~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-!!ตอนที่ 15 เหินฟ้า ท้าชน คนอันตราย!!

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

!!ตอนที่ 15 เหินฟ้า ท้าชน คนอันตราย!!

กองกำลังเสื้อสีน้ำเงินสวมปลอกแขนสีแดงตัวหนังสือสีขาวสามตัว “ร ป ภ” กำลังมุ่งหน้าเข้าหาเป้าหมายที่เข้ามาปั่นป่วนชวนให้ใครหลาย ๆ คนในองค์กรหวั่นวิตก

นายตำรวจใหญ่และเพื่อนซี้นักสืบยืนนับจำนวนกองกำลังที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ อย่างใจเย็นจนหลงลืมไปว่าตนเองเป็นส่วนเกินของงานนี้และเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญแต่เสนอหน้าเข้าไปหาเรื่องใส่ตัว

“นั่นแกจะทำอะไร”สุชาติร้องถามเพื่อนที่กำลังก้มลงแก้อะไรบางอย่าง

“อาวุธของฉัน มันน่าจะเอาอยู่”

“เชือกรองเท้าเน่า ๆ นี่น่ะ”

สุชาติยืนบีบจมูกแต่ดนัยยืนดึงเชือกร้อยหูรองเท้าจนตึงแม้กลิ่นจะรุนแรงแต่ก็แยกไม่ได้ว่า นั่นเป็นกลิ่นถุงเท้าหรือรองเท้าเน่ากันแน่

“เส้นเล็กแค่นี้พิษสงร้ายแรง แค่กลิ่นก็สลบแล้ววะไม่เชื่อลองดู”ดนัยยักคิ้วใส่

“สงสัยดนัยคนเดิมจะกลับมาแล้ว อาการตายซากหายไปแล้ว เอาเถอะ แล้วถ้ามันมีปืนจะทำยังไง”

“ถ้ามันมีปืนเราก็ตัวใครตัวมันสิเพื่อน ถึงมีมันก็ไม่กล้ายิงหรอกเพื่อน”

“เหมือนแกจะมั่นใจ”

“เสียงปืนจะทำให้ทุกคนในงานแตกตื่น พวกมันไม่กล้าหรอก อย่างมากก็จับตัวแกกับฉันไปทรมานเค้นหาความจริงก็เท่านั้น”ดนัยหันหน้าไปทางกองกำลังสีน้ำเงินที่ชี้ไม้สีดำมาทางนี้พอดี

“สงสัยแกกับฉันต้องบู๊ย้อนอดีตสมัยที่เป็นสายลับให้หน่วยพิเศษแทบเอาตัวไม่รอด”

“ก็แค่ฝึกงานเท่านั้น”นักสืบไส้แห้งหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีตครั้งนั้น

ณ. เรื่องราวในอดีต....

ชายร่างสูงโปร่งผมยาวหยักศกปะบ่าทั้งสองคนในชุดทักซิโด้ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากสีดำและแซมด้วยขนนกสีทองข้างหูยืนเสริฟเครื่องดื่ม ในงานแฟนตาซีสีทองกับการเปิดตัวกางเกงในชายแบรนด์เนมหรู สาวน้อย สาวใหญ่ พากันยืนซี๊ดปากเมื่อบรรดานายแบบร่างบึกเดินปะชันกล้ามเนื้ออวดกางเกงในเพียงตัวเดียวที่ประดับไปด้วยอัญมณีล้ำค่า

“อกอีแป้นจะแตก เทพบุตรของเจ้ดันมาท้องเสีย แล้วใครจะเดินแบบให้เจ้ล่ะทีนี้ ซวยซ้ำซวยซ้อนซวย...ว้าย! เทพบุตรทักซิโด้ มาหาเจ้หน่อยสิ”เสียงเจ้ประเทืองร้องเรียกบริกรทั้งสอง

“ใครเรียกวะ”ดนัยหันตามเสียง

“โน่นเจ้ประเทืองเจ้าของงานแฟชั่นกางในฝังเพชร โบกไม้โบกมือเรียกอยู่ทางโน้น”

“หรือเจ้แกสงสัยเราสองคนวะ ขนาดปิดหน้าปิดตาขนาดนี้”

“อย่าคิดมากเดินตามมาก่อน เดี๋ยวฉันถามเอง”

สุชาติดึงแขนเพื่อนให้เข้าไปหาเจ้ประเทืองเจ้าของแบรนหรู ที่ส่งสายตายั่วสวาทจนดนัยเองอยากจะอ๊วกแต่ก็เสียดายอาหารจานเด็ดที่แอบขโมยชิมจนอิ่มท้อง

“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”บริกรหนุ่มร้องถาม

“ช่วยมาเป็นนายแบบให้เจ๊หน่อยสิ เดี๋ยวเจ๊จ่ายหนักจัดเต็ม”

“แล้วนายแบบของเจ๊ล่ะครับ”

“ท้องเสีย ถ่ายไม่หยุด เอาเถอะนะเดี๋ยวไม่ทัน มาม๊ะ มาทั้งสองคนเลยเดี๋ยวเจ๊จัดหนัก เงินก็หนักด้วยนะ”เจ๊ประเทืองสายเดียว หน้าขาว แถมใส่สั้นจนแนบแก้มก้นเห็นแล้วขนหัวลุกจุกคอ

ชายหนุ่มทั้งสองโดนเจ๊ประเทืองฉุดกระชากลากเข้าไปด้านหลังเวที ถอดจนไม่เหลือชิ้นสวมกางเกงในหรูจากสายลับกลายสภาพเป็นนายแบบกางเกงในแบรนด์หรูไปแบบมัดมือชก ถ้าขืนไม่ยอมเรื่องอาจบานปลายด้วยปากเจ๊ประเทืองที่ด่ากราดจนทุกคนต้องหันมามองเป็นตาเดียวและสอบประวัติปลอมของเขาทั้งสอง รับรองว่า การฝึกงานเป็นอันจบข่าวแน่นอน

“เรียบร้อยนะ เดี๋ยวเธอสองคนฟังเสียงเรียกคิวนะ ถ้าทำดีเจ๊จะเก็บเธอสองคนไว้ในสังกัดปั้นให้ดังจนพลุแตก ไม่ต้องอายนะ มีของดีต้องเอามาอวดกันหน่อย” เจ๊เทืองสายเดียวยืนปาดน้ำหมาก ไม่สิ... ปาดน้ำลายจนนายแบบจำเป็นต้องสยิวจนสยอง

“ครับเจ๊ ซวยอีกแล้วตู”ดนัยปาดเหงื่อบนหน้าที่ไหลย้อยไปทั่วตัว

“ว่าไงนะ”

“เพื่อนผมแค่บอกว่ากางเกงสวยครับ หรูด้วย”สุชาติรีบเอามือปิดปากเพื่อน

“ปากหวานจริงนะ เดี๋ยวเจ๊ยกให้คนละตัวเลย”

“ดีครับเจ๊”ว่าที่นายตำรวจใหญ่ในอนาคตรีบอ้าแขนรับทันที

“แต่เธอสองคนต้องไปอยู่บ้านเจ๊ และใส่ให้เจ๊ดูทุกวันนะ” ดนัยกลืนน้ำลาย ส่วนสุชาติแบะปากยกมือไหว้ไม่เอาด้วยแล้ว

“เตรียมพร้อมนะค่ะ ถึงคิวคุณสองคนแล้ว”หญิงสาวยืนถือวิทยุสื่อสารหันมาบอกชายทั้งสองที่ตอนนี้ยืนขาสั่น

เสียงพิธีกรประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับกางเกงในตัวหรูที่ทั้งคู่พามันออกไปอวดโฉมสู่สายตาผู้คนนับหมื่นให้ซี๊ดปากและตกตะลึงกับราคาที่สามารถซื้อบ้านหลังใหญ่และรถยนต์คันหรูได้อย่างสบาย ๆ ด้วยมูลค่ามหาศาลที่ปักอยู่บนลวดลายกางเกงในระยิบระยับจนแสบตาเมื่อต้องแสงไฟในงานผู้ค้าเพชรพลอยแห่งเอเซีย

ทุกคนต่างปรบมือในความอลังการของสินค้าแบรนด์หรูที่ระยิบระยับยั่วตาเหล่าหัวขโมยที่แฝงตัวอยู่ในงานเพื่อรอโอกาส

“ถ้าพวกมันโผล่ออกมาตอนนี้แย่แน่”สุชาติหันไปกระซิบกับเพื่อน

“มีของอยู่ชิ้นเดียว โทงเทงอยู่แบบนี้จะเอาอะไรไปสู้กับพวกมัน”

“มีชิ้นเดียวก็สู้ สายลับฝึกหัดอย่างเรามีทางเลือกด้วยหรือเพื่อน เอาแค่ฝึกงานผ่านก็พอ ส่วนเรื่องอื่นตายเอาดาบหน้า”สุชาติถอนหายใจ

บรรดาสื่อมวลชนสาดแสงชัตเตอร์ล้อมรอบนายแบบกล้ามโตอย่างเมามัน เสียงวิจารณ์เซ็งแซ่กลบเสียงพิธีกรที่ประกาศบอกให้ช่างภาพหลบทางให้หนุ่มนักกล้ามกลับเข้าที่เพื่อเข้าสู่การประมูลสินค้าเพียง 3 ชิ้นในราคาพิเศษเอาใจลูกค้าที่เข้าร่วมงานครั้งนี้

“สินค้าชิ้นแรกของเรา...นั้น...” เสียงที่ขาดหายไปทำให้สื่อมวลชนเริ่มแตกตื่นและแสงไฟที่กะพริบถี่ขึ้นราวกับจะดับลงในอีกไม่นาน

“เหมือนไฟจะดับวะเพื่อนเล่นรี่ซะขนาดนี้ สงสัยเจ้าของงานไม่จ่ายค่าไฟ”ดนัยกระซิบข้างหูเพื่อนที่ยืนหนาวสั่นอยู่ข้างๆ

“ถ้าไฟดับฉันจะขอไปเหยียบหน้ามันก่อนเป็นอันดับแรก”สุชาติขมวดคิ้วสายตามองไปยังเป้าหมายที่ส่งสายตาหวานช่ำจนอยากจะฝากกำปั้นไว้บนใบหน้านะฮะของมัน

“แกก็ไปจับก้นมันคืนสิวะจะได้หายกัน”

“แต่ไม่หายแค้นวะ เล่นจับทีเผลอ”

“อ้าว! เฮ้ย! มืดสนิท ไฟดับ”

ผู้คนในงานนิ่งเงียบไปชั่วขณะมีเพียงสัญญาณไฟฟ้าสำรองที่ร้องเตือนแต่แล้วมันก็ดับลงอย่างสนิท ความมืดทำให้หลาย ๆ คนเริ่มออกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานาบ้างก็ว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ปลุกให้สื่อช่วยประโคมข่าว บ้างก็ว่าอีกไม่นานต้องมีเค้กวันเกิดออกมาให้เจ้าของงานเป่าจนน้ำลายแตกฟอง แต่แล้วทุกอย่างกลับกลายเป็นการโจรกรรมขององค์กรที่นิยมกางเกงใน

“เฮ้ย! ถ้าไม่อยากตายถอดแล้วกองไว้ตรงนั้น”แสงไฟจากไฟฉายมือถือส่องมาที่ร่างของนายแบบหนุ่ม

“ไม่ได้นะ ไม่ได้ อย่าถอดนะ อย่าถอด”เจ้ประเทืองร้องลั่นจนแขกในงานตกใจ

“หรือแกอยากจะกินไอ้นี่”ชายในชุดแนบเนื้อสีดำอำพรางใบหน้าเห็นเพียงดวงตาที่ฉายแววอำมหิตจนเจ้เทืองต้องหุบปากลงด้วยปลายกระบอกปืนหันมาทางปากของแกได้อย่างพอคำ

“เอาไงดีวะเพื่อน มีแค่ตัวเดียว กลายเป็นเปรตโตงเตงลงหน้าหนึ่งแน่”สุชาติถอนหายใจยาว

“ถ่วงเวลาไว้ก่อน ดูสิว่ามันมากันกี่คน” ดนัยกระซิบ

“คงยากวะมันหันปลายกระบอกปืนมาทางนี้แล้ว”

“บอกให้ถอดออกมา กองไว้ตรงนั้นแล้วพวกแกก็ไสหัวไปได้หรืออยากจะกินไอ้นี่แทนข้าว”ไกปืนถูกเหนี่ยวลงจนนายแบบบางคนถึงกับยืนสั่นเป็นเจ้าเข้า

“เดี๋ยวก่อนพี่ชาย”ดนัยร้องขึ้นจนพวกมันต้องหันมา

“ฉันไม่มีน้องวะ ลูกคนเดียวมาตั้งแต่เกิดจะถอดหรือไม่ถอดเร็วเข้า”ดนัยเหลียวตานับจำนวนพวกมันที่หันมาซึ่งทุกคนสวมชุดเหมือนกันแต่กระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆ ของงาน

“พวกมันมี 5 คน หน้าเวที 3 คน ด้านหลังตรงทางออก 2 คน แต่เรามีกัน 2 คน”ดนัยกระซิบและหันไปสบตาเพื่อนก่อนจะชี้นิ้วกลางขึ้นมาเพื่อแสดงสัญลักษณ์ที่ต่างรู้กัน

“กระซิบอะไรกัน อย่ามาทำเป็นถ่วงเวลาให้ยากเลย จะพูดอะไรก็พูดมา”

“ฉันมีข้อเสนอที่พวกแกต้องพอใจ”

“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน รีบถอดเดี๋ยวนี้”

“ข้อเสนอที่พวกแกอาจได้เงินโดยไม่ต้องเอากางเกงฝังเพชรเทียมของเจ้เทืองลวงโลกคนนี้ไป” เสียงสื่อมวลชนในงานเริ่มเซ็งแซ่ขึ้นมาจนมหาโจรยกปลายกระบอกปืนขึ้นฟ้าหยุดเสียงลงทันที

“เพชรเทียมอย่างนั้นรึ อย่ามาหลอกกันให้ยาก ไม่มีทางเป็นไปได้”จอมโจรกางเกงในหันไปสบตากับเจ้เทืองเจ้าของแบรนด์หรู

“จริงหรือวะ อีกระเทยควาย แกกล้าเอาของปลอมมาหลอกคนทั้งงาน”ปลายกระบอกปืนหันตามไป

“เปล่า เปล่า เจ้ไม่รู้เรื่อง เจ้”

“ใครจะไปมองออก เจ้เทืองก็แค่จ่ายเงิน แต่ไม่ได้ผลิตเอง ของแบบนี้มันปลอมกันง่ายนิดเดียว ไม่เชื่อดูที่ตรงนี้”ดนัยชี้ไปที่จุดหมาย

“มันก็เพชรสีเดียวกันทั้งนั้น แกอย่ามาโกหกให้ยาก”

“ลองดูให้ดีจะมีบางเม็ดที่ต่างจากเม็ดอื่น”จอมโจรจ้องมองตาไม่กะพริบและแหงนคอมามองหน้าเจ้เทือง

“แกมีข้อเสนออะไร รีบว่ามา”มหาโจรหันไปถามดนัยที่เป่าปากโล่งอก

“เพียงแค่แกทายให้ถูกว่าฉันใส่กางเกงในเบอร์อะไรระหว่าง M หรือ L เจ้เทืองจะยินดีจ่ายค่าเสียเวลาของพวกแกเป็นเงิน 10 ล้านบาท หากตอบถูก”เสียงด่าจากปากเจ้เทืองออกมาเป็นชุดแต่แปลกที่สื่อมวลชนกับเงียบยืนอึ้งไปตามๆ กัน

“เฮ้ย! นั่นแกพูดอะไรออกไป เงินตั้งสิบล้านใครจะยอมจ่ายวะเพื่อน”

“เดี๋ยวก็รู้ว่าเจ้เทืองจะยอมหรือไม่ยอม”ดนัยกระซิบ

“แล้วอีกระเทยแก่มันจะยอมรึ ดูหน้ามันสิยังกับจะกินเลือดกินเนื้อแกแบบนั้น”

“ถ้าไม่ยอมคุณโจรก็กลอกกระสุนเข้าปากเจ้แกสักสองสามนัด อีแค่เงิน 10 ล้านแลกกับชีวิตและเพชรปลอม ๆ ที่แหกตาผู้คนจนน่าจะมุดแผ่นดิน เจ้จะเลือกอะไรครับ”ดนัยหันไปแสยะยิ้มกับเจ้ก่อนจะกะพริบตาส่งสัญญาณไปที่เพื่อนรัก

“ถ้าอย่างนั้นขอทายเลยก็แล้วกัน แต่ถ้าฉันทายถูกแล้วเบี้ยว พวกแกทุกคนในที่นี้เป็นผีเฝ้าที่นี่แน่”จอมโจรกระชับปืนส่ายไปทั่วบริเวณ

“แต่ก่อนทาย ฉันขออะไรแกอย่างได้ไหม”

“จะเล่นแง่อะไรอีก”

“ก็แค่ขอผ้าขาวม้าที่หล่นอยู่ตรงนั้นมาปิดความอุจาดตาเวลาฉันถอดกางเกงในออกมาเฉลย”

“อยากได้ก็เอาไป แค่ผ้าผืนเดียว”ผ้าขาวม้าส่งตรงถึงผู้รับทันทีตามคำขอ

“ทายมาเลย ทายถูก 10 ล้าน เจ้แกเตรียมเซ็นเช็คไว้แล้ว ไม่เด้งแน่นอน”

“ฉันทายว่าเบอร์ M”

“เอาล่ะนะฉันจะถอดออกมาเฉลยเดี๋ยวนี้”ดนัยหันไปสบตากับสุชาติที่ส่งสายตาไปยังสายลับคนอื่น ๆ ที่ปะปนอยู่กับแขกในงาน

ดนัยจับผ้าขาวม้าไว้แน่นก้มลงมองระหว่างขาจนมั่นใจแล้วว่าสายลับคนอื่น ๆ จะสกัดโจรที่เหลืออีก 2 คนไว้ได้ ในจังหวะกระชั้นชิดสายลับหนุ่มเงยหน้ามองอาวุธของฝ่ายตรงข้าม ผ้าขาวม้าในมือตวัดใส่ข้อมือจนเป็นเกลียวกระชากเข้าหาตัวจนปลายกระบอกสั้นล่วงหล่นกระดอนไปกับพื้น สายหลับหนุ่มกวาดปลายเท้าจนอีกฝ่ายเสียหลักล้มลงและตามด้วยหลังศอกลงที่ก้านคอจนมหาโจรกางเกงในฝังเพชรสิ้นฤทธิ์หมดสติ แต่ยังไม่จบเท่านี้สายลับคนอื่น ๆ กลับพลาดท่าสมุนโจรที่เหลือจนสุชาติและดนัยต้องโชว์คิวบู๊จนแขกในงานยืนตาค้างกับกำลังภายในสายดำกางเกงในตัวเดียวฟาดฟันจนพวกมันแตกกระเจิงวิ่งหางจุกตูดชนไม้กระบองของหน่วยรักษาความปลอดภัยและจนตรอกในที่สุด เสียงปรบมือดังขึ้นจนหัวใจพองโต แต่ร่างกายที่มีเพียงกางเกงน้องลิงตัวเดียวมันอายยิ่งกว่า และแล้วฝันกลางคืนก็จบลงด้วยฝ่ามือของเพื่อนสนิท ผั๊วะ!

“ฝ่ามือแกนี่แรงได้อีกวะ ซัดแบบฝันกระจาย”ดนัยหมุนเอียงคอไปมาเหมือนดาวจะระยิบระยับหมุนไปรอบ ๆ

“สงสัยคงต้องกระโดดลงไป ถ้าพวกมันจับได้ เราสองคนไม่แก่ตายแน่”นายตำรวจใหญ่ร้องขึ้น

“กระโดดลงไปก็ตายเหมือนกัน นึกหรือว่าจะโชคดีมีเบาะมารองรับแกกับฉัน ฝันไปเถอะเพื่อน”

“มันมานั่นแล้ว ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม เราจะกระโดดลงไปพร้อมกัน”

“หนึ่ง สอง สาม” เสียงนั้นจบลง

ร่างชายวัยกลางคนทั้งสองเหินเวหาทิ้งตัวลงมาจากดาดฟ้าจนทุกคนด้านล่างต่างชี้มือชี้ไม้ด้วยความหวาดเสียวแต่เหมือนทีมงานจะเข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นส่งสัญญาณให้สิบล้อที่กางเบาะไว้รองรับผู้เป็นนายให้ทิ้งตัวลงมาอย่างนุ่มสบาย และเคลื่อนรถออกไปทันที

“หวาดเสียวแทบแย่ นึกว่าจะตับแตกซะแล้ว โชคดีที่ลูกน้องฉันมันฉลาดพอที่จะเฝ้าดูเหตุการณ์”

“มันยังไม่จบเท่านี้ แกดูนั่น”ดนัยพูดพลางหยิบปืนที่ซ่อนไว้ในเสื้อออกมา

“มันจะเอากันถึงตายเลยหรือวะ เอาล่ะแกกับฉันต้องบู๊กันอีกแล้วเตรียมกระโดดนะเพื่อน”

ดนัยและสุชาติตัดสินใจกระโดดออกจากตัวรถเพื่อให้พวกมันเบี่ยงเบนไม่ใช้ปืนยิงที่ล้อรถเพราะนั่นอาจทำให้รถเสียหลักและพุ่งชนผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องบนท้องถนนได้ ทั้งสองกระโจนตีลังกาม้วนตัวจนลืมวัยย่างเข้าเลขสี่เข้าซ่อนตัวข้างทางปล่อยให้รถสิบล้อมุ่งตรงต่อไป

“เราต้องหาที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยมากกว่านี้ พวกมันไม่หยุดแค่นี้แน่”

“นั่นมันเล็งปลายลำกล้องมาทางนี้แล้ว แกกับฉันต้องแยกกันไป”

“เอาอย่างนี้ ฉันจะล่อพวกมันไปอีกทาง ส่วนแกรีบหนีไปให้สุดชีวิต แล้วหาทางเรียกกำลังเสริมมา”

“จะให้ฉันทิ้งแกหรือวะ ดนัย หนีไปด้วยกันสิวะ”

“อยากตายพร้อมกันหรือไง ไม่มีเวลาแล้วทำตามที่บอก”ดนัยวิ่งออกไปปล่อยให้สุชาติส่ายหน้าอย่างไม่เต็มใจ

ชายในชุดดำอำพรางเก็บปืนในมือและหยิบมีดด้ามยาวที่สะพายไว้ด้านหลังออกมาอวดความมันวาวคมกริบแล้วกระชับลงฝักเดินย่อง ๆ คล้ายกับพวกนินจาและตามนักสืบไปอย่างกระชั้นชิด ส่วนสุชาติหมอบลงและค่อย ๆ หลบไปอีกทาง

ดนัยหายใจปนเสียงหอบพยายามหลบตามมุมตึก หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาอำพรางใบหน้าของตนเองและมัดไว้จนแน่นให้เห็นเพียงดวงตาทั้งสองข้างและหายใจได้อย่างสะดวก

“หยุด”

นักสืบวัยกลางคนหยุดปลายเท้าแต่เมื่อจะก้าวไปต่ออาวุธมันวาวคล้ายดาวห้าแฉกถูกซัดออกมาและปักที่กำแพงด้านหน้าจนดนัยถึงกับผงะ

“แกเป็นใคร ต้องการอะไร”ดนัยพยายามเหลือบตาหันกลับไปหาเจ้าของอาวุธลับนั่น

“ก็หันกลับมามองเองสิวะ”เสียงนั้นท้าทายให้นักสืบคลายความสงสัย

ดนัยค่อย ๆ หันกลับมาจนมองเห็นชายในชุดดำที่ยืนกอดอกแสยะยิ้มท้าทายนักสืบจอมเจ้าเล่ห์อย่างเขา แต่มันกลับทักทายด้วยการซัดอาวุธลับมันวาวปักลงพื้นตรงปลายเท้านักสืบได้อย่างพอดี

“จะฆ่าก็ฆ่าเลย ฉันพร้อมแล้ว”ดนัยหลับตาลงรับชะตากรรม

“นายส่งฉันมาเก็บแกแต่อยากรู้นักว่าแกเป็นใคร”ชายในชุดดำเดินเข้ามาหาดนัย

“ถึงแกจะเห็นหน้าฉันมันจะมีประโยชน์อะไรกัน”

“เห็นนายบอกว่าพวกแกเก่งนักเก่งหนา ขอดูหน่อย”ผ้าบนใบหน้าของดนัยถูกดึงออกทันที

ทันทีที่ผ้าตกลงพื้นดนัยใช้หมัดซัดไปที่เบ้าตาทั้งสองข้างของฝ่ายตรงข้ามจนร้องโอดครวญ ต่อด้วยหักงวงไอยรา หนุมานถวายแหวน จนมันฟุบหมอบลงกับพื้นตามด้วยเจาะยางที่ต้นขาทั้งสองข้างจนมันดิ้นจับต้นขาอย่างเจ็บปวดและแย่งดาบมาจ่อที่คอของมัน

“ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตาย ถ้าแกขืนขยับฉันเชือดแกแน่ ไอ้นินจาหน้าโง่ รู้หรือยังว่าเหนือฟ้ายังมีกำปั้นสองข้างของฉันวะ เป็นหมีแพนด้าเลยแก”ดนัยส่ายหน้า

ดนัยส่ายหน้ากลืนน้ำลายไม่ทั่วท้องถึงจะเป็นฝ่ายชนะแต่สักวันโชคอาจไม่เข้าข้างแบบนี้ หากพลาดนั่นคือความตาย และนึกขำในใจนินจากระจอกแบบนี้ก็ส่งมาสู้ส่งคนบ้ามาไล่กัดเขายังดีกว่า ยังพอจะได้เหนื่อยวิ่งหนี

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Puma1008
ขอบคุณค่ะรอๆๆๆๆๆๆ
เมื่อ 5 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว