~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-~~ตอนที่ 12 ปลอม สืบ แฉ~~

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

~~ตอนที่ 12 ปลอม สืบ แฉ~~

ใบหน้าขาวเนียนผุดผ่องขนตาดัดจนเงางอน ปลายคิ้วเข้มดังคันศร ปากบรรจงแต่งสีแดงสด ผายอกแต่งเติมด้วยซิลิโคลนจนบึ๋งบั๋งภายใต้ชุดชั้นในรัดรูปที่นักสืบวัยกลางคนบรรจงแต่งให้เนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้

“แกแน่ใจนะเพื่อนว่าจะรอด” นายตำรวจใหญ่เอ่ยถาม

“หลักสูตรการปลอมตัวฉันได้เอนะโว้ย!!! เรื่องแค่นี้จิ๊บๆว่ะเพื่อน”ดนัยยกซิลิโคลนเสริมอกเล่นจนสุชาติอยากจะอาเจียนออกมา

“ไอ้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับคุณหญิงสายสมร พิทักษ์ราษฎร์ รับรองว่าพวกมันจับไม่ได้แน่แต่อย่าให้มันจับพิรุจได้ก็แล้วกันว่าแกเป็นพวกชะนีปลอมตัวมา” สุชาติย้ำคำพูด

“หากเจ้าศัลย์มันเกิดตื่นขึ้นมาตอนที่ฉันไปปฏิบัติภารกิจ แกช่วยบอกให้มันเลิกเล่นเกมและกลับไปเรียนหนังสือตามเดิมด้วยก่อนที่มันจะถูกไล่ออก ส่วนเรื่องฟ้าสวยให้ดำเนินการต่อได้เลย”นักสืบย้ำคำ

“เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนเถอะ”สุชาติพึมพำ

“แกว่าอะไรนะเพื่อน”

“เปล่า!!! ฉันแค่บอกให้แกระวังตัวด้วยก็แล้วกัน”นายตำรวจใหญ่ส่ายหน้า

“แล้วเรื่องหลักทรัพย์ที่ขอไปล่ะเพื่อน”

“อนุมัติ แต่หากแผนนี้ล้มเหลวไม่แกก็ฉันต้องไส้แห้งกินแกลบแน่ เปลี่ยนใจยังทันนะเพื่อน”

“อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือสิวะ อย่าใจเสาะไปหน่อยเลยรับรองว่าฉันจะต้องล้วงข้อมูลพวกมันมาได้แน่ แกเตรียมตัวเลื่อนขั้นได้เลย” ดนัยตบลงที่บ่าของเพื่อน

“ถ้าพลาดท่าเมื่อไหร่ให้รีบเผ่นออกมาทันทีเพราะลูกกระสุนไม่เข้าใครแล้วออกมาง่าย ๆ ที่เขาเรียกกันว่าฝังในไงเพื่อน”สุชาติยักคิ้วให้ฝ่ายตรงข้าม

“ได้สิจ๊ะคุณตำรวจ มามะให้แม่จูบสักฟอดหนึ่งก่อนไป”

คุณนายสายสมรเม้มมุมปากที่บรรจงแต้มลิปสติกจนแดงแป๊ดเตรียมจุมพิตนายตำรวจใหญ่ที่ใช้มือดันหน้าเพื่อนรักให้ออกห่างก่อนที่ฟ้าจะผ่าลงมากลางวันแสก ๆ

“ไอ้บ้าเอ๊ย!เล่นเป็นเด็ก ๆ ไปได้เดี๋ยวฟ้าผ่าตาย...พอดี”สุชาติร้องขึ้น

“มีอีกเรื่อง คนในองค์กรและผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะต้องฝังไมรโครชิฟไว้ที่นิ้วซึ่งแกเองก็ต้องทำตามระเบียบข้อนี้ด้วย”

“แล้วยังไง ฝังก็ฝังจะเป็นอะไรไป เรื่องเจ็บดนัยทนได้ แต่เรื่องอดหลีสาวดนัยคิดหนักแล้วยิ่งแต่งหญิงแบบนี้อยากจะอ้วกตัวเองเหมือนกันวะ”นักสืบถอนหายใจ

“ถ้าคราวนี้งานสำเร็จรับรองจัดชุดใหญ่ เบื้องบนจัดเต็มแน่”

“ก็หวังไว้ว่าจะเต็มแม๊ค หรือเต็มพรุน ขอเสื้อกันตะกั่วด้วยนะเพื่อน”

“เดี๋ยวจัดให้ รับรองกระสุนทำอะไรแกไม่ได้แน่ ยกเว้นลูกน้อยหน่าที่พวกมันนำเข้ามากว่าสิบลูก ข้อนั้นระวังเองตัวใครตัวมัน”สุชาติกลืนน้ำลาย

“เอาล่ะเพื่อนบอกคนของแกให้ไปส่งฉันได้แล้ว”

นายตำรวจใหญ่ตบมือเป็นจังหวะ ประตูบานใหญ่เปิดออก สิ่งที่ทำให้นักสืบดนัยถึงกับขยี้ตาเบิกตากว้างกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า อาการคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียนออกมาแต่ต้องอดไว้ด้วยเสียงร้องของบรรดาสาวกอีแอบร่างบึกบึนแต่งแต้มขัดสีฉวีวรรณจนไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีสิ่งนี้ในโลกใบนี้ด้วย

“สงสัยแกจะเข้าใจผิดวะเพื่อน ฉันต้องการคนขับรถและบอดี้การ์ดสวมแว่นดำเหมือนในหนังแอ๊คชั่นแต่ดันเอาพวกอีแอบโรคจิตพวกนี้มาแต่งตัวยังกับกิ้งก่าหลากสี ถ้าเข้าไปในงานกับฉันรับรองพวกมันเอาเอ็มเจ็ดสิบเก้าต้อนรับกระเทยบับพวกนี้หน้างานแน่ตัวเอง”ดนัยจีบปากจีบคอสวมบทคุณหญิงสายสมรเศรษฐีนีคนดีมีกะตังค์

“รู้มั้ยว่าฉันต้องเสียหน่วยพิเศษไปตั้งหลายคน ให้ปลอมเป็นคุณหญิงเพื่อคุ้มกันแกเลยนะเพื่อน แต่เดี๋ยวก่อนกระเทยบับคืออะไรวะเพื่อนเหมือนพวกแนวกิตติมศักดิ์หรือเปล่าวะดนัย”สุชาติย้อนถาม

“เก็บใส่กล่องไว้เลยเพื่อนขืนเอาพวกมันไปมีหวังไม่รอด ไอ้ที่ถามมาแกไม่รู้จริง ๆ หรือแกล้งโง่ละท่านตำรวจใหญ่ ก็กระเทยบับโฟโร่ไง ใหญ่ บึก แต่ไร้สมอง แต่ตอนนี้รีบๆไปหาแค่คนขับรถก็พอ ส่วนคนคุ้มกันไม่ต้องนักสืบอย่างดนัยเอาตัวรอดเองได้วะ ยิ่งขนไปเยอะมีแต่จะมากเรื่อง” ดนัยยืนเก๊กหน้าสวยอย่างมั่นใจ

“แกแน่ใจนะเพื่อนว่าจะเข้าไปแค่คนเดียว แต่มันดูแปลก ๆ ชอบกล คุณหญิงสายสมร พิทักราษฎร์ เศรษฐีนีมีเงินมากกว่าพันล้านจะไม่มีบอดี้การ์ดติดตามเลยแม้แต่คนเดียว เอาเถอะน่า เดี๋ยวฉันจัดคนให้ใหม่ ไอ้ที่เอามาก็แค่ล้อเล่น” นายตำรวจใหญ่บรรจงปรบมือขึ้นอีกครั้ง

หญิงสาวในชุดรัดรูปวาบหวิวสามคนเดินเรียงแถวหน้ากระดานเข้ามายืนเกาะข้างประตูราวกับนางแบบมืออาชีพ ดูเหมือนสวรรค์สั่งให้นางฟ้าลงมาอารักขานักสืบวัยกลางคนที่ตอนนี้ใช้มือกุมจมูกกลัวเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดออกมาให้ต้องอับอายประชาชีไปทั่ว

“ถึงขนาดกุมจมูกเลยหรือเพื่อน หวังว่าบอดี้การ์ดสาว ๆ พวกนี้จะทำให้แกปลอดภัยจากไข้โป้ง”นายตำรวจใหญ่ยักคิ้ว

“แต่อาจจะเสียเลือดจนหมดตัวแน่ยิ่งรัดยิ่งสยึ๋ม ขาว ๆ อวบๆ แบบนี้จะไหวรึ” ดนัยก้มมองส่วนเว้าส่วนโค้งจนตาเป็นมันแต่แม่เสือสาวกลับนิ่งเฉยจนน่าแปลกใจ

“ยิ่งสวยยิ่งอันตราย แกเคยได้ยินสำนวนนี้บ้างไหม สาวๆพวกนี้ผ่านการฝึกมาอย่างโชกโชนเหมือนมีเกราะกันกระสุนชั้นดีอยู่ข้าง ๆ แต่อย่ามัวแต่มองจนเสียงานก็แล้วกันปาดน้ำลายด้วยเพื่อนรัก”สุชาติร้องบอกก่อนจะสั่งให้สาว ๆ เตรียมพร้อมออกปฏิบัติการ

“สงสัยงานนี้สนุกแน่ ยิ่งมีของสวย ๆ งาม ๆ ตามอยู่ไม่ห่างไอ้ดนัยคนนี้สู้ขาดใจ” นักสืบกุมมือในระดับอกหลับตาฝันหวานจนอีกฝ่ายต้องสะกิด

“งานเปิดตัวเกมนรกครั้งนี้แกจะต้องได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรมันด้วยหลักทรัพย์มากกว่าสิบหลัก รับรองว่าพวกมันต้องต้อนรับคุณหญิงสายสมรเป็นอย่างดี” สุชาติการันตี

“เชิญครับสาว ๆ ไม่สิ เชิญค่ะสาวๆ ไปกันได้แล้ว คุ้มกันดีๆ นะจ๊ะ” ดนัยเดินแนบชิดติดกายเนียนไปเหมือนสาวๆบอดี้การ์ดเป็นโล่ชีวิต

คนขับรถคันหรูป้ายแดงเปิดประตูเชื้อเชิญให้คุณหญิงกำมะลอขึ้นรถ ทันทีที่ประตูมันวาวถูกปิดลง รถนำขบวนคันหน้าออกตัวนำทางไปก่อน ปล่อยให้รถคันหลังสุดแล่นตามประกบไม่ห่างจากรถคุณหญิงสายสมรที่นั่งสูดลมหายรับกลิ่นหอม ๆ ของสาว ๆ ที่นั่งประกบอยู่ข้างๆ แต่หญิงสาวก็นิ่งเฉยมีเพียงสายตาชำเลืองมองทุกอย่างรอบ ๆ

“ถามจริง ๆ เถอะหนูพูดไม่เป็นกันหรือไง นั่งเงียบแบบนี้เป็นใบ้กันหรือจ๊ะ”

“คุณหญิงเข้าใจถูกต้องแล้วครับ พวกเธอหูหนวก พูดเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยินหรอกครับ” พลขับร้องบอก

“อ้าว! ไหนว่าอย่างนั้น ไอ้สุชาติมันเอาคนใบ้มาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉันหรือนี่ แล้วถ้าเกิดเรื่องจะทำอย่างไร ร้องเรียกก็ไม่ได้ยินจบกัน” ดนัยร้องลั่น

“อย่าดูถูกสาว ๆ พวกนี้นะครับ ถึงจะพูดไม่ได้แต่ร้ายเหลือ”

“ดูเหมือนแกจะรู้มากจริงๆนะพ่อคนขับรถ”

“จะไม่รู้ได้อย่างไรในเมื่อสาว ๆ พวกนี้เป็นสายลับในระดับนักฆ่าถูกฝึกแบบเดนตาย มีสัมผัสพิเศษที่รับรู้ได้ทางจิต หน่วยพิเศษชุดนี้ทำงานไม่เคยพลาดซึ่งผมเองก็ผ่านการฝึกมาพร้อม ๆ กับพวกหล่อนแต่ต่างกันตรงที่ผมได้ยินเสียง หากคุณนักสืบไม่เชื่อมาลองกันสักตั้งมั้ยล่ะครับ”พลขับท้าทาย

“แกรู้ด้วยหรือว่าฉันเป็นใคร”ดนัยล้วงมือลงข้างเอว

“อย่าระแวงผมแบบนั้นสิครับคุณนักสืบเก็บกระสุนปืนไว้ยิงพวกมันจะดีกว่า ส่วนผมและสาวๆมาเพื่อปกป้องคุณครับนั่นแยกหน้าก็จะถึงแล้วครับ” ชายหนุ่มพลขับร้องบอก

ไฟเลี้ยวกะพริบเป็นจังหวะ รถจอดจนนิ่งสนิท ประตูถูกผลักออกคุณหญิงสายสมรก้าวลงอย่างนางพญา หญิงสาวทั้งสามคนเดินประกบนำทางให้คุณหญิงก้าวเดินอย่างมั่นใจ

คนขับรถโยนกุญแจให้พนักงานต้อนรับ แล้วรีบเดินตามไปติด ๆ บรรยากาศภายในงานดูเหมือนจะพลุกพล่านไปด้วยผู้คน นอกจากเด็กๆ แล้วยังมีนักธุรกิจทั้งที่เป็นคนไทยและชาวต่างประเทศต่างซักถามข้อสงสัยกับพนักงานจนเสียงดังเซ็งแซ่ไปหมด

โมเดลรูปแบบของเกมออนไลน์ตั้งตระหง่าน กำแพงเมืองสูงใหญ่ล้อมรอบอาณาจักรสีสันดึงดูดสายตาให้กลุ่มวัยรุ่นต้องเหลียวตามองชื่นชมความงามของเมืองซานโตส ที่เป็นส่วนหนึ่งของเกมออนไลน์ ไม่รวมถึงอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้ที่สร้างออกมาได้ดูเหมือนจริง ส่วนอีกฟากฝั่งเป็นโมเดลเมืองที่ใช้โทนสีดำ มีใบหน้าของผู้คนที่ถูกทรมานปรากฏให้เห็นทุกอย่างเป็นเพียงตัวอย่างเกมในภาคแรกเท่านั้น ส่วนเวอร์ชั่นเต็มรูปแบบจะนำเสนอผ่านทางจอภาพขนาดใหญ่ภายในงานเมื่อครบองค์ประชุม

คุณหญิงสายสมร พิทักษ์ราษฎร์ เดินบิดก้นสอดส่ายไปทั่วงานสร้างความรำคาญให้กับบรรดาสื่อมวลชนที่สับแสงไฟกันอย่างเมามือแต่ดันมีโอ่งมังกรเสริมใยสังเคราะห์มาขวางกั้นโฉบไปเฉี่ยวมา และการแถลงเปิดงานก็เริ่มขึ้น ไฟทุกดวงดับวูบลง เสียงพูดคุยหยุดลงชั่วขณะ แสงไฟสาดส่องจับไปที่พิธีกรที่กำลังเดินลงมาสู่กลางเวที

“ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่งาน ออนไลน์สนั่นโลก” เสียงปรบมือดังกังวานไปทั่วหอประชุม

“แขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยเล่นเกมมาก่อน แต่เกมของท่านมันล้าหลังไปแล้ว ซึ่งเราจะพาทุกท่านเข้าสู่เกมออนไลน์ระดับโลก เกมที่จะพาทุกท่านเข้าสู่โลกใหม่ โลกที่เต็มไปด้วยความเสมอภาค โลกที่จะนำพาความสุขสงบให้กลับมาแก่มวลมนุษย์

“มันพูดอะไรกันยาวเป็นบ้า เมาน้ำลายโสโครกที่สุด”คุณหญิงร่างท้วมบ่นพึมพำกับบอดี้การ์ดข้างกาย

“ใจเย็นไว้ก่อนสิคุณหญิงอีกไม่นานได้สนุกแน่ รอให้ให้พวกมันแถลงก่อนเถอะ”ชายหนุ่มพลกระซิบข้างหู

“เดี๋ยวก่อน! ฉันลืมถามอะไรแกไปอย่างหนึ่ง”

“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับคุณหญิง เชิญบัญชามา”

“ชื่ออะไรวะ”ดนัยกระซิบ

“นึกว่าจะไม่ถามซะแล้ว ผมมิสเตอร์วัน ส่วนหญิงใบ้อีกสามคน มิสเค มิสโอ มิสแอล ขอรับคุณหญิง”

“ฉันหมายถึงชื่อจริงของพวกแกตั้งหาก อย่าบอกนะว่าเป็นความลับ”ดนัยหันมามองค้อนใส่

“เป็นอย่างที่ว่าขอรับคุณหญิงนี่คือชื่อที่เราบอกได้ ส่วนที่เหลือคุณหญิงต้องไปสอบถามเบื้องบนอาเองครับว่าจะเปิดเผยได้หรือไม่ แต่ยังไงผมว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดคือการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้มากกว่าครับคุณหญิงสายสมร พิทักษ์ราษฎร์”เสียงกระซิบอย่างแผ่วเบา

“มีความลับซะด้วย น่าสงสัยจริงๆ เอาเถอะภารกิจสำคัญกว่า”

“มันเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่คุณกำลังทำอยู่”

“คงจะจริงเหมือนแกว่า ฉันเองยังต้องอยู่ในสภาพแบบนี้”ดนัยตบลงที่ไหล่เบาๆของเพื่อนข้างกาย

ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดอยู่นั้น ไฟหน้าจอขนาดยักษ์สว่างขึ้น สองพิธีกรค่อย ๆ เดินหายเข้าไปด้านหลังม่าน ปล่อยให้ภาพกราฟิกบรรเลงกันอย่างเต็มรูปแบบ แสงสีเสียงไม่ต้องเอ่ยถึงต่างชาติเองยังถึงกับตาค้างนั่งสูดลมหายใจเป็นเสียงเดียวทันทีที่ภาพปราสาทตระหง่านอยู่ท่ามกลางเหล่าทหารนับแสน กำแพงเมือง และป้อมปราการเต็มไปด้วยทหารอาวุธครบมือ ส่งเสียงโห่ร้องเทิดทูนเจ้าเหนือหัวในปราสาท และองค์ราชันก็ปรากฏตัวขึ้นปลายยอดปราสาทที่มีธงโบกสะบัดริ้วไสว สวมชุดเกราะเหล็กดำทมิฬโบกมือเหล่าทหารหาญกล้าและปวงชนชนชั้นทาสที่ชูมือต้อนรับผู้อยู่เบื้องบนเหยียดฟ้า แต่แล้วไฟฟ้าเกิดขัดข้อง สัญญาณบนจอยักษ์ขาด ๆ หายๆ เหมือนกำลังจะดับวูบลง เสียงหม้อแปลงแรงดันสูงดังสนั่นขึ้นสามครั้ง ผู้คนในงานร้องเสียงหลงพากันแตกตื่นล้มหมอบลงที่พื้นปิดหูราวกับหลบระเบิดในสงคราม แต่แล้วเสียงปรบมือดังขึ้นเป็นจังหวะไฟค่อยๆ ติดขึ้นทีละดวงจนครบ ทุกคนค่อยๆลุกขึ้นแล้วปรบมือตามพิธีกรเป็นจังหวะ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เดินตามกันออกมาเรียงแถวหน้ากระดานจนเต็มเวทีและเสียงปรบมือก็หยุดลงแต่เสียงผู้คนพากันวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นมาแทนทีจนพิธีกรต้องตัดบทแทรกเสียงขึ้นจนดังสนั่นไมค์ทั่วหอประชุม

“เมื่อสักครู่อาจจะทำให้ทุกท่านต้องตกใจซึ่งจริงๆแล้วเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของงานเราเท่านั้นและทุกๆคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าท่านนี้เป็นผู้ทำให้เรามีเกมออนไลน์ที่ดังจนสนั่นโลกแบบนี้ ขอเสียงปรบมือดังๆ ให้พวกเขาเหล่านี้อีกสักครั้งด้วยครับ”เสียงปรบมือดังจนทั่วหอประชุมแต่ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานาตามมาอีก

“ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นฝีมือของแกซะอีก ถ้าคิดจะเล่นอะไรช่วยกระซิบมาด้วย เอาล่ะฉันต้องแนะนำตัวแล้ว” คุณหญิงสายสมรรีบตัดบทสนทนาแนบไมค์ขนาดจิ๋วไว้ในคอเสื้อตามเดิมก่อนจะคว้าไมค์มาจ่อที่ปาก

“เดี้ยนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในการผลิตและสร้างเกมที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ และต้องขอขอบคุณองค์กรเคเอสวันที่ให้โอกาสเดี้ยนขึ้นมาแนะนำตัวในวันนี้ คุณหญิงสายสมร พิทักษ์ราษฎร์ ค่ะ” เสียงปรบมือดังขึ้นตอบรับเป็นจังหวะคุณหญิงกำมะลอค่อย ๆ สืบเท้ากลับเข้าที่เดิม

“เอาล่ะครับ การแนะนำตัวของผู้มีอุปการคุณก็ผ่านไปจนครบทุกคนแล้วและเวลาที่ทุกคนต่างรอคอยก็มาถึง ผู้ที่ทำให้ฝันของเด็กๆ กลายเป็นจริง ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนกลายเป็นมหาเศรษฐีเพียงชั่วข้ามคืน ท่านผู้นั้นจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากท่านประธานบริษัทคนเก่งของเรา คุณสัญญาบัตร แห่งเคเอสวัน ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ให้กับท่านประธานของเราด้วยครับ” เสียงปรบมือดังจนหลาย ๆ คนต่างพยักหน้าตอบรับในความอลังการงานสร้างของอาณาแห่งนี้

ชายร่างสูงโปร่ง กระชับแว่นตา ก่อนจะคว้าไมค์จากมือโฆษกหนุ่มที่ยืนเมาน้ำลายสาดคารมจนแขกในงานเริ่มส่ายหน้าอยากจะหาอะไรมาเกี่ยวเอาไปทิ้งให้ไกล ๆ เสียที

“ผมคงจะไม่พูดอะไรมากกว่าคำว่า ขอบคุณ และก็ขอบคุณ มันอาจจะเป็นคำที่สั้น ๆ แต่กระชับด้วยความหมาย ผมขอมอบคำนี้ให้กับทุกคนในงานนี้ และหุ้นส่วนทุกท่านที่เป็นแรงผลักดันให้เคเอสวันกลายเป็นหนึ่งเดียวในโลกของเกมออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนในตลาดหุ้นนับพันล้านในเวลาเพียงน้อยนิด และเราจะก้าวไปพร้อมกัน ขอบคุณครับ” เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วหอประชุมจนพิธีกรต้องยกมือขอความสงบ

“เอาล่ะครับ ท่านประธานคนเก่งของเรากล่าวสุนทรพจน์ได้กระชับชัดเจนจนหลายคนถึงกับตาโตในผลกำไรในอนาคต และช่วงสุดท้ายของงานวันนี้ก็มาถึง เราจะได้ดูตัวอย่างเกมออนไลน์เวอร์ชั่นแบบครบสูตร เอาแบบว่ามันหยด สยบเงินในกระเป๋าของใคร ๆ หลายคนในที่นี้กันเลย” พิธีกรสืบเท้าถอยหลังปล่อยให้ม่านค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เสียงปรบมือดังไปทั่วหอประชุม

พรึบ! พรึบ! ไฟทุกดวงดับลง แต่ผู้คนในงานยังคงยืนลืมตาในความมืดอย่างสงบเหลือบตามองหาสิ่งที่ตั้งตารอคอย ความสงบคืบคลานอยู่ได้ประมาณเกือบสามนาที สัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น คุณหญิงร่างยักษ์ร้องกรี๊ดยิ่งกว่ากระเทยบัพฟาโร่ถูกเชือด ความโกลาหลเกิดขึ้นอีกจนได้ ทั้งเด็กผู้ใหญ่และคนชราผู้ต้องการเสพความสุขจากเกมออนไลน์พากันวิ่งตื่นจนสื่อพากันสับชัตเตอร์กันอย่างโกลาหล หน่วยรักษาความปลอดภัยตรึงกำลังอยู่หน้าทางออกแต่ก็ยากที่จะขวางฝูงชนนับร้อยนับพันได้ นักสืบวัยกลางคนได้เวลาออกโรง ส่งสัญญาณให้มิสเตอร์วันหาทางออกไปเตรียมรถให้พร้อม ส่วนตนเองจะต้องเข้าไปเอาอะไรบางอย่างออกมาให้ได้ สาวสวยทั้งสามเหมือนจะรู้งานคอยเดินประกบอยู่ห่าง ๆ เพื่อไม่ให้มีพิรุจ

ปืนกระบอกสั้นกระชับอยู่ในเสื้อคุณหญิงร่างท้วมค่อย ๆ ก้าวเท้าตามจุดที่มิสเตอร์วันทำสัญลักษณ์ไว้จนไปสุดที่ห้องหมายเลข 513 ลูกบิดถูกหมุนตามเข็มนาฬิกาอย่างช้า ๆ เสียงลมหายใจแหบกระชั้นก่อนจะผลักเข้าไปอย่างสุดแรง ปืนทุกกระบอกจ่อมาที่ร่างคุณหญิง ก่อนจะมีเสียงบ่นพึมพำและเสียงหัวเราะลั่น

“โธ่! นึกว่าโจรที่ไหนที่แท้ก็คุณหญิง มาทำอะไรแถวนี้ครับ คนอื่นเขาหนีตายออกจากงานกันไปหมดแล้วคุณหญิงมัวทำอะไรอยู่ ถ้าเมื่อกี้คุณหญิงเข้ามาเร็วอีกนิดรับรองว่าบริษัทเราจะต้องเสียหุ้นส่วนรายใหญ่ก่อนเวลาอันควรแน่” ทุกคนเก็บปืนสวมลงที่เอว

“เดี้ยนต้องขอโทษทุกคนด้วยนะฮะ พอดีเดินหลงทางมาฮะ นึกว่าจะเป็นทางออกแต่ทำไมพวกแก ไม่สิพวกเธอทุกคนถึงไม่หนีออกไปจากที่นี้ มัวทำอะไรกันอยู่ละฮะ”

“พวกเราก็แค่ทำตามคำสั่งให้เฝ้าห้องนี้เอาไว้ก็เท่านั้นขืนไม่ทำตามคำสั่งมีหวังตายหมู่ ช่วงนี้นายยิ่งอารมณ์ไม่ค่อยดี แล้วยิ่งงานมาล่มแบบนี้ด้วยแล้วละก็ไม่ใครก็ใครเถอะได้กินลูกปืนแน่ พูดแล้วผมยังเสียวสันหลังไม่หาย เมื่อวันก่อนเห็นจะๆ ลากศพออกมาทิ้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแค่ไอ้เบื๊อกนั้นลืมปิดมือถือในที่ประชุมเท่านั้นยิงกลางวันแสกๆแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง พูดแล้วขนหัวลุก” ชายหัวโล้นกอดอกยักไหล่กับสิ่งที่พร่ำออกไป

“นายโหดยิงพนักงานทิ้งแบบนี้ สงสัยที่นี่คงไม่ค่อยมีใครกล้ามาสมัครทำงานแน่ๆ กลัวไข้โป้งกินสมองสิฮะ”คุณหญิงยังปล่อยมุขขำนอกตรองใน สายตาเพ่งมองไปที่จอคอมพิวเตอร์ควบคุมระบบอย่างไม่กะพริบ

“มีสิครับ มีมากด้วยแห่กันมาสมัครเป็นโขลงไม่เว้นแต่ละวัน บางวันเหมากันมาทั้งหมู่บ้านจนสำนักงานแทบแตก ปล่อยภาษาถิ่นจนเมาปากต้องจ้างล่ามมาแปลกันจนเวียนหัว ส่วนไอ้คนที่ลืมปิดโทรศัพท์มือถือมันเป็นพนักงานเสริฟอาหารที่จ้างมาบริการแขกในที่ประชุม พองานเลิกมันก็กินไข้โป้งยัดลงกระสอบตามข้อหาทำลายความสุขของแขกในงานและเป็นแขกวีไอพีทั้งนั้น”เสียงถอนหายใจยาว

“จริงสินะ พวกเธอทำงานกันเหนื่อยแบบนี้ ลองกินไอ้นี่กันดูสิ มันช่วยได้นะ ไม่ต้องเกรงใจเดี๋ยวกินให้ดูก่อนแล้วกัน” คุณหญิงกำมะลอเปิดฝายกขวดใบจิ๋วภายในบรรจุน้ำสีเหลืองขึ้นดื่มจนหมดก่อนจะชูให้ชายทั้งสามคนดูจนเต็มสองตา

“มันเป็นเกลือแร่หรือคุณหญิง มันดูแปลกๆชอบกล” ชายร่างท้วมกลืนน้ำลาย

“มันคล้าย ๆ กับเกลือแร่แต่ดียิ่งกว่าใครได้ดื่มจะหายเหนื่อยเมื่อยล้าในพริบตาไม่เชื่อลองดูสิ ฉันกินเป็นประจำ ขวดนี้ไม่ใช่บาทสองบาทเลยนะ เอาเถอะเหลือขวดสุดท้ายแล้ว”คุณหญิงยื่นของให้แต่ทั้งสามยังลังเล

“คุณหญิงเก็บไว้ดื่มเถอะครับ มันเหลือขวดสุดท้ายแล้ว ของราคาแพงแบบนี้พวกผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ” ชายหัวโล้นผลักมือคุณหญิงอย่างเสียมิได้

“เอาไปเถอะน่า นำเข้าจากต่างประเทศเลยน้า ที่บ้านฉันมีอีกตั้งหลายลัง กินแล้วสดชื่นเหมือนพึ่งตื่นนอนใหม่ๆ ลองดูแล้วจะติดใจ”คุณหญิงพยายามเร่งเร้าจนชายทั้งสามเริ่มใจอ่อน

ชายหัวโล้นยกขวดใบจิ๋วขึ้นดื่ม ก่อนจะส่งให้เพื่อนอีกสอนคนได้ดื่มบ้าง ขวดแก้วใบจิ๋วถูกวางไว้ใบโต๊ะ ชายทั้งสามใช้ลิ้นเลียที่ริมฝีปากด้วยความเสียดายที่จะต้องใช้ผ้าเช็ดมันออกไป

“ก็บอกแล้วว่ามันดีจริง ๆ พอกินเข้าไปแล้วเห็นผลเลย ตอนนี้จะรู้สึกร้อนวูบ ๆ ใช้หรือเปล่า”

“ครับ คุณหญิง ร้อนวูบ ๆ เหมือนเหงื่อจะไหลแต่มันมึน ๆ ชอบกล ผม...ไม่ไหวแล้ว”เสียงสุดท้ายจบลงชายทั้งสามคนนอนกองกันอย่างไม่เป็นท่า คุณหญิงกำมะลออมยิ้มยกมือขึ้นเย้ด้วยความสะใจในความฉลาดของตนเอง

“พวกแกมันหลอกง่ายจริง ๆ แค่เกลือแร่ขวดเดียวแต่มันผสมด้วยไอ้นี่วะเพื่อน”ดนัยซุกซองยาไว้ในเสื้อตามเดิมก่อนจะรีบดำเนินการตามแผนที่วางไว้

นักสืบกระแทกนิ้วลงบนคีย์บอร์ดและจบลงที่ปุ่มเอนเทอร์ ข้อมูลถูกต้องแต่ต้องรอให้ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ชายวัยกลางคนถอนหายใจส่ายหน้ากับการประมวลผลที่ล่าช้ากว่าจะผ่านไปแต่ละเปอร์เซ็นต์มันอืดได้ใจจริง ๆ

เสียงเคาะประตูจากด้านนอกดังขึ้นเป็นจังหวะและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ มันมากพอที่จะทำให้ดนัยหาที่หลบซ่อนตัวแต่แปลกที่พวกมันมีมารยาทแบบนี้

“เคาะตั้งนานไม่ยอมเปิดสงสัยพวกมันจะแอบหลับ เข้าไปเลยดีกว่าครับนาย” เสียงที่ทำให้ดนัยเริ่มเสียวสันหลัง

ประตูถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ผู้เป็นนายก้าวเท้าเข้าไปตามคำเชื้อเชิญ บอดี้การ์ดทั้งสองกระชับเสื้อสูทล้วงหยิบเตรียมเหนี่ยวไกแต่ผู้เป็นนายชี้นิ้วป้องที่ปากส่งสัญญาณให้ลดปลายด้ามสั้นลง

“นิ่งไว้เดี๋ยวไก่จะตื่น”ผู้เป็นนายพยักหน้าส่งสายตา

ภายในห้องควบคุมสัญญาณมืดสนิท หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกตัวดับสนิท เก้าอี้ทุกตัววางอย่างระเกะระกะแต่แปลกที่ไม่เห็นมนุษย์หน้าไหนนอนสลบอยู่ที่พื้นสักคนเดียว เสียงเป่าปากดังขึ้นอย่างโล่งอกภายในมุมมืดที่อีกฝ่ายถอยปลายเท้าออกไปจากห้อง

“นายครับ ผมว่า”

“พวกแกคงกำลังสงสัยว่าเจ้าหน้าที่มันหายหัวไปไหนหมดสินะ คำถามนี้ฉันควรจะถามพวกแกมากกว่าว่าดูแลกันยังไงถึงเป็นแบบนี้”หลังมือผู้เป็นนายแจกให้คนละหนึ่งฉาดเท่า ๆ กัน

“ผมขอแก้ตัวครับนาย” เสียงแหบแห้งและมือที่ลูบคลำความเจ็บปวดบนใบหน้า

“ไม่ต้อง!!! ปิดห้องนี้ไว้ให้สนิทแล้วไปตามไอ้มาร์คมาจัดการเรื่องนี้”

“ครับนาย” ประตูทางเข้าห้องควบคุมถูกปิดตายอย่างแนบสนิท จบด้วยการคล้องโซ่เส้นใหญ่กดทับด้วยแม่กุญแจมันวาว

“เชิญครับนาย” เสียงปลายเท้าเบาลงเรื่อย ๆ จนนักสืบมั่นใจแล้วว่ารอด!!! พร้อมถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่ก่อนจะรีบสืบเท้าไปที่คอมพิวเตอร์เพื่อเปิดหน้าจอดูการประมวลผล

“โชคดีที่ปิดหน้าจอไว้ทัน ยานอนหลับได้ผลจริง ๆ พวกมันทุกคนนอนเป็นตาย” ดนัยใช้มือกวาดผ้าคลุมโต๊ะจนเห็นร่างชายทั้งสามที่นอนหลับฝันดีกอดกันอย่างกลมเกลียว

ดนัยพยายามดันประตู แม้จะใช้วิชามารไขลูกบิดประตูจนคลายล็อคได้แต่ปัญหาอยู่ที่โซ่เส้นใหญ่ด้านนอกคงยากที่จะเอามันลงมากองที่พื้น

“ต้องรอด! ต้องรอด! ฉันต้องออกไปจัดการกับพวกแกให้ได้ คิด! คิด!” นักสืบบ่นพึมพำหลับตาพยายามหาทางออกจากเกมนี้ให้ได้

“คิดออกแล้ว” นักสืบเงยหน้ามองเพดานแสยะยิ้มกับทางออกที่น่าจะเป็นไปได้

ฝาเพดานถูกผลักขึ้นจนมีช่องพอที่ให้ร่างผอม ๆ ของเขารอดผ่านขึ้นไปได้โดยง่ายแต่ปัญหาติดอยู่ที่โครงเหล็กมันมีระยะห่างต่อการก้าวเท้า ดนัยปาดเหงื่อครั้งสุดท้ายเมื่อมาหยุดอยู่ที่ช่องลมที่ติดกับชั้นดาดฟ้าและเป็นทางออกเพียงทางเดียวที่มีอยู่ในตอนนี้ กรอบไม้สี่เหลี่ยมถูกผลักไปข้างหน้าจนแสงสว่างลอดผ่านเข้ามาจนเห็นโลกภายนอกที่ได้หวังไว้ ดนัยลอดตัวผ่านออกไปอย่างทุลักทุเล ยืนกางแขนบิดขี้เกียจบนพึมพำจองเวรกับพวกมันที่กล้ามาจองจำนักสืบเทวดาอย่างเขาไว้ในแคบ ๆ แบบนั้นได้

“เรื่องนี้ต้องแฉ ข้อมูลในนี้จะเป็นหลักฐานมัดตัวพวกแกให้เข้าไปใช้กรรมในมุ้งสายบัวได้แน่” ดนัยพยักหน้าก่อนจะเก็บทุกอย่างไว้ในกระเป๋าเสื้อสูท

ภายในห้องประชุม นายตำรวจใหญ่ยกมือไหว้ทักทายทุกคน ก่อนจะเริ่มเปิดการประชุมสรุปงานเมื่อคืน ทุกคนหันไปมองทางนักสืบวัยกลางคนที่นั่งสัปหงกจนมือกระแทกโต๊ะหลายครั้ง

“ไหนข้อมูลหลับของแกวะดนัยเพื่อนรัก”สุชาติเอ่ยขึ้น

“แกจะจะไม่ถามฉันสักคำหรือว่ารอดมาได้ยังไง ทั้งคนขับรถและบอดี้การ์ดสาวสวยหูหนวกเป็นใบ้ที่แกให้ไปทำงานร่วมกับฉันตอนนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง เคยคิดจะถามกันบ้างไหมไอ้สารเลว ขอโทษทีพูดผิดไอ้สารวัตรใหญ่”ดนัยกระแทกเสียงจนอีกฝ่ายเงียบไปชั่วขณะ

“เขาและเธอปลอดภัย ฉันให้ไปพักในห้องรับรองแล้ว”

“ขอบใจที่ตอบคำถามฉัน แล้วไอ้นี่แกเอาไปเปิดดูเอาเอง” ดนัยโยนอุปกรณ์เก็บข้อมูลขนาดเล็กให้เพื่อน

“ขอบใจวะเพื่อนที่เสี่ยงตายไปเอาข้อมูลพวกนี้ออกมาจนได้และหวังว่ามันจะช่วยให้เราได้เบาะแสอะไรบ้างที่จะช่วยกระชากหน้ากากของพวกมันออกมา รีบเอาไปเปิดเดี๋ยวเราจะดูพร้อม ๆ กัน”สุชาติสั่งให้ลูกน้องรีบเปิดข้อมูลลับสุดยอด

ทุกคนนั่งรออย่างใจจดใจจ่อ จอภาพสว่างขึ้นอย่างช้า ๆ ทุกอย่างกำลังประมวลผล ตัวอักษรและตัวเลขปรากฏขึ้นบนตารางที่เรียงลำดับจากหนึ่งถึงลำดับสุดท้าย แต่ทุกคนถึงกับอึ่งไปชั่วขณะหันมามองหน้ากันอย่างมิได้นัดหมาย ตามด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานาจนประธานในที่ประชุมต้องพูดปราม

“ทุกคนหยุดก่อน ไหนแกบอกว่ามันเป็นข้อมูลสำคัญไง หรือมันสำคัญสำหรับแกวะ”สุชาติกระแทกเสียงทุบกำปั้นลงบนโต๊ะอย่างแรง

“เป็นไปไม่ได้ ฉันเป็นคนเซฟข้อมูลกับมือ ชื่อไฟล์ข้อมูลมันเขียนว่า รายชื่อลับเฉพาะองค์กรเคเอสวันและส่วนผสมที่สำคัญ”

“แล้วแกได้เปิดไฟล์ข้อมูลขึ้นมาดูด้วยหรือเปล่า แล้วนี่มันอะไร รายชื่อแม่ค้าส้มตำปลาร้า ปากคลองตลาดและส่วนผสมการหมักปลาร้าส่งออก หรือแกคิดจะเปลี่ยนอาชีพวะ”ทุกคนหันมาอมยิ้มกลั้นเสียงหัวเราะไว้

“ว่าจะเปิดดูแล้วแต่ตอนนั้นมันหน้าสิ่วหน้าขวานก็เลยรีบเซฟข้อมูล ประจวบกับนายใหญ่ของมันกำลังจะเข้ามาในห้องพอดี ฉันเลยต้องรีบปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์และลากพวกมันอีกสามคนไปซ่อนไว้แล้วรีบหาที่ซ่อนตัวได้ทันเวลาเกือบไปเหมือนกัน” ดนัยถอนหายใจยาว

“ล้มเหลวอีกจนได้ สงสัยตอนนี้พวกมันคงนั่งหัวเราะเยาะพวกเราจนท้องแข็งแล้ว”สุชาติถอนหายใจส่ายหน้ากับภารกิจที่ล้มเหลว

“นึกแล้วว่าทำไม นายใหญ่ของมันถึงยอมออกจากห้องนั้นไปง่ายๆ แบบนั้น และแปลกที่มันยอมให้ฉันหนีออกมาง่าย ๆ แบบนี้ แสดงว่ามันอาจรู้การเคลื่อนไหวของเราตั้งแต่แรกแล้ว คุณหญิงสายสมรจะถูกจับได้ด้วยหรือไม่วะเพื่อน”

“คงไม่วะ ถ้าเป็นแบบนั้นแกคงถูกเป่าสมองไปนานแล้ว แกอย่าลืมสิว่า ตอนไฟดับกล้องวงจรปิดอาจดับไปด้วยเลยไม่เห็นตอนที่แกกำลังทำอะไรอยู่ มันก็นานพอดูกว่าไฟฟ้าจะทำงานเป็นปกติ ส่วนเรื่องที่แกรอดมาได้มันเป็นโชคดีมากกว่าที่มันไม่ได้สนใจข้อมูลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์เลยเพราะนั่นเป็นแผนลวงมากกว่าที่ให้คนไปเฝ้าห้องควบคุมนั้นไว้และข้อมูลลับอาจถูกซ่อนไว้อีกห้องก็เป็นได้ แต่เดี๋ยวก่อนตอนนั้นแกเป็นคุณหญิงหรือเป็นดนัย”

“เป็นคุณหญิงสิวะ ก่อนที่ฉันจะปีนขึ้นไปบนฝาเพดานก็เลยต้องแปลงโฉมใหม่ส่วนเสื้อผ้าก็แบกมัดติดไว้กับหลังหนักสุด ๆ ซวยสุด ๆ กว่าจะลากสังขารไปถึงชั้นดาดฟ้าแล้วเอาตัวรอดลงมาได้”

“เอาเถอะ เรายังมีโอกาสอีกยังไงคุณหญิงสายสมร พิทักษ์ราษฎร์ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเคเอสวันไปแล้ว เราจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์และให้แกได้แก้ไขงานนี้ให้สำเร็จลุล่วง พวกเรามีความเห็นยังไงบ้าง ใครเห็นด้วยครับ” ทุกคนหันมามองหน้ากันแล้วยกมือเป็นเอกฉันท์

“ขอบคุณทุกคนครับที่ยังไว้วางใจให้ผมได้แก้มืออีกครั้งครับ รับรองคราวนี้ผมจัดเต็มพวกมันแน่” ดนัยกระแทกเสียงด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Puma1008
ขอบคุณค่ะรอๆๆๆๆๆๆๅ
เมื่อ 5 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว