บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)-Ep2 : ก่อพายุ

โดย  กนกรส มาศอุไร

บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)

Ep2 : ก่อพายุ

วางจำหน่ายในรูปแบบ ebook แล้ว สามารถโหลดซื้อได้ที่ meb ookbee Hytexts...

ตอน...ก่อพายุ

การสนทนาของคนทั้งคู่เป็นไปอย่างสบายๆ ท่านเจ้าสัวราพพอหมดเรื่องงานจะคุยกับหลานสาวเพื่อนรัก ท่านจึงเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์มาพลิกน่าอ่านไปพลาง เพื่อเช็คข่าวสารบ้านเมืองทั่วๆ ไป ส่วนมารตรีกำลังกวาดสายตาอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับรายละเอียดของงานถ่ายแบบอย่างตั้งอกตั้งใจ หญิงสาวรู้สึกชื่นชอบมากเป็นพิเศษ เมื่อลวดลายบนเครื่องประดับแต่ละชิ้น ล้วนวิจิตรบรรจง เป็นบุญตาของเธอจริงๆ ที่ได้เห็น แถมยังจะได้สวมใส่เครื่องประดับที่มีมูลค่ามหาศาลจนไม่อาจตีค่าออกมาเป็นราคาได้ ใจเธอก็พองโตอย่างบอกไม่ถูก...

แต่ดูเหมือนความสงบสุขของหญิงสาวผู้งดงามหมดจดในชุดนักศึกษากำลังจะหมดลงไปในไม่ช้า เมื่อเสียงกัมปนาทของเสียงล้อรถเบียดไปบนพื้นถนนดังกึกก้องไปทั่วทั้งตัวคฤหาสน์ยมดิสรณ์ และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นจริงๆ ที่สามารถขับรถเข้ามาจอดเสียงดังได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร

ท่านเจ้าสัวราพลดหนังสือพิมพ์ในมือลงเล็กน้อย ก่อนท่านเงยหน้าขึ้น เพ่งสายตาเริ่มยาวกว่าปกติไปทางหน้าบ้าน เมื่อท่านได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอด ไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ นั่นมันเสียงรถใคร...

“ไอ้ตัวแสบลุงกลับมาแล้ว ไหนมันบอกว่าจะไปต่างจังหวัดหลายเดือน นี่ไปได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ก็แล่นกลับบ้านมาเสียแล้วหรือนี่...” ท่านบอกให้หญิงสาวรับรู้ พรางถอนหายใจเมื่อเห็นแววกังวลในดวงตาคู่งาม

“ไม่ต้องกลัวไปนะหนู ลุงเจรจากับมันเป็นอันเข้าใจ ถ้ามันยังไม่เลิกรังแกหนู ลุงจะยกสมบัติของมันให้หนูครึ่งหนึ่ง...”

“คะ...” มารตรีตกใจกับคำขู่ของประมุขยมดิสรณ์ ท่านเจ้าสัวจึงหัวเราะเสียงกังวาน

“มันเลยงอนตุ๊บป่องไม่ยอมกลับบ้านเป็นเดือนๆ”

มารตรีนิ่งฟังเฉย ไม่ได้เออออตามหรือคัดค้าน ยอมเป็นผู้ฟังที่ดีดีกว่า เพราะอะไรก็แล้วแต่ถ้ามันเกี่ยวข้องกับขคราช ขอเธออยู่ให้ห่างเข้าไว้เป็นดีที่สุด

"มันลงไปดูโรงแรมทางใต้มา ทางฝั่งนั้นส่งข่าวไม่ค่อยดีมาถึงลุง ลุงเลยส่งให้เจ้าราชมันลงไปตรวจสอบแทน นี่คงจะเสร็จงานแล้วถึงได้รีบกลับเข้าบ้าน...คนเรานี่นะหนู ต่อให้เลี้ยงมันดีมากขนาดไหน ถ้ามันเกิดถูกความโลภเข้าครอบงำ มันก็พร้อมลุกขึ้นมาทรยศหักหลังคนที่คอยให้ข้าวแดงแกงร้อนมันได้อยู่ดีนั่นแหละ ลุงก็ได้แต่นึกเสียดายฝีมือไอ้หนอนตัวนั้น..." เจ้าสัวราพหมายถึงหนอนบ่อนไส้ที่เอาความลับของโรงแรมออกไปขายให้คู่แข่ง

“ทางเรารู้เรื่องกันเร็ว จึงไม่เกิดความเสียหายมากอะไร”

“ถือว่าโชคดีนะคะที่คุณลุงทราบข่าวนี้เร็ว...”

“ต้องยกความดีให้เจ้านู่นเขา ถึงมันจะเป็นคนอารมณ์ร้ายเอาแต่ใจไปสักหน่อย แต่ถ้าเป็นเรื่องงานถึงไหนถึงกัน เจ้านี่มันเก่ง มองปราดเดียวทะลุไปถึงแก่นกลางก็ว่าได้” คนเป็นพ่อยิ้มกว้างรู้สึกภูมิใจลูกชายในจุดนี้

เสียงย้ำเท้าลงน้ำหนักไม่เบา ทำให้ร่างงามในชุดนักศึกษาเริ่มขยับกายอึดอัดใจมากยิ่งขึ้น มารตรีไม่อยากอยู่เผชิญหน้ากับชายหนุ่ม เธอจึงเตรียมจะอ้าปากเพื่อขอตัวกลับ เมื่อเธอพอจะได้กลิ่นอายไม่ค่อยจะสู้ดีนัก มันกำลังเคลือบคลานเข้ามาภายในห้องรับแขกแห่งนี้ แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสายไปไม่ทันการณ์เอาเสียแล้ว เมื่อร่างสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตร กำลังเดินหน้ามุ่ยติดจะบึ้งตึงเข้ามาในห้องรับแขกพอดี...

มารตรีไม่ได้ตั้งใจจะมองไปยังเขา บุคคลต้องห้ามสำหรับตัวเธอ ไม่อยากจะพบหน้าเขาสักนิด แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงห้ามสายตาของตัวเองไม่ให้เงยขึ้นไปมองเขาไม่ได้เอาเสียเลย เมื่อสายตาคู่งามเงยขึ้นมองร่างใหญ่เพียงชั่วครู่ ก็ถึงกับหน้าถอดสีซีดลงถนัดใจ เมื่อเธอปะทะเข้ากับสายตาเขียวปั๊ดของชายหนุ่มเข้าอย่างจัง มารตรีถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเสมองไปยังทิศทางอื่นแทน เมื่อสายตาเขียวเข้มนั้นของเขาแทบจะเผาผลาญร่างเธอให้กลายเป็นผุยผง...

“ไงพ่อ...สบายดีนะ”

ขคราชชะงักเท้าลงยังเก้าอี้ข้างตัวติดกับหญิงสาว ก่อนจะดึงมันออกมาโดยไม่ต้องรอให้ใครเชื้อเชิญ เขาจงใจนั่งกระแทกลงข้างๆ ร่างบาง เมื่อสายตาสะดุดเข้ากับซองสีขาวบนตักของหญิงสาวเข้า ริมฝีปากหนาของชายหนุ่มจึงกระตุกขึ้นเพียงนิด พร้อมกับสายตาคมวาวเหยียดมองด้วยนึกรังเกียจขึ้นมา

“ก็ตามประสาคนแก่...” เจ้าสัวตอบโดยไม่ละสายตาจากหน้าหนังสือพิมพ์

ขคราชปรายตามองซองสีขาวบนตักหญิงสาวอีกรอบ ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ ไม่บอกเขาก็พอจะเดาถูก นี่คุณเธอคงมาให้บริการป๋าเขาจนเสร็จสมอารมณ์หมายเป็นอันเรียบร้อยดีแล้วสิถ้า ถึงได้รับซองเสียหนาปึกขนาดนั้น จำนวนเงินคงไม่ใช่น้อยๆ เสียด้วย ไม่อย่างนั้น เจ้าหล่อนคงไม่ระริกระรี้เหมือนปลากระดี่ได้น้ำแบบนี้หรอก ชายหนุ่มคิดด้วยความเดือดดาลหัวใจ ใบหน้าหล่อเหลาจึงยิ่งดูงอหงิกหนักขึ้นไปกว่าเก่า...

และทันทีที่ร่างใหญ่ยักษ์กระแทกก้นนั่ง ไม่พูดไม่จา ร่างอรชรด้านข้างถึงกับสะดุ้งรีบถอยห่าง เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมเฉพาะตัวของชายหนุ่ม ซึ่งเขาจงใจลากเก้าอี้เข้ามาประชิดติดกับเก้าอี้ที่เธอนั่ง นี่ถ้านั่งทับตักเธอได้เขาคงจะนั่งทับไปแล้วด้วยซ้ำ ใบหน้างามก้มลงชิดอก พยายามหาจังหวะเอ่ยลาท่านเจ้าของบ้าน

เขาจงใจแกล้งเธอชัดๆ ...

“คุยอะไรกันอยู่หรือครับป๋า ดูน่าสนุกเชียว ...”

คนอารมณ์เสียเอ่ยปากถาม ส่วนฝ่ามือใหญ่แสนร้ายกาจนั้นกลับวางแหมะลงบนต้นขาเพรียวของหญิงสาวข้างกาย มารตรีเม้มริมฝีปากอิ่มของตัวเองแน่น ถึงแม้จะมีกระโปรงยาวปกคลุมอยู่อีกชั้น แต่ความร้อนจากฝ่ามือหนานั้นทำให้เธอถึงกับตัวชาวาบสะดุดลมหายใจตัวเอง เธอไม่กล้าปัดมือเขาออก กลัวท่านเจ้าสัวราพจะทราบความร้ายกาจของลูกชาย แล้วจะทะเลาะกันอีกได้ เธอไม่ต้องการทำให้พ่อลูกต้องมาทะเลาะกัน โดยมีเธอเป็นต้นเหตุ ลำพังแค่วันนั้น เธอก็เสียใจมากพออยู่แล้ว...

หญิงสาวนั่งทำใจ ยอมปล่อยให้เขาอาละวาดต่อไปไม่คิดขัดขืน เขาอยากทำอะไรก็ปล่อยไป ถ้าเธอทำเฉยเสียอย่างเดียว เดี๋ยวเขาก็หยุดทำไปเองนั่นแหละ แต่ดูท่าเหมือนเธอจะคิดผิดไปถนัด เขาไม่เพียงแต่แค่วางไว้เฉยๆ เขายังขยับลากไล้ฝ่ามือร้อนไปมาบนต้นขาเธออีกด้วย...

มารตรีสุดทนเลยตวัดสายตาขึ้นไปมองเขาดุๆ ต้องการปรามให้เขาหยุด แต่คนหน้าตบกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เลิกคิ้วกวนใส่เธอกลับมาเสียอย่างนั้น มารตรีสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ กลั้นใจผลักมือเขาออกไปให้ห่างจากต้นขา ก็พอดีได้ยินเสียงของท่านเจ้าสัวราพ ทักบุตรชายของท่านดังขึ้นมาเสียก่อน มารตรีเผลอยิ้มมุมปาก รู้สึกขอบคุณท่าน อย่างน้อยๆ ขคราชคงไม่กล้าทำอะไรเธอต่อหน้าต่อตาท่านเจ้าสัวแน่นอน

“ก็เรื่องทั่วๆ ไป ไม่ได้มีเรื่องอะไรพิเศษ ว่าแต่แกเถอะ งานเสร็จเรียบร้อยดีแล้วหรือไง วันนี้ถึงโผล่หน้ากลับบ้านได้ ไหนบอกป๋าจะไปเป็นเดือนๆ” ท่านเจ้าสัวราพละสายตาจากหนังสือพิมพ์เล็กน้อยตอนเงยหน้าขึ้นไปคุยกับลูกชาย

“ก็ตามนั้นแหละป๋า ถือโอกาสไปพักผ่อนสมองด้วยในตัว เบื่ออากาศในกรุงเทพฯ มันรู้สึกไม่บริสุทธิ์ยังไงก็ไม่รู้...” คำตอบยียวนนั้นเขาจงใจพูดใส่เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มข้างๆ กาย และเมื่อสายตาดุกร้าวเหลือบลงไปเห็นไอ้ซองสีขาวในมือของเจ้าหล่อน หัวใจเขากลับยิ่งร้อนเป็นไฟขึ้นมาทันที เมื่อเขาเดาไปเอง ว่านั่นอาจเป็นซองเงินค่าตัวของมารตรีก็อาจเป็นได้...

ท่านเจ้าสัวราพพยักหน้าให้ลูกชาย พรางก้มหน้าลงอ่านหัวข้อข่าวที่ท่านอ่านค้างไว้ต่อ...

“คงได้เยอะสินะรอบนี้ ป๋าฉันถึงได้อารมณ์ดี ดูอิ่มเอมมีความสุขจนมันจะทะลักออกมาข้างนอกได้อยู่แล้วนั่นน่ะ แล้วก็...ซองนั้นดูท่าจะหน้าเสียด้วยสิ...” ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบชิดติดริมใบหูเล็ก สายตาคมกริบจับจ้องไปทางป๋าตัวเอง ก่อนจะพยักพเยิดไปที่ซองสีขาวในมือของมารตรี

“คุณราช! ...” มารตรีเหลือบตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา เอียงใบหน้าหลบปลายจมูกโด่งวูบเมื่อเขาโน้มเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม กำซองในมือแน่น ใจคอเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอกลัวเขาจะรังแกอะไรอีก

“ว่าไง...กี่แสนล่ะ” คนปากไม่ดีถามย้ำ

มารตรีรู้สึกอ่อนใจกับผู้ชายปากร้ายคนนี้เหลือเกิน แต่เธอไม่คิดจะอธิบายข้อเท็จจริงให้คนอย่างเขาฟังอีกแล้ว มันเสียเวลา เปลืองพลังงานไปเปล่าๆ เขาอยากจะคิดอยากจะยัดเยียดให้เธอทำหรือเป็นอะไรนั่นมันก็เรื่องของเขา เธอแค่รู้ตัวเองว่าเป็นหรือกำลังทำอะไรแค่นั้นก็พอแล้ว

“ก็เยอะใช้ได้อยู่ค่ะ” เมื่ออ่อนใจที่จะปฏิเสธ มารตรีเลยยอมสวมบทบาทเล่นเป็นตัวละคร ที่เขาต้องการอยากให้เธอเป็นมันเสียรู้แล้วรู้รอดกันไป จะได้เลิกยุ่งวุ่นวายกับเธอเสียที

ขคราชกัดกร้ามกรอด จ้องใบหน้าหวานเขม็ง อารมณ์โกรธพุ่งสูงปรี๊ด ขัดใจในคำตอบรับของเจ้าหล่อน เดี๋ยวนี้ชักจะปากเก่งขึ้นเยอะเสียด้วยนะแม่จอมเจ้าเล่ห์...

“หึ...โสเภณี..” เขาเอียงหน้าบิดปากใส่หญิงสาวอย่างดูถูก มารตรีต้องสูดลมหายใจเพื่อระงับอาการกลัวของตัวเองอีกหน เธอรู้สึกเกลียดไอ้ดวงตาคอยจ้องแต่จะดูถูกกันตลอดเวลาของผู้ชายคนนี้เหลือเกิน ปฏิเสธก็ไม่เคยฟัง พอยอมรับยังจะมาทำท่าโมโหใส่เธออีก เขาจะเอาอย่างไรกันแน่เนี่ย...

ขคราชเงยใบหน้าของตัวเองลอบมองบิดา พอเห็นท่านก้มหน้าก้มตากับหนังสือพิมพ์ในมือ ชายหนุ่มยกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขายกฝ่ามือซึ่งเพิ่งจะเคลื่อนออกตอนคุยกับป๋า วางแหมะลงบนต้นขาเพรียวใหม่อีกหน แต่ทว่าคราวนี้เขาไม่เพียงแต่ลูบไล้หยอกล้อเท่านั้น เขากลับขยุ้มฝ่ามือลงน้ำหนักบีบแรงๆ เพื่อคล้ายอารมณ์ร้อนที่มันระอุอยู่ในอกด้านซ้ายไปในตัว

มารตรีตวัดสายตาสั่นไหวขึ้นจ้องชายหนุ่มเป็นการขอร้อง แต่ขคราชกลับไหวไหล่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จนร่างน้อยต้องค่อยๆ ขยับถอยออกทีละนิด เมื่อความร้อนซ่านของบุรุษหนุ่มข้างกายตีแผ่กระจายคุกคามอยู่โดยรอบ อยากจะผลักไสฝ่ามือหยาบโลนของเขาออกห่างใจแทบขาด แต่ก็ไม่กล้า ยิ่งเมื่อเขาจงใจลงน้ำหนักมือบีบเคล้นบนตนขาเธอแรงขึ้น น้ำตาใสๆ จึงเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งที่ตั้งใจจะเข้มแข็งไม่ทำตัวอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายนิสัยแย่อย่างขคราชแล้วเชียวนะ แต่ไอ้น้ำตาบ้าไม่รักดี มันยังจะไหลออกมาประจานความไม่เอาไหนของเธออีกจนได้...

คนเอาแต่ใจตัวเองเริ่มพาล ยิ่งเห็นมารตรีถอยหนีสัมผัสจากเขา ขคราชยิ่งโมโหจนหน้าบึ้งๆ กลับยิ่งบึ้งตึงหนักขึ้นไปอีกเป็นร้อยเท่า เขาตีกิริยาอาการถอยหนีของหญิงสาวที่แสดงออกนั้นเป็นไปในทางรังเกียจสัมผัสจากฝ่ามือของเขามากกว่า แต่ความจริงมารตรีรู้สึกเจ็บจากแรงบีบเคล้นของเขามากกว่านั่นเอง

คนพาลเอาแต่ใจ เลยยิ่งเพิ่มแรงบีบเคล้นบนเนื้อผ้าจนนิ้วมือแทบจะฝังลงไปในเนื้อผ้ากระโปรงจีบรอบตัว นี่ถ้าหากเป็นผู้ชายคนอื่นทำ เธอคงไม่แสดงอาการแบบนี้ใส่สินะ เพราะผู้ชายเหล่านั้นไม่มีใครสักคนจะรู้เช่นเห็นชาติทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงร้อยมารยาอย่างเจ้าหล่อนเช่นเขาน่ะสิ...

“ปล่อยค่ะ! ” มารตรีขยับริมฝีปากแต่ไร้เสียงพูด ดวงตาดำขลับขยายกว้างขึ้นเพื่อเป็นการห้ามปราม ยิ่งเมื่อแรงบีบเน้นลงโดนเนื้อแท้ของเธอเข้า ความเจ็บแปล๊บตรงช่วงบริเวณโคนขาเกือบจะทำให้มารตรีหลุดเสียงร้องออกมาให้ได้อาย หญิงสาวได้แต่นิ่วหน้าข่มความเจ็บนั้นเอาไว้ เมื่อขอร้องเขาทางสายตาก็แล้วแต่ชายหนุ่มกลับทำเป็นไม่สนใจไยดีกันสักนิด เพราะขคราชไม่เพียงไม่ปล่อยมือแต่เขากลับยกยิ้มสะใจ พร้อมกับไหวไหล่ขึ้นอย่างไม่แยแส

มารตรีต้องเม้มริมฝีปากเพื่อข่มความรู้สึกปวดร้าวเอาไว้ เธอไม่อยากแสดงอาการอ่อนแอออกไปให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้ได้รับรู้ เพราะนอกจากเขาจะไม่คิดสงสารเธอสักนิด เขาอาจจะคิดว่านี้คงเป็นเพียงมารยาที่เธอใช้แกล้งแสดงต่อหน้าเขาเท่านั้นก็ได้...

ชายหนุ่มเลิกคิ้วเบะปากออกอย่างท้าทาย ไม่คิดสนใจสายตาห้ามปรามนั้นของหญิงสาวเลย ส่วนมือของเขายังคงทำหน้าที่ลูบไล้สลับกับบีบเคล้นเป็นการลงโทษหญิงสาวด้วยความเพลิดเพลินอุรา แต่พอทำไปทำมากลับเป็นเขาเสียเอง ที่บังเกิดความทรมานขึ้นด้วยความรู้สึกซ่านเสียว เมื่อความปรารถนาเร้นลับภายในกลับทำให้ความเป็นเขาร้อนรุ่มแทบปริแตก จึงต้องรีบชักมือของตัวเองกลับมาและกำมันเอาไว้ให้แน่น เพื่อเป็นการระงับไอ้ความรู้สึกบ้าบอนี้ให้สงบลงจงได้...

“เธอมันเป็นนางปีศาจ...” ขคราชสะบัดหน้าไปทางหญิงสาว พร้อมกับขยับปากพูดใส่ มารตรีพอจะอ่านปากของเขาออก เธอได้แต่เม้มริมฝีปากอิ่มส่ายหน้าไม่ยอมรับข้อกล่าวหาเอาแต่ใจตัวเองของเขา กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาก็มักจะยัดเยียดให้เธอเป็นในสิ่งที่เขาคิดไปเองอยู่ฝ่ายเดียว

“อาทิตย์หน้าแกเตรียมห้อง วีไอพีเอาไว้ให้ป๋าสักห้องด้วยนะ พอดีคุณหญิงช่อฟ้าเธอจะขอเช่าสถานที่ถ่ายแบบเครื่องเพชรรุ่นล่าสุดกับทางโรงแรมเรา...” พอเห็นไอ้ลูกชายเอาแต่นั่งหน้าบูดไม่พูดไม่จาอะไรต่อ ท่านเจ้าสัวราพจึงลดหนังสือพิมพ์ในมือลง เพื่อบอกกล่าวเรื่องงานที่ทางคุณหญิงช่อฟ้าได้ติดต่อเข้ามาทางตัวท่านเสียเลย

“อ้อ...คุณหญิงป้ามหาภัย ได้สิป๋า...เดี๋ยวผมให้ไอ้เดชมันจัดการให้ก็แล้วกันนะ ว่าแต่ฝากเด็กสักคนได้หรือเปล่าล่ะ พอดีช่วงนี้อยากดันให้อยู่ในวงการสักคน เด็กมันโทรมาอยากให้ผมช่วย...” ท่านเจ้าสัวราพขยับหนังสือพิมพ์ลง เงยใบหน้าขึ้นมองบุตรชายเล็กน้อย

“ใครวะ? เด็กของแก...” เจ้าสัวราพเอ่ยถามอย่างสงสัย หัวคิ้วกดลงเมื่อมองจ้องไปทางบุตรชายอย่างรอคอยคำตอบ

“ไม่ใช่อย่างที่ป๋าคิดหรอกน่า...” ขคราชรีบดักทางของบิดาเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นสายตาเขียวๆ ของท่านจ้องมองมาด้วยความไม่พอใจ และไม่รู้เป็นเพราะอะไรอีกเหมือนกัน กับไอ้ความรู้สึกบ้าๆ ที่ไม่อยากให้คนที่นั่งข้างๆ เขานี้ เกิดความเข้าใจผิดไปด้วยอีกคน เขาจึงต้องรีบพูดอธิบายให้เข้าใจกันก่อนที่จะคิดอะไรกันไปเลยเถิด...

“ก็ลูกพี่ลูกน้องของไอ้บวรไง พ่อจำมันได้หรือเปล่า ตอนงานเลี้ยงวันเกิดของผมปีก่อน มันก็มา แต่กับน้องของมันผมไม่เคยเห็นหน้าหรอกนะ พอดีน้องสาวมันกำลังเรียนอยู่ชั้นปีเดียวกับแม่นี่พอดี แต่ไม่แน่ใจว่ามหาลัยเดียวกันหรือเปล่า มันอยากให้น้องมันลองเข้าวงการดูบ้าง เผื่อจะไปได้รุ่งทางนี้ ผมว่างานนี้ก็น่าจะช่วยเบิกทางได้บ้าง เพราะคุณหญิงป้ามหาภัยแกออกจะโด่งดังซะขนาดนั้น...” สายตาขุ่นๆ ตวัดไปมองใบหน้านวลเนียนของคนด้านข้าง เมื่อไอ้เพื่อนตัวดีคนนี้ของเขา มันก็เป็นหนึ่งในอีกหลายๆ คน ที่หลงได้ปลื้มแม่นี้นักหนา จนเขาเกือบจะเลิกคบหากับมันมาแล้วช่วงหนึ่ง...

“นั้นก็แล้วไป...เอาไว้ป๋าจะลองถามคุณหญิงดูให้ก็แล้วกัน แล้วสรุปงานทางภูเก็ตเป็นอย่างไรบ้างล่ะ มันหนีไปกบดานอยู่ที่ไหน ไอ้หนอนบ่อนไส้คนที่แกบอกป๋า...”

หนังสือพิมพ์ในมือถูกพับวางลงกับโต๊ะ เมื่อท่านเจ้าสัวอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับปัญหาภายในโรงแรมสาขาลูกทางจังหวัดภูเก็ต

หึ...ปัญหาภายนอกยังพอจะจัดการกันง่ายกว่าปัญหาภายในที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ ใครคือหนอนบ่อนไส้คนนั้น คนใกล้ตัวที่นำเอาความลับของโรงแรมไปขายต่อให้กับโรงแรมคู่แข่งทางฝั่งตรงข้าม ถึงแม้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงแรมจะดูไม่รุนแรงมากมายอะไรนัก แต่การปล่อยให้ชิ้นเนื้อร้ายลอยนวลอยู่ในโรงแรมนี้ต่อไป อาจจะนำพาความเสียหายลุกลามใหญ่โตไปจนถึงขั้นแก้ไขไม่ทันการณ์ในอนาคตก็อาจเป็นได้ ดังนั้น ขคราชในฐานะประทานโรงแรม เขาจึงต้องลุกขึ้นเพื่อจัดการตัดเนื้อร้ายชิ้นนี้ด้วยตัวเอง จะเรียกว่าเป็นการเขียนเสือให้วัวกลัวก็ว่าได้...

“เจอสิ...ก็ผมให้คนทางนู้นเขาสืบไว้รอนานแล้ว กลิ่นมันตุๆ มาหลายเดือนอย่างที่ผมเคยบอกป๋าเอาไว้นั่นแหละ ไปคราวนี้เลยจัดการง่ายหน่อย มันยอมรับทุกข้อกล่าวหา ว่าเป็นคนเอาข่าวความเคลื่อนไหวของทางเราไปขายให้ทางฝั่งนู้น เพราะมันติดการพนันอย่างหนัก ดูเหมือนมันจะเป็นหนี้เขาอยู่หลายล้านบาทเสียด้วย เลยอยากได้เงินด่วนไปใช้หนี้ให้บ่อนการพนัน ก่อนที่ทางนั้นจะฆ่ามันทิ้งเสียก่อน...” มารตรีหน้าซีดลง หัวใจดวงน้อยสั่นไหวเมื่อเธอได้ยินบทสนทนา ต้นเหตุความไม่ซื่อสัตย์จนทำให้เสียผู้เสียคนนั้นมาจากการพนันอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ

ท่านเจ้าสัวพยักหน้าเข้าใจ แต่ไม่คิดจะเข้าไปก้าวก่ายอะไรกับเคสนี้ เมื่อตัวท่านได้ยกหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างเกี่ยวกับโรงแรมและอีกหลายบริษัทในเครือยมดิสรณ์ ให้กับไอ้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปรับช่วงต่อทั้งหมด ตอนนี้ท่านเพียงแค่ทำหน้าที่รับฟังรายงานผลต่างๆ เท่านั้นเอง ท่านมั่นใจในฝีมือการบริหารงานของลูกชาย ถึงมันจะดูเลือดร้อน โมโหง่ายไปสักนิด แต่ระดับฝีมือการนำพาให้ธุรกิจระดับแนวหน้าทั้งหมดในตระกูลยมดิสรณ์ ให้เข้าสู่ยุคทอง เขาต้องยอมยกนิ้วให้กับมันเลยทีเดียว...

มารตรีที่นั่งฟังอย่างสงบ หญิงสาวกำลังหาโอกาสเอ่ยลา เมื่อนี่ก็ใกล้จะถึงเวลาที่ตัวเองต้องเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว

“พอสะสางปัญหาเสร็จเร็ว ก็เลยหาโอกาสพักสมองเสียเลย...” แต่การพักผ่อนสมองของเขานั้นก็คือการตามสืบเรื่องที่ดินผืนหนึ่งทางภูเก็ต ที่เขาดันไปได้ยินบทสนทนาของเจ้าหล่อนกับใครสักคนหนึ่ง ว่าต้องการจะซื้อที่ดินผืนนั้นกลับคืนมาให้ได้ และมันก็ดันไปเข้าทางเขาเข้าพอดี เมื่อที่ดินผืนดังกล่าว มันเป็นที่ดินติดกับโรงแรมที่เขาต้องการจะกว้านซื้อ มาเพื่อขยายพื้นที่ทำเกี่ยวกับสปอร์ตเพิ่ม เขาจึงไม่รอช้า รีบส่งคนให้ไปเสนอราคาซื้อที่ดินดังกล่าวตัดหน้าเจ้าหล่อนมาเสียเลย ไม่รู้ถ้าแม่นี่รู้เรื่องนี้เข้า จะรู้สึกเช่นไร เมื่อเขาไม่มีทางขายที่ดินผืนนั้นคืนให้แม่ผู้หญิงร้อยมารยาอยู่แล้ว

ความคิดอย่างสะใจของขคราชต้องหยุดชะงัก เมื่อท่านเจ้าสัวราพบอกกล่าวสิ่งที่ท่านต้องการจะทำ...

“ป๋าจะไม่อยู่สักสองเดือน มีนัดกับไอ้เกลอทั้งหลาย เที่ยวนี้พวกป๋ากะว่าจะไปทัวร์รอบโลกกันสักหน่อย แกมีอะไรก็ติดต่อผ่านทางโจอี้มันได้เลยแล้วกัน ป๋าให้มันอยู่รับเรื่องแทนป๋าที่เมืองไทย ไม่ได้ตามป๋าไปด้วยหรอก รอบนี้อยากเที่ยวกันตามประสาคนแก่ๆ สักหน่อย...” ขคราชเลิกคิ้วเข้ม พอป๋าเขายกกิจการทุกอย่างให้เขาเป็นคนดูแลทั้งหมด ท่านก็หาเรื่องออกตระเวนเที่ยวเดือนเว้นเดือนก็ว่าได้

“ป๋าจะไปเที่ยวตะลอนตอนอายุ70นี่นะ...” ขคราชส่ายหน้า แต่ไม่คิดขัด ป๋าเขาอยากทำอะไรก็ปล่อยตามใจ ถือเป็นความสุขของตัวท่านไป

“จะไหวเหรอ...” คำปรามาสของบุตรชายเรียกสายตาดุของอดีตพญามังกรให้มองขุ่นเขียว

“ป๋ายังแตะปีบดังอยู่น่า แกอย่ามาเที่ยวดูถูกคนแก่อย่างป๋าไปหน่อยเลย แล้วจะหาว่าไม่เตือน หรือว่าไงหนูรตรี...” ท้ายประโยคท่านเจ้าสัวผู้ใจดีหันไปถามหลานสาวคนโปรด เมื่อท่านเห็นว่าหญิงสาวคนเดียวไม่ยอมพูดยอมจาเอาแต่นั่งก้มหน้างุดมันลูกเดียว นับตั้งแต่ไอ้ลูกชายตัวแสบของเขาเดินเข้ามานั่นแหละ ท่านเจ้าสัวจึงแค่อยากชวนคุย เพื่อที่หญิงสาวจะได้รู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง ไม่ใช่เอาแต่นั่งตัวเกร็งอยู่แบบนั้น นี่ก็อีกคน ไม่รู้จะต้องไปกลัวอะไรนักหนากับไอ้ตัวแสบของเขามันก็เป็นคนไม่ต่างจากใครๆ ไม่รู้จะต้องไปกลัวมันทำไม แต่ประโยคคำถามของท่านก็เล่นเอาขคราชถึงกับหงุดหงิดขึ้นมาอีกจนได้ และมารตรีเองก็ถึงกับอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบรับหรือปฏิเสธออกไปดี

“เอ่อ...นี่ก็ใกล้ได้เวลาเรียนแล้ว งั้นหนูขอตัวกลับก่อนดีกว่านะคะคุณลุง เดี๋ยวรถติดจะไปไม่ทันสอบ วิชาสุดท้ายแล้วด้วย หนูไม่อยากพลาดน่ะค่ะ...” เมื่อไม่รู้จะตอบท่านว่าอะไร หญิงสาวจึงเอ่ยขอตัวกลับ หญิงสาวรู้สึกอึดอัดกับสายตาเหยียดหยามของชายหนุ่มด้านข้าง และรู้สึกไม่ปลอดภัยเอาเสียเลยเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ กับเขาแบบนี้

“อ้าวตายจริง ลุงก็มัวแต่คุยจนลืมไปเลยว่าวันนี้หนูรตรีมีสอบ งั้นลุงขออวยพรให้หนูสอบผ่านฉลุยก็แล้วกันนะ แล้วก็ขับรถดีๆ ด้วยล่ะ ลุงเป็นห่วง...” ผู้อาวุโสระบายยิ้มก่อนจะอวยพรให้หญิงสาวโชคดี

ทำให้คนได้ยินถึงกับหูผึ่งขึ้นมา เริ่มขยับตัวขึ้นเล็กน้อย เมื่อสายตาคมดุเป็นนิสัยก้มมองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง คิ้วคมเข้มก็ขมวดเข้าหากันจนดูยุ่งเหยิง นี่ก็เกือบจะแปดโมงเข้าไปแล้ว ทำไมเจ้าหล่อนถึงไม่แหกปากบอกให้มันเร็วกว่านี้วะว่าวันนี้มีสอบ เขาจะได้ไม่หาเรื่องมานั่งคุยกับป๋าเป็นนานสองนานแบบนี้ การจราจรช่วงนี้ก็ยิ่งติดๆ อยู่ด้วย แล้วยิ่งเจ้าหล่อนขับรถไอ้สับปะรังเคคันนั้นด้วยแล้ว เขารับรองได้เลย คงไม่เกินเที่ยงนั่นแหละกว่ามารตรีจะขับไปถึงมหาวิทยาลัย...

“ขอบคุณมากค่ะ งั้นหนูขอตัวลาเลยแล้วกันนะคะ...”

มารตรียกมือขึ้นไหว้ลาประมุขยมดิสรณ์โดยไม่ลืมหันไปไหว้คนด้านข้างด้วย พอลาเสร็จหญิงสาวจึงรีบลุกและก้าวเดินออกไปจากห้องนั้นด้วยความรู้สึกโล่งใจ เธอรีบสาวเท้าเดินตรงไปยังรถมินิคู่ใจของตัวเอง โดยไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครบางคนเผ่นพรวดเดินตามเธอออกมาติดๆ เช่นกัน

********************************

ร่างงามระหงในชุดนิสิตชั้นปีสุดท้าย รีบก้าวเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับไปมอง เธอกลัวจอมวายร้ายจะลุกเดินตามออกมาหาเรื่องเธอเหมือนดั่งเช่นทุกครั้ง เช้านี้เธอมีสอบวิชาสุดท้าย เธอจึงไม่อยากเสียเวลาให้กับเรื่องไม่สบายใจ โดยเฉพาะเรื่องไร้สาระของผู้ชายเจ้าอารมณ์

คนเกเรพันธุ์นั้นอยู่ให้ห่างเข้าไว้เป็นดีที่สุด...

วันนี้เธอมาส่งงานชิ้นสุดท้ายให้กับเจ้าสัวราพ พร้อมกับรับค่าจ้างงวดก่อน และคงอีกนานเป็นเดือนกว่างานชิ้นใหม่ถึงจะมียอดสั่งทำออเดอร์เข้ามาอีกครั้ง พอถึงเวลานั้นเธอคงเรียนจบพอดี และคงเริ่มรับงานที่ดูเป็นชิ้นเป็นอันได้มากกว่าเดิม เธอได้แต่แอบภาวนาอยู่ในใจ ขอให้ทันเวลานั้นด้วยเถิด

การที่เธอต้องเร่งหาเงินให้มากๆ นั้น เป็นเพราะเธอต้องการใช้เงินก้อนใหญ่พอสมควร สำหรับนำไปซื้อที่ดินของมารดา ซึ่งเป็นมรดกจากคุณยายกลับคืนมาจากเจ้าของคนใหม่ เธอเฝ้าติดตามข่าวความเคลื่อนไหวที่ดินผืนนั้นมานาน จึงได้รู้ข่าวไม่ค่อยสู้ดีนัก ตอนนี้เจ้าของที่ดินผืนนั้นกำลังจะประกาศขาย เธออดหวั่นใจไม่ได้ กลัวจะถูกคนอื่นมาซื้อตัดหน้าไปก่อนน่ะสิ...

ดังนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ จุดโฟกัสเธอจึงมีเฉพาะเรื่องงานเสียส่วนใหญ่ เวลาพักผ่อนของเธอในแต่ละวันมีน้อยมาก จนบางวันแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลยก็มี แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญอะไรที่จะทำให้เธอท้อแท้และสิ้นหวังได้ หากมีงานสุจริตให้เธอทำเธอก็พร้อมทุ่มเททำมันเพื่อให้ได้มาซึ่งเป็นสิ่งที่คุณตาของเธอวาดหวังเอาไว้ คุณตาไม่ได้บอกตรงๆ แต่เธอรับรู้ได้จากแววตาเศร้าสร้อยของท่าน ยามมองดูรูปถ่ายของคุณยาย ท่านคงเสียใจ ที่ไม่อาจรักษาสมบัติชิ้นนั้นของคุณยายเอาไว้ได้ตามที่เคยได้รับปากเอาไว้ก่อนคุณยายจะเสีย

ที่ดินแถวภูเก็ตเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่คุณยายท่านยกให้มารดาของเธอก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตลงด้วยโรคชรา มันเป็นที่ดินตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น คุณยายท่านหวงมาก พอมาถึงรุ่นของมารดาเธอ ที่ดินผืนนั้นกลับถูกบิดาของเธอซึ่งติดการพนันงอมแงม ขโมยออกไปขาย พอคุณตารู้เรื่องนี้เข้า ท่านก็โกรธมาก จนถึงขั้นมีปากมีเสียงกับมารดาของเธอยกใหญ่ ในฐานะลูกสาวคนเดียว เธอจึงสัญญาเอาไว้กับตัวเองเสมอมา เธอจะต้องเอาที่ดินผืนรักผืนนั้นของคุณยายกลับมาคืนให้คุณตาจงได้...

แค่เธอมีความมุ่งมั่น มานะอดทน ทุกอย่างมันกำลังใกล้จะเป็นจริงเข้าไปทุกทีตอนนี้เธอขาดเงินอีกจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น เธอก็สามารถซื้อที่ดินผืนนั้นกลับคืนมาให้คุณตาได้แล้ว อีกหนึ่งความตั้งใจที่เธอทำเพื่อคุณตา โดยหารู้ไหมว่า ที่ดินผืนนั้นได้ถูกขายต่อให้กับใครบางคนไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง...

และเมื่อหญิงสาวก้าวเดินออกมาจนถึงลานจอดรถ หันหน้ากลับไปมองยังทางเดินอีกครั้ง ยังไม่ปรากฏสิ่งที่เธอนึกหวั่นใจ มารตรีจึงพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง เมื่ออย่างน้อยในครั้งนี้เขาก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้มากกว่าการดูแคลนเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งนั้นมันเป็นเรื่องปรกติ ที่เธอเองก็เห็นจนชินตา คงไม่มีสักครั้งหรอกนะที่ผู้ชายคนนั้นจะมองเธอในแง่ดีขึ้นมาบ้าง และไอ้ความรู้สึกของเขาทั้งหลายมันก็ไม่สามารถจะมาทำร้ายให้เธอเกิดความเสียใจไปมากกว่าที่เคยรู้สึกเสมอมาได้อีกแล้วด้วย...

ความรู้สึกที่ชินชาก็ไม่ต่างจากยารักษาบาดแผลได้เป็นอย่างดีนั่นเอง...

ตี๊ดๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

รอยยิ้มละไมผุดขึ้นบนดวงหน้าหวานปานน้ำผึ้ง วงหน้าเรียวยาวรูปไข่ประดับด้วยดวงตาโตดำขลับทั้งสองข้าง จมูกปลายเล็กโด่งรั้นเชิดสูงขึ้นดูน่ามอง ริมฝีปากรูปกระจับอิ่มเต็มทาด้วยลิปสติกเคลือบมันสีบางเบา ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ริมฝีปากดูน่าจูบมากยิ่งขึ้น

มารตรีระบายยิ้มให้เจ้าของชื่อบนหน้าจอมือถือ เมื่อเสียงเรียกเข้าจากปลายสายนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่ทว่าเป็นแม่เพื่อนสาวคนสนิทของเธอนั่นเอง นี่คงจะโทรมาตามเธอให้รีบไปแต่เช้า จะได้มีเวลาเหลือติวหนังสือกันก่อนจะเข้าห้องสอบน่ะสิท่า...

“ว่าไงจ๊ะดาว...รตีกำลังจะไป คงอีกไม่น่าเกินชั่วโมงรตรีคงถึงมหาวิทยาลัย...จ้ะเดี๋ยวเจอกันนะดาว”

พอวางสายจากเพื่อนรัก มารตรีจึงกดปุ่มสัญญาณปลดล๊อกจากพวงกุญแจ พอยื่นมือหวังเปิดประตูรถเท่านั้น เธอกลับถูกฝ่ามือใหญ่ของใครบางคนฉุดรั้งร่างบอบบางของเธอเอาไว้ ก่อนจะดึงเซถลาเข้าไปปะทะกับอกแกร่งของเขาอย่างจัง

“อุ้ย! คุณราช” มารตรีอุทานเสียงหลง เมื่อร่างทั้งร่างตกเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ดวงตาหวานเบิกโพลงด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าตามเธอออกมา

“ไง...ผู้ชายคนไหนของเธอโทรเข้ามาหาอีกล่ะ ถึงได้ยิ้มจนหน้าบานเป็นจานดาวเทียมเชียว ไหนว่าป๋าใช้จ่ายให้หลายแสนไง นี่ยังไม่พอใจอีกเหรอ ยังคิดจะหารำไพพิเศษเพิ่มอีก เธอนี่มันเก่งจริงๆ ...” คนตามออกมาหาเรื่องโน้มใบหน้าเข้าหา ปลายจมูกโด่งคลอเคลียใกล้พวงแก้มงาม หญิงสาวเบี้ยงใบหน้าหลบวูบ

"มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเสียหน่อย ปล่อยนะ ไม่งั้นรตรีจะร้องให้คนช่วย...” ร่างหอมรีบสะบัดกายออกจากพันธนาการเหนี่ยวแน่น แต่ยิ่งดิ้นกลับเหมือนยิ่งตกเข้าไปสู่อ้อมกอดของเขามากยิ่งขึ้น ยิ่งดิ้นรนขัดขืน เขากลับยิ่งรัดร่างของเธอไว้แน่นหนา กักกันเธอด้วยวงแขนแข็งแรงราวปลอกเหล็ก จนตอนนี้ทั้งหน้าอกหน้าใจเบียดชิดจมหายไปกับร่างกายกำยำของเขาโดยปริยาย

“ก็ร้องสิ ใครเขาไปห้ามเธอมิทราบ อยากร้องก็ร้องเลย ร้องให้ดังๆ ด้วยนะ คนบนตึกจะได้แห่กันลงมาดูมากๆ ตอนเธอถูกฉันปล้ำกลางวันแสกๆ ไง”

“อย่านะ...”

“หึทำไม...มันก็ของชอบของเธอไม่ใช่หรือไงล่ะ...” คนถูกกล่าวหาตวัดสายตาเข้มขึ้นมองอย่างโมโห กรุ่นไปด้วยโทสะ มารตรีได้แต่ข่มใจตัวเองเอาไว้ ให้ใจเย็นๆ เธอรู้สภาพตัวเองดี คงไม่อาจหาญไปสู้รบหรือต่อกรอะไรกับเขาได้หรอก

ผู้ชายอย่างขคราชนั้นห่างไกลกับคำว่าสุภาพบุรุษอยู่มากโขทีเดียว...

“รตรีไม่เคยชอบ...”

“จริงเหรอ” คนปากร้ายยื่นหน้าลงมาถาม

“จิรง...แล้วก็ช่วยปล่อยรตรีด้วย” ร่างบางพยายามใช้แรงอันน้อยนิดดันร่างหนาให้ออกห่าง

“ถ้าอยากให้ปล่อยต้องทำอย่างไรก่อนดีน่า...” ใบหน้าขาวราวหยวกกล้วยแสร้งทำท่าคิด สายตาเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มก้มมองริมฝีปากเล็กรูปกระจับ มารตรีถึงกับสะดุ้ง กลัวจะถูกเขารังแกเอาอีก

“จูบฉันก่อนสิ”

“ไม่...คนทุเรศ ช่วยด้วยค่า ช่วยรตรีด้วย ใครอยู่แถวนี้ช่วยรตรีด้วยค่า”

หญิงสาวดิ้นรนพร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือเสียงดังลั่น มือเท้าก็พยายามแตะถีบเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากวงแขนแข็งแรง ภาพตอนถูกเขาขโมยจูบเมื่อครั้งก่อนไหลเวียนเข้ามาในสมอง ความทรงจำน่าอับอายที่ยังคงติดแน่นในหัวใจ

จูบที่ทำให้เธอสะท้านหวั่นไหว มึนงงจนถูกเขาดูหมิ่น กล่าวหาว่าเธอใจง่าย...

“ปล่อยสิคนบ้า” หญิงสาวร้องขอความช่วยเหลืออยู่สักพัก เมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาใครเลยสักคน เธอจึงหยุดร้อง เขาคงสั่งห้ามทุกคนไม่ให้เข้ามาวุ่นวายเหมือนครั้งก่อนๆ อีกนั่นแหละ คนงานของเขาทุกคนคงไม่มีใครกล้าเข้ามา เธอเข้าใจพวกนั้นดี คงไม่มีใครอยากตกงาน

“ปล่อยรตรีสิ”

“ถ้าฉันไม่ปล่อย เธอจะทำไม เธอก็น่าจะรู้ดีนี่นา ต่อให้เธอตะโกนจนคอแตก คนงานบ้านฉันก็ไม่มีใครหน้าไหน กล้าเสนอหน้า หาเรื่องใส่ตัวเองหรอกนะ เพราะโทษของคนที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของฉัน มันมีเพียงประการเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ...ไล่ออก”

มารตรีรู้ซึ้งถึงข้อนี้ดีอยู่แล้ว คนอย่างขคราชไม่เพียงแต่เอาแต่ใจตัวเอง ทว่าเขาเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น คำสั่งคือคำสั่ง ถ้าคนไหนคิดจะฝ่าฝืน ก็เตรียมตัวหางานใหม่ทำได้เลย

มารตรีจำต้องข่มใจ พยายามตั้งสติตัวเองใหม่ แล้วเปลี่ยนคำพูดของตนให้ฟังดูอ่อนลง ถ้าเธอไม่ต่อต้านเขา หรือพูดจาขัดหูเขาอีก เขาคงจะฟังเธอบ้าง...

“กรุณารตรีด้วยเถอะค่ะคุณราช วันนี้รตรีรีบจริงๆ ...” มารตรีอ้อนวอนขอร้องเขาแทน เธอรู้...การทำตัวแข็งกระด้างตอบโต้เขา มันไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับตัวเธอนัก ผู้ชายเอาแต่ใจแถมยังเจ้าอารมณ์อย่างขคราช การยอมอ่อนข้อให้เป็นทางออกที่ดีที่สุด

“นะคะ...รตรีรีบจริงๆ” เธออ้อนวอนขอเขาซ้ำอีกครั้ง

“จะรีบไปไหน เรายังไม่ได้คุยกันเลยนะวันนี้ หรือว่าเธอเพลียจนอยากจะกลับไปพักผ่อนเร็วๆ บนตึกก็มีห้องว่างตั้งหลายห้อง ทำไมเธอไม่ลองขอป๋าฉันสักห้องหนึ่งล่ะ ฉันเห็นเธอชอบมาบ้านนี้ออกจะบ่อยไม่ใช่หรือไง อ้อนป๋าฉันนิดๆ หน่อยๆ ขี้คร้านป๋าฉันจะยอมยกให้เธอเสวยสุขทั้งตึกก็ยังได้...”

“ถึงรตรีจะมาบ้านของคุณบ่อย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า รตรีจะมาทำอย่างที่คุณเข้าใจหรอกนะคะ ...” เสียงหวานค่อยๆ อธิบาย เธอรู้สึกอ่อนใจกับผู้ชายเอาแต่ใจตัวเองอย่างขคราชเหลือเกิน อธิบายไปเขาก็ไม่เคยฟัง ยังคงตั้งหน้าตั้งตาพูดจาปรักปรำหาเรื่องเธอทุกครั้งที่เจอ ชาติก่อนเธอคงไปสร้างเรื่องให้เขาเจ็บช้ำเอาไว้มากสินะ ชาตินี้เขาถึงได้ตามรังควานเธอไม่เลิกเสียที

“ฉันเข้าใจว่าอะไร ไหนลองบอกให้ฉันฟังหน่อยสิ บางทีความเข้าใจของเธออาจไม่ตรงกับความเข้าใจของฉันก็ได้นะ...” คนเจ้าอารมณ์ยื่นหน้าเข้ามาถามใกล้

“ก็เข้าใจว่าคุณคงไม่คิดว่ารตรีจะมาดีน่ะสิ เพราะรตรีเป็นคนไม่ดีในสายตาของคุณอยู่แล้ว...ถ้างั้นก็ปล่อยรตรีเถอะค่ะ รตรีอึดอัดนะ จะมากอดทำไมนักหนา คนที่เขาเกลียดกันเขาไม่มายุ่งกันแบบนี้หรอก เขาต้องอยู่กันห่างๆ มันถึงจะถูก”

มารตรีพยายามดันร่างกำยำออกห่าง โดยขืนร่างตัวเองไว้ เมื่อลำแขนแข็งแรงของชายหนุ่มนั้นรัดร่างของเธอจนเนื้อนมไข่เบียดชิดและยังเสียดสีไปกับร่างใหญ่โตของเขา จนเธอรู้สึกใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา ความรู้สึกนี้มารตรีนึกรังเกียจมันเสียเหลือเกิน ทำไมเธอต้องไปรู้สึกรู้สาทุกครั้งยามเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาด้วยก็ไม่รู้

“ฉันอยากทำอย่างนี้ ฉันก็จะทำ มีอะไรไหม? ฮะ...” พอจบคำ เขาจึงไหวไหล่ทำเป็นไม่สนใจ จนมารตรีอยากจะยกมือขึ้นฟาดปากเขาให้เจ็บๆ

“คนเอาแต่ใจ ไม่เป็นสุภาพบุรุษ นิสัยแย่ ปากก็เสีย...” เธอว่าเขาด้วยความพลั้งปาก แต่มารู้ตัวอีกที เมื่อได้ยินเสียงตะคอกอยู่บนเหนือศีรษะเธอนั่นเอง ร่างน้อยถึงกับสะดุ้งเฮือก

“เธอว่าอะไรนะ! ” ขคราขกัดฟันถาม สายตาคมดุวาวโรจน์ขึ้นดูน่ากลัวเหลือเกิน มารตรีรีบยกมืออุดปาก

“อุ้ย! เปล่าค่ะ รตรีไม่ได้พูดว่าอะไรคุณราชเสียหน่อย” คนตกใจเสียงตะคอกหลับตาปี๋ ก้มหน้าลงกับอกเขา รีบปฏิเสธออกไปเสียงสั่น เมื่อกี้เธอแค่ลืมตัวเลยเผลอหลุดปากด่าเขาออกไปมากกว่า เธอไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้เขาได้ยินสักหน่อย

ชายหนุ่มกัดริมฝีปากร่าง ข่มอารมณ์ฉุนฝังไว้ในอก เขาได้ยินชัดเต็มสองรูหูเชียวละ แต่แม่นี่ยังมีหน้ามาบอกปฏิเสธว่าไม่ได้พูดด่าเขาอีกอย่างนั้นเหรอ นิ้วเรียวยาวขาวสะอาดยกขึ้นบีบปลายคางมน บังคับให้หญิงสาวแหงนใบหน้างามขึ้นมา จนดวงตาสองดวงเผลอสบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

มารตรีกะพริบตาปริบๆ มองตอบเขาเพื่อขอลุแก่โทษ...

ขคราชเผลอสบตากับดวงตาหวานกลมโตโดยไม่รู้ตัว จนก้อนเนื้อหน้าอกด้านซ้ายของเขามันเริ่มเต้นแรงจนผิดปกติ บ้าจัง ทำไมเขาต้องรู้สึกบ้าๆ กับผู้หญิงจอมเจ้าเล่ห์อย่างมารตรีด้วยนะ มันก็แค่ตื่นเต้น หวั่นไหว แล้วก็เออ...ช่างหัวมันปะไรมันจะเต้นมันจะพองโตมันจะสุขแค่ไหน มารตรีก็เป็นเพียงผู้หญิงร้ายกาจคนหนึ่งแค่นั้น เขาไม่มีทางหลงเสน่ห์ของเจ้าหล่อน เขาเกลียดเจ้าหล่อนจะตาย กะอีแค่มารยาตื้นๆ เขาไม่เห็นจะรู้สึกอะไร ขคราชเฝ้าย้ำเตือนตัวเอง ไม่ให้หลงมัวเมาไปกับเสน่ห์เย้ายวนอารมณ์ชายของหญิงสาวจอมหว่านเสน่ห์...

“นี่เธอจะยั่วฉันเหรอ...”

พูดจบชายหนุ่มผลักปลายคางมนออกห่าง จนใบหน้าหวานสะบัดไปตามแรงเหวี่ยงไม่เบามือของชายหนุ่ม เธอรู้สึกเจ็บจนน้ำตาซึม เขาทำกับเธอมากเกินไปแล้วจริงๆ คำกล่าวหาของเขามันไม่มีมูลความจริงอยู่ในนั้นเลยสักนิด เธอไปยั่วเขาตอนไหนมิทราบ ถ้าจำไม่ผิด เมื่อตะกี้นี้เธอเผลอหลุดปากด่าเขาออกไปต่างหากละ

นั่นน่ะเหรอ...คือการยั่วยวนของเธอ เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถึงได้เอาคำด่าตีความหมายไปในทิศทางยั่วยวนได้ คนสติไม่ดีเท่านั้นแหละถึงจะคิดอย่างเขาได้

“เอาสิ...ฉันก็อยากเห็นเหมือนกัน ผู้หญิงขายตัวอย่างเธอ มันจะมีอะไรดีนักหนา ทำไมไอ้พวกหน้าโง่เหล่านั้น มันถึงได้ติดใจบริการเธอกันนัก” ขคราชกระชับวงแขนรัดร่างนุ่มนิ่มเข้าหาตัวเองให้แน่นมากขึ้น ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ใบหน้าหวาน ส่งสายตาเชื้อเชิญท้าทาย

“ทุเรศ! ...คุณมันไอ้คนทุเรศ ความคิดของคุณมันก็ช่างสุดแสนจะทุเรศสิ้นดี ฉันไม่เคยคิดเลยนะว่าคุณลุงจะมีลูกชายที่สะสมเอาความคิดต่ำๆ ไว้ในสมองได้มากมายถึงเพียงนี้ได้ ถึงฉันจะขายตัวอย่างที่คุณกล่าวหาจริง แต่ฉันก็เลือกลูกค้านะคะ คงไม่ต้องบอกนะ ลูกค้าประเภทไหนที่ฉันไม่เลือก...” เธอขึงตาใส่เขาดุเดือด

“ปล่อยฉัน แล้วคุณจะไปตายที่ไหนก็ไป เลิกมายุ่งวุ่นวายกับฉันเสียทีได้ยินไหมเพราะฉันเกลียดคุณ...ฉันเกลียด...”

หญิงสาวตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มโดยไม่คิดหวั่นเกรงอะไรอีกต่อไป เมื่อความคับแค้นในหัวใจมันล้นทะลักออกมาจนสุดกลั้น จึงทำให้มารตรีหมดความอดทนตะเบ็งเสียงแหวใส่เขาอย่างลืมกลัว...

************************

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Nymphnim
ตามๆๆสนุกคะ
เมื่อ 2 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย sunsunkob
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 7 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว