด’ หญิงสาวอย่างเลือดเย็นแบบนั้นไม่ได้ ต่อให้ต้องทำลายชื่อเสียงคนอีกเท่าไร เขาก็ยินดี ขอเพียงแค่จะช่วยชะลอความเสียหายที่มีต่อตัวโมนาได้ก็พอแล้ว

ชายหนุ่มไขกุญแจเข้าไปในห้องด้วยใจที่ร้อนเป็นไฟ ครั้นเปิดประตูเข้าไป หัวใจก็โลดแรงด้วยความแตกตื่น เมื่อพบว่ามันมืดสนิท เขาเปิดไฟแล้วได้แต่ยืนตะลึงงันอยู่กับที่ ยามพบว่าโมนานั่งอยู่บนโซฟา ไหล่ตั้งหลังตึง ท่าทางคล้ายรูปสลักที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

“เชรี” เขาถอดรองเท้าโดยไม่สนใจเก็บเรียงให้เป็นระเบียบเหมือนทุกครั้ง แล้วก้าวยาว ๆ มานั่งลงข้างเธอ คว้ามือเธอมาจับไว้แล้วบีบเบา ๆ “ผมรู้ว่าคุณโกรธ ผมขอโทษที่ตัดสินใจทำแบบนั้น แต่ผมอธิบายได้นะ”

ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ละม้ายกำลังเอ่ยกับกำแพงหิน ไร้ปฏิกิริยาตอบโต้ใด ๆ ทั้งสิ้น

“เชรี มีอะไรก็พูดออกมาสิ อย่านิ่งแบบนี้”

ใบหน้านั้นหันมาทางเขาเล็กน้อย แม้ไม่มีรอยยิ้ม และดวงตาคู่นั้นก็มีรอยแดงช้ำคล้ายเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีกว่าการนั่งนิ่งอย่างเดิม “คุณร้องไห้เหรอ โธ่...คนดี มันไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอกนะ”

โมนากะพริบตาถี่ ๆ แล้วทำให้เขานิ่งอึ้ง เมื่อเธอเอ่ยเป็น ‘ภาษาไทย’ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย “มันไม่เลวร้ายเลยค่ะ เมื่อเทียบกับความจริงอื่น ๆ ที่คุณปิดบังฉันเอาไว้”

หญิงสาวโน้มตัวไปที่โต๊ะ เลื่อนรูปปึกหนึ่งมาตรงหน้าเขาเงียบ ๆ

ทั้งน้ำเสียง ถ้อยคำ และสายตาของเธอบอกทุกความเจ็บปวด หวาดระแวง และไม่ไว้วางใจ ! โนแอลมองตามมือของเธอไป ประมวลเรื่องราวทั้งหมดแล้วก็ชะงักงัน รู้สึกคล้ายถูกไฟฟ้าแรงสูงจู่โจมกะทันหัน ร่างกายเขาคล้ายด้านชาไร้ความรู้สึกในเสี้ยววินาที

ขณะที่ยังสับสน มึนงง และไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับปฏิกิริยานี้อย่างไร โมนาก็เอ่ยขึ้นอีก...เป็นภาษาไทยเช่นเดิม

“ฉันรอฟังคำอธิบายอยู่ค่ะ”

ชายหนุ่มลูบหน้าแรง ๆ ให้แน่ใจว่ามิได้อยู่ใน...ฝันร้าย ! เมื่อสบตาโมนาก็เห็นชัดเจน แววตาของเธอบอกความรู้สึกได้ดีกว่าท่าทางหรือคำพูดใดเสียอีก เขารู้จากกิริยาเพียงแค่นั้น ว่าโมนาไม่เหลือความไว้เนื้อเชื่อใจไว้ให้เขาอีกต่อไปแล้ว แม้จะแจ้งแก่ใจ แต่เขายังไม่อยากยอมแพ้ โนแอลดึงมือเธอมากุมไว้นิ่ง ๆ ไหล่บึกบึนไหวแรงเมื่อเขาหายใจเข้าลึก ก่อนเริ่มเอ่ยช้า ๆ ด้วย ‘ภาษาไทย’ ชัดถ้อยชัดคำ

“แม่ผมเป็นคนไทย”

โมนาเบือนหน้าหลบสายตาเขาทันที แต่ชายหนุ่มไม่ยอมให้เธอกระทำเช่นนั้น เขาแตะปลายคางบังคับให้เธอหันกลับมาสบตากันอีกครั้ง “ผมฟังภาษาไทยได้ตั้งแต่เด็ก แต่เพิ่งมาตั้งใจหัดพูดและเขียนตอนที่รู้จักขิม ขิมไม่ใช่คนเกาหลี เธอเป็นคนไทยเหมือนกัน ชื่อเต็ม ๆ ของเธอคือขิมคราม”

สายตาของเธอว่างเปล่าจนโนแอลใจหายวาบ ให้เธอโกรธขึ้ง โวยวาย คร่ำครวญรำพันอย่างผู้หญิงทั่ว ๆ ไปยังดีเสียกว่า แต่นี่เธอช่างควบคุมสติและอารมณ์ได้ดีจนเขากลัว เพราะไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าโมนากำลังคิดอะไรอยู่

“ครั้งแรกที่เราเจอกันที่ฟิตเนส ผมไม่คิดว่าเราจะได้พบกันอีก แล้วคุณก็ไม่มีปัญหาในการสื่อสารกับผม ก็เลยคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะต้องบอกรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้”

“ตอนนั้นคุณไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าฉันทำงานที่ลียอง” คำถามย้ำซ้ำบอกให้รู้ว่าเธอไม่เคยลืมเรื่องนี้จากใจเลย

“เชรี ผมขอโทษที่ล้อเล่นไม่คิด ทำให้คุณหวาดระแวง แต่ผมไม่เคยรู้มาก่อนจริง ๆ ว่าคุณทำงานที่ลียอง เพิ่งรู้วันที่เราเจอกันที่สำนักงานนั่นแหละ” เขาชั่งใจ มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าใคร่ครวญ โมนาเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผล ไม่หุนหันพลันแล่น ขนาดเพิ่งพบว่าเขาพูดอ่านภาษาไทยได้ เธอยังไม่ตีโพยตีพายเลย แถมมีท่าทีสงบรอฟังคำอธิบายอีกด้วย โนแอลเชื่อใจผู้หญิงคนนี้ เชื่อหัวใจตัวเองว่า เขา...รักคนไม่ผิด

“คุณอาจคิดว่าผมมีโอกาสบอกคุณหลังจากนั้นอีกมากมาย แต่ผมก็ไม่ทำ ผมยอมรับนะว่าแรก ๆ สงสัยว่าคุณจะเป็นตัวการทุจริต ถึงตัดสินใจยังไม่บอก เพราะผมต้องการใช้มันเป็นข้อได้เปรียบในการเช็กประวัติของคุณ” เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เมื่อต้องเอ่ยประโยคถัดมา “แรกทีเดียวที่พยายามมาแบ่งเช่าห้องของคุณให้ได้ ก็เพราะผมต้องการตรวจสอบคุณ ดูฐานะความเป็นอยู่และการใช้เงินของคุณ ผมชวนแสงดาวไปที่ห้อง วางยาและอ้างว่าเธอเข้าหาผม ใช้แสงดาวเป็นบันไดให้คุณยอมช่วยเหลือและพาผมมาบ้าน”

มือนุ่มที่เขาเกาะกุมอยู่กำแน่นเข้า โนแอลพยายามสอดนิ้วลงไปในอุ้งมือของเธอแทน ไม่อยากให้หญิงสาวจิกเล็บลงในเนื้อตัวเอง แต่โมนากลับสะบัดมือเขาออก ทั้งยังเขยิบถอยห่างจากเขา ริมฝีปากบางเม้มแน่นคล้ายพยายามระงับความรู้สึก

โนแอลมองมือตนเอง สำรวจช่องว่างระหว่างกัน รู้สึกถึงอาการขมร้าวในคอ หัวใจคล้ายถูกฉีกทึ้งออกช้า ๆ ให้เธอกรีดร้อง โวยวาย หรือคร่ำครวญยังดีเสียกว่าการนิ่งเงียบราวกับภูเขาน้ำแข็งเช่นนี้

“หลังจากเริ่มสืบค้นลึกลงไปเรื่อย ๆ ผมก็มั่นใจว่าคุณไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้น ผมตัดคุณออกจากรายชื่อผู้ต้องสงสัย และไม่เคยสงสัยคุณอีกเลยนะเชรี”

“ฉันมีชื่อของฉัน ถ้าจะกรุณา เรียกฉันว่าโมนาดีกว่าค่ะ” ประโยคแรกที่เธอขัดจังหวะการเล่าของเขา เป็นยิ่งกว่าดาบที่ตวัดฉับลงบนเส้นด้ายบาง ๆ ที่เขาเรียกว่าความหวังจนขาดสะบั้นไม่เหลือชิ้นดี

“คุณฟัง แต่คุณไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูดเลยแม้แต่คำเดียว...ใช่ไหม” เขาถามเสียงแผ่วด้วยความทดท้อ ไม่เคยรู้สึกว่าหัวใจจะเต้นเป็นจังหวะแผ่วเบาได้เพียงนี้

เมื่อไม่ได้รับคำตอบ เขาจึงพยายามต่อ แม้ความหวังจะเหลือเพียงเศษเสี้ยวของหัวเข็มในห้วงมหาสมุทรเขาก็ยินดีจะเสี่ยง “ผมไม่ได้พักงานคุณ เพราะผมคิดว่าคุณทุจริตนะเช...เอ่อ...โมนา แต่ที่ต้องทำอย่างนั้นก็เพราะจำเป็นจริง ๆ มีคนพยายามใส่ร้ายว่าคุณยักยอกเงินของบริษัท เช็คใบที่หายไปนั่น ธนาคารยืนยันมาแล้วว่ามีการสั่งจ่ายเงินเก้าแสนเข้าบัญชีของคุณ” เขาดึงโทรศัพท์มือถือที่โมนาคืนให้เขาเมื่อช่วงเย็นออกจากกระเป๋าเสื้อมาส่งให้หญิงสาว “คุณเช็กรายละเอียดบัญชีดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าผมพูดจริง พวกมันจัดฉากให้คุณเป็นแพะ ผมไม่มีทางเลือกนอกจากพักงานคุณชั่วคราว เพื่อซื้อเวลาหาทางจัดการกับตัวการให้เรียบร้อยก่อน”

“ฉันควรจะเชื่อคนที่ไม่เคยพูดความจริงกับฉันแม้แต่เรื่องเดียวอีกหรือคะ” ถ้าเลือกได้ โนแอลอยากให้ตัวเองรักผู้หญิงที่ฉลาดน้อยกว่านี้เสียจริง จะได้ไม่ต้องถูกโบยตีด้วยคำถามง่าย ๆ แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจเช่นนี้

ชายหนุ่มอดหัวเราะหึ ๆ ด้วยความสมเพชตัวเองไม่ได้ เขารับมือผู้หญิงมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีใครที่ทำให้เขาจนด้วยคำพูดเช่นนี้ เขาเคยรำคาญเวลาอยู่กับผู้หญิงสวย ๆ ที่ไร้สมอง แต่เพิ่งรู้วันนี้เองว่ารักคนฉลาด...ก็ทุกข์ไปอีกแบบ

ดูท่าเสียงหัวเราะของเขาจะไปกดโดนปุ่มโมโหเดือดของอีกฝ่าย เพราะโมนาชักสีหน้าทันที น้ำเสียงแข็งกร้าวดุดันผิดกว่าปกติ

“มีอะไรน่าขำนักหรือ”

โนแอลยิ้มนิด ๆ ด้วยความเอ็นดู “ผมไม่ได้โกหก คุณจะหาว่าผมเล่นลิ้นเจ้าเล่ห์ก็ได้ แต่ผมไม่เคยพูดว่าตัวเองไม่รู้ภาษาไทย ผมแค่ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดเท่านั้นเอง”

“เป็นคำอธิบายที่ชัดเจนดีค่ะ ทำให้ฉันรู้จักคุณได้มากกว่าที่พูดยาว ๆ เมื่อกี้เสียอีก” โมนายิ้มหยัน

“เช...เอ่อ...โมนา คุณอย่าตีความไปเองตามใจชอบสิ คำพูดของผมไม่ต้องตีความ ผมหมายความตามที่พูดทุกคำจริง ๆ นะ”

“ละครโรงเล็กจบแล้วค่ะ ‘เมอร์ซิเออร์เดอแบร์มองต์’ ที่นี่ไม่มีความบันเทิงให้คุณเสพอีกแล้ว ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะย้ายออกจากที่นี่คืนนี้เลย”

โนแอลนิ่งงันไปครู่ใหญ่ ทั้งสรรพนามห่างเหินแล้วยังคำพูดตัดรอนนั่นอีก เมื่อกี้...เธอเพิ่งเชิญเขาออกจากบ้านอย่างสุภาพใช่ไหม ช่างเป็นการไล่ที่มีอารยธรรม ทว่าทั้งเลือดเย็นและไร้หัวใจอย่างหาใดเปรียบไม่ได้จริง ๆ

“คุณต้องการแบบนี้จริง ๆ เหรอ คุณรู้ใช่ไหมว่ามันไม่ใช่แค่การย้ายออกไปเท่านั้น แต่มันหมายถึงเรื่องของเรา และความสัมพันธ์ของเราด้วย”

เป็นครั้งแรกในราตรีนี้ที่เขาเห็นสีหน้าเธออ่อนโยนลงเล็กน้อย ริมฝีปากที่แย้มออกนิด ๆ เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวกำลังพยายามฝืนยิ้มเยาะหยัน และก่อนที่เขาจะทันคาดคิด น้ำตาหยดแรกก็รินลงมาเปื้อนพวงแก้มนวลช้า ๆ

“เชรี ! ” วินาทีนั้น โนแอลปัดทุกความรู้สึกออกจากใจ เขาดึงตัวโมนาเข้ามากอดแน่น ไม่สนใจแม้ว่าเธอจะขืนตัวไว้และพยายามผลักไสเขาออกห่างอย่างไรก็ตาม ริมฝีปากร้อนจูบที่ริมขมับหญิงสาว ขณะเขาพร่ำบอกซ้ำ ๆ “คนดีอย่าร้องไห้ ผมขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ผมขอโทษ”

โมนาผลักเขาออกห่าง แล้วลุกขึ้นยืนถอยหลังกรูดไปตั้งหลักไกลเกินกว่ามือเขาจะเอื้อมถึง

ชายหนุ่มผวาจะลุกตามไป แต่เมื่อมองเห็นดวงหน้ากลมอิ่มเมินไปทางอื่น หลบสายตาเขาทั้งที่หยดน้ำตายังพราวเต็มดวงหน้า โนแอลก็ชะงัก ทิ้งตัวลงนั่งที่เดิม รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามอีกต่อไป

ไม่ว่าเหตุผลของเขาจะเป็นอะไรก็ตาม บัดนี้...โมนาได้ก่อกำแพงขึ้นกางกั้นระหว่างเขากับเธอเสียแล้ว และโอกาสที่เขาจะฝ่ามันเข้าไปยังหัวใจเธออีกครั้งก็แทบจะเป็นศูนย์ เพราะกำแพงนั้นมีชื่อว่า...ความไม่เชื่อใจ !

โนแอลยืนขึ้นช้า ๆ ไม่เคยเกลียดการกระทำของตัวเองมากเท่านี้มาก่อนเลย เขายังจำวันแรกที่พบกันได้ดี

‘ฉันน่ะเกลียดการโกหกหลอกลวง เกลียดความรู้สึกที่ว่าตัวเองเป็นคนโง่ที่สุด’

บาดแผลที่ชัชวินเคยทิ้งร่องรอยไว้ในใจเธออาจไม่รุนแรงนัก แต่วันนี้เขากลับทำให้เธอคลางแคลงใจ และไม่แน่ใจเลยว่าจะเชื่อสิ่งใดที่เขาเคยพูดได้บ้าง

“ถ้าคุณจะโกรธจะเกลียด ผมก็จะยอมรับความรู้สึกนั้นจากคุณแต่โดยดี แต่อย่าร้องไห้อีกเลยนะเช...เอ้อ...โมนา เพราะมันทำให้ผมเจ็บปวดที่ต้องเห็นคุณเป็นอย่างนี้ ผมควรเป็นคนปลอบใจคุณมากกว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณเสียน้ำตา”

หญิงสาวหันกลับมาช้า ๆ สบตาเขา ดวงตาคู่นั้นคลอด้วยหยาดน้ำใสเอ่อ ขณะใบหน้านวลเปื้อนคราบน้ำตา “สำคัญตัวเองมากเกินไปแล้วละค่ะเมอร์ซิเออร์ ฉันไม่ได้ร้องไห้ให้คุณ ฉันร้องไห้เพราะสงสารตัวเองต่างหาก ที่ไม่เคยเรียนรู้จากประสบการณ์เดิมเสียที ผิดกี่ครั้งก็ผิดอยู่ที่เรื่องเดิมตลอด คิดแล้วก็น่าเวทนาจะตายไป ไม่สวยแล้วยังโง่อีก”

“เมื่อไหร่คุณจะเลิกตอกย้ำตัวเองด้วยเรื่องบ้า ๆ พวกนั้นเสียที วัน ๆ คุณเคยคิดเรื่องอื่นบ้างไหม นอกจากคอยกังวลว่าใคร ๆ จะมองคุณยังไงน่ะ คุณไม่เบื่อตัวเองบ้างหรือไง” เป็นโนแอลเสียเองที่มาถึงขีดของความอดทนก่อน เขาโวยเสียงแข็งด้วยท่าทีโกรธจัด

คนตัวสูงก้าวพรวดเข้ามาประชิดตัวหญิงสาว มือแข็งแรงคว้าต้นแขนเธอทั้งสองข้างดึงมาประชิดตัว “คุณไม่รำคาญตัวเองบ้างเหรอ กลัวโน่นนี่สารพัดอยู่ได้ ใครจะพูดอะไรก็ให้มันพูดไปเถอะ ชีวิตเป็นของคุณ ไม่ใช่ของลมปากคนอื่น ความรู้สึกก็เป็นของเรา มันไม่มีผิดไม่มีถูกหรอก ไม่มีใครโง่ ไม่มีคนฉลาดในเรื่องของความรักทั้งนั้นแหละ”

“รักเหรอ” โมนาหัวเราะหยัน ๆ ลอยหน้าถามเขาด้วยน้ำเสียงขมจัด “อย่ามารักฉันเลย ฉันเป็นเอมิเลียในชีวิตคุณไม่ได้หรอก เพราะฉันไม่มีอะไรจะแลกเปลี่ยนให้คุณมากเท่าผู้หญิงพวกนั้น”

โนแอลปล่อยมือจากต้นแขนเธอราวกับจับถูกของร้อน เขาถอยออกห่างขณะมองเธออย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง “คุณมองผมเป็นไอ้ตัวทุเรศขนาดนั้นเลยเหรอ นี่คุณคิดว่าผมใช้เอมิเลียเป็นสะพานก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารของลียองเหรอ”

เพียงโมนาแย้มริมฝีปากออกด้วยอาการเย้ยหยัน เขาก็เซไปน้อย ๆ ประดุจถูกหมัดน็อกเข้าที่ปลายคาง คำพูดมากมายคล้ายมารออยู่ที่ปลายลิ้น แต่กลับเอ่ยสิ่งใดไม่ออกแม้แต่ถ้อยคำเดียว

“วันเวลาทั้งหมดที่เราเคยมีร่วมกันไม่มีความหมายกับคุณเลยใช่ไหมเชรี” ตอนท้ายเสียงเขาสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่

โมนาเบือนหน้าไปทางอื่น ยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าลวก ๆ ไม่เอ่ยคำใดทั้งสิ้น

“น่าเสียดาย...ผมเคยคิดว่าคุณจะแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นซะอีก ที่จริงแล้วคุณก็เหมือนกับคนพวกนั้นนั่นแหละ คนที่คุณเกลียดนักหนาว่าตัดสินคุณจากภายนอก คุณก็เป็นหนึ่งในคนพวกนั้น แค่เห็นรูปพวกนี้ คุณก็ตีความสรุปเอาเองว่าผมคงมีดีอยู่แค่หน้าตากับเรื่องบนเตียง ภาษาไทยเรียกว่ายังไงนะ...” เขาหัวเราะหึ ๆ “แมงดาใช่ไหม เอาตัวเอาเซ็กซ์แลกเปลี่ยนกับสิ่งที่ต้องการ ไม่ต้องใช้สมอง แค่ใช้ไอ้นั่นก็ไต่เต้าขึ้นมาได้แล้ว”

โนแอลลุกขึ้นหมุนตัวก้าวองอาจผึ่งผายเข้าไปในห้องนอนพักใหญ่ ก่อนจะออกมาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กในมือ เขาหันมาสบตากับคนที่ยังคงยืนน้ำตาพรั่งพรูอยู่ที่เดิม

“คุณพูดถูก คุณควรจะสงสารตัวเอง เพราะคุณตื้นเขินมาก ปริญญาของคุณมันทำให้คุณเก่งจนดูถูกคนอื่นไปทั่ว มองไม่เห็นหัวใครแม้กระทั่งคนที่รักคุณ” เขาสบตาโมนานิ่ง ๆ “ผมไม่เสียใจที่รักคุณ แต่เสียดายที่ ‘เรา’ ต้องจากกันแบบนี้ และผมบอกได้เลยว่าพรุ่งนี้...คุณจะเป็นคนที่เสียใจมากกว่าที่ปล่อยให้ผมไป”

โนแอลหันหลังแล้วเดินไปที่ประตูด้วยย่างก้าวที่มั่นคง ทว่าขณะมือจับอยู่ที่คันเปิดประตู เขาก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินโมนาเอ่ยกระท่อนกระแท่นตามหลังมา

“เราสูญเสียสิ่งที่เรา ‘ไม่เคยมี’ ไม่ได้หรอกค่ะ”

----------------------------------------------

สะเทือนใจขั้นสุดกับคำตัดพ้อของโมนา

วงวารนางมากอะ T_T

คะแนนรีวิวโนแอลของหมู่เฮาต่ำเตี้ยน้อยนิดมาก

สวนทางกับความน่ารักและทุ่มเทของฮีสุดๆ

ขอแรงเพื่อนนักอ่านที่ชอบโนแอล

ไปช่วยกันรีวิวและให้หัวใจ โนแอลกันหน่อย

ที่ตรงนี้>>https://goo.gl/VrsXdA

sds



หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว