บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)-Ep1 : เปิดตัวอสูร

โดย  กนกรส มาศอุไร

บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)

Ep1 : เปิดตัวอสูร

วางจำหน่ายในรูปแบบ ebook แล้ว สามารถโหลดอ่านได้ที่ meb ookbee Hytexts...

ตอน...เปิดตัวอสูร

เอี๊ยด!!!

เสียงเบียดยางล้อรถกับพื้นถนน ดังกังวานไปทั่วบริเวณโดยรอบของคฤหาสน์ ยมดิสรณ์ ตัวตึกฉาบสีขาวสูงตระหง่านโดดเด่นอยู่บนเนื้อที่เกือบห้าไร่ ตรงส่วนของด้านหน้าเป็นโซนน้ำพุขนาดใหญ่ นอกจากจะเป็นการโชว์สถาปัตยกรรมชิ้นเอกจากช่างมีฝีมือดังระดับโลก ยังเป็นเครื่องหมายแสดงอำนาจของเจ้าของสถานที่ ว่าร่ำรวยหมาศาลยิ่งใหญ่มากแค่ไหน

ถัดจากโซนน้ำพุ ด้านริมฝั่งปีกซ้ายของตัวตึก ยังปรากฏแปลงกุหลาบสีแดงสด แข่งกันบานสะพรั่งอวดความสมบูรณ์ของกลีบดอก จนดูระรานตาไปหมด คนงานทุกคนในคฤหาสน์ยมดิสรณ์ต่างคนล้วนรู้ดี เหตุใดดอกไม้ส่วนใหญ่ของคฤหาสน์แห่งนี้ จึงแน่นไปที่ดอกกุหลาบเสียทั้งหมด...

นั้นเป็นเพราะ ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้แสนโปรดปรานของอดีตนายหญิงผู้ล่วงลับไปแล้วมากที่สุดนั่นเอง...

“ลุงมั่นจ้า...เร็วเข้าเถอะฉันได้ยินเสียงรถของคุณราชเธอแล่นเข้ามาแล้ว นู่นกำลังจะถึงหน้าน้ำพุอยู่แล้วจ้ะลุง...” เสียงร้องเร่งจากสาวใช้วัยรุ่นร้องเตือนหน้าตาตื่นอยู่ตรงปากประตูทางเข้าห้องครัว มะยมเดินเข้ามาก่อนจะวางถาดเครื่องดื่มลงบนโต๊ะหินอ่อน หันไปคว้าเอาถาดกาแฟร้อนซึ่งเจ้าตัวได้เตรียมเอาไว้คอยเสิร์ฟให้เจ้านายใหญ่ในตอนเช้ามาถือไว้ในมือ ปากก็คอยเร่งลุงมั่นไปด้วยอีกแรง

และเพียงแค่ลุงมั่นได้ยินหลานสาวบอกว่าคุณราชกลับเข้ามาถึงด้านในตัวคฤหาสน์แล้วเท่านั้น ข้าวในปากของแกก็แทบจะพ่นออกมานอกปาก...

"จริงหรือวะมะยม...ตายห่า! งั้นลุงไปก่อนนะ ฝากเอ็งเก็บโต๊ะให้ลุงด้วยก็แล้วกัน ขืนชักช้าพายุจะได้ถล่มเข้ามาถึงห้องครัวอีกประไร" ลุงมั่นกระวีกระวาดลุกขึ้นยืนเพื่อเร่งฝีเท้าตัวเองเดินหน้าตั้งไปให้ถึงโรงเก็บรถก่อนเจ้านายจะเรียกหา

"จ้า...รีบไปเถอะลุง ประเดี๋ยวจะไม่ทันคุณราชเธอเข้า ลุงจะโดนแกดุเอาอีกหรอก รอบก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว ฉันนี่ยังอดเสียวสันหลังวาบแทนลุงไม่ได้เลย..." มะยมพยักพเยิดให้ลุงมั่นรีบๆ ไปก่อนพายุจะมาอย่างปากแก่ว่าจริงๆ

"เออๆ ขอบใจเอ็งมากนะมะยม ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ..."

ลุงมั่นรีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารโดยไม่นึกเสียดายกับข้าวที่ยังเหลือในจาน แม้ตัวแกพึ่งจะกินเข้าไปได้ไม่กี่คำด้วยซ้ำ แต่ถ้ามัวแต่ชักช้าโอ้เอ้ เอาแต่กินจนอิ่มท้อง มีหวังพรุ่งนี้แกอาจต้องหางานใหม่ทำก็อาจเป็นได้ เมื่อก็รู้ๆ กันดีทุกคนในบ้านหลังนี้ อารมณ์ของเจ้านายคนเล็ก นั้นช่างรุนแรงเอาแต่ใจมากแค่ไหน ขนาดเจ้าสัวราพที่ว่าทั้งดุและเฉียบขาดสุดๆ ท่านยังยอมลงให้กับบุตรชายเพียงคนเดียวของตัวเองเลยทุกครั้งหากมีเหตุให้ต้องปะทะคารมกัน...

และทันทีที่ร่างใหญ่ผึ่งผายสมชายชาตรีก้าวขาขึ้นตัวตึกใหญ่ พลันสายตาคมดุจพญาเหยี่ยวดันเหลือบแลไปเห็นรถยนต์มินิคันเก่าแสนคุ้นตาจอดนิ่งสนิทเข้าพอดี หัวใจแกร่งที่นิ่งสงบมาหลายวัน ก็ร้อนรนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่...

“แม่นั่นมาหรือ?” ขคราชเอ่ยถามเสียงห้วน คิ้วเข้มของชายหนุ่มยกสูงขึ้นเมื่อเขาเหลือบสายตามองไปยังด้านล่าง แล้วเห็นรถยนต์มินิคันเก่าจอดแอบอยู่ตรงโซนน้ำพุ ตุ๊กตาสาวรับใช้ที่เดินสวนออกมาพอดี ถึงกับหยุดชะงักเท้า ร่างอ้วนท้วนเริ่มสั่นขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นสู้สายตาคมดุร้ายของเจ้านายหนุ่มผู้หล่อเหลา แม้ในยามตอบคำถาม ตุ๊กตายังคงก้มหน้าลงมองพื้นเพื่อเป็นการหลบสายตาอันน่าสะพรึงกลัวแทนเลย...

“คุณราชถามถึงใครหรือคะ... “ตุ๊กตาย้อนถามเจ้านายหนุ่มเสียงสั่น เพราะตัวเองมัวแต่ก้มหน้าหลบสายตาของเจ้านายอยู่ ตุ๊กตาเลยไม่เข้าใจว่าขคราชนั้นกำลังถามถึงใครกันแน่ และคำย้อนถามแทนที่จะเป็นคำตอบของสาวใช้ ก็ทำให้ขคราชถึงกับตวาดเสียงลั่นออกไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดรำคาญใจ จนร่างท้วมถึงกับสะดุ้งโหยงใจแทบจะหล่นไปกองยังตาตุ่มเสียให้ได้...

“ก็แม่มารตรีของเธอไง ทำไมต้องให้ฉันถามอะไรซ้ำซากจำเจอยู่ได้ ถ้าฉันไม่ถามถึงแม่นั่น แล้วฉันจะถามถึงใครได้อีก ก็เห็นมีมาเสนอหน้ากับป๋าของฉันอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นไม่ใช่หรือไง...” เจ้านายผู้เอาแต่ใจกระแทกเสียงถามออกไปเพราะความรำคาญเต็มทน

ขคราชยิ่งรู้สึกรำคาญลูกตาไปกันใหญ่ เมื่อเห็นใบหน้างุนงงของสาวใช้เอาแต่ก้มหน้าลงงุด ไม่รู้คนใช้บ้านนี้มันเป็นอะไรกันไปหมด ถึงได้กลัวเขายิ่งกว่ากลัวผีสางนางไม้เสียอีก คนดุยังไม่รู้สาเหตุว่าทำไมคนใช้บ้านนี้ถึงได้ดูกลัวตัวเองนักหนา เหลือบสายตามองเข้าไปยังข้างในตัวตึกด้วยความรู้สึกร้อนใจขึ้นมา...

“อ้อ...ค่ะ...คุณมารตรีเธอมาแต่เช้าแล้วล่ะค่ะ” เมื่อเจ้านายเฉลยให้กระจ่างขึ้น ตุ๊กตาก็รีบตอบเสียงสั่น ไม่รู้จะจงเกลียดจงชังอะไรคุณมารตรีนักหนา ทั้งที่ความจริง คุณมารตรีก็ออกเป็นคนดีแสนดี สวยก็สวย ขยันก็ขยัน แถมนิสัยยังอ่อนหวานนุ่มนวลอีกต่างหาก...

“แล้วแม่นี่จะมาทำไมกันแต่เช้านะ?” ขคราชย่นหัวคิ้วสงสัยบ่นพึมพำกับตัวเอง รู้สึกช่วงพักหลังมานี่ แม่ร้อยเล่ห์มารยามักจะมาเยี่ยมป๋าของเขาบ่อยขึ้นเหลือเกิน ได้ข่าวว่าปีนี้เจ้าหล่อนกำลังเรียนเป็นเทอมสุดท้ายแล้วด้วย และดูเหมือนป๋าของเขามีความคิด ต้องการให้แม่ผู้หญิงร้อยมารยาคนนี้ ให้มาเป็นเลขาส่วนตัวของท่านแทนเลขาคนเก่าที่กำลังจะขอลาคลอดอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ป๋าเขานี่ก็เหลือเกินเตือนอะไรไม่เคยจะฟังกันบ้างเลย ไม่รู้จะหลงเสน่ห์อะไรของแม่นี่นักหนา ถึงได้ชอบเรียกใช้บริการจากแม่นี่เกือบจะอาทิตย์เว้นอาทิตย์ก็ว่าได้ ผู้หญิงที่ใช้เนื้อหนังมังสาเข้าแลกกับเศษเงินเล็กๆ น้อยๆ ไม่รู้ว่ามีดีอะไรถึงทำให้ทั้งคนหนุ่มคนแก่หลงกันหัวปักหัวปำ โดยเฉพาะป๋าของเขาแล้วยิ่งไปกันใหญ่ หลงถึงขั้นมองแม่นี่เป็นผู้หญิงดีงามไปเสียอย่างนั้น...

เขาเคยเตือนท่านกี่ครั้งกี่หนก็ไม่เคยจะเชื่อฟังกันบ้าง ผู้หญิงที่มีดีแต่รูปอย่างมารตรี เบื้องลึกเบื้องหลังนั้นกลับมีกลิ่นเน่าเหม็นโฉ่ จนเขานั้นรับแทบไม่ได้...

“เอ่อ...หนู...หนู...ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” เพราะด้วยความกลัวว่าเจ้าหน้าจะอารมณ์เสียหนักยิ่งไปกว่าเก่า แม่สาวใช้วัยกระเตาะจึงรีบตอบคำถามออกไปด้วยความรวดเร็ว แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนมา กับทำเอาตุ๊กตารีบถอยหลังหนีไปเสียไกลจากร่างสูงสง่าของนายน้อยผู้เอาแต่ใจด้วยความหวาดผวา...

“ฉันไม่ได้ถามเธอ...อย่ามาเที่ยวสะเออะตอบอะไรส่งเดช จะไปไหนก็ไป รีบไปให้พ้นหูพ้นตาของฉันเร็วๆ ยิ่งดี คนใช้บ้านนี้มันเป็นอะไรกันไปหมด ชอบทำตัวน่ารำคาญสิ้นดี ไอ้ที่ถามไม่ยอมตอบ แต่ไอ้ที่ไม่ได้ถามนี่ทะลึงตอบออกมากันเชียว...” ขคราชเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาอย่างทันท่วงที เขาฟาดงวงฟาดงาลงกับคนรับใช้ไปทั่ว เมื่อเขารู้ว่าผู้หญิงหน้าเงินมาบ้านของเขาอีกแล้ว สองเท้าจึงรีบก้าวเดินแบบอย่างเร่งด่วน ตรงดิ่งไปยังห้องรับแขกประจำตระกูล และแน่นอนแม่ผู้หญิงหน้าเงิน ต้องนั่งออเซาะอยู่กับบิดาของเขาโดยไม่ต้องสงสัย เมื่อคิดถึงใบหน้าหวานใสแต่แอบแฝงไปด้วยมารยาร้อยเล่มเกวียน ใจของเขามันก็ร้อนขึ้นจนอกแทบจะระเบิด เมื่อเขาพอจะรู้จุดประสงค์ของเจ้าหล่อนดี

ว่าหล่อนมาบ้านของเขาด้วยสาเหตุอะไร ถ้าไม่ใช่เอาตัวมาแลกกับเศษเงินของพ่อเขา แล้วหล่อนจะมาทำอะไรอย่างอื่นได้...

*******************

“อาทิตย์หน้าว่างหรือเปล่าหนูรตรี หรือรับงานที่ไหนไว้อีกหรือเปล่า...” เจ้าสัวราพวางกระดาษขาวเก็บเข้าในแฟ้มด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้า ที่ท่านทั้งรักและเอ็นดูไม่ต่างจากบุตรสาวอีกคนของตัวท่านเอง ถ้าแลกได้ ตัวท่านเจ้าสัวก็อยากจะแลกลูกชายให้กลายเป็นลูกสาวน่ารักๆ อย่างมารตรีเสียเหลือเกิน เพราะคงจะทำให้เขาปวดหัวน้อยลงกว่าการมีลูกชายที่ทั้งดื้อและเอาแต่ใจตัวเองอย่างขคราชเป็นไหนๆ

“น่าจะว่างค่ะคุณลุง เพราะวันนี้รตรีมีสอบเป็นวันสุดท้ายพอดี อาทิตย์หน้าก็ยังไม่มีงานอะไรเข้ามาเสียด้วยคงจะว่างทั้งอาทิตย์เลยล่ะค่ะ ว่าแต่คุณลุงมีอะไรให้รตรีรับใช้หรือเปล่าคะบอกกับรตรีมาได้เลย รตรียินดีรับใช้คุณลุงค่ะ...”

“กับลุงน่ะไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ที่ถามนี่เพราะมีงานดีๆ อยากจะให้หนูลองทำดู มันเป็นงานของคุณหญิงช่อฟ้าน่ะหนู ลุงดูรายละเอียดคร่าวๆ ของงานแล้ว เห็นไม่มีอะไรน่าเสียหาย มันเป็นงานถ่ายแบบธรรมดาๆ ลุงว่าหนูน่าจะถนัดอยู่แล้ว เลยลองเสนอชื่อหนูกับทางนั้นเขาดู พอเขารู้ว่าเป็นหนูเท่านั้นแหละ คุณหญิงช่อก็ตอบตกลงทันทีเลยนะ...” เจ้าสัวราพเล่าถึงงานถ่ายแบบเครื่องเพชรคอแลคชั่นใหม่ล่าสุดด้วยท่าทางสบายๆ

“รตรีสนใจค่ะ...” ใบหน้าหวานเปิดยิ้มกว้างอย่างดีใจ เมื่อเธอจะได้มีรายได้เข้ามาอีกทาง

“งั้นเดี๋ยวลุงจะคอนเฟิร์มกลับไปทางนั้น ว่าหนูตกลงก็แล้วกันนะ ถ้าเขานัดเซ็นสัญญาเมื่อไหร่ลุงจะบอกหนูอีกทีก็แล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะคุณลุงที่เมตตารตรีเสมอ” หญิงสาวยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้ม

“เอ้านี่จ้ะหนู ค่าเหนื่อย...ขอบใจมากนะ งานสวยเก๋ไม่มีที่ติเลย ลุงชอบมาก ทางต่างประเทศเขาก็ฝากชมฝีมือของหนูมาด้วยนะ รอบนี้ออเดอร์หลายสิบชุดเชียวล่ะ...” หญิงสาวรับซองสีขาว ก่อนจะพนมมือไหว้ขอบคุณ

“ส่วนนี่ก็รายละเอียดคร่าวๆ เกี่ยวกับงานถ่ายแบบ คุณหญิงช่อเธอให้เลขานำมาให้ลุงดูเมื่อวาน เพื่อใช้เป็นการประกอบการตัดสินใจของหนู จะได้ตอบรับงานของเขาอีกทางหนึ่งน่ะ เขาคงอยากได้หนูไปเป็นนางแบบให้ ถึงได้เตรียมการทุกอย่างเอาไว้ล่วงหน้าอย่างนี้...” เจ้าสัวราพหยิบเอกสารแผ่นใหม่ที่มีรายละเอียดของโครงงานยื่นให้หญิงสาวดู มารตรียื่นมือออกไปรับ ก่อนจะกวาดสายตาอ่านรายละเอียดด้วยความสนใ

“ปีสุดท้ายแล้วสินะหลาน...เฮ้อ! ...ลุงล่ะดีใจแทนคุณพิธานเขาจริงๆ ที่มีหลานสาวทั้งสวยทั้งเก่งแถมยังขยันขันแข็ง สู้งานสู้การ แบบหนูรตรี ไม่เสียแรงจริงๆ ถ้าหากลุงจะได้หนู...”

“เอ่อ...” เสียงหวานรีบขัดขึ้น เมื่อเธอเองพอจะรู้ ท่านเจ้าสัวราพจะพูดต่อว่าอะไร และสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยต้องการ และจะไม่ขอรับความช่วยเหลือด้วยเงื้อนไขโบราณคร่ำครึอย่างงั้นเด็ดขาด

“หนูยังยืนยันคำตอบเดิมอยู่ค่ะ และคิดว่าคงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้หนูคิดเปลี่ยนใจด้วยค่ะ...” มารตรีเน้นน้ำเสียงบอกปฏิเสธด้วยความหนักแน่น เธอไม่คิดเปลี่ยนใจ หากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่อาจจะทำให้ชีวิตของเธอต้องพบเจอกับความเจ็บปวดและหาความสุขไม่ได้ คนที่เกลียดกันจะมาใช้ชีวิตร่วมเป็นครอบครัวเดียวกันได้ยังไง

“เฮ้อ! นี่สรุปว่าคนแก่ต้องผิดหวังไปตามๆ กันใช่ไหมเนี่ยงานนี้ น่าเสียดายนะ ตัวลุงเองก็หวังกับหนูรตรีเอาไว้มากเสียด้วยสิ จะเอาใจคนแก่อย่างลุงสักนิดไม่ได้เลยหรือ...” ท้ายประโยคเจ้าสัวราพลองหยั่งเชิงดู เมื่อเห็นแววตาหวานแต่เด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า ท่านเจ้าสัวก็ต้องส่ายหน้าด้วยนึกเอ็นดูหญิงสาวสู้ชีวิตคนนี้เสียเหลือเกิน... นี่จะมีผู้หญิงสักกี่คนกันนะ ที่กล้าปฏิเสธในสิ่งที่หล่อนจะได้รับโดยที่ท่านเป็นผู้หยิบยื่นให้ด้วยความเต็มใจ

แต่ก็เอาเถอะ... ทุกอย่างมันต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย เขาซึ่งก็อายุอานามปาเข้าไปจะเจ็ดสิบปีอยู่อีกไม่กี่เดือน ผ่านอะไรต่อมิอะไรมาก็มิใช่น้อย เรื่องบางเรื่อง เขาก็ไม่สามารถไปบังคับหรือจับให้ใครหรืออะไรมาอยู่หรือวางไว้ในที่ที่ตนต้องการได้เสมอไป..

การสนทนาของทั้งสองเป็นไปอย่างสบายๆ เมื่อมารตรีอ่านเกี่ยวกับงานถ่ายแบบดู หญิงสาวก็รู้สึกชื่นชอบ เมื่อลวดลายบนเครื่องประดับแต่ละชิ้น ล้วนวิจิตรบรรจง เป็นบุญของเธอจริงๆ หากจะได้สวมใส่เครื่องประดับที่คุณค่าของมันตีออกมาเป็นราคาไม่ได้เช่นนี้...

แต่ดูเหมือนความสุขสงบของหญิงสาวผู้งดงามหมดจดในชุดนักศึกษากำลังจะหมดลง เมื่อเสียงดังกัมปนาทของเสียงล้อรถเบียดกับพื้นถนนดังไปทั่วทั้งตัวคฤหาสน์ยมดิสรณ์...

“หึ...นั่นมันเสียงรถของไอ้ตัวแสบของลุงนี่...” เมื่อเสียงจอดรถดังไปทั่วสารทิศ ท่านเจ้าสัวจึงไม่สงสัยสักนิดว่าใครขับรถเข้ามาจอดเอาตอนนี้ เพราะทั้งบ้านก็มีเพียงแค่คนเดียว หากเจ้าตัวร้ายมันจะกลับเข้ามาในบ้าน จะต้องเกิดเสียงดังเอะอะไปทั่วทั้งคฤหาสน์เช่นนี้เสียทุกครั้งนั่นแหละ...

"ไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้ว..." เจ้าสัวเอ่ยบอกหญิงสาวตรงหน้ายิ้มๆ แต่คนฟังถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ขึ้นมาทันที หญิงสาวในชุดนักศึกษาจึงเริ่มขยับกายอึดอัดใจมากขึ้น เมื่อมารตรีกำลังเตรียมจะอ้าปาก เพื่อกล่าวลากับท่านเจ้าของสถานที่ เมื่อเธอพอจะได้กลิ่นไอไม่ค่อยจะสู้ดีนัก กำลังคลืบคลานเข้ามา แต่ก็ดูเหมือนจะสายไปไม่ทันการเอาเสียแล้ว เมื่อร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตร ได้เดินหน้ามุ่ยติดจะบึ้งตึงเข้ามาในห้องรับแขกพอดี...

มารตรีไม่ได้ตั้งใจจะมองไปยังเขา บุคคลต้องห้ามสำหรับตัวเธอ ไม่อยากจะพบหน้าเขาสักนิด แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงห้ามสายตาของตัวเองไม่ให้เงยขึ้นไปมองเขาไม่ได้เอาเสียเลย เมื่อสายตาคู่งามเงยขึ้นมองร่างใหญ่เพียงชั่วครู่ ก็ถึงกับหน้าถอดสีซีดลงถนัดใจ เมื่อเธอปะทะเข้ากับสายตาเขียวปั๊ดของชายหนุ่มเข้าอย่างพอดี มาตรีถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเสมองไปยังทิศทางอื่นแทน เมื่อสายตาเขียวปั๊ดนั้นของเขาแทบจะเผาพลาญร่างเธอให้กลายเป็นผุยผง...

ขคราชชะงักเท้าลงยังเก้าอี้ข้างตัวติดกับหญิงสาว ก่อนจะดึงมันออกมาโดยไม่ต้องรอให้ใครเชื้อเชิญ เขาจงใจนั่งกระแทกลงข้างๆ ร่างบาง เมื่อสายตาสะดุดเข้ากับซองสีขาวบนตักของหญิงสาวเข้า ริมฝีปากหนาของชายหนุ่มจึงกระตุกขึ้นเพียงนิด พร้อมกับสายตาคมวาวเหยียดมองด้วยนึกรังเกียจขึ้นมา

ไม่บอกก็พอจะรู้ นี่คุณเธอคงให้บริการป๋าเขาจนเสร็จสมอารมณ์หมายเป็นอันเรียบร้อยดีแล้วสิถ้า ถึงได้รับซองเสียหนาปึกขนาดนั้น จำนวนเงินคงไม่ใช่น้อยๆ ไม่อย่างงั้นใบหน้าคงไม่ระรีกะรี้เหมือนปลากระดี๋ได้น้ำแบบนี้หรอก ชายหนุ่มคิดด้วยความเดือดดาลหัวใจ ใบหน้าหล่อเหลาจึงยิ่งดูบึ้งตึงหนักขึ้นไปกว่าเก่า...

และเมื่อร่างอรชรสัมผัสได้กับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของชายหนุ่ม ที่เขาจงใจลากเก้าอี้เข้ามาประชิดกับเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ก่อนหน้า ใบหน้างามก็มีอันต้องซีดลงถนัดตา ไม่แม้แต่จะกล้าขยับร่างถอยห่างออกไปไหนได้...

“คุยอะไรกันอยู่หรือครับดูน่าสนุกเชียว ...” ถึงปากจะเอ่ยถาม แต่ฝ่ามือใหญ่กลับวางแหมะลงบนต้นขาเพรียว ถึงแม้จะมีกระโปรงยาวปกคลุมอยู่อีกชั้น แต่ความร้อนจากฝ่ามือหนาก็ทำให้มารตรีตัวชาวาบสะดุดลมหายใจตัวเองแทบทันที ยิ่งเมื่อฝ่ามือใหญ่เริ่มซุกซนโดยการลูบไล้ไปมา มารตรีก็ได้แต่เม้มริมฝีปากเอาไว้แนบสนิท แต่ก็ไม่กล้าเอะอะโวยวายอะไรขึ้นมา เพราะกลัวท่านเจ้าสัวราพจะไม่สบายใจขึ้นมา ได้แต่จำยอมฝืนทน นั่งสงบเสงียมให้เขารังแกเธอได้ตามอำเภอใจไป...

ท่านเจ้าสัวราพละสายตาจากหนังสือพิมพ์เล็กน้อย เมื่อเห็นไอ้ลูกชายจอมแสบกลับเข้ามาได้บ้านเสียที หลังจากมันหายหัวไปนานเกือบหนึ่งอาทิตย์...

“ก็เรื่องสัพเพเหระทั่วๆ ไปนั่นแหละ ว่าแต่แล้วแกจะอยากรู้ไปทำไมกันเจ้าราช...แล้วนี่หายหัวไปไหนมาเสียหลายวัน พ่อถามกับเจ้ามาร์คเมื่อเช้า มันบอกว่าแกลงไปดูงานที่ภูเก็ตมาอย่างนั้นเหรอ...”

“ก็ตามนั้นแหละป๋า ถือโอกาสไปพักผ่อนสมองด้วยในตัว เบื่ออากาศในกรุงเทพฯ มันรู้สึกไม่บริสุทธิ์ยังไงก็ไม่รู้...” คำตอบยียวนนั้น เขาจงใจพูดใส่เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มข้างๆ กาย และเมื่อสายตาดุกร้าวเหลือบลงไปเห็นไอ้ซองสีขาวในมือของเจ้าหล่อน หัวใจเขาก็ยิ่งร้อนเป็นไฟขึ้นมาอีกหน เมื่อเขาเดาไปเอง ว่านั้นมันคือค่าตัวของมารตรี...

“คงได้เยอะสินะงานนี้ ป๋าฉันถึงได้ดูอิ่มความสุข จนทะลักออกมาเสียหน้าบานจนหุบยิ้มไม่ลงแบบนั้นน่ะ...” ชายหนุ่มโน้มตัวกระซิบชิดกับริมใบหูเล็ก เมื่อปรายหางตาคมเห็นป๋าของตัวเองก้มหน้าให้ความสำคัญกับข่าวสารในหนังสือพิมพ์ต่อ

“คุณราช! ...” มารตรีถึงกับอุทานขึ้นเสียงแผ่ว ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอีกครั้ง เธอได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธกับสิ่งที่เขามักจะยัดเยียดให้เธอเป็น แต่ก็รู้ซึ้งดีแก่ใจ เขาคงไม่เชื่อเธออีกตามเคยนั่นแหละ เพราะมันไม่เคยมีสักครั้งที่ขคราชจะมองเธอในแง่ดีบ้างเลย

หญิงสาวตวัดสายตาสั่นไหวขึ้นจ้องชายหนุ่มเป็นการขอร้อง แต่ขคราชกลับไหวไหล่หาได้เชื่อถือไม่ จนร่างน้อยต้องค่อยๆ ขยับถอยออกทีละนิด เมื่อความร้อนซ่านของบุรุษหนุ่มข้างกายตีแผ่กระจายคลุกคลามอยู่โดยรอบ อยากจะผลักไสฝ่ามือหยาบโลนของเขาออกห่างใจแทบขาด แต่ก็ไม่กล้า ยิ่งเมื่อเขาจงใจลงน้ำหนักมือบีบเคล้นบนตนขาเธอแรงขึ้น น้ำตาใสๆ ก็เริ่มจะเอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่...

ขคราชเริ่มหงุดหงิด หน้าบึ้งๆ กลับยิ่งบึ้งตึงหนักขึ้นไปอีกเป็นร้อยเท่า เมื่อเห็นกิริยาอาการของหญิงสาวแสดงออกเหมือนจะรังเกียจสัมผัสจากฝ่ามือของเขาอย่างไรอย่างนั้น เลยยิ่งทำให้การบีบเคล้นบนเนื้อผ้าเพิ่มแรงบีบจนแทบเป็นขยำขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว นี่ถ้าหากเป็นผู้ชายคนอื่นทำ เธอคงไม่แสดงอาการแบบนี้ใส่ไอ้ผู้ชายหน้าโง่พวกนั้นเป็นแน่แท้ เพราะผู้ชายเหล่านั้นไม่มีใครสักคนจะรู้เช่นเห็นชาติเท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงร้อยมารยาอย่างมารตรีเช่นเขาได้อีกแล้ว...

“ปล่อยค่ะ!” มารตรีขยับริมฝีปากแต่ไม่มีเสียงพูด ดวงตาดำขลับขยายกว้างขึ้นเพื่อเป็นการห้ามปราม ยิ่งเมื่อแรงบีบเน้นลงโดนเนื้อแท้ของเธอเข้า ความเจ็บแปล๊บตรงช่วงบริเวณโคนขาเกือบจะทำให้มารตรีหลุดเสียงร้องออกมาให้ได้อาย หญิงสาวได้แต่นิ่วหน้าข่มความเจ็บนั้นเอาไว้ เมื่อขอร้องเขาทางสายตาก็แล้วแต่ชายหนุ่มกลับทำเป็นไม่สนใจใยดีกันสักนิด เพราะขคราชไม่เพียงไม่ปล่อยมือแต่เขากลับยกยิ้มสะใจ พร้อมกับไหวไหล่ขึ้นอย่างไม่แยแส

มารตรีต้องเม้มริมฝีปากเพื่อข่มความรู้สึกปวดร้าวเอาไว้ เธอไม่อยากแสดงอาการอ่อนแอออกไปให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้ได้รับรู้ เพราะนอกจากเขาจะไม่คิดสงสารเธอสักนิด เขาก็อาจจะคิดว่านี้คงเป็นเพียงมารยาที่เธอใช้แกล้งแสดงต่อหน้าเขาเท่านั้นก็ได้...

ชายหนุ่มเลิกคิ้วเบะปากออกอย่างท้าทาย ไม่คิดสนใจสายตาห้ามปรามนั้นของหญิงสาวเลย ส่วนมือของเขายังคงทำหน้าที่ลูบไล้สลับกับบีบเคล้นเป็นการลงโทษหญิงสาวด้วยความเพลิดเพลินอุรา แต่พอทำไปทำมากลับเป็นเขาเสียเอง ที่บังเกิดความทรมานขึ้นด้วยความรู้สึกซ่านเสียว เมื่อความปารถนาเล้นลับภายในกลับทำให้ความเป็นเขาร้อนรุ่มแทบปริแตก จึงต้องรีบชักมือของตัวเองกลับมาและกำมันเอาไว้ให้แน่น เพื่อเป็นการระงับไอ้ความรู้สึกบ้าบอนี้ให้สงบลงจงได้...

“เธอมันเป็นนางปีศาจ...” ขคราชสะบัดหน้าไปทางหญิงสาว พร้อมกับขยับปากพูดใส่ มารตรีพอจะอ่านปากของเขาออก เธอได้แต่เม้มริมฝีปากอิ่มส่ายหน้าไม่ยอมรับข้อกล่าวหาเอาแต่ใจตัวเองของเขา กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาก็มักจะยัดเยียดให้เธอเป็นในสิ่งที่เขาคิดไปเองอยู่ฝ่ายเดียว

“อาทิตย์หน้าแกเตรียมห้อง วีไอพีเอาไว้ให้ป๋าสักห้องด้วยนะ พอดีคุณหญิงช่อฟ้าเธอจะขอเช่าสถานที่ถ่ายแบบเครื่องเพชรรุ่นล่าสุดกับทางโรงแรมเรา...” พอเห็นไอ้ลูกชายเอาแต่นั่งหน้าบูดไม่พูดไม่จาอะไรต่อ ท่านเจ้าสัวราพจึงลดหนังสือพิมพ์ในมือลง เพื่อบอกกล่าวเรื่องงานที่ทางคุณหญิงช่อฟ้าได้ติดต่อเข้ามาทางตัวท่านเสียเลย

“อ้อ...ยัยคุณหญิงป้ามหาภัยคนนั้นนั่นน่ะเหรอ ได้สิ...เดี๋ยวผมให้ไอ้เดชมันจัดการให้ก็แล้วกันนะ ว่าแต่ฝากเด็กสักคนได้หรือเปล่าป๋า พอดีช่วงนี้อยากดันให้อยู่ในวงการสักคน เด็กมันโทรมาอยากให้ผมช่วย...” ท่านเจ้าสัวราพขยับหนังสือพิมพ์ลง เงยใบหน้าขึ้นมองบุตรชายเล็กน้อย

“ใครวะ? เด็กของแก...” เจ้าสัวราพเอ่ยถามอย่างสงสัย หัวคิ้วกดลงเมื่อมองจ้องไปทางบุตรชายอย่างรอคอยคำตอบ

“ไม่ใช่อย่างที่ป๋าคิดหรอกน่า...” ขคราชรีบดักทางของบิดาเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นสายตาเขียวๆ ของท่านจ้องมองมาด้วยความไม่พอใจ และไม่รู้เป็นเพราะอะไรอีกเหมือนกัน กับไอ้ความรู้สึกบ้าๆ ที่ไม่อยากให้คนที่นั่งข้างๆ เขานี้ เกิดเข้าใจเขาผิดไปด้วยอีกคน เขาจึงต้องรีบพูดอธิบายให้เข้าใจกันก่อนที่จะคิดอะไรกันไปเลยเถิด...

“ก็ลูกพี่ลูกน้องของไอ้บวรไง พ่อจำมันได้หรือเปล่า ตอนงานเลี้ยงวันเกิดของผมปีก่อน มันก็มา แต่กับน้องของมันผมไม่เคยเห็นหน้าหรอกนะ พอดีน้องสาวมันกำลังเรียนอยู่ชั้นปีเดียวกับแม่นี่พอดี แต่ไม่แน่ใจว่ามหาลัยเดียวกันหรือเปล่า มันอยากให้น้องมันลองเข้าวงการดูบ้าง เผื่อจะไปได้รุ่งทางนี้ ผมว่างานนี้ก็น่าจะช่วยเบิกทางได้บ้าง เพราะคุณหญิงป้ามหาภัยแกออกจะโด่งดังซะขนาดนั้น...” สายตาขุ่นๆ ตวัดไปมองใบหน้านวลเนียนของคนด้านข้าง เมื่อไอ้เพื่อนตัวดีคนนี้ของเขา มันก็เป็นหนึ่งในอีกหลายๆ คน ที่หลงแม่นี้อย่างหัวปักหัวปำ จนเขาเกือบจะเลิกครบหากับมันมาแล้วช่วงหนึ่ง...

“แล้วไป...อืม เอาไว้ป๋าจะลองถามคุณหญิงให้ก็แล้วกัน แล้วสรุปงานทางภูเก็ตเป็นอย่างไรบ้างล่ะ เจอไหมไอ้ตัวปัญหาที่แกเคยบอกกับป๋านะ...” หนังสือพิมพ์ในมือถูกพับวางลงกับโต๊ะ เมื่อท่านเจ้าสัวอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับปัญหาภายในโรงแรมสาขาลูกทางภูเก็ต ที่ลูกชายเคยเอามาปรึกษาเขาเมื่อหลายวันก่อน ปัญหาภายนอกยังพอจะจัดการกันง่ายกว่าปัญหาภายในที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ ใครคือหนอนบ่อนไส้ เอาความลับของทางโรงแรมไปขายให้กับคู่แข่งขันฝั่งตรงข้าม ถึงแม้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงแรมจะดูไม่รุนแรงมากมายอะไรนัก แต่การปล่อยให้ชิ้นเนื้อร้ายลอยนวลอยู่ในโรงแรมนี้ต่อไป อาจจะนำพาความเสียหายให้ลุกรามใหญ่โตไปจนถึงขั้นแก้ไขไม่ทันการณ์ในอนาคตก็อาจเป็นได้ ดังนั้น ขคราชจึงต้องลงทุนลุกขึ้น ลงไปภูเก็ตเพื่อจัดการตัดชิ้นเนื้อร้ายด้วยตัวเอง เพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากอย่างนี้ขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง...

“เจอสิ...ก็ผมให้คนทางนู้นเขาสืบไว้รอนานแล้ว กลิ่นมันตุๆ มาหลายเดือนอย่างที่ผมเคยบอกป๋าเอาไว้นั่นแหละ ไปคราวนี้เลยจัดการง่ายหน่อย มันยอมรับทุกข้อกล่าวหา ว่าเป็นคนเอาข่าวความเคลื่อนไหวของทางเราไปขายให้ทางฝั่งนู้น เพราะมันติดการพนันอย่างหนัก ดูเหมือนมันจะเป็นหนี้เขาอยู่หลายล้านบาทเสียด้วย เลยอยากได้เงินด่วนไปใช้หนี้ให้บ่อนการพนัน ก่อนที่ทางนั้นจะฆ่ามันทิ้งเสียก่อน...”

ท่านเจ้าสัวพยักหน้าเข้าใจ แต่ไม่คิดจะเข้าไปก้าวก่ายอะไรเพิ่มอีก เมื่อตัวท่านได้ยกหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างเกี่ยวกับโรงแรมและอีกหลายบริษัท ในเครือยมดิสรณ์ ให้กับไอ้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปทั้งหมดทั้งมวลแล้ว ท่านเพียงแค่ทำหน้าที่รับฟังรายงานผลต่างๆ เท่านั้น เพราะมั่นใจในฝีมือการบริหารงานของลูกชาย ถึงมันจะดูเลือดร้อน โมโหง่ายไปสักนิด แต่ระดับฝีมือการนำพาให้ธุรกิจระดับแนวหน้าทั้งหมดในตระกูลยมดิสรณ์ ให้เข้าสู่ยุคทอง เขาต้องยอมยกนิ้วให้กับมันเลยก็ว่าได้...

มารตรีที่นั่งฟังอย่างสงบ เธอรู้สึกหายเกร็งขึ้นมาได้บ้าง เมื่อขคราชหันเหไปสนใจคุยเกี่ยวกับปัญหาเรื่องงานกับท่านเจ้าสัวราพแทน หญิงสาวกำลังหาโอกาสเอ่ยลา เมื่อนี่ก็ใกล้จะถึงเวลาที่ตัวเองต้องเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว

“พอสางปัญหาเสร็จเร็ว ก็เลยหาโอกาสพักสมองเสียเลย...” แต่การพักผ่อนสมองของเขานั่นก็คือการตามสืบเรื่องที่ดินผืนหนึ่งทางภูเก็ต ที่เขาดันไปได้ยินบทสนทนาของเจ้าหล่อนกับใครสักคนหนึ่ง ว่าต้องการจะซื้อที่ดินผืนนั้นคืนกลับมาให้ได้ และมันก็ดันไปเข้าทางเขาเข้าพอดี เมื่อที่ดินผืนดังกล่าว มันเป็นที่ดินติดกับโรงแรมที่เขาต้องการจะกว้านซื้อ มาเพื่อขยายพื้นที่ทำเกี่ยวกับสปอร์ตเพิ่ม เขาจึงไม่รอช้า รีบส่งคนให้ไปเสนอราคาซื้อที่ดินดังกล่าวตัดหน้าเจ้าหล่อนมาเสียเลย ไม่รู้ถ้าแม่นี่รู้เรื่องเข้า จะรู้สึกเช่นไร เมื่อเขาไม่มีทางขายที่ดินผืนนั้นคืนให้แม่ผู้หญิงร้อยมารยาอยู่แล้ว

ความคิดอย่างสะใจของขคราชต้องหยุดชะงัก เมื่อท่านเจ้าสัวราพบอกกล่าวสิ่งที่ท่านต้องการจะทำ...

“ป๋าจะไม่อยู่สักเดือนนะ มีนัดกับไอ้เกลอทั้งหลาย พวกป๋ากะว่าจะไปทัวร์รอบโลกกันสักเดือน แกมีอะไรก็ติดต่อผ่านทางโจอี้มันได้เลยแล้วกัน ป๋าให้เขาอยู่รับเรื่องแทนป๋าที่เมืองไทย ไม่ได้ตามป๋าไปด้วยหรอก รอบนี้อยากเที่ยวกันตามประสาคนแก่ๆ สักหน่อย...” ขคราชหยักไหล่ พอป๋าเขายกกิจการทุกอย่างให้เขาเป็นคนดูแลทั้งหมด ท่านก็หาเรื่องออกตระเวนเที่ยวเดือนเว้นเดือนก็ว่าได้

“ป๋าจะไปเที่ยวตอนอายุ70นี่นะ...” บุตรชายกลั้นหัวเราะ “จะไหวเล้อ...” คำปรามาศของบตุรชายเรียกสายตาดุของอดีตพญามังกรให้มองค้อนขวับ

“ป๋ายังแตะปีบดังอยู่โว้ย แกอย่ามาเที่ยวดูถูกคนแก่อย่างป๋าไปหน่อยเลย แล้วจะหาว่าไม่เตือน หรือว่าไงหนูรตรี...” ท้ายประโยคท่านเจ้าสัวผู้ใจดีหันไปถามหลานสาวคนโปรด เมื่อท่านเห็นว่าหญิงสาวคนเดียวไม่ยอมพูดยอมจาเอาแต่นั่งก้มหน้างุดลูกเดียว นับตั้งแต่ไอ้ลูกชายตัวแสบของเขาเดินเข้ามานั่นแหละ ท่านเจ้าสัวจึงแค่อยากชวนคุย เพื่อที่หญิงสาวจะได้รู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง ไม่ใช่เอาแต่นั่งตัวเกร็งอยู่แบบนั้น นี่ก็อีกคน ไม่รู้จะต้องไปกลัวอะไรนักหนากับไอ้ตัวแสบของเขามันก็เป็นคนไม่ต่างจากใครๆ หรอกนะ ไม่รู้จะต้องไปกลัวมันทำไม แต่ประโยคคำถามของท่านก็เล่นเอาขคราชถึงกับหงุดหงิดขึ้นมาอีกจนได้ และมารตรีเองก็ถึงกับอ่ำอึ่ง ไม่รู้จะตอบรับหรือปฏิเสธออกไปดี

“เอ่อ...นี่ก็ใกล้ได้เวลาเรียนแล้ว งั้นหนูขอตัวกลับก่อนดีกว่านะคะคุณลุง เดี๋ยวรถติดจะไปไม่ทันสอบเอา วิชาสุดท้ายแล้วด้วย หนูไม่อยากพลาดน่ะค่ะ...” เมื่อไม่รู้จะตอบท่านว่าอะไร หญิงสาวจึงเอ่ยขอตัวกลับ หญิงสาวรู้สึกอึดอัดกับสายตาเหยียดหยามของชายหนุ่มด้านข้าง และรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลยเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ กับเขาแบบนี้

“อ้าวตายจริง ลุงก็มัวแต่คุยจนลืมไปเลยว่าวันนี้หนูรตรีมีสอบ งั้นลุงขออวยพรให้หนูสอบผ่านฉลุยแล้วกันนะ แล้วก็ขับรถดีๆ ด้วยล่ะ ลุงเป็นห่วง...” ผู้อาวุโสระบายยิ้มก่อนจะอวยพรให้หญิงสาวโชคดี

คนได้ยินดังนั้นก็หูผึ่งขึ้นมา เริ่มขยับตัวขึ้นเล็กน้อย เมื่อสายตาคมดุเป็นนิสัยก้มมองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง คิ้วคมเข้มก็ขมวดเข้าหากันจนดูยุ่งเหยิง นี่ก็เกือบจะแปดโมงเข้าไปแล้ว ทำไมเจ้าหล่อนถึงไม่แหกปากบอกให้มันเร็วกว่านี้วะว่าวันนี้มีสอบ เขาจะได้ไม่หาเรื่องมานั่งคุยกับป๋าเป็นนานสองนานแบบนี้ การจราจรช่วงนี้ก็ยิ่งติดๆ อยู่ด้วย แล้วยิ่งเจ้าหล่อนขับรถไอ้สับปะรังเคคันนั้นด้วยแล้ว เขารับรองได้เลย คงไม่เกินเที่ยงนั่นแหละกว่ามารตรีจะขับไปถึงมหาวิทยาลัย...

“ขอบคุณมากนะคะ งั้นหนูขอตัวลาเลยแล้วกันค่ะ...” เมื่อมารตรียกมือไหว้ลาผู้เป็นประมุขของยมดิสรณ์เสร็จ หญิงสาวก็รีบลุกและก้าวเดินออกไปจากห้องนั้นด้วยความรู้สึกโล่งอก เธอรีบสาวเท้าเดินตรงไปยังรถมินิคู่ใจของตัวเอง โดยไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครบางคนเผ่นพรวดเดินตามเธอออกมาติดๆ เช่นกัน

*********************

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย sunsunkob
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 3 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee-chaisongkram
ผู้ชายอิจฉาผู้หญิงรึไง
เมื่อ 7 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว