หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี-บทที่21

โดย  วิโอเล็ตต้า

หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี

บทที่21

บทที่21

“ถวายบังคมฝ่าบาท” ร่างบางยอบกายคำนับเมื่อเดินตามหม่ากงกงมาถึงหน้าพระพักตร์

“ลุกขึ้นได้ องค์หญิงมาหาเจิ้นด้วยเรื่องอันใดหรือ”หยางจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ยังคงก้มอ่านฎีกาในพระหัตถ์มิเหลือบแลขึ้นแม้แต่น้อย

หยางเลี่ยงเฟิ่งจิกราชโองการในมือแน่น ทั้งที่รู้ว่านางมาด้วยเรื่องอันใดแต่กลับทำเป็นไม่ใส่ใจ

ดวงตาเรียวหงส์ปรายมองสตรีคนโปรดที่ยืนยิ้มอ่อนหวานปรนนิบัติข้างกาย “เจ้าช่วยออกไปก่อน”

ไป๋เต๋อผินชะงักเล็กน้อย ก่อนจะช้อนตามองฮ่องเต้ด้วยแววตาสั่นระริก เมื่อเห็นพระองค์ไม่รับสั่งอันใดจึงละมือจากแท่นฝนหมึก ย่อกายแล้วเดินออกมา

ไม่ว่าจะตาฝาดหรือไม่ ยามไป๋เต๋อผินเดินผ่าน นางเห็นสายตาเย็นชามองนางชั่วขณะก่อนจะจางหายเหลือเพียงสายตาบริสุทธิ์อ่อนโยน

เมื่อร่างงามเดินพ้นออกจากห้อง หยางเลี่ยงเฟิ่งก็หันมามองฮ่องเต้ที่ยังคงสนใจแต่ฎีกาในมือ

“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ต้องการแต่งงาน”

หยางจิ้งเหยียนชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเงยขึ้นมององค์หญิงสิบสามในอดีตฮ่องเต้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง

หยางเลี่ยงเฟิ่งสบพระเนตรเรียบนิ่งด้วยใจสั่นรัว ขอบตาเริ่มแดงเรื่อ “หม่อมฉันถวายตัวให้กับฝ่าบาทแล้ว จะแต่งงานอีกได้อย่างไรกัน”

“เจ้าเป็นองค์หญิง มิได้ถวายตัวอย่างเป็นทางการย่อมแต่งงานได้”

“ฝะ ฝ่าบาท” เขากำลังจะบอกว่านางไม่อาจเทียบเท่าเหล่าสนมชายาพวกนั้นเชียวหรือ ถึงจะยกนางให้ใครก็ได้

“ไหนพระองค์สัญญาว่าจะปกป้องหม่อมฉัน เป็นที่พักพิงที่มั่นคงให้กับหม่อมฉัน หาก…” หยางเลี่ยงเฟิ่งเอ่ยเสียงสั่นเครือ สบตาฮ่องเต้อย่างตัดพ้อ “หากให้แต่งกับอวิ๋นหานตง…”

“เจิ้นไม่เคยผิดสัญญา” หยางจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาคมเหยี่ยวหลุบลงไม่อาจคาดเดาอารมณ์

“ตะ แต่…”

“รับสั่งของฮ่องเต้มิอาจคืนคำ องค์หญิงกลับไปเถิด”

ร่างบางสั่นเทามองพระพักตร์ฮ่องเต้อย่างเจ็บปวดและสับสน เรียวปากขบเม้มแน่น ดวงตาเรียวหงส์ตัดพ้อโศกเศร้า แต่ยังคงไร้ซึ่งน้ำตา

“หม่อมฉันทูลลา”

หยางเลี่ยงเฟิ่งเดินก้มหน้าออกมา ระหว่างทางเจอไป๋เต๋อผินยืนยิ้มอ่อนหวานอยู่หน้าห้อง

“องค์หญิงสีพระพักตร์ไม่ดีเลย พระองค์เป็นอันใดหรือไม่”

ดวงตาเรียวหงส์ปลายมองไป๋เต๋อผินนิ่ง ก่อนจะเดินผ่านสนมคนโปรดออกไป โดยมิได้เอ่ยตอบหรือทักทายแต่อย่างใด

หยางเลี่ยงเฟิ่งเดินออกจากห้องทรงอักษรก็เห็นหม่ากงกงยืนสงบอยู่ที่เดิม แต่ด้านข้างมีบุรุษร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่

หยางเลี่ยงเฟิ่งชะงักเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้นั้น

นอกจากเขาจะมีร่างกายที่สูงใหญ่เช่นนักรบเจนสงครามแล้ว ใบหน้าก็ดูน่ายำเกรงไม่น้อย คิ้วคมเข้มดุจดาบกล้าขมวดมุ่น ดวงตาคมกริบดั่งเสือร้ายกระหายเลือด รอบกายแผ่กลิ่นอายอันตรายจนไม่กล้าเข้าใกล้

“องค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งจะเสด็จกลับเลยหรือไม่พะยะค่ะ” มหาขันทีเฒ่าเอ่ยขึ้น

“อืม” หยางเลี่ยงเฟิ่งเบนสายตาจากร่างสูงใหญ่ ก่อนจะเดินเว้นออกมาอีกทาง เมื่อร่างบุรุษผู้นั้นยังคงยืนนิ่งขวางทางอยู่

“อ้อ ที่แท้ก็เป็นนางจิ้งจอกแห่งวังหลัง”

เสียงดุดันที่เอ่ยขึ้นทำให้ร่างเล็กบางชะงักเล็กน้อยก่อนจะเงยขึ้นสบตาคมกริบนั่นอีกครั้ง

หึ เมื่อเห็นแววตางุนงงจากใบหน้างาม ต่งมู่หรงก็แค่นเสียงหัวเราะออกมา “สตรีไร้ยางอาย เพื่อเกียรติยศอำนาจ ถึงกับยอมทอดกายให้บุรุษ”

“เจ้า!” ใบหน้างามขึ้นสีแดงเรื่อ นางทั้งอับอาย ทั้งโมโห “เจ้าช่างบังอาจ!” หยางเลี่ยงเฟิ่งชี้หน้าบุรุษหยาบคายจนมือสั่น

“สตรีที่ยั่วยวนบุรุษจะมีค่าอันใดให้เชิดชูกัน หึ”

หยางเลี่ยงเฟิ่งเม้มปากแน่น ลดมือลงจิกราชโองการสีทองจนแทบจะทะลุ ร่างบางหอบหายใจด้วยโทสะ อยากจะจับคนผู้นี้ออกไปโบยให้ตายคาที่ที่บังอาจดูหมิ่นนาง แต่เมื่อมองไปยังขันทีนางกำนัลรอบกาย ก็เห็นเพียงศีรษะดำๆที่พร้อมใจกันก้มหน้านิ่งราวกับไม่ได้ยินถ้อยคำดูหมิ่นทีกล่าวว่านาง แม้แต่หม่ากงกงเองก็เบนสายตาไปทางอื่น

ช่างรู้สึกสะท้อนใจนัก นางที่เป็นถึงองค์หญิงไม่อาจเทียบเท่าขุนนางคนหนึ่งได้

หยางเลี่ยงเฟิ่งขบริมฝีปากแน่น ก่อนจะหันหน้าเดินออกจากตำหนักไป

หึ

ต่งมู่หรงแค่นเสียงเย็นชา มองแผ่นหลังบางที่เดินจากไปอย่างดูแคลน “ทูลฝ่าบาทได้แล้ว”

“ทูลฝ่าบาท แม่ทัพต่งขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”

“เข้ามา”

“ถวายบังคมฝ่าบาท” ร่างองอาจของแม่ทัพไร้พ่ายเดินเข้ามาคุกเข้าทำความเคารพฮ่องเต้ หากแต่สายตาคมปราบประดุจพยัคฆ์ปรายมองสตรีที่ยืนปรนนิบัติฮ่องเต้ราวกับจะบอกว่า เจ้ามายืนรอรับดาบข้าหรือไร

“เจ้ากลับไปก่อน” มือหนาโบกปัด

“เพคะ” ไป๋เต๋อผินจำใจวางมือจากแท่งหมึก ก่อนจะเร่งฝีเท้าออกจากห้องไป

“เจ้านี่ยังคงรังเกียจสตรีไม่เปลี่ยน” หยางจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงเรียบ พลางโบกมือให้ลุกขึ้น

“สตรีมีใครบ้างไม่น่ารังเกียจ ยอมทอดกายบุรุษเพื่อให้ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ” ต่งมู่หรงเอ่ยเสียงเครียด ก่อนจะสบตาผู้เป็นเหนือหัว “ผู้กล้าตายเพราะสตรีมานักต่อนักแล้ว”

หึ หยางจิ้งเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ “เจ้าคงมิได้มาหาเจิ้นเพราะเรื่องนี้”

ต่งมู่หรงขมวดคิ้วแน่น ยิ่งทำให้ใบหน้าคร้ามแดดแลดูทะมึนน่ายำเกรงขึ้นไม่น้อย “เหตุใดฝ่าบาทถึงให้องค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งอภิเษกสมรสกับรองเสนาอวิ๋น นั่นไม่เท่ากับว่ากำลังยกอำนาจให้กับตาเฒ่าสกุลหวังหรือพะยะค่ะ”

“ฮองเฮาขอร้อง เจิ้นไหนเลยจะกล้าปฏิเสธ” มือหนากำหมัดแน่น เอ่ยเสียงเครียด

“นับวันสกุลหวังจะยิ่งแข็งข้อ ตอนนี้ได้อำนาจสกุลฝู อีกไม่นานคงจะดึงสกุลเยี่ยมาเป็นพวก” สกุลฝูกับสกุลเยี่ย แม้จะมีอำนาจไม่มากแล้ว แต่ก็เป็นสกุลเก่าที่มีคนนับหน้าถือตาไม่น้อย

ยามนี้สกุลหวังมีอำนาจกว่าครึ่งราชสำนัก เริ่มวางอำนาจบาตรใหญ่ แทบไม่เห็นหัวฮ่องเต้ ฮ่องเต้จะตรัสสิ่งใดต้องฟังคำเสนาบดีหวังสองส่วน

“ฮ่องเต้ตรัสคำไหนคำนั้น มิอาจคืนคำ” หยางจิ้งเหยียนมองแม่ทัพไร้พ่ายที่ทำหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหลุบตาลงเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง “ราชโองการไม่อาจเปลี่ยนแปลง แต่ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้”

ดวงเนตรพยัคฆ์เบิกกว้างเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย ก่อนจะเปล่งประกายวาววับราวกับนึกแผนชั่วร้ายออก

หึ!

ตำหนักธาราพิสุทธิ์

ผิงเอ๋อร์ปรนนิบัติหวีผมให้องค์หญิงของตนอย่างเป็นห่วง นับตั้งแต่องค์หญิงกลับจากเข้าเฝ้าฮ่องเต้เมื่อวานก็นั่งเหม่อลอยอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็นั่งถอนหายใจราวกับปลงตกทุกสิ่ง

ฝูไท่เฟยเองก็เป็นห่วงพระธิดายิ่งนัก แต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ ทำได้เพียงมานั่งปลอบโยน

ราชโองการเต้เป็นดั่งบัญชาสวรรค์ มีเพียงแต่ต้องทำตาม

“ทูลองค์หญิง มีรับสั่งจากฮ่องเต้เพคะ” เสียงนางกำนัลหน้าห้องดังขึ้น

หยางเลี่ยงเฟิ่งใจเต้นแรงขึ้น ภาวนาให้เป็นรับสั่งยกเลิกราชโองการอภิเษกสมรส ร่างบางขยับเล็กน้อย “ว่ามา”

“ฝ่าบาทมีรับสั่งให้องค์หญิงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานล่าสัตว์ในอีกเก้าวันที่จะถึงนี้เพคะ”

สิ้นเสียงนางกำนัล ความคาดหวังที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วก็สูญสลายลงในพริบตา

เรียวปากงามยกยิ้มเย้ยหยัน ลมปากบุรุษมีอันใดน่าเชื่อถือกัน ยิ่งเป็นลมปากฮ่องเต้ ก็คงเป็นเพียงเสียงผายลม!

จะปกป้องข้า จะเป็นที่พักพิงที่มั่นคงให้แก่ข้า! ยังมิทันข้ามคืน คำมั่นที่ให้ ก็เป็นเพียงเสียงผายลม

แต่งให้รองเสนาบดีอวิ๋นหานตง ฉลาดแล้วอย่างไร เก่งกาจแล้วอย่างไร สุดท้ายก็เป็นเพียงลูกอนุที่ไม่ได้รับการเชิดชู แล้วสกุลอวิ๋นก็เป็นคนของหวังฮองเฮา แต่งเข้าไปก็คงเป็นได้เพียงหมากในกระดานอำนาจเท่านั้น

แต่สตรีไร้กำลัง ไร้อำนาจเช่นนาง จะมีประโยชน์อันใดให้คนเหล่านั้นกัน

มือบางกำหมัดแน่น พลันนึกถึงถ้อยวาจาดูถูกของบุรุษป่าเถื่อนเมื่อวาน

‘เพราะข้าไร้กำลังไร้อำนาจ จึงยอมทอดกายให้บุรุษ แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงสตรีไร้ค่า ดังเช่นที่คนผู้นั้นกล่าว’

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Ria Lov
มาต่อเร็วๆเถิดน้าาาาา
เมื่อ 2 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย b2stmai
หายไปอีกแล้ววววววว
เมื่อ 5 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว