~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-~~ตอนที่ 8 สืบซ่อนกล ~~

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

~~ตอนที่ 8 สืบซ่อนกล ~~

ทันทีที่รถคันหรูจอดสนิท นักข่าววิ่งกรู่กันเข้าห้อมล้อมนักธุรกิจใหญ่ที่มีลูกสมุนคุ้มกันเสมือนเงาตามตัวและยึดคำพูดที่ติดหูว่า “การกุศลต้องมาก่อน” องค์กรระดับประเทศที่มีหลักทรัพย์อยู่ตลาดหุ้นนับพันล้านออกแถลงข่าวการกุศลช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจนเป็นข่าวที่สื่อทุกแขนงต่างให้ความสนใจ

“ท่านค่ะ! มีข่าวว่าองค์กรของท่านประสบปัญหาเรื่องการเงินจริงหรือเปล่าค่ะท่าน แล้วเงินที่บริจาคก็เป็นเงินรายได้จากการค้าของเถื่อน” นักข่าวซักไซร้ จนเศรษฐีระดับประเทศอึ่งไปชั่วขณะ

“ธุรกิจของผมขาวสะอาด เงินทุกบาททุกสตางค์ก็ได้มาจากการค้าระหว่างประเทศ แล้วเรื่องเงินบริจาคคงมีพวกไม่หวังดีให้ข่าวแบบนั้น ผมชินแล้วครับ” นักธุรกิจหนุ่มแก้ข่าวก่อนที่กระชับแว่นแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทางให้ไกลจากกลุ่มนักข่าว

“เดี๋ยวก่อนค่ะท่าน” นักข่าวอีกกลุ่มวิ่งกรู่กันตามมา

“ว่าไงครับ”

“มีข่าวว่าท่านจะจับธุรกิจเกมออนไลน์ข้ามชาติ เพื่อหวังปั่นหุ่นในตลาดจริงหรือเปล่าค่ะท่าน” นักข่าวยื่นไมค์ให้พอดีปาก

“ผมขออนุญาตไม่ตอบ เอาไว้ผมจะแถลงข่าวทีเดียว”

“แต่ว่าท่านค่ะ หากเรื่องนี้เป็นจริงจะไม่เป็นการมอมเมาเยาวชนหรือค่ะ” ไม่มีเสียงตอบใดๆ

“ขอทางด้วยครับ ขอบคุณครับ” เหล่าลูกสมุนแหวกทางสะดวกให้ผู้เป็นนาย

เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อปลายเท้าของผู้ที่ขึ้นชื่ออยู่ในทำเนียบผู้ดีในสังคมที่วัดกันด้วยค่าของคนอยู่ที่ผลของเงินตราเดินเข้าสู่งานแถลงข่าวการกุศลช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและมอบเงินบริจาคเป็นตัวเลขเกินกว่าเจ็ดหลักซึ่งผู้คนในงานต่างยิ้มจนแก้มปริ บ้างน้ำตาไหลซึมปลาบปลื้มเป็นที่สุดแต่ในทางกลับกันหากผู้คนเหล่านั้นได้รู้เบื้องลึกหนาบางขององค์กรอัปยศที่ฟอกเงินกันเป็นว่าเล่นแล้วล่ะก็ซึ่งเสียงปรบมืออาจกลายเป็นเสียงด่าสาปแช่งก็เป็นได้และมีใครบ้างจะที่ยอมปิดทองหลังพระหันหลังให้กับลาภยศเหล่านี้

“ขอเชิญคุณสัญญาบัตรขึ้นพูดอะไรเล็ก ๆ น้อยเพื่อเป็นเกียรติกับทุกคนด้วยครับ ขอเรียนเชิญครับ” พิธีกรในงานกล่าวเชื้อเชิญก่อนที่เสียงปรบมือจะดังก้องในห้องประชุมรับรองแขกวีไอพี

“ขอบคุณครับ ผมเองรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้ และรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมากที่เงินขององค์กรเราได้ทำให้สังคมยิ้มได้ แม้ว่าทุกอย่างจะไม่กลับคืนมาได้ แต่เราเลือกที่จะแบ่งปันน้ำใจให้แก่กันคืนความสุขให้แก่กันได้ครับ ขอบคุณครับ” ทุกคนต่างลุกขึ้นปรบมือดังนานกว่าหนึ่งนาที

“เอาล่ะครับ นั่นก็เป็นอีกน้ำใจที่เราคนไทยจะมอบให้แก่กัน คราวนี้มาถึงวินาทีที่ทุกคนต่างรอคอย ผมคิดว่าสื่อต่าง ๆ คงจะเตรียมพร้อมในการสัมภาษณ์โปรเจคยักษ์ใหญ่ที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์โดยเฉพาะเยาวชนที่ตั้งตารอคอยผลงานอันลือลั่นที่ลงโฆษณาทางโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะในประเทศเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นและในบ้านเรา ขอเชิญพบกับคุณมาร์ค ฟรีแลนด์ นักวิทยาศาสตร์หนุ่มไฟแรงเจ้าของโปรเจคเคเอสวันเกมเสมือนจริงสามมิติ ขอเสียงปรบมือดังให้กับเค้าคนนี้ด้วยครับ” เสียงปรบมือยิ่งกว่าพลุแตกโดยเฉพาะบรรดาลูกท่านหลานเธอในวงศ์ผู้ดีเก่านับสิบครอบครัวที่ใช้เวลาว่างหลงเข้าในเกมออนไลน์พวกนี้

ไฟทุกดวงในห้องประชุมหรูบรรจุคนได้มากกว่าพันคนดับลงอย่างสนิท ทุกสายตาต่างจับจ้องมองหาในท่ามกลางความมืด จอพลาสม่าขนาดใหญ่ปรากฏแสงสว่างขึ้นเป็นตัวหนังสือว่า “เคเอสวันออนไลน์” ตามด้วยเสียงซาวด์เอฟเฟคจนทุกคนในงานต่างตะลึงปรบมือกันอย่างล้นหลาม

อิฐสีน้ำตาลทุกก้อนล่วงลงมาทีละก้อนและเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนมีเสียงระเบิดราวกับพลุแตกเต็มไปด้วยกลุ่มควันและมันค่อย ๆ จางหายไปจนปรากฏภาพปราสาทอันมโหฬารตระการตาสูงจนเสียดฟ้ารายล้อมไปด้วยทหารนับพันที่หยิบจับอาวุธจนครบมือยืนโห่ร้องประกาศชัยชนะและแสนยานุภาพแห่งกองทัพ ทุกคนเงียบสงบเบิกตากว้างเมื่อเห็นทหารโบกไม้โบกมือและดูเหมือนทหารเหล่านั้นจะออกมายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาราวกับจับต้องได้ เสียงปรบมือดังกังวานขึ้นหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน ภาพเมือง และประชากรที่อยู่ดีกันดี แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์และผู้ปกครองที่ครองเมืองอย่างชอบธรรมมันสะท้อนให้ทุกคนได้เห็นและเปรียบเทียบกับสังคมในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะเป็นเพียงเกมแต่นั่นเป็นสิ่งที่สังคมในยุคนี้ถามหามาโดยตลอด ไฟทุกดวงสว่างขึ้น ทุกคนต่างปรบมือให้เจ้าของโปรเจคงานนี้อีกครั้ง สื่อมวลชนสาดแสงแฟชจากกล่องนับสิบตัวอย่างเมามัน

“มันเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นครับท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ผมมาร์ค ฟรีแลนด์ จะทำให้ทั่วโลกต้องตะลึงกับเกมออนไลน์ที่เสมือนจริงราวกับจับต้องได้ เยาวชนจะเรียนรู้การอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และปกป้องผืนแผ่นดินเกิดหวงแหนไม่ให้ใครมารุกรานเพื่อปลุกจิตสำนึกของความรักชาติให้ติดตัวเขาไปอีกนานแสนนานนี่คืองานของผมครับ” เสียงปรบมือดังขึ้นอีกแล้วกับคำพูดที่สะกิดใจใคร ๆ อีกลายคนในที่นี้

“แกทำได้ดีมาก อีกไม่นานเม็ดเงินนับพันล้านจะมากองอยู่ตรงหน้าพวกเราและหวังว่าแกจะไม่ทำให้ใครต่อใครต้องผิดหวังเพราะนั่นอาจเป็นวินาทีสุดท้ายของชีวิตแก” ผู้เป็นนายยืนกระซิบอยู่ข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นชากำมือขยำบดจนได้ยินเสียงกระดูก

ณ. โกดังลับ...

หญิงสาวสอดส่ายสายตาระวังหลังให้ชายหนุ่มที่กำลังหมุนเส้นลวดไปมาในช่องรูกุญแจหาจังหวะที่จะปลดล๊อคอยู่นานกว่าสิบนาทีจนเหงื่อชุ่มไปทั้งตัวแต่แล้วเสียงแห่งความสำเร็จก็ดังขึ้น แก๊ก!!! โลหะโค้งงอผลักตัวออกจากกัน ชายหนุ่มรีบถอดมันออกมากองไว้ที่พื้นก่อนจะดึงมือหญิงสาวให้เข้าไปภายในพร้อมกัน ทันทีที่ประตูปิดสนิท ภายนอกกลับมีคนกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้และมาหยุดอยู่ที่หน้าประตู

“เฮ้ย! ทำไมกุญแจมันล่วงอยู่ที่พื้นวะ หรือจะมีคนอยู่ข้างใน” เสียงสองมหาโจรที่ทำให้คนข้างในเสียวสันหลังวาบกลืนน้ำลายไม่ทั่วท้อง

“พูดเป็นเล่นไป นายให้มาเฝ้าขืนปล่อยให้ใครเข้าไปได้นั่งยางแน่มึง” ชายในชุดดำยังคงแลกฝีปากกัน

“เอายังไง มึงหรือกูจะเข้าไปดู”

“มึงนะแหล่ะเข้าไปดู ส่วนกูจะระวังหลังให้เอง” ชายหัวล้านพูดปัด

“ไม่ได้โว้ย! ต้องจับไม้สั้นไม้ยาว กูขี้เกียจเดินโว้ย! แม่งได้เงินค่าจ้างก็เท่ากันยังจะมาเอาเปรียบกูอีกไอ้ ไอ้...” ฝ่ายตรงข้ามมีเขาผุดขึ้นมาแถมมีสิงสาราสัตว์มาประดับไว้บนใบหน้า

“เรื่องมากจริง ๆ นะมึง ถ้าของข้างในเสียหายมีหวังนายเอากระสุนกรอกปากมึงแน่” ชายร่างโย่งกระชับปืนในมือแต่อีกฝ่ายกลับยื่นไม้สั้นไม้ยาวให้จับ

“โคตะระโชคดีเลยวะกูได้ไม้สั้น ส่วนมึงรีบเข้าไปเลย ตัวตั้งตัวตีดีนัก” อีกฝ่ายได้แต่สายหน้าถอนหายใจและหยิบแม่กุญแจขึ้นมาไว้ในมือก่อนจะคล้องมันไว้ตามเดิม

“นั่นแกจะทำอะไร ทำไมไม่เข้าไปวะ” ชายหัวล้านพูดขึ้น

“ก็แค่ล้อเล่นมึงอย่าปอดแหกไปหน่อยเลย ขนาดหมาซักตัวยังไม่มีเลย ใครจะกล้ามาแถวนี้วะ”

“แล้วถ้ามันมีหมาเข้าไปล่ะมึงจะทำยังไง” ชายหัวโล้นพูด

“กูก็จะเอาปากรับกระสุนของนายแทนมึงเองไอ้” สิงสาราสัตว์ผุดขึ้นมาตามเสียง

“แม่งโคตะระเลยวะ กูขอนอนเอาแรงก่อนดีกว่า” ชายหัวล้านทรุดตัวลงนั่งที่ข้างเสากอดปืนหลับตาไม่สนใจฝ่ายตรงข้ามที่อยากจะเอากระบอกปืนฟาดปากเสียเหลือเกิน

“ถ้าพวกมันเข้ามาตอนนี้จะทำยังไง” ฟ้าสวยกระซิบอย่างหวาดหวั่น

“มันไม่เข้ามาแน่เพราะตอนนี้พวกมันคนใดคนหนึ่งเอากุญแจมาคล้องไว้ตามเดิมแล้ว ไม่เชื่อเธอลองฟังดูสิ” ชายหนุ่มส่ายหน้า

“จริงด้วยสิ และเราจะออกไปยังไงล่ะศัลย์”

“ด้านในอาจจะมีทางออกก็ได้ เรารีบเข้าไปกันดีกว่า” ชายหนุ่มกระชับแว่นแล้วเดินเข้าไปพร้อมกัน

ทางเดินเป็นช่องทางเล็ก ๆ ที่บริเวณด้านล่างซึ่งโดยรอบมีกล่องสินค้าวางทับซ้อนกันจนแน่นขนัดมีเก้าอี้นั่งอยู่สองสามตัววางทับซ้อนกันอยู่ตรงมุมห้อง ข้าวของเครื่องใช้ในการทำอาหารถูกวางอย่างระเกะระกะ อาหารกระป๋องถูกเปิดวางไว้จนเริ่มส่งกลิ่น ชายหนุ่มก้มลงหยิบเศษพลาสติกที่ล่วงเกลื่อนอยู่ตามพื้นราวกับถูกตัดด้วยเครื่องจักรขึ้นมามองด้วยความแปลกใจ

“เป็นอะไรไปศัลย์ นั่นมันก็แค่เศษพลาสติกเท่านั้น” หญิงสาวก้มลงหยิบมันขึ้นมาดูอีกคน

“มันต้องถูกตัดด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ถึงได้มากมายขนาดนี้ แล้วพวกมันทำอะไรกันแน่” ชายหนุ่มเหลียวเห็นอะไรบางอย่างในกล่องสินค้าที่ชำรุดจนเห็นรอยฉีกขาด

“มันเหมือนเหรียญพลาสติกที่พวกเราเคยแรกซื้ออาหารในสมัยก่อนโน้นแต่มันก็เลิกใช้ไปตั้งนานแล้ว”

“หรือว่าโรงเรียนยังแอบผลิตเหรียญพลาสติกพวกนี้อยู่” ศัลย์เอียงหูฟังอะไรบางอย่าง

“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อมันก็เลิกใช้ไปตั้งนานแล้ว และก็ไม่มีความจำเป็นที่โรงเรียนจะต้องผลิตเหรียญพวกนี้ออกมามากมายขนาดนี้” หญิงสาวพูดขึ้น

“ตามเรามาแล้วจะได้รู้กัน” ทั้งสองก้าวขึ้นสู่ชั้นสองของโกดัง

เสียงปลายเท้ากระทบบันไดเป็นจังหวะจนมาหยุดที่ด้านหน้าประตูไม้ซึ่งวางพาดลงมาราวกับฝาท่อระบายน้ำที่ไม่ยอมให้หนูหรือสิ่งปฏิกูลอื่นๆขึ้นมาจากท่อได้ เม็ดเหงื่อไหลชุ่มบนใบหน้าวิชามารถูกนำมาปลดกุญแจที่คล้องไว้อีกครั้ง คราวนี้ทำเวลาได้ดีกว่าที่คิดไว้ ทั้งคู่ดันมันขึ้นอย่างสุดชีวิตจนทุกอย่างดูมืดมิดลงทันใด

ความเคว้งคว้างอันไร้แสงสว่างนำทางพาให้ทั้งคู่พยายามใช้มือควานหาไปตามกำแพงจนสะดุดเข้ากับสวิตซ์ไฟจนความสว่างกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่ศัลย์คาดการณ์ไว้เป็นจริง ด้านบนมีเครื่องจักรปั้มเหรียญพลาสติกขนาดใหญ่ซึ่งจำนวนเหรียญที่ผลิตออกมามันมากมายก่ายกองจนเกือบทะลุเพดานด้านบนที่สูงเกินกว่าสิบฟุต

“โรงเรียนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่ ๆแต่เราอยากรู้ว่ามันเอาเหรียญตั้งมากมายขนาดนี้ไปทำอะไรกัน” ศัลย์หยิบเหรียญขึ้นมาลูบคลำก่อนจะดีดด้วยนิ้วโป้งทิ้งไป

“โรงเรียนอาจจะไม่รู้ไม่เห็นก็ได้นะ”

“ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้นล่ะ ในเมื่อหลักฐานก็เห็นอยู่เต็มตาแล้วนี่ไงฟ้าสวย” ชายหนุ่มยักไหล่

“ตั้งแต่จำได้เมื่อสามปีก่อนมีข่าวลือป่าแถบนี้มีผีแม่ม่ายออกอาละวาด เด็กผู้ชายในโรงเรียนต้องทาเล็บสีแดงแถมแต่งตัวเป็นผู้หญิงน่าเกลียดชะมัดทางโรงเรียนก็เลยประกาศขายที่ดินบริเวณนี้ไปซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีใครกล้าเดินผ่านมาแถวนี้หรอกและเราเองก็พึ่งรู้เหมือนกันว่ามีโกดังสินค้าตั้งอยู่บริเวณนี้ด้วย”

“แสดงว่ารุ่นพี่จงใจแกล้งเราชัด ๆ คิดแล้วมันน่าเจ็บใจ” ศัลย์ถอนหายใจ

“เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราจะเอายังไงกันต่อดีล่ะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้าแล้วนะ” ฟ้าสวยก้มลงมองที่นาฬิกาข้อมือก่อนจะหาวฟอดใหญ่

“ไหน ๆ ก็เข้ามาแล้วเดินมันให้ทั่วไปเลยดูสิว่าพวกมันสร้างอะไรไว้อีก ถ้าเธอกลัวก็รอเราอยู่ที่นี่เดี๋ยวกลับมา” ชายหนุ่มยักไหล่แล้วเดินไปทันทีปล่อยให้หญิงสาวยืนคิดและต้องเดินตามาในที่สุด

“เราว่าช่วยกันหาทางออกก่อนดีมั้ย”ฟ้าสวยร้องบอก

“ทางหนีไฟ! ใช่แล้วเราจะลงทางนั้นตามมาฟ้าสวย” ทั้งคู่เร่งฝีเท้า

“มันล๊อคอีกแล้ว คราวนี้สงสัยจะยาก” ชายหนุ่มสายหน้าถอนหายใจ

“อ้าว! ก็ใช้วิธีเดิมสิไม่เห็นจะยากเลย”

“ใครว่า! มันล็อคจากด้านนอกแถมเป็นไม้เนื้อดีทั้งแผ่นจะพังออกไปก็คงจะยาก คิด! คิด! มันต้องมีทาง” ศัลย์พยายามหาทางออก

“ชั้นดาดฟ้า! ทำไมเราไม่ไปที่ชั้นดาดฟ้าล่ะ”

“จริงด้วย! มันอยู่สูงที่สุดและง่ายที่จะลงไปทางหนีไฟ ถ้าอย่างนั้นตามมา” ชายหนุ่มดึงมือหญิงสาวก่อนจะก้าวเท้าไฟทุกดวงดับลงอย่างสนิททั้งคู่ยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ก่อนจะมองทุกอย่างได้ชัดเจนขึ้น

เสียงปลายเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะตามมาด้วยเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วอาคาร ทันทีที่โสตทั้งคู่สดับได้ ชายหนุ่มคว้ามือหญิงสาวไปหลบอยู่ด้านหลังเครื่องจักรเพื่อสังเกตการณ์

ชายชุดดำสองคนยืนสอดส่ายปลายกระบอกปืนไปตามมุมต่าง ๆ อย่างแวดระวังส่งเสียงบอกให้ผู้บุกรุกมอบตัวแต่โดยดี แสงสีแดงกะพริบส่องไล่ไปตามพื้นและมุมต่าง ๆ ระยะเล็งพิกัดที่พร้อมเหนี่ยวไกลได้ทันที

“พวกมันมาได้ยังไงซวยล่ะคราวนี้” ฟ้าสวยกระซิบด้วยเสียงอันสั่นเครือ

“อาวุธก็ไม่มี ต้องหาทางทำอะไรบางอย่างแล้ว” ชายหนุ่มก้มมองที่นาฬิกาข้อมืออย่างลังเลใจ

“มันมาทางนี้แล้วมอบลงเร็วเข้า” ฟ้าสวยกดไหล่ชายหนุ่มให้หมอบลงตามกัน

“ออกมาได้แล้ว ถ้าไม่อยากไส้แตกไปเฝ้ายมบาล” ปลายกระบอกปืนไรเฟิลเล็งไปที่เครื่องจักรยิ่งทำให้ทั้งสองหวาดหวั่นไม่กล้าแม้จะคลานออกจากจุดนั้น

“กลาดยิงให้ทั่วไปเลย มดตัวเดียวก็อย่าให้รอด” ชายชุดดำร่างโย่งเอ่ยขึ้นและส่ายปลายกระบอกปืนไปที่จุดเดียวกัน

“เราจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าสามเมื่อไหร่ เครื่องจักรจะทำงาน เสียงคงจะดังมากจนเบนความสนใจพวกมันได้ เราจะวิ่งขึ้นบันไดให้เร็วที่สุดเข้าใจมั้ย เอาล่ะนะ หนึ่ง! สอง! สา สาม! ไป” เสียงเครื่องจักรดัง สนั่น สั่น จนสองมหาโจรล้มลงอย่างไม่เป็นท่าควานหาปืนแทบไม่ทันส่วนอีกฝ่ายวิ่งติดจรวดใส่เกียร์สุนัขเผ่นขึ้นบันไดจนไม่เหลือฝุ่นให้เห็น

“ตามมันไปสิวะ มึงจะนั่งบื้ออยู่อีกนานมั้ย ไอ้...”สัตว์มีเขาเอาไวไถนาตามไปติด ๆอย่างทุลักทุเล

เสียงหอบกระชั้นในลำคอแต่ปลายเท้ายังคงสับใส่เกียร์สุนัขเพื่อจะไปให้ถึงชั้นดาดฟ้าให้เร็วที่สุด แต่เสียงปืนกลับไล่มาอย่างเสียวสันหลังจนหญิงสาวสะดุดปลายเท้าตัวเองล้มลงอย่างไม่เป็นท่า

“ไหวมั้ย! ฟ้าสวย พวกมันไล่หลังมาแล้ว” เสียงหอบดังอย่างกระชั้น

“เราไม่อยากเป็นตัวถ่วง เธอรีบไปก่อนเถอะ” ฟ้าสวยกุมขาข้างซ้ายไว้แน่น

“ไม่ได้ เราจะไปด้วยกันขึ้นมาบนหลังเราสิ” ศัลย์ย่อตัวให้หญิงสาวขึ้นมาบนหลัง

“แต่ว่า”

“ไม่มีแต่แล้ว พวกมันหันปลายกระบอกปืนมาแล้ว เร็วฟ้าสวย”

ชายหนุ่มหอบหญิงสาวขึ้นบนหลังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตจนไปหยุดที่ชั้นดาดฟ้า เสียงไอจนน้ำลายฟืดคอเม็ดเหงื่อไหลชุ่มอาบกายกระชับร่างหญิงสาวให้พร้อมที่จะลงบันไดหนีไฟ สายลมพัดวาบมาอย่างหนาวสั่นอีกไม่กี่ก้าวทั้งคู่ก็จะถึงทางลงบันไดหนีไฟ เสียงปืนดังขึ้นสามนัด ทำให้ปลายเท้าของชายหนุ่มต้องหยุดชะงักลง

“พวกมึงเป็นใคร ถึงกล้าเข้ามาล้วงคองูเห่าแบบนี้” แสงสีแดงกะพริบที่ด้านหลังหญิงสาว

“พวกเราหลงเข้ามาครับพี่ และกำลังจะออกไปแต่พวกพี่ล็อคกุญแจจากด้านนอกไว้ เราก็เลยติดอยู่ข้างใน” ศัลย์ค่อยหันตัวกลับมาอย่างช้า ๆ แล้วค่อย ๆ วางหญิงสาวให้นั่งกองอยู่ที่พื้นแล้วกระซิบบอกให้หญิงสาวแกล้งทำเป็นหมดสติ

“อ้าว! ไหนพูดหมา ๆ แบบนั้นวะไอ้หนู หรือพวกเอ็งเป็นสายตำรวจวะ”

“เปล่า เปล่าครับพี่ พวกผมเป็นนักเรียนเข้าใหม่ เราหลงป่าครับพี่” ชายหนุ่มยังพยายามถ่วงเวลาไว้

“พวกแกรู้มากจนเกินไปซะแล้ว สงสัยยางเส้นเดียวคงไม่พอ เฮ้ย! ไปเอามาอีกเส้นสิวะ” ยางรถยนต์ถูกโยนลงไม่ห่างจากเด็กทั้งสอง

“พี่ครับ ผมจะเหยียบทุกอย่างไว้ รับรองว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด อย่าฆ่าแกงกันเลยนะครับพี่”

“ความลับไม่มีในโลก พวกแกต้องตายไปพร้อม ๆ กับความลับเท่านั้น เฮ้ย! จับพวกมันมัดไว้”

“เดี๋ยวก่อน! ครับพี่ ก่อนจะตายผมขออะไรพวกพี่หน่อยได้ไหมครับ” ศัลย์ร้องบอก

“แกจะเอาอะไรอีก เสียเวลาจริง ๆ เลย ไหนว่ามา”

“ปล่อยเพื่อนผมไปเถอะครับ นอนป่วยเป็นไข้ป่าหมดสติอยู่แบบนั้นคงไม่รอดแน่” ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาวก่อนที่จะพยักหน้าให้สัญญาณอะไรบางอย่าง

“ก็ได้! ถ้ามันไม่ตายด้วยไข้ป่าก็ต้องจบด้วยไข้โป้งอยู่ดีซึ่งแกเองคงเป็นเด็กคนที่เก้าแล้วสินะที่ต้องมาตายแบบนี้” ศัลย์หวนคิดถึงคำพูดของฟ้าสวยที่เคยพูดไว้

“สงสัยพี่จะใช้ยางหลายเส้นน่าดู แล้วนั่นคงจะเป็นเส้นที่เก้าสินะ”

“เฮ้ย! เอายางมัดติดกับมันไว้ให้แน่นแล้วรีบจุดไฟเลย เดี๋ยวฟ้าสว่างซะก่อน”

ยางรถแนบแน่นที่ร่างของชายหนุ่มและถูกมัดไว้ด้วยเชือกอีกชั้นจนพวกมันเชื่อมั่นว่าเหยื่อจะไปเยือนยมโลกอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ ศัลย์เริ่มกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก การถ่วงเวลาอาจเป็นการฆ่าเวลาที่ไม่สวยหรูแล้วในตอนนี้ สัญญาณจากนาฬิกาข้อมือถูกส่งไปหาผู้เป็นพ่อนานกว่าหนึ่งชั่วโมงและไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใดหรือเงามัจจุราชจะมาโอบอุ้มจิตวิญญาณที่เหลืออยู่จริงหรือนี่

“ตุ๊ด! ตุ๊ด! จุดไฟสิวะ ครับ ครับนาย ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ” เสียงปลายสายที่บอกถึงความเร่งรีบ

“จะเผาผมทั้งเป็นจริง ๆ หรือพี่ แค่จับผมขังไว้ในโกดัง ไม่มีน้ำ อาหาร แค่นี้ผมก็ไม่รอดแล้ว เผากันแบบนี้ศพไม่สวยแน่เลยพี่” ชายหนุ่มยังคงพยายามถ่วงเวลา

“เอาผ้าปิดปากมันไว้ด้วย รำคาญวะ” สิ่งนั้นมอบไว้ให้เดี๋ยวนี้

ไม้ขีดก้านแรกลุกสว่างขึ้นแต่ลมพัดวาบมาจนดับลง เสียงเสียดสีดังเป็นครั้งที่สองเปลวไฟลุกวาบขึ้นและต่อลงที่เทียนไขเล่มแรกเพื่อส่งไปยังชนวนชั้นดี

ณ. งานมหกรรมเกมออนไลน์...

งานมหกรรมเกมออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ภายใต้การควบคุมขององค์กรเอกชนชั้นนำของเมืองไทยจับมือกันกับประเทศเพื่อนบ้านที่ก้าวล้ำทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยจนได้รับความไว้วางใจจากสื่อทุกแขนงที่พากันทุ่มทุนลงขันขยายเวลาผลิตสื่อโฆษณาไปพร้อมๆกับการถ่ายทำเบื้องหลังก่อนมาเป็นเกมออนไลน์ที่อยู่ภายใต้ชื่อว่า “เคเอสวันท่องฝันมหัศจรรย์ออนไลน์สามมิติเขย่าโลก” ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้ประภาคารที่มีระบบรักษาความปลอดภัยชั้นเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับจากนักธุรกิจระดับโลกที่เคยเข้ามาประชุมสุดยอดครั้งแล้วครั้งเล่า

กล้องนับร้อย ๆ ตัวสาดแสงสว่างไปทั่วหอประชุมที่จุคนได้กว่าแสนและสิ่งที่จะบอกได้ว่าจำนวนผู้เข้างานมากน้อยเพียงใดเห็นจะเป็นเหรียญพลาสติกทรงกลมที่ทุกคนต่างจะต้องหยอดลงที่ประตูทางผ่านเพื่อแสดงตัวเลขที่ชัดเจนผ่านจอพาสม่า และเป็นไปตามที่คาดการณ์จำนวนผู้เข้าชมส่วนใหญ่เป็นเด็กหรือเยาวชนที่ฝันใฝ่อยู่ในโลกของเกมออนไลน์ระดับประเทศแบบนี้ เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างกึกก้องเมื่อประธานเดินขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

“ครับ! ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณสื่อต่าง ๆ ที่ให้ความไว้วางใจเรามาโดยตลอด ช่วยสร้างกระแสความนิยมในโลกออนไลน์ของเรา ภายใต้ชื่อว่า “เคเอสวันท่องฝันมหัศจรรย์ออนไลน์สามมิติเขย่าโลก” และได้มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมขอเปิดงานครั้งนี้อย่างเป็นทางการครับ” แสงไฟซูมอยู่ที่จุดเดียวกลางเวที ตามด้วยการมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมลงทุนสร้างอย่างเป็นทางการ

ไฟทุกดวงดับลงแสงไฟวาบขึ้นจากจอพลาสม่าที่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้าผู้ชมนับแสน ตัวอักษรวาบแสงขึ้นนำเสนอชื่อองค์กรและผู้สนับสนุนจนค่อย ๆ เลือนหายไปกลายเป็นกลุ่มควันสีขาวลอยวนเวียนบดบังบางอย่างไว้ สายฝนโปรยปรายลงมาหนาเม็ดขึ้นเรื่อย ๆ ฟ้าฟาดจนอึกกระทึกสนั่นคำรามทั่วพื้นปฐพี พระพายพัดริ้วโบกสะบัดธงผืนใหญ่ให้โดดเด่นท่ามกลางหมอกควันที่เลือนหายไป เสียงโห่ร้องยกชูโลหะโอบอุ้มผู้ครอบครองดินแดนที่นำพาความสงบสุขมาสู่มวลมนุษยชาติอันยิ่งใหญ่

อิฐสีน้ำตาลก่อร่างขึ้นจนกลายเป็นกำแพงสูงตระหง่านอยู่เหนือมวลมนุษย์ที่อยู่เบื้องล่าง ธงสีแดงโบกริ้วไสวตามแรงลม ทหารชุดเกราะดำทะมึนกระจายตามมุมต่าง ๆ ยกอาวุธโห่ร้องอารักขาผู้ครองดินแดน

ช่องกรอกรหัสตัวเลขสิบสามหลักตามบัตรประจำตัวประชาชนกะพริบแสงที่หน้าจอระบบสัมผัสในแต่ละที่นั่งให้ผู้ทดลองใช้ได้ผ่านเข้าโปรแกรมและมันจะจดจำตัวเลขทั้งสิบสามหลักเพื่อยืนยันการออนไลน์เต็มรูปแบบอีกครั้งเมื่อผู้เล่นลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ ทุกคนใช้นิ้วสัมผัสที่ปุ่มตกลงและผ่านสู่การเลือกระดับความสามารถที่ผู้เล่นต้องการ การสาธิตเป็นไปอย่างต่อเนื่องมีเสียงเป่าปากในความอลังการของเนื้อเรื่องที่ทุกคนจะต้องผ่านการฝึกในระดับต่าง ๆ และต้องเข้ารายงานตัวเพื่อเป็นนักรบปกป้องดินแดนของตนตามคำบัญชาของผู้ครองนคร

“เอาล่ะครับ ทุกคนคงเห็นแล้วว่าสุดยอดเกมออนไลน์เป็นอย่างไร นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากท่านได้ลงทะเบียนเต็มรูปแบบแล้วล่ะ เรามีส่วนลดให้มากมายหากใครสนใจอยากได้ตัวอย่างเกมไปเล่นติดต่อที่มุมประชาสัมพันธ์หน้างานได้เลยครับ” แสงไฟซูมไปที่ผู้สร้างเกมตัวจริงเสียงจริงอีกมุมหนึ่งของเวที ส่วนผู้เป็นนายกำลังให้สัมภาษณ์อยู่ด้านล่างอย่างเมามัน

ศัลย์ พิทักษ์ราษฎร์...

ศัลย์ไม่กล้าแม้จะลืมตามองชะตากรรมของตนเองได้แต่ถอนหายใจยาวหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา กลิ่นยางเริ่มคละคลุ้งเหม็นไหม้ไปทั่วบริเวณ เปลวเพลิงโหมแรงด้วยแรงลมจนชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความร้อนแต่แล้วกลับได้ยินเสียงปรบมือดังขึ้นเป็นจังหวะ ชายหนุ่มลืมตาขึ้นในทันทีทุกอย่างเหมือนการจัดฉาก ยางอีกเส้นถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงจนรู้สึกได้ถึงความร้อนแต่พวกมันกลับมายืนปรบมืออยู่ตรงหน้าชายหนุ่มอย่างเลือดเย็น ผ้าปิดปากถูกดึงออกแต่ยังไม่ทันขยับปากพูด หนึ่งในชายชุดดำดึงบางอย่างออกจากใบหน้าจนศัลย์เริ่มเอะใจและให้เดาอีกคนต้องเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคน คนนี้

“แกสอบผ่านวะไอ้ลูกรัก” ซิลิโคลนค่อยถูกลอกออกจนเห็นใบหน้าที่แท้จริง

“พ่อ!” ชายหนุ่มร้องลั่น

“ใช่! พ่อแกนะสิ คิดแล้วไม่น่าร่วมมือกับมันเลยคันเป็นบ้า” นายตำรวจใหญ่เกาใบหน้าอย่างรำคาญ

“ไหนแกบอกว่าเพชรชั้นดีต้องผ่านการเจียระไนไงวะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น

“ตอนแรกก็ดีวะแต่พอมาเจอไอ้สองตัวนั่นเล่นเอาเกือบแย่กว่าจะทำให้มันหลับได้” นายตำรวจนอกเครื่องแบบเอ่ยขึ้น

“ผมว่าคนที่แย่นอนอยู่นั่นมากกว่า” ศัลย์รีบไปแก้เชือกที่ข้อมือให้หญิงสาวที่นอนสลบอยู่

“ฉันว่าหน้าเด็กคนนี้คุ้น ๆ วะเหมือนเคยเจอที่ไหน” นายตำรวจหวนคิดขมวดคิ้วชนกัน

“ใช่แล้ว! ตอนที่ฉันกับแกไปสืบพยานที่บ้านท่านทูต ฉันจำสร้อยและจี้เส้นนี้ได้มันขาดหลุดออกจากคอ แกเป็นคนเก็บขึ้นมาแล้วส่งให้แม่ของเด็ก ไม่นึกเลยว่าเราจะเจอตัวทายาทพันล้าน หากันมากว่าสิบปี” ดนัยหวนคิด

“ทายาทพันล้าน เป็นไปได้ไง วันก่อนผมยังเห็นฟ้าสวยนั่งรถเก๋งเก่า ๆ กลับบ้านอยู่เลย” ศัลย์เอ่ยขึ้น

“น่าจะเป็นการจัดฉากเพื่อความปลอดภัยซะมากกว่าก็รอดชีวิตมาได้แค่คนเดียวเท่านั้น คนร้ายโหดเหี้ยมมากฆ่าปิดปากไม่เว้นแม้กระทั้งเด็กตาดำๆ” สุชาติถอนหายใจ

“ต้องสืบให้ได้ว่าแม่สาวน้อยคนนี้พักอยู่ที่ไหนกับใคร และนี่เป็นงานแรกของแก” ดนัยยักคิ้วให้ลูกชาย

“แต่ว่า”

“ไม่มีคำว่าแต่ สิ่งที่แกต้องคิดในตอนนี้คือทำยังไงให้แม่สาวน้อยคนนี้พาแกไปบ้านอย่างสนิทใจ แล้วห้ามให้รู้ด้วยว่าแกทำงานให้กับทางการอยู่เข้าใจมั้ย” ผู้เป็นพ่อตบลงที่บ่าของลูกชายเบา ๆ

“แล้วถ้าไม่ใช่อย่างที่คิดล่ะพ่อ”

“ก็ถือว่าเป็นบททดสอบของแกก็แล้วกัน”

“หวีด! หวีด! ไส้แห้ง! ไส้แห้ง!” ดนัยกดรับสายทันที

“ค่ะ ค่ะคุณครู หายไปเอาล่ะค่ะเดี้ยนจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ดนัยดัดเสียงและวางสายไป

“คุณครูคนสวยตามหาแกทั้งสองคนจนทั่วป่าแล้วอีกไม่นานคงจะมาถึงที่นี่ พ่อและลุงจะหลบไปก่อน ส่วนแกให้แกล้งสลบแล้วบอกทุกคนว่าหลงป่าเมื่อฟื้นขึ้นมา ส่วนเรื่องอื่น ๆ ให้บอกแม่สาวน้อยว่าฝันไป คอยฟังข่าวเรื่อย ๆ ไปกันได้แล้ว ช่วยกันพยุงแม่สาวน้อยนี่ไปข้างล่างก่อน ส่วนไอ้สองตัวนั่นปล่อยเป็นหน้าที่ของพ่อเอง” ดนัยอมยิ้มก่อนจะแยกย้ายกันไป

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​
เมื่อ 5 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Puma1008
ขอบคุณค่ะรอๆๆๆๆๆๆๆ
เมื่อ 5 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว