~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-~~ตอนที่ 9 ออนไลน์มรณะ 1~~

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

~~ตอนที่ 9 ออนไลน์มรณะ 1~~

ทุกคนต่างมุ่งดูร่างอันไร้วิญญาณที่นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจ กองทัพนักข่าวสาดแสงเข้าใส่กันเก็บรูปในมุมต่าง ๆ ประโคมข่าวสร้างกระแสเกมออนไลน์ให้โด่งดังเป็นพลุแตกตามหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อต่าง ๆ จนไม่มีใครหน้าไหนที่ไม่รู้จัก “เคเอสวันกรุ๊ป” แล้วในตอนนี้

“เกมออนไลน์ ฉบับนี้ก็เกมออนไลน์ นั่นก็ใช่ มันจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว” นักสืบวัยกลางคนปัดหนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงจากโต๊ะต่อหน้านายตำรวจใหญ่ที่นั่งจิบกาแฟถ้วยโปรด

“ใจเย็น ๆ สิวะเพื่อนก็แค่ข่าวสร้างกระแสเท่านั้น” สุชาติเอ่ยปากก่อนจะลุกไปหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน

“คนตายจมกองเลือดมันบอกว่าเพราะไม่ได้เล่นเกมออนไลน์ แทนที่มันจะโทษบริษัทผลิตเกมนั่นกลับบอกว่าพ่อแม่ผิดที่ไม่ยอมให้ลูกเล่นเกมออนไลน์เลยกระโดดตึกฆ่าตัวตายแบบนั้น นี่มันโลกมนุษย์หรือวะ มีศีลธรรมอยู่ในใจกันบ้างหรือเปล่าวะ” ดนัยถอนหายใจ

“ข่าวมันก็คือข่าวใครให้มากมันก็สนับสนุนขนาดคนตายมันยังสร้างกระแสเกมได้ แกก็รู้ไม่ใช่หรือวะว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว เงินเป็นพระเจ้าจะชี้ทางให้ใครถูกใครผิดก็ได้ แต่ไอ้องค์กรนี้มันเล่นเอาเกมมามอมเมาเด็กแบบนี้แถมบริจาคเงินเพื่อการกุศลมากกว่าเลขเจ็ดหลักแสดงว่ามันต้องแอบแฝงอะไรบางอย่างไว้แน่” นายตำรวจใหญ่เคาะนิ้วที่โต๊ะอย่างใช้ความคิด

“ตามข่าวมันลดแลกแจกแถมเหมือนกับไม่หวังผลกำไรแต่ที่น่าแปลกใจมีบริษัทต่างชาติเข้าร่วมลงขันกับมันจนทะยานอยู่ในตลาดหุ้นพุ่งขึ้นติดลมบนไปแล้ว” ภาพแสดงขึ้นบนจอพลาสม่าในห้องรับรองภายใต้ห้องประชุมลับ

“สงสัยต้องลองเอามาเล่นสักแผ่นแล้ววะ ว่ามันสนุกแค่ไหน” สุชาติหัวเราะในลำคอ

“ทำเป็นพูดดีไป ไอ้เกมที่ว่ามันจะนำพาความหายนะมาให้ในอีกไม่ช้าแน่”

“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไงวะในเมื่อผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็รู้เห็นยอมให้ลูกหลานตนเองเข้าร่วมเล่นเกมกันเป็นส่วนใหญ่” สุชาติยักไหล่

“นี่ครับนาย” ข้อมูลบางอย่างมาถึงนายตำรวจใหญ่

“ดีมาก แกไปได้แล้ว” เสียงส้นเท้ากระแทกเป็นจังหวะ

ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกฉีกออกทันที นายตำรวจหยิบเอกสารภายในขึ้นอ่านก่อนจะยื่นให้เพื่อนนักสืบได้อ่านต่อเพื่อคลายความสงสัย

“นี่มันประวัติแม่สาวน้อยคนนั้นนี่หว่าแกไปเอามาได้ยังไงวะ” ดนัยวางกระดาษลงบนโต๊ะ

“เป็นไปตามที่คิดไว้จริง ๆ ทายาทท่านทูตยังมีชีวิตอยู่เพื่อรอการรับมรดกแต่น่าเสียดายที่เด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะคงต้องรอให้ปิดคดีได้เสียก่อนไม่อย่างนั้นคงมีจุดจบเช่นเดียวกันแน่”สุชาติพยักหน้า

“แต่เดี๋ยวก่อนไอ้บริษัทที่ว่ามันชื่อ เคเอสวันกรุ๊ป ใช่แล้วมันตรงกันกับเอกสารที่ฉันเคยเห็นในบ้านท่านทูตเป็นเอกสารเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทของเคเอสวัน”

“ถ้าอย่างนั้นอาจเป็นไปได้ว่าการตายของท่านทูตอาจเกี่ยวข้องกับเคเอสวันกรุ๊ปก็เป็นได้ จะเรื่องขัดผลประโยชน์แบ่งผลกำไรอย่างไม่ลงตัวสุดท้ายจบลงที่ความตายของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด มันเป็นไปได้ทั้งหมด เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว แต่เดี๋ยวก่อนวันนี้ฉันยังไม่เห็นลูกชายกำมะลอของแกเลยวะดนัยเพื่อนรัก” นายตำรวจเริ่มมีแผนการในใจ

“อย่าบอกนะว่าแกจะให้ไอ้ศัลย์มันไปสืบเรื่องนี้”

“ก็เออสิวะ ลองให้มันเล่นเกมออนไลน์เกมนี้ดูเผื่อจะเจออะไรดีๆในนั้นอย่างน้อยมันก็เป็นเด็กน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีกว่าพวกเราเป็นแน่” สุชาติโยนแผ่นเกมให้

“วันดีคืนดีมันกระโดดตึกฆ่าตัวตายจะทำยังไงวะ” ดนัยท้วงขึ้น

“คิดมากเกินไปหรือเปล่าเพื่อนก็แค่เกมแผ่นเดียวไม่ลองก็ไม่รู้ เอาเถอะน่าฉันจะให้ลูกน้องเฝ้าลูกแกตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง รับไปสิวะ” สุชาติหยิบเกมไปใส่ไว้ในมือของเพื่อนรักทันที

“ต้องอย่างนี้สิวะนักสืบดนัยเพื่อนรัก” คำกล่าวชมที่ดนัยต้องส่ายหน้า

ณ. โรงเรียน...

วันเวลาผ่านไปเกือบสี่อาทิตย์แล้วที่ศัลย์ได้เข้ามาอยู่ในรั้วโรงเรียนแห่งนี้ ห้องเรียนที่เปิดโล่งให้ลมพัดผ่านได้อย่างสะดวกโต๊ะเก้าอี้และกระดานดำที่นำมาไว้ในห้องโถงใต้อาคารเรียนพร้อม ๆ กันแทนที่มันจะกลายเป็นลานจอดรถเข็นของพวกแม่ค้าขายอาหารกลางวันคงจะดีเสียกว่าที่มันกลายมาเป็นห้องเรียนต่างอากาศแบบแอร์ธรรมชาติซึ่งของทุกชิ้นเป็นสมบัติเก่าเก็บของนักเรียนห้องสุดท้ายที่มิอาจเลือกได้อย่างพวกเขา

แม้โรงเรียนอัจฉริยะสหวิทยาคมจะขึ้นตรงกับหน่วยงานของรัฐซึ่งเม็ดเงินกว่าจะผ่านมาได้ต้องรอเกือบข้ามปีแต่ด้วยเงินสนับสนุนก้อนมหาศาลของมูลนิธิที่ประสงค์จะออกนามอย่างเป็นทางการขึ้นบอร์ดไฟกะพริบตัวโต ๆ อยู่ด้านหน้าทางเข้าโรงเรียนจึงช่วยให้การพัฒนาสาธารณูปโภคเป็นไปอย่างครบครัน น้ำประปาที่ต้องใช้เครื่องสูบขนาดใหญ่ ไฟฟ้าที่มีเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่รองรับเมื่อเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องหรือเกิดฝนฟ้าคะนองเป็นย่อมๆ เราก็รับมือไหวมากว่าสามสิบปี

เสียงป่าวประกาศดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ให้นักเรียนที่กำลังวิ่งเตะฟุตบอลอยู่ในสนามกลางแจ้งและพวกที่ชอบสำรวจหาของป่าจนลืมเวลาเข้าเรียนได้สติสับปลายเท้าตัวใครตัวมันก่อนที่อาจารย์ฝ่ายปกครองจะตามมาขึ้นบัญชีดำ

“เฮ้ย! เสียงสวรรค์ดังอีกแล้ววะ จะเอายังไงจะเรียนหรือจะโดดดีวะ แต่โค-ตะ-ระเบื่อเลยวะ” องอาจหนึ่งในแก๊งห้าทรชนพูดขึ้น

“โดดไปเลยจะมานั่งคิดให้ปวดหัวทำไมวะเพื่อนเรา” ปองพลตบพุ่งก่อนจะเสียงดังขึ้นจนทุกคนตกใจ

“เห็นพูดแบบนี้ทุกทีพออาจารย์ส่งลุงภารโรงมาไล่เห็นแกวิ่งหนีคนแรก ไอ้อ้วนเอ๊ย!” แสนชัยกำพระที่คอไว้แน่น

“ฉันว่าพวกเราเข้าเรียนดีกว่าวะ อาเตี่ยฉันพึ่งจ่ายค่าเทอมไปเมื่อวานเสียดายเงินวะ”ยอดชายจอมงกลงความเห็น

“ท้องฟ้ามืดครึ้มผิดปกติสงสัยฝนจะตก ฤกษ์ไม่ค่อยดีเลยวะ” เด็กหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้า

“หรือว่าพี่กึ๋ยอยากจะเข้าเรียน ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยพี่”ยอดชายยักคิ้วยักไหล่ใส่เพื่อนที่จ้องตาเขม็งอยู่ด้านหลัง

“ใครบอกวะ ว่าจะเข้าเรียนแต่เราจะไปตกปลาที่ป่าด้านโน้นกัน ฟ้าครึ้มๆแบบนี้ปลากินเบ็ดดีนักล่ะ เข้าเรียนให้โง่สิวะ” ชายหนุ่มลูบหัวที่ไร้ผมก่อนจะหัวเราะในลำคอ

“ไม่เข้าเรียนสิพี่ถึงโง่ แต่เข้าเรียนก็คงไม่ฉลาดไปกว่านี้ตกลงเราจะไปตกปลา” ยอดชายกอดอกถอนหายใจยาว

“เดี๋ยวก่อนพี่ นั่น!ไอ้พวกหน้าจืดมันมาทำอะไรกันแถวนี้ จะโดดเรียนก็ไม่น่าใช่หรืออาจารย์ให้สำรวจป่าวะ”องอาจร้องขึ้น

“ใครจะกล้ามาสำรวจป่าแถวนี้วะ พวกแกจำข่าวลือเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้หรือไงวะ”

“จำได้สิพี่ ลือกันทั้งโรงเรียนขนาดอาจารย์ใหญ่สั่งทำป้ายตัวสีแดงว่าเขตอันตรายอยู่ตรงนั้นก็เล่นนอนตายกันเรียงรายตั้งห้าศพแบบไร้บาดแผล ไร้กลิ่น ไร้ลมหายใจ ถ้าให้ป๋องเดามันต้องถูกผีปอบเข้าสิงแน่” ป้ายไม้เก่า ๆ ตัวหนังสือเลือนลางปักอยู่นานหลายปี

“ถ้าอย่างนั้นมันต้องไม่เหลือตับไตไส้พุงสิวะ เลิกเล่าเถอะว่ะเสียว ๆ ยังไงไม่รู้”องอาจเหลียวมองไปรอบ ๆ อย่างลังเล

“ผีสางมีที่ไหน พวกแกเห็นกับตาหรือไง ข่าวลือมันก็คือข่าวลืออยู่วันยังค่ำ พวกแกกลัวผีจนขี้ขึ้นสมองไปเอง ไอ้ที่บอกห้าศพมีใครยืนยันได้บ้างว่าเป็นเรื่องจริงมันอาจเป็นเรื่องหลอกเด็กไม่ให้เข้ามาซนในป่าก็ได้โว้ย”

“แล้วพี่กึ่ยไม่กลัวบ้างหรือไง” องอาจเสริมต่อ

“ถ้ากลัวพี่กึ๋ยจะกล้ามาตั้งฐานที่มั่นอยู่แถวนี้หรือวะปลอดภัยจากผู้คนนอกจากลุงภารโรงคงไม่มีใครกล้าเข้ามาแถวนี้แน่ แต่พวกมันกล้ามาเหยียบหนวดพี่กึ๋ยแบบนี้ เราต้องรับน้องสักหน่อยเตรียมตัวโว้ย!” หัวหน้าแก๊งห้าทรชนคนปากสุนัขกระชับคอเสื้อ

ศัลย์รู้สึกเหมือนตัวเองต้องมนตร์สะกด เสียงร้องเรียกอันโหยหวนชวนให้ปลายเท้าก้าวเข้าสู่เขตต้องห้าม ฟ้าสวยพยายามห้ามแต่ไม่เป็นผลแต่กลับทำให้ตนเองต้องติดสอยห้อยตามอย่างเสียมิได้

“แถวนี้มันเขตหวงห้ามนะศัลย์ ถ้าอาจารย์รู้เข้ามีหวังซวยแน่”สาวสวยทักท้วง

“เธอได้กลิ่นอะไรบ้างมั้ยฟ้าสวย”

“เหมือนกลิ่นควันไฟเลยนะ หรือจะเป็นไฟป่า”

“ไม่ใช่กลิ่นยางไหม้ต่างหากจากป่าด้านโน้นตามมาเร็วเข้า” ชายหนุ่มคว้าแขนหญิงสาวมุ่งหน้าไปทันทีปล่อยให้พวกถ้ำมองเสียดายไปตาม ๆ กัน

“จะตามมันไปมั้ยพี่กึ๋ย”

“ถามโง่ ๆ ตามไปสิวะ” ทรชนทั้งห้าเร่งฝีเท้าทันที

ยางรถยนต์นับสิบเส้นลุกโหมด้วยเปลวเพลิงล้อมรอบเป็นวงกลมจนใกล้จะมอดเป็นเถ้าถ่าน กลุ่มควันลอยโขมงไปทั่วบริเวณจนทั้งคู่สำลักควันน้ำตาคลอไปตามๆ กัน เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้มันเป็นกลิ่นยางจริง ๆ ศัลย์และฟ้าสวยใช้มือปาดน้ำตาพยายามเพ่งมองไปที่เปลวเพลิงเพื่อหาจุดมุ่งหมายของการวางเพลิงครั้งนี้

“สงสัยจะเป็นพวกชอบสร้างสถานการณ์ นึกสนุกจุดไฟเผายางเล่น เราไปจากที่นี่กันเถอะศัลย์แสบตาจะแย่อยู่แล้ว”ฟ้าสวยร้องบอก

“มันต้องเผาเพื่ออำพรางอะไรบางอย่างแน่ เรามาช้าเกินไปทุกอย่างมอดไหม้จนไม่เหลืออะไรแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเถอะใกล้เวลาเข้าเรียนตอนบ่ายแล้ว” ฟ้าสวยก้มมองนาฬิกาอย่างกังวล

“แต่เดี๋ยวก่อน! นั่นมัน” ชายหนุ่มร้องขึ้น

“สงสัยจะเป็นแผ่นซีดี” ฟ้าสวยก้มลงหยิบที่พื้นแล้วยื่นให้ชายหนุ่ม

“แผ่นเกมออนไลน์ที่พ่อบอกให้ลองเล่นนี่หว่า ทำไมมันมาตกอยู่ตรงนี้หรือว่า”ชายหนุ่มพึมพำในลำคอ

“อาจเป็นไปได้ว่ามีเด็กถูกฆาตกรรมแล้วทำมันตกไว้”

“ถูกต้องเลยฟ้าสวย”ชายหนุ่มดีดนิ้วสนับสนุน

“เราก็แค่เคยได้ยินคำพูดแบบนี้ในหนังฆาตกรรมก็เท่านั้นเองมันจะเป็นจริงไปได้ยังไงกัน”

“ไหนพูดแบบนั้น”ชายหนุ่มใช้นิ้วชี้ควงแผ่นซีดีให้หมุนไปมา

“กลับกันเถอะศัลย์เรามานานเกินไปแล้ว” ชายหนุ่มพยักหน้ารับแล้วเก็บแผ่นซีดีไว้ในกระเป๋าเสื้อ

“จะรีบไปไหนกันจ๊ะน้องฟ้าสวย อย่าทำหน้างองูสองตัวกันแบบนั้น ขาวสวย หมวยอึ๋มขนาดนี้ให้พี่กึ๋ยจับนั่นจับนี้หน่อยเป็นไง แต่แกไอ้หน้าจืดส่งแผ่นซีดีมาแล้วไสหัวไปไกลๆ ก่อนมีน้ำโห”ศัลย์ได้แต่ส่ายหัวถอนหายใจยาว

“เฮ้ย!หูหนวกหรือไงวะพี่กึ๋ยบอกให้เอาแผ่นซีดีมา เดี๋ยวบัดเหนี่ยวเลย”องอาจเสยผมยักไหล่แคะขี้มูกตามแบบฉบับนักเลงซกม๊กศัลย์รีบดึงมือฟ้าสวยพยายามเหลี่ยงไปอีกทางแต่ห้าทรชนยืนขวางล้อมกรอบไว้ทุกทาง

“อย่าพยายามหนีเลย พวกเราบันทึกทุกอย่างไว้หมดแล้ว สองโจรโรคจิตฆ่าเด็กปิดปากแล้วขโมยแผ่นซีดียังเผาอำพรางคดีอีก ซึ่งหลักฐานก็คือแผ่นเกมที่อยู่ในกระเป๋าของแกไงไอ้หน้าจืด”ยอดชายจอมงกยักคิ้วบรรจงจูบลงที่โทรศัพท์มือถืออย่างกวนประสาท

“อย่ามากล่าวหากันลอย ๆ แบบนี้นะ พวกเราไม่ได้ทำผิดอะไรเลย” หญิงสาวร้องขึ้น

“อย่ามัวเสียเวลาพูดอยู่เลยฟ้าสวย อยากได้ก็เอาไป”ชายหนุ่มโยนแผ่นเกมลงที่พื้น

“พูดง่าย ๆ กันแบบนี้พี่กึ๋ยจะได้ไม่ต้องออกแรง ไปเก็บมาสิวะมัวยืนบื้ออะไรกันอยู่”สี่ทรชนก้มลงหยิบพร้อมกันจนหัวโขกกันล้มลงไม่เป็นท่าส่วนอีกหนึ่งทรชนได้แต่ส่ายหน้าลูบหัวโล้นอย่างเอือมระอา

“ที่นี้พวกเราไปได้หรือยัง” ศัลย์พยักหน้าร้องถามจนอีกฝ่ายยักคิ้วให้

ชายหนุ่มและหญิงสาวยังไม่ทันจะก้าวเท้าเสียงปลายโลหะด้ามยาวก็ดังขึ้น ปัง ปัง ปัง ประกายไฟแป๊บขึ้นที่ปลายกระบอกปืนถึงสามครั้งจนเหลือไว้เพียงควัน ทุกคนต่างก้มหมอบเสียวสันหลังวาบไปตาม ๆ กัน เสียงหัวเราะในลำคอของชายชุดดำหนึ่งในสามที่ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากยอดมนุษย์ค้างคาวที่ถักด้วยไหมพรมสีดำแนบชิดสนิทหน้าจนเห็นเพียงดวงตากะพริบไปมาก้าวเท้าสอดส่ายปลายด้ามโลหะเข้าตรึงพื้นที่โดยรอบจนน่าหวั่นใจในความปลอดภัยของทุกคนในโรงเรียน

ปลายโลหะด้ามยาวจ่อที่ด้านหลังชายหนุ่มให้ค่อย ๆ พลิกตัวหงายหน้าขึ้นรองรับสหบาทาที่บรรจงเหยียบลงที่หน้าอกชายหนุ่มอย่างขัดขืนมิได้ สัมผัสบางอย่างหมุนวนในสมองชายหนุ่มจนกลายเป็นภาพมัจจุราชกำลังพุ่งหอกเข้าใส่และทุกอย่างก็เลือนหายไปกลับสู่โลกความเป็นจริง สะดุ้งขึ้นจนพวกมันผวาออกสับไกปืนระยะเผาขนเป่ามันสมองได้ระยะพอดี

“ใครใช้ให้พวกแกมาวิ่งเล่นอยู่แถวนี้รู้มั้ยว่าในกองไฟนั่นมีกี่ศพสำหรับพวกสอดรู้สอดเห็น” ชายร่างท้วมกระแทกเสียงขู่บดขยี้ปลายเท้าลงที่หน้าอกของชายหนุ่ม

“พวกพี่ต้องการอะไร”ศัลย์เบ้หน้าทั้งเจ็บทั้งแสบและพยายามใช้มือทั้งสองข้างรั้งขาของมันเอาไว้

“พูดตรงดีนี่ไอ้น้องชายไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา เอาแผ่นซีดีคืนมา”ชายหนุ่มหันไปสบตากับหัวหน้าแก๊งทรชนที่นอนคว่ำเงยหน้าร้องขอชีวิตซึ่งถูกตรึงไว้ด้วยสหบาทาของชายร่างสูงด้วยเช่นกัน

“พี่กึ๋ยคืนแผ่นซีดีให้พวกมันไปเร็วเข้า”องอาจหยุดร้องไห้ฟูมฟายก่อนจะร้องบอกลูกพี่ที่ขมวดคิ้วตาขวางอยู่ข้าง ๆ

“ไอ้เวว! แกจะพูดทำไมวะ” ทรงวิทย์กระแทกเสียง

“ว่าไงนะ แกเก็บแผ่นซีดีไว้อย่างนั้นรึ รีบเอามันออกมาเร็วเข้า” ชายร่างสูงขยับปลายเท้ากระชากคอเสื้อชายหนุ่มหัวโล้นให้ลุกขึ้นนั่ง

“รีบให้มันไปเร็วๆเลยพี่กึ๋ยจะได้จบเรื่องสักที”

“เอาไว้ฉันจะคิดบัญชีกับพวกแกทีหลัง เอานี่ซีดีเอามันไปเลย”ชายหนุ่มส่งให้อย่างไม่มีข้อแม้

“ในที่สุดมันก็กลับมาหาฉันอีกจนได้ มันไม่ใช่แค่เกมธรรมดา พวกแกรู้มั้ยว่าข้อมูลในนี้มันสำคัญแค่ไหน”เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งไม่ต่างกับคนโรคจิต

แผ่นซีดีถูกโยนขึ้นไปในอากาศ ปลายกระบอกปืนไรเฟิลสามกระบอกหันลำกล้องสาดกระสุนตัดผ่านอากาศ แผ่นพลาสติกล่วงลงกลิ้งไปกับพื้นจนเห็นรูโหว่เรียงชิดติดกันสามรูได้อย่างน่าทึ่งแต่ทุกคนทำได้แค่อาปากค้างกับการใช้อาวุธที่เหนือชั้นของพวกมัน

“พี่ครับจะปล่อยพวกผมไปได้หรือยังครับนี่ก็เย็นมากแล้วเดี๋ยวแม่เป็นห่วงครับ”ทรงวิทย์พูดอย่างสุภาพจนลูกน้องที่เหลืออยากจะล้วงคออ๊วก

“ใครบอกว่าจะปล่อยพวกแกไปอย่างนั้นรึ ใครพูด แกพูดหรือเปล่าวะ”เสียงหัวเราะดังขึ้น

“ไหนพูดแบบนั้นล่ะพี่ ซีดีพี่ก็ได้ไปแล้วจะเอาอะไรอีก”

“ก็เอาชีวิตพวกแกไง”ปลายกระบอกปืนหันลำกล้องระยะเผาขนจนทุกคนต้องหลับตาปี๋

ตู๊ด! ตู๊ด! ตู๊ด! ชายร่างสูงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นขนาบหูการสนทนาเป็นไปอย่างตรึงเครียดนานกว่าสามนาทีจนศัลย์และฟ้าสวยเริ่มคิดแผนการอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พวกมันหันมาสบตากันแล้วเดินไปกระซิบที่ข้างหูชายชุดดำร่างสูงเก็บปืนกระชับคอเสื้อแล้วรีบเดินไปทางชายป่าทิศตะวันออกปล่อยให้พวกอีกสองคนยืนเฝ้าเด็กทั้งเจ็ดคนเอาไว้ รถสิบล้อคันใหญ่ที่ถูกคลุมด้วยผ้าใบสีน้ำตาลด้านหลังไม่ต่างจากรถบรรทุกสินค้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาจอดอยู่ตรงหน้าเด็กๆที่รี่ตามองอย่างกังวลใจ

“รีบขึ้นไปได้แล้ว นายต้องการตัวพวกแกเดี๋ยวนี้”ศัลย์รีบพยุงสาวน้อยขึ้นรถอย่างเร่งรีบเพราะปลายด้ามปืนกำลังหันมาทางพวกเขาพอดี

“พี่ปล่อยพวกผมไปเถอะ ผมยังไม่อยากตาย” แก๊งห้าทรชนร้องไห้ฟูมฟายจนโดนปลายด้ามปืนฟาดลงที่กลางหลังจุกจนพูดไม่ออกรีบวิ่งขึ้นรถอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ

รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ พวกมันเฝ้าระวังและปิดผ้าใบอย่างมิดชิดให้ดูเหมือนรถขนสินค้าทั่วไป ศัลย์ลืมตามองทุกอย่างภายในจนเห็นกรงเหล็กขนาดใหญ่สูงเท่าระดับหัวรถพอดีข้างในขังลูกสัตว์ป่าดุร้ายไว้หลายชนิดหนึ่งในนั้นมีลูกเสือโคร่งขี้เซาหาวจนเห็นเขี้ยวดูแล้วน่ารักแต่ถ้านึกภาพถึงตอนมันตะปบเหยื่อฉีกเนื้อด้วยแล้วคงไม่เหลือความน่ารักทิ้งไว้เป็นแน่

รถตกหลุมอยู่บ่อยครั้งเส้นทางค่อนข้างขรุขระเป็นถนนลูกรังมีแอ่งน้ำอยู่เป็นระยะๆทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างทุลักทุเล พวกมันพยายามเลี่ยงจากเส้นทางหลวงเพื่อให้รอดพ้นจากด่านตรวจจับยิ่งมืดค่ำมากเท่าไหร่จำนวนด่านยิ่งเพิ่มขึ้นราวกับดอกเห็ดต่อให้มดตัวเดียวยังรอดยากแล้วยิ่งช่วงนี้มีข่าวเรื่องไม้เถื่อนด้วยแล้วอย่าหวังผ่านไปได้ง่าย ๆ ส่องไฟฉายกันทั่วทั้งคันเหมือนสุภาษิตที่ว่า “วัวหายล้อมคอก”

“พวกมันจะพาเราไปที่ไหนกัน ทำไมรถโคลงเคลงไปมาแบบนี้ล่ะศัลย์” ฟ้าสวยถอนหายใจนั่งซับเหงื่ออย่างกระสับกระส่าย

“มันต้องเอาสัตว์ป่าพวกนี้ไปส่งที่ไหนสักแห่งแน่ เราจะพยายามหาทางขอความช่วยเหลือจากตำรวจ”ชายหนุ่มกระชับแว่นก้มลงมองที่นาฬิกาข้อมืออย่างกังวล

“พวกแกมันตัวซวยจริงๆ” องอาจยังร้องไห้ฟูมฟาย

“เพราะพี่คนเดียวบอกให้ตามพวกมันมาจนได้เรื่อง อาเตี่ยยังไม่ทันยกมรดกให้สักบาทเดียวซี้แหงๆคราวนี้”ยอดชายจอมงกร้องขึ้นจนหัวหน้าแก๊งส่ายหน้า

“พวกแกหยุดร้องไห้ฟูมฟายได้แล้ว ไม่อายไอ้หน้าขาวนั่นบ้างหรือไง น้ำตาหยดเดียวยังไม่มี”ทรงวิทย์ถอนหายใจยาวเก๊กหน้าหล่ออาลัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ชายหนุ่มกระชับแว่นตาพยายามหาทางเจาะรูที่ผ้าใบแต่ไม่มีแม้ไขควงและอุปกรณ์ช่างสักชิ้นในกระเป๋าสะพายด้านหลังมีเพียงโน้ตบุ๊คเพียงเครื่องเดียวที่พ่อกำมะลอกำชับให้ติดตัวมาโรงเรียนด้วยเสมอและเขาเองไม่เคยคิดจะใช้มัน

แสงไฟสว่างขึ้นที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมีสัญญาณกะพริบเตือนให้ชายหนุ่มใส่พาสเวิร์ดเขาเลือกที่จะใส่รหัสบัตรประจำตัวประชาชนทั้งสิบสามหลักลงไปอย่างไม่ลังเลนิ้วชี้เคาะลงยืนยันทันทีระบบรันข้อมูลขึ้นข้อความว่า “ฉลาดมากไอ้หนูนึกแล้วว่าแกต้องใช้” ระบบปฏิบัติการเรียงโปรแกรมต่าง ๆ ขึ้นมาที่หน้าจออย่างมากมายให้ชายหนุ่มได้เลือกใช้มัน ศัลย์รีบคลิกเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตทันทีตามที่พ่อเคยสอนไว้ว่า “เมื่อรู้สึกว่าตัวเองโง่ให้แชทกับเพื่อนร่วมโลกทันที”ใบหน้านักสืบวัยกลางคนเด้งขึ้นมาเหมือนให้ลูกชายตอบกลับ ศัลย์ส่งข้อความขอความช่วยเหลือในทันทีพร้อมเปิดกล่องให้ดนัยได้เห็นสิ่งต่างๆรอบๆตัวแบบไม่ต้องอธิบายให้มากความ ผู้เป็นพ่อส่งข้อความกลับมาให้พยายามถ่วงเวลาไว้ให้มากที่สุดก่อนที่หน่วยพิเศษจะไปถึงแล้วเปิดโน้ตบุ๊คทิ้งไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจจับสัญญาณได้

ศัลย์พับหน้าจอลงและเก็บมันไว้ในกระเป๋าตามเดิม ชายหนุ่มอมยิ้มมันเป็นสิ่งที่เขาเองไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าไอ้เครื่องมือหนัก ๆ เครื่องนี้ที่พ่อจะคอยย้ำเตือนเสมอว่าอย่าลืมเอามันติดตัวไปด้วยนะลูก แม้เขาจะแกล้งลืมสักกี่ครั้งก็ถูกจับยัดลงกระเป๋าแทบทุกครั้งไปจะช่วยให้ทุกอย่างคลี่คลายได้ในระดับหนึ่งแบบนี้ ทรงวิทย์ค่อย ๆ ขยับตัวเข้ามาหาเพื่อบอกอะไรบางอย่าง

“ฉันต้องขอโทษแกด้วยนะไอ้หน้าจืด ถ้าพวกเราไม่เล่นพิเรนแบบนั้นก็คงไม่เกิดเรื่องและไม่ถูกจับไปฆ่าแบบนี้” ทรงวิทย์ก้มหน้ายอมรับผิด

“ใครว่า พวกมันจ้องเล่นงานอยู่ตั้งนานแล้ว ฉันเองแค่เดินไปตามเกมของพวกมัน”ศัลย์กระชับแว่น

“อ้าว!ถ้าอย่างนั้นแกก็รู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าพวกมันจ้องเล่นงานอยู่ทำไมไม่บอกกันหน่อยวะปล่อยให้หลวมตัวเข้ามาร่วมเล่นเกมเดียวกันทำไมวะฉันยังไม่อยากตาย เข้าใจมั้ยวะว่ายังไม่อยากตาย” ทรงวิทย์จับไหล่ชายหนุ่มเขย่าอย่างแรง

“ก็ใครจะไปรู้ว่าแอบสะกดรอยตามมา ตอนแรกนึกว่าเป็นพวกเดียวกับโจรซะอีก เอาเถอะเรามาช่วยกันหาทางปล่อยสัตว์พวกนี้กันก่อนดีกว่าไม่แน่พวกมันอาจจะกลายเป็นอาหารมื้อค่ำก็ได้นะเพื่อน”

“เดี๋ยวก่อนศัลย์เธอรู้อยู่ตลอดหรือว่าพวกมันจ้องเล่นงานเราอยู่ แล้วทำไมไม่บอกเราสักคำ”ฟ้าสวยร้องถามขึ้นชายหนุ่มยักไหล่

“ใช่ เราเห็นแต่ไม่นึกว่าพวกมันจะกล้าหยิบปืนออกมาขู่กลางวันแสก ๆ แบบนั้น แถมจับขึ้นรถมาด้วยแบบนี้ เรานึกไม่ถึงจริง ๆ แต่โชคดีตอนนี้เราติดต่อพ่อได้แล้ว อีกไม่นานหน่วยพิเศษจะมาช่วยพวกเรา”

“ด้วยเกียรติของลูกเสือถึงแม้ว่าฉันจะชอบโดดเรียนทุกครั้งก็เถอะแต่ฉันขอสัญญาและสาบานว่าถ้ารอดไปได้จะเลิกแกล้งพวกแกโดยเด็ดขาดและจะไม่โดดเรียนอีกแล้วเข็ดจนวันตาย” หัวหน้าแก๊งทรชนคนปากสุนัขชูนิ้วขึ้นสามนิ้วเปล่งเสียงอย่างหนักแน่น

“ขอให้มันจริงเถอะ” ฟ้าสวยพึมพำ

“พ่อบอกให้ถ่วงเวลาแต่เราจะไม่ทำแบบนั้น โอกาสแบบนี้หาได้ง่ายๆ ที่ไหน เราต้องรู้ให้ได้ว่าแหล่งกบดานของพวกมันอยู่ที่ไหนและใครเป็นนายของมัน” ศัลย์กระชับแว่นมองไปที่กรงเหล็กอย่างมุ่งมั่น

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Puma1008
ขอบคุณค่ะรอๆๆๆๆๆๆ
เมื่อ 5 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว