~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-ตอนที่ 17 หน่วยรบเกราะเหล็ก

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

ตอนที่ 17 หน่วยรบเกราะเหล็ก

การประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ทุกคนยกมือเป็นเสียงเดียวกันว่า ดนัยคือตัวแทนขององค์กรที่จะเข้ารับการทดสอบและฝึกอย่างเต็มขั้นกับหน่วยรบพิเศษของญี่ปุ่นที่สวมชุดหุ่นเกราะเหล็กเสมือนหุ่นยนต์ที่บังคบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

“แต่ร่างกายของผมยังไม่เต็มร้อย อายุก็ปาเข้าไปสี่สิบห้า น่าจะให้เด็กๆรุ่นใหม่ไปเรียนรู้จะได้ประโยชน์มากกว่าครับ”ชายวัยกลางคนถ่อมตัว

“ในเมื่อมติในที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ และอายุก็เป็นแค่ตัวเลข ความว่องไวและเด็ดเดียวของแกทำให้ฉันรอดมาได้ ขนาดพวกโจรรับจ้างยังต้องหมอบให้กับแก พวกเราในองค์กรเชื่อมั่นว่านักสืบดนัยจะกลายเป็นนักสืบเกราะเหล็กที่แข็งแกร่งที่สุด และเป็นยอดมนุษย์ที่เด็กๆกล่าวถึงมากที่สุดในเมืองนี้ ไอ้พวกโจรสวะ องค์กรนรกต้องก้มหัวให้กับแกและองค์กรคนดีอย่างพวกเรา”สุชาติยกมือขึ้นกางออกราวกับโอบอุ้มโลกทั้งใบไว้ในมือ

“ผมว่าไหนๆ นักสืบดนัยก็กลายเป็นเจ้าชายนิทราไปแล้ว จะทำอะไรก็จะง่ายขึ้นแบบไม่ต้องปลอมตัวสวมชุดเกราะซะอย่างเดียว ลุยกับพวกองค์กรนรกแบบไม่ต้องกังวลหน้ากังวลหลังสบายใจดีนะครับคุณนักสืบดนัย”มิสเตอร์วันพูดขึ้น

“ทุกคนก็ทราบกันดีว่าหน่วยรบพิเศษของญี่ปุ่นไม่ธรรมดา ขนาดแค่ทดสอบยังปางตายเนื้อตัวไหม้เกรียมด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูง ทุกชาติที่ส่งตัวแทนเข้าไปไม่บ้าก็ตายสนิททุกราย”ดนัยกวาดสายตามองหน้าทุกคน

“ดนัย แกเป็นคนมีฝีมือ ต้องผ่านการทดสอบครั้งนี้ได้แน่ อย่าไปเปรียบเทียบกับคนในองค์กรอื่นที่ส่งคนไปตายแบบนั้น ฉันเชื่อว่าเพื่อนที่ดีอย่างแกต้องทำสำเร็จ องค์กรนรกต้องสิ้นซาก หากเราได้นักสู้และครูฝึกฝีมือดีแข็งแกร่งบวกกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย”ทุกคนยืนปรบมือให้ดนัยแต่ตัวเขาจะยิ้มหรือร้องไห้ดีล่ะหว่า

“เอาล่ะครับ ผมซาบซึ้งใจจริง ๆ ในเมื่อจะส่งผมไปตาย! ไม่สิ! ส่งไปพัฒนาฝีมือเพื่อพัฒนาองค์กร ผมจะไปเพื่อทุกคนครับ”ตามด้วยเสียงลมหายใจยาวฟืด!!!!ใหญ่

“เอาล่ะจบการประชุม”นายตำรวจใหญ่และคนอื่น ๆ หายลับไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้ดนัยนั่งถอนหายใจอยู่คนเดียว

ณ ท่าอากาศยาน เวลา 08.30 น.

กระเป๋าใบใหญ่สีน้ำตาลถูกวางลงและเลื่อนไปอย่างช้าๆ เครื่องแสกนกะพริบไฟสีเขียว ชายวัยกลางคนกระชับมือแล้วลากมันไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนในองค์กรต่างปลอมตัวและอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของสนามบิน บ้างก็ปลอมตัวเป็นพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำ พนักงานขนสินค้า หรือจะเป็นชาวต่างชาติส่งภาษากันอย่างสนุกปากแต่ยังส่งสายตาและโบกไม้โบกมือเป็นสัญลักษณ์ส่งกำลังใจให้ผู้เป็นเสมือนเสาหลักขององค์กร

ประเทศญี่ปุ่นภายหลังถูกภัยธรรมชาติคุกคามครั้งแล้วครั้งเล่าจนเศรษฐกิจและการคมนาคมต้องหยุดชะงักไปแต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้ประเทศญี่ปุ่นกลายเป็นมหาอำนาจทางความคิด ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือทางการเกษตร การประมง เครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดย่อม หรือจะเป็นควายเหล็กที่ถูกออกแบบมาให้มีชีวิตเสมือนมีควายมาไถดินอยู่ในนาจริงๆ เพราะควายได้สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้เมื่อหลายสิบปีก่อนเสมือนไนโดเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปกว่าล้านปียังไงอย่างนั้นซึ่งควายเหล็กมีเขาถูกนำเข้ากว่าพันล้านตัวจากหลายประเทศที่ต้องการนำควายเหล่านี้ไปแสดงโชว์เฉกเช่นการแสดงละครสัตว์ แต่ประเทศไทยกลับนำเข้าเพื่อใช้ในการเกษตรและนำเข้าเป็นอันดับหนึ่งของโลกแต่ญี่ปุ่นไม่จบเพียงเท่านี้ ได้พัฒนาหุ่นยนต์เกราะเหล็กที่ภายในบังคับด้วยมนุษย์ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และอำนาจจิตใจของมนุษย์ใช้ภายในประเทศของตนเท่านั้นซึ่งยังไม่มีประเทศใดในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ครอบครองแม้แต่ตัวเดียวต่างส่งคนของตัวเองมาสังเวยความโลภกับบททดสอบที่สุดทมิฬ บ้างปางตาย นิทรา เสียสติ ความจำเสื่อม แต่หากผ่านการทดสอบจะได้ครอบครองหุ่นยนต์เกราะเหล็กแบบไม่ต้องจ่ายแม้แต่สลึงเดียวแถมฝึกให้แบบฟรีๆ หนังสือพิมพ์หลายฉบับเคยประณามการกระทำเช่นนี้ของญี่ปุ่นว่า เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน เห็นชีวิตมนุษย์เป็นเพียงผักปลา ฆ่าคนด้วยเทคโนโลยีแต่สื่อมวลชนเหล่านี้หลงลืมไปว่า ญี่ปุ่นผลิตหุ่นยนต์เหล่านี้เพื่อใช้รักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญๆต่าง ๆในประเทศของตนเท่านั้น แต่มีบางประเทศขอซื้อ ในเมื่อเจ้าของไม่อยากขายก็เลยต้องใช้วิธีนี้เป็นการปฏิเสธทางอ้อม แน่จริงก็เอาไปเลยฟรี ๆ

ดนัยปิดเครื่องมือสื่อสารทุกอย่างนั่งพักสายตาก่อนเครื่องจะทะยานสู่ฟากฟ้า หลังจากที่ได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบที่ต้องแลกด้วยชีวิต เช็ครายชื่อคนที่รอดตายแล้วได้หุ่นยนต์กลับประเทศไปมีไม่ถึง 10 คน และภายใน 10 คนก็ไม่มีประเทศใดเลยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ครอบครองมันแล้วคนแก่ๆ วัยกว่าสี่สิบห้าจะได้สวมใส่มันอย่างนั้นหรือ ยิ่งคิด ยิ่งจิตตก หดหู่ ปวดตับ ขยับแล้วตื่น แล้วก็มีเรื่องมากวนใจอีกจนได้

“ฮัด! ฮัด! เช้ย อั๊ว อั๊ว ขอโทษที่ทำให้ลื้อตื่น ร่างกายมันทรุดโทรมลงทุกวันคงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่อั๊วจะไปที่นั่น”ดนัยถอนหายใจหันหน้ากลับ ยังไม่ได้ถามสักคำมโนเองพิลึกจริง ๆ คนสมัยนี้ เสียงบ่นพึมพำออกจากปากนักสืบ แต่ฝ่ายตรงข้ามก็ยังไม่จบ

“น้ำ น้ำ ขอน้ำให้อั๊วหน่อย แสบ แสบคอ อั๊ยหยา! ซี้ม่องเท้ง ซี้แหงๆ”ชายหนวดยาวพุงพุ้ยเหลือบตามองและพยายามยั่วโทสะผู้ที่นั่งหลับตาอยู่ใกล้ๆ เพื่อเจตนาบางอย่างจนผู้โดยสารรอบข้างเริ่มซุบซิบนินทาจนหนาหู

ชายวัยเลขตัวหน้าเป็นเลขสี่ลุกขึ้นยืนราวกับคนละเมอก้าวเท้าไปข้างหน้าแบบไม่เหลียวหลังมามองปีศาจที่มันอาละวาดจนอยากจะจับใส่หม้อฝังดิน พอดนัยเดินละจากที่นั่งไปสายตาของชายร่างเตี้ยพุงยื่นหนวดยาวจับจ้องเขาอย่างไม่คลาดสายตาเหมือนต้องการอะไรบางอย่างจากตัวนักสืบหรี่ตามองจนสบโอกาสและเดินไปข้างหลังอย่างไม่สนใจสายตาของผู้โดยสารที่จิกตาใส่ซุบซิบด่าทอต่างๆ นานา

มืออุ่น ๆ สัมผัสที่ไหล่ขวาของดนัยอย่างแผ่วเบาแต่ที่เอวซ้ายเหมือนมีโลหะปลายแหลมจี้อยู่ไม่ห่าง พร้อมตามมาด้วยเสียงขู่อยู่ข้าง ๆ หู

“เงียบไว้! ถ้าไม่อยากให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจก่อนเวลาที่แกจะสารภาพต่อจากนี้”เสียงที่ดังจากข้างหลังชัดเจนจนดนัยหวนคิดเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

“ตีงูมันต้องตีให้ตาย พวกแกประมาทงูเห่าตัวนี้จนเกินไป แค่แกล้งตายยังไม่คิดจะตามไปดูหลุมฝัง ปล่อยให้นินจาอย่างข้าตามมาปิดบัญชีแค้นได้แบบนี้”เสียงหัวเราะในลำคอของมันเจ็บแสบจนดนัยพูดอะไรไม่ออกมีเพียงเสียงลมหายกระชั้นถี่แรงที่พุ่งออกมาจากปลายจมูก

“อย่ากังวลไปไหน ๆ ก็อยู่บนเครื่องบินลำเดียวกันแล้วก็น่าจะมีอะไรสนุก ๆทำกัน ก่อนที่ศพของแกจะถูกโยนลงไปในมหาสมุทร

“พูดจบหรือยัง ขอฉันเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม ฉี่จะแตกอยู่แล้ว”ดนัยลากเสียง

“คิดหรือว่าลูกไม้ตื้นๆแบบนี้จะตบตานินจาอย่างข้าได้ เดินกลับไปนั่งได้แล้ว”กระแทกเสียงขู่

“จะให้ราดตรงนี้หรือไง ได้เลย”มือเลื่อนต่ำไปจับตรงเป้าสงวน

“รีบเข้าไปเลย ถ้าแกตุกติกเล่นแง่ ตายแน่”มือบีบกดลงที่ไหล่ของดนัยจนเขาเองเกือบจะใช้ศอกฟันหน้ามันกลับแต่ต้องใจเย็นไว้ก่อนเพื่อรอเวลา

ภายในห้องน้ำมันดูกว้างขึ้นมาทันทีจนดนัยเองอยากจะปูเสื่อนอนดีกว่าออกไปเจอกับไอ้นินจาบัดซบนั่น ไม่ต่างอะไรจากโจรโรคจิตที่ตามกัดไม่ปล่อยด้วยความสะเพร่าของฝ่ายชันสูตรที่ให้มันไปเกิดใหม่และกลับมาตามฆ่าเขาถึงบนนี้

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเสมือนมัจจุราชมาทวงสัญญาสู่ขุมนรก เม็ดเหงื่อไหลลงอาบแก้ม เวลาแห่งความตายมันใกล้เข้ามาเพียงแค่ขวางไว้ด้วยประตูห้องน้ำเท่านั้น เสียงเคาะดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ลมหายใจกระชั้นนาทีชีวิตที่ออกไปต้องถูกมันทรมานแบบอับอายตายทั้งเป็น นักสืบหลับตาคิดอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะได้ข้อสรุปที่ว่า ดับเครื่องชน

ทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออกใบหน้าอ้วนๆ และหนวดเคราของมันที่ปลอมได้อย่างแนบเนียนกระแทกกับปลายหมัด เรียกว่าหมดท่าแบบไม่ทันตั้งตัว หงายหลังลงไปกองที่พื้น ความชุลมุนเกิดขึ้นดนัยตะโกนบอกให้ทุกคนระวังและช่วยตนเองจับโจรโรคจิต พลเมืองดีหลายคนช่วยกันล้อมหน้าล้อมหลังกางมือพร้อมตะครุบ แต่เสือร้ายมันกลับผงกหัวส่งสายตาอาฆาตพร้อมจู่โจม

“จะมอบตัวหรือจะขัดขืนบอกไว้ก่อนว่ารอดยาก มีให้เลือกระหว่างถูกจับโยนลงไปเป็นอาหารปลากับถูกจับมัดมือแล้วมอบตัวกับเจ้าหน้าที่”ดนัยตั้งท่ารอรับมือ

“พวกลื้อทำอะไรกัน มาล้อมอั๊วไว้ทำไม ไอ้โจรโรคจิตอยู่นั่น คนแก่ ๆ อย่างอั๊วจะทำอะไรใครได้ดูมันสิ ยืนถือไม้จุกดูดส้วม คนดี ๆ ที่ไหนกล้าทำกัน”นินจาพันหน้าเบี่ยงเบนความสนใจจนหลาย ๆ คนเริ่มคล้อยตาม

“อย่าไปฟังมัน ผมคนดีครับ ช่วยกันจับมันมัดไว้ก่อนครับ”

ทุกคนเหลือบตาหันมาทางนักสืบปล่อยให้ชายร่างอ้วนพุงพุ้ยค่อย ๆ ปัดฝุ่นลุกขึ้นยืนยักคิ้วสมน้ำหน้าว่าตนเองมีไพ่เหนือกว่า ทิ้งจนหมดตักยังไงก็ชนะ

“อย่ามองหน้าผมแบบนั้น ผมคนดี มันเป็นนินจาพันหน้าที่ตามมาฆ่าผม เป็นการปลอมตัวจริง ๆ แล้วหน้ามันมีแผลเป็น แถมโหดร้ายชอบขืนใจเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะคนสูงอายุบนสายการบินนี้ มันจะจับไปทรมานเยี่ยงทาส โปรดช่วยกันจับมันเดี๋ยวนี้ครับ”ดนัยผายมือ

เหล่าพลเมืองดีเริ่มลังเลใจหันกลับไปกลับมาไม่รู้จะเชื่อใครดีระหว่างนักสืบไส้แห้งกับชายขี้โรคพุงยื่นแต่ความน่าจะเป็นอยู่ที่ตัวนักสืบที่กำลังกล่าวหาคนชราขี้โรคอย่างไร้มนุษยธรรมว่าเป็นโจรได้ยังไงในเมื่อทุกอย่างก็เห็นชัด ๆ ว่าคนแก่นั่นยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาอยู่ ๆ จะกลายเป็นโจร ไอ้คนพูดมันสิบแปดมงกุฎชัด ๆ จบด้วยการประชาทัณฑ์สหบาทาหลายสิบคู่แนบเนื้อแบบเน้น ๆ จนผู้หญิงและคนชราต้องบอกให้ญาติของตนหยุดนักสืบค่อย ๆ คลานพาร่างออกมาอย่างสะบักสะบอม ก่อนที่เจ้าหน้าที่บนสายการบินจะมาห้ามปรามแล้วจับชายร่างอ้วนผลักติดไว้กับเสาเหล็ก และแปลกที่พึ่งจะมาห้ามทัพปล่อยให้ผู้โดยสารใช้กฎหมู่ตัดสินกับสิ่งที่เห็นเพียงเปลือกนอก

“เราได้รับรายงานมาว่ามีชายต้องสงสัยจะเดินทางไปญี่ปุ่น”ดนัยกำหมัดไว้แน่นอยากจะ...

“ไม่รอให้ผมตายคาเท้าก่อนไหมครับ คุณเจ้าหน้าที่กินภาษีประชาชน สะกดรอยตามทำเนียนมากับผู้โดยสารแต่ไปแอบหลับอยู่ไหนมาครับ กลิ่นละมุดหึ่งเชียวนะคุณ ถ้าผมตายไปใครจะรับผิดชอบ รีบจับมันไปไกล ๆ เลยครับ”ชายวัยกลางคนส่ายหน้าปัดฝุ่นตามตัวกลับไปนั่งที่เดิมของตนปล่อยให้คู่อริหันมาอมยิ้มแสดงความยินดีกับรอยเท้าบนเรือนร่างที่มันคงสะใจ

ทุกคนที่ฝากรอยเท้าไว้ต่างมาขอโทษขอโพยกันเป็นการใหญ่ บ้างก็จะออกค่ารักษาพยาบาลให้ บ้างจะซื้อฟันปลอมมาให้แทนของเก่าที่อาจจะล่วงหายไปหลายซี่ แต่ดนัยพยายามฝืนทำหน้าเก๊กหล่อราวกับนางงามรักเด็ก ภารกิจข้างหน้ายังหนักหนาสาหัสยิ่งกว่านี้เป็นร้อยเป็นพันเท่าพันทวี หากรอดไปได้ งานนี้องค์กรนรกหนาวสั่นแน่ นักสืบข่มตาพักผ่อนก่อนที่เครื่องจะลงจอดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

ณ ห้องประชุม องค์กรเคเอสวัน

การประชุมมวลชนครั้งใหญ่มีนักวิทยาศาสตร์เข้ารวมการสนทนามากหน้าหลายตาล้วนแต่เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องอาวุธเชื้อโรค สารเคมีเคเอสวันถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการแพทย์แอบอ้างสรรพคุณทางการวางยาสลบคนไข้ที่ปลอดภัยที่สุดไร้ผลข้างเคียง แถมตื่นขึ้นมาแล้วยังสดใสเหมือนได้เกิดใหม่สร้างข่าวลือจนหนาหูและในที่สุดก็ได้ขึ้นทะเบียนด้วยเงินหลายสิบล้านเพียงแค่ปลายปากกา

เม็ดเงินไหลมาจนอยู่ลมบนในตลาดหุ้น เคเอสวันกรุ๊ปลงหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์นานกว่าหนึ่งเดือน ติดป้ายเชิดชูหัวหน้าใหญ่สวมแว่นดำบนจอภาพสีดิจิตอลตามสี่แยกทั่วทุกมุมเมืองซึ่งนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้เป็นเสมือนมดงานที่ช่วยกอบโกยเม็ดเงินจนองค์กรเติบโตและยิ่งใหญ่ในตลาดหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งใครจะรู้บ้างว่า สารเคเอสวันจะทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดฟินออกมามากจนเกินไป หรือปล่อยไว้จนเรื้อรังหรือใช้จนเกินขนาดสารเหล่านี้จะมีผลทำให้สมองหยุดสั่งการอยู่ในโลกของความฝัน

นี่คือสิ่งที่หัวหน้าองค์กรต้องการ

เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อเจ้าขององค์กรขึ้นไปยืนโดดเด่นบนกลางเวทีโบกไม้โบกมือราวกับนักการเมืองในสมัยก่อนโน้นที่ต้องหาเสียงแทนการแต่งตั้งเหมือนในยุคนี้ ไฟค่อย ๆ ดับลงทีละดวงและดับสนิทในที่สุด

สัญญาณภาพวูบแสงขึ้น เสียงค่อย ๆ ดังขึ้นราวกับอยู่สมรภูมิรบ ดวงไฟสีแดงปรากฏขึ้นทีละดวง ทีละดวงจนเต็มทั่วทุกพื้นที่ในระดับสายตา กะพริบแสงราวดวงตามนุษย์ จอภาพปรับแสงจนพื้นหลังเป็นสีขาวสว่างใสและทำให้ภาพที่ซ่อนอยู่เฉลยออกมา

ความมันวาวของโลหะสีดำ แขน ขา และกล้ามเนื้อที่ถูกเคลือบไว้ด้วยเหล็กที่เบาที่สุดในโลก ดวงตาสีแดงก่ำกะพริบเสมือนหนึ่งนักรบที่หิวกระหายสงครามแต่มิเหลือซึ่งความเป็นมนุษย์เพราะมันถูกสั่งการด้วยอิเล็กทรอนิกส์ จนทุกคนต่างเรียกมันว่า นักรบทมิฬ หรือหุ่นยนต์รบเกราะดำ

ภาพการต่อสู้ การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว คล่องตัว อาวุธที่หลากหลายจนอีกฝ่ายต้องพลาดท่าและจบลงด้วยความตายซึ่งยังไม่จบเพียงเท่านี้พวกมันทุกตัวสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวจนกลายเป็นหุ่นอิเล็กทรอนิกส์ที่ทรงพลังจนยากที่ใครจะกล้าเทียบชั้น ด้วยเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่พวกองค์กรยักษ์ใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อรักษาความปลอดภัยและต้องเสียเงินจำนวนไม่น้อย แต่ก็คุ้มค่ากับความปลอดภัยขององค์กรเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าที่จะนำเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาลงทุนกับองค์กรนั้นๆ

เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งเมื่อภาพและเสียงเลือนหายไป แต่ตามมาด้วยหุ่นยนต์ของจริง และของแท้ ออกมายืนเป็นนายแบบกอดอก ให้ผู้คนในหอประชุมเป่าปากทันทีที่หุ่นยนต์ตัวที่สามออกมาตั้งท่ากำหมัดและเปลี่ยนเป็นปืนกลราวกับจะสาดยิงศัตรูที่อยู่ตรงหน้า แขกในงานที่นั่งแถวหน้าต่างพากันก้มหมอบ

“พวกมันก้าวล้ำหน้าเราไปอีกขั้นแล้ว”นายตำรวจใหญ่กระซิบผ่านช่องหายใจที่มีไว้ให้มองในเวลาเดียวกัน

“ผมว่าท่านไม่ต้องปลอมตัวขนาดนี้ก็ได้” ความร้อนและความอึดอัดหายใจแบบไม่ทั่วท้องทำให้ผู้ติดตามหรี่ตาเหมือนคนจะขาดใจ

ตุ๊กตาขนสัตว์ที่ถูกสวมตัวมนุษย์ 2 คน ที่เหลืออีก 5 คน แต่งเป็นตัวตลกปากแดง ที่ถูกจ้างมาให้สร้างสีสันและความสนุกสนานกับเด็ก ๆ ในงานได้ถ่ายรูป ดึงแขน เตะก้น ผลักให้ลงไปนอนกลิ้งกับพื้นซึ่งเป็นงานที่ท้าทายให้กับนายตำรวจทั้งสอง

“พวกมันกล้ามากที่เอานักวิทยาศาสตร์ใจต่ำพวกนี้มาออกงาน มันหยามตำรวจอย่างพวกเราจริง ๆ”สุชาติพูดขึ้น

“มันนำเข้าและเปิดตัวหุ่นยนต์ทมิฬพวกนั้นได้ จะกลัวอะไรกับตำรวจอย่างเราครับท่าน แค่สั่งพวกมันยึดได้ทั้งเมือง”นายตำรวจหนุ่มร้องตอบ

“ถ้าไอ้ดนัยคว้าน้ำเหลวกลับมา แกลองคิดดูมันจะเหลืออะไร ถูกพวกมันเชือดแน่ ๆ”

“ท่านอย่าห่วงไปเลยครับ พวกเราเตรียมหลุมประจำตำแหน่งท่านไว้แล้วครับ”เสียงหยุดไปชั่วครู่

“ก่อนที่ฉันจะตายขอเตะปากแกสักครั้งสิ เตรียมไว้ให้บุพการีแกสิวะ ไอ้...”

“จบก่อนท่าน หุ่นยนต์พวกนั้นกลับเข้าไปแล้ว แล้ว เค แอลโอ จะให้พวกหล่อนลุยเลยหรือจะเรียกมิสเตอร์วันครับ”

“ให้ติดตามอยู่ห่าง ๆ สืบให้ได้ว่าหุ่นยนต์พวกนั้นของแท้หรือของเทียม อย่าเอะอะไป”นายตำรวจหนุ่มสั่งการ ตัวตลกปากแดงส่งสายตามาเหมือนเข้าใจด้วยระบบสั่งการคลื่นสมองด้วยพวกเธอเป็นใบ้แต่ฝีมือระดับเทพ

“แล้วมิสเตอร์วันล่ะครับท่าน”

“ให้จัดการกับวงจรปิดทุกตัว อำนวยความสะดวกให้สาว ๆ”

“ครับท่าน”

“หยุดถามได้แล้ว เด็กพวกนั้นมาอีกแล้ว เตรียมรับมือให้ดี”ทั้งสองยืนนิ่งตั้งท่า

ลูก หลาน เหลน โลน ลื้อ อาโน้น อานี่ มากันอย่างพร้อมเพรียง กระโดดโล้นเต้นล้อมเป็นวงกลมราวกับแมวจะตะครุบหนูตัวใหญ่ 2 ตัว ที่ทำได้เพียงยืนให้นิ่งไร้ซึ่งความเจ็บปวดเหมือนท่อนไม้และต้องห้ามล้มเด็ดขาดเพราะนั่นหมายถึงชีวิตที่อาจบอบช้ำด้วยสหบาทา พร้อม ปล่อยให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายถูกชุด กระชาก ลาก ดึง เตะ ถีบ โพสท่าถ่ายรูปกันอย่างสบายใจแต่ข้างในหน้าบูดเบี้ยวตามจังหวะความเจ็บปวด

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Puma1008
ขอบคุณค่ะรอๆๆๆๆๆ
เมื่อ 4 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว