~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-FFF ตอนที่ 19 กลายพันธุ์สันดานดิบหนีบขี้เกี้ยม LLL

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

FFF ตอนที่ 19 กลายพันธุ์สันดานดิบหนีบขี้เกี้ยม LLL

แผงวงจรขนาดเล็กถูกติดตามจุดต่าง ๆ ของภายในตัวอาคารอย่างราบรื่นเสมือนเดินจ่ายตลาด พวกมันหายไปไหน!!!

“เดี๋ยวก่อน อีกกลุ่มน่าจะไปไกลจากเรามากแล้ว มันก็น่าจะได้ยินเสียงปะทะสาดกระสุนใส่กันบ้าง แต่พวกเราติดแผงวงจรกันจนมันมือไม่เห็นได้ยินเสียงอะไร”

“ดูชอบกล พวกเรารีบตามไปสบทบดีกว่า มิสแอลมีอะไรหรือครับ”ชายหนุ่มกระชับกระเป๋าสะพายหันมาร้องถามประสมภาษาท่า

หญิงสาวในชุดดำกระชับมีดสั้นคู่ในมือมาไว้ในระดับอก แววตาจ้องมองไปตามทางข้างหน้าเหมือนจะมีอะไรบางอย่างคืบคลานเข้ามา

“ทุกคนเตรียมรับมือ ในที่สุดพวกมันก็มาจนได้”

มิสแอลใช้ภาษามือให้ทุกคนหลบไปด้านหลัง แล้วชี้ไปที่ช่องลมตรงเพดานฝ่าให้รีบขึ้นไปที่สูงโดยเร็วที่สุด

“เราจะช่วยอีกแรง มิสแอล จะให้หนีไปไหนล่ะ”นักฆ่าสาวยังใช้ภาษาแล้วหันมามองค้อนจนอีกฝ่ายต้องยอม

“ก็ได้ยังไงระวังตัวด้วยนะครับ มีอะไรส่งสัญญาณมาได้เลย พวกเราพร้อมเสมอ”

หญิงกระชับอาวุธในมือ ยืนจ้องมองสิ่งที่กำลังคืบคลานมาอย่างช้าๆ ตามด้วยเสียงคำรามราวสัตว์ป่าหิวกระหายเหยื่อ เงาตกกระทบจนเห็นกงเล็บที่ยื่นออกมาทั้งสิบนิ้ว น้ำลายเยิ้มหยาดนองบนคมเขี้ยว อ้าปากคำราม

“นั่นมันตัวอะไร คนก็ไม่ใช่ สัตว์ก็ไม่เชิง อมนุษย์แท้ ๆ มิสแอลจะรับมือไว้ไหมล่ะคราวนี้”

“จะปล่อยให้หญิงใบ้ต่อสู้เพียงลำพังโดยที่พวกเราเป็นผู้ชายหนีเอาตัวรอดกันแบบนี้ ผมคนนึงที่จะกลับไปช่วยเธออีกแรง ใครจะไปกับผมตามมา”

“ผมไป ผมด้วย เราจะสู้ด้วยกัน ตายเพื่อองค์กร ขจัดเสี้ยนหนามให้หมดไป”ทุกคนชูมือสู้ตายรีบวิ่งกลับไปช่วยมิสแอลอีกแรง

มิสแอลกระโดดขึ้นจนสุดแรงขา กระชับอาวุธในมือกางออกหันปลายแหลมพุ่งลงหมายสังหารจุดตายกลางศีรษะมนุษย์ในร่างสิงโต แต่พลาดท่าถูกตวัดกลับด้วยกงเล็บจนแขนซ้ายเป็นแผลยาวเลือกสาดกระเซ็นกระเด็นชนกับผนังทั้งลุกทั้งยืนกุมที่แขนซ้ายตัวเอง

“มิสแอลห้ามเลือดก่อนเอานี้ผ้า พวกเรามาช่วยอีกแรง มนุษย์กลายพันธุ์พวกนี้ มันร้ายกาจมากพละกำลังของมันล้นเหลือ ถ้าคิดจะล้มมันต้องใช้ไอ้นี้”ชายหนุ่มหยิบเชือกขึ้นมา 4 เส้นแล้วโยนให้เพื่อนอีก 3 คนทำเป็นบวงบาศ แล้วยื่นยาขวดจิ๋วให้หญิงสาว

“ยาสลบชนิดรุนแรงเทราดที่ปลายมีดแทงลงที่เนื้อของมันจะช่วยให้มันหลับเป็นตาย แค่มีดอย่างเดียวมันไม่ระคายผิวหรอกเชื่อผมเถอะครับมิสแอล ผมเคยปะทะกับมันมาแล้วครั้งหนึ่งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดหนังมันเหนียวจริง ๆ ครับ”หญิงสาวพยักหน้ารับคำ

“พวกเรายืนล้อมมันไว้ ถ้าจบเสียงนับให้ฟาดบ่วงไปคล้องที่ตัวของมัน แล้วดึงให้แน่น เล็งให้ดีอย่าพลาดเด็ดขาด”ทุกคนรับคำ

สารเคมีสีฟ้าล้นออกจากปากของอมนุษย์มีขนไหลนองไปตามเนื้อตัว เสียงคำราม ตามด้วยอุ้งมือฟาดลงที่หน้าอกเลือดไหลนองเข้าประสมกับสารเคมีสีฟ้าจนกลายเหยื่อแก้วบาง ๆ สีฟ้าจากอ่อน ๆ กลายสภาพเป็นของแข็งสีฟ้ามันวาวหุ้มที่ร่างของอมนุษย์เสมือนชุดเกราะเหล็กมันวาวเป็นประกาย

“อย่าบอกนะว่า พวกมันสร้างอมนุษย์เกราะเหล็กด้วยวิธีนี้ ถ้าคุณดนัยไม่ได้หุ่นยนตร์เกราะเหล็กกลับมามีหวังพวกมันครองโลกแน่ ๆ ไม่อยากจะเชื่อ เสียดายมันสมองพวกนักวิทยาศาสตร์ที่หลงในอำนาจของเงินจนลืมความเป็นมนุษย์ เอาเถอะครั้งนี้สู้ตาย ทุกคนลุยมัน!!!!!!!!!!”ชายหนุ่มสั่งการ

ทุกคนฟาดเชือกไปข้างหน้าจนบ่วงคล้องเข้าที่ลำตัวของมันได้อย่างแม่นยำ ดึงรั้งเชือกไว้จนแน่นทั้งสี่ทิศกดปลายเท้าไว้แน่นที่พื้นเตรียมรับมือกับแรงเหวี่ยงของมัน’

อมนุษย์ตัวสีฟ้าหันมาแสยะยิ้มกำหมัดไว้แน่น ปลายกระบอกปืนยื่นออกมาจากดวงตาทั้ง 2 ข้าง คอหมุนเป็นวงล้อกลาดยิงจนทุกคนกระโดดหลบแทบไม่ทัน

“เกือบไปแล้ว มันจะเล่นตลกอะไรกับพวกเรา”

“มันต้องมีจุดอ่อนสิครับลูกพี่”

“มิสแอล นั่นคุณจะทำอะไร”

หญิงสาวกระชับปลายมีด เทน้ำยาราดลงที่ปลายมีดทั้งสองฟาดไปที่เป้าหมายจนปลายปักที่จุดสำคัญจนอีกฝ่ายเซถอยหลังกึ่งล้ม ใช้มือดึงมีดออกจากหน้าผากทิ้งลงพื้นเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“จบกันมันร้ายกว่าที่คิด ขนาดร่างยังไม่สมบูรณ์ ดันเปิดหน้าผากไว้รอคมมีด เสียดายมันอึด ดวนปืนกันสักตั้งจะเป็นอะไรไป”

“อย่าดีกว่าลูกพี่ ถ้าเราสาดกระสุนใส่มัน มันอาจสาดกระสุนกลับมาแบบรอบทิศทาง ลองใช้กำปั้นหยัดปากมันดูสักตั้งจะเป็นอะไรไป ไม่แน่ไอ้สีฟ้านั่นอาจจะเป็นแค่ยางธรรมดาไว้หลอกเด็กก็ได้”

“ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอยู่อัดมันเลยพวก”ชายหนุ่มทั้ง 4 ยกเว้นมิสแอลยืนกอดอกดูท่าทีอมนุษย์สีฟ้า

ผลัก! ผลัก! ตุบ! ตุบ! เอื้อ เอื้อ จ๊าก!!! ตุบ! เสียงก่อนหน้าทีทำให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 4 ลงมาหมอบกองกับพื้นอย่างไม่เป็นท่านอนครางหมดสภาพ

“มันเร็วมาก จนตั้งรับไม่ทัน เนื้อตัวของมันยืดหยุ่นได้ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิดไว้ แต่แปลกที่มันไม่คิดจะฆ่าพวกเรา แม้แต่คนเดียว แต่ที่มั่นใจได้คือมันเป็นใบ้ไม่มีเสียงใด ๆ หลุดออกจากปากของมันสักคำเดียว”

“มิสแอลน่าจะสื่อสารกับมันรู้เรื่องใช้ภาษาเดียวกัน ลองหน่อยนะมิสแอล”หญิงสาวพยักหน้ารับคำเดินไปประจันหน้ากับเจ้าตัวสีฟ้าส่งภาษาท่าทางจนอีกฝ่ายเอียงคอรับฟัง

“สงสัยมันจะไม่รู้เรื่องมิสแอลถึงตั้งท่าจะซัดกับมันแล้วตอนนี้”เสียงหอบกระชั้นในลำคอ

หญิงสาวตั้งท่ากระชับมีดสั้นไว้ในมือจนเห็นเงามันวาวหมายสังหารอมนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่เอียงคอและใช้นิ้วดีดสัตว์มีหางให้ลอยขึ้นแล้วใช้ลิ้นตวัดเข้าปาก ปาดน้ำลายอย่างเอร็ดอร่อยจนผู้เฝ้ามองต่างผะอืดผะอมส่ายหน้าไปตาม ๆ กัน

“มันเป็นตัวอะไรกันแน่กินแม้กระทั้งจิ้งจก ถ้าได้กินตุ๊กแกสงสัยกลายร่างแน่”

“อย่าชะล่าใจไป มันไม่ฆ่าพวกเราแต่ไม่ได้หมายถึงมันจะปล่อยพวกเราไปง่าย ๆ เราต้องหาวิธีจัดการกับมันก่อนที่เราอาจจะกลายเป็นอาหารของมันก็ได้”

“โดดซะน่วมขนาดนี้ยังจะคิดสู้กับมันอีกรึ หาวิธีวิ่งหนีให้เร็วที่สุดดีไหม”

“อย่าพึ่งถอดใจสิเพื่อน พวกเราเป็นหน่วยพิเศษถูกฝึกมาเพื่อตายแทนองค์กร จะมายอมแพ้กับไอ้ตัวประหลาดแบบนี้เสียชื่อสถาบัน ขนาดหญิงใบ้คนนั้นยังไม่ถอยเราเป็นชายจะกล้าถอยเชียวรึ ต้องใช้สมองคิดหาจุดอ่อน แลกด้วยหมัดคงช้ำในตายก่อน”

“อีก 2 กลุ่มก็เงียบหายไปเลย ผมว่าต้องเจอตอเหมือนเราแน่”

“ขนาดมิสแอลยังหอบ ซัดกันมาเกือบชั่วโมง ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะไวแบบนี้”

“น้ำ!!!”เสียงร้องตะโกน

“ถ้าอยากกินน้ำเมิงจะตะโกนทำไม”

“เปล่า ที่พื้นมีน้ำ”

“ก็แค่เหงื่อมันเห็นจะแปลกอะไร”

“ถ้าเป็นเหงื่อธรรมดาก็คงเฉย ๆ แต่นี่มันมีควันลอยขึ้นมาแถมมีกลิ่นด้วย ”

“หรือจะเป็นแอมโมเนีย กลิ่นฉุนแบบนี้ใช่เลย ไหลออกมาเป็นน้ำแบบนี้”

“ไฟ!!! ใช้ไฟเผามัน”

“แต่พวกเราทุกคนอาจโดนร่างแหไปด้วย”

“ดีดไม้ขีดไป แล้วโกยสุดชีวิต”

“แล้วอาคารหลังนี้จะเหลืออะไร พรุ่งนี้กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่ รับรองว่าสื่อได้ตีข่าวกันสนุกปาก ยอดขายพุ่งกระฉูด แต่เราไหม้เกรียมเป็นตอไม้ที่ไร้ค่าถูกหาว่าบ้าที่ทำแบบนี้”ชายร่างสูงบ่นพึมพำ

“ก็แค่เผาไอ้ตัวประหลาดทำเป็นเรื่องใหญ่ ระบบป้องกันที่นี่คงไม่ทำให้อาคารหลังกว่าพันล้านต้องระคายเคืองผิวแน่ วัสดุที่ใช้คงจะทนทานน่าดู แต่พวกเราต้องวิ่งให้เร็วที่สุด พร้อมหรือยังเพื่อน”ชายหนุ่มร่างเตี้ยหยิบก้านไม้ขีดไฟกดปลายหัวสีแดงลงที่ขอบกล่องสีหม่น

“ถ้าอย่างนั้นเอาให้วอด โกยสุดชีวิต” เสียงนั้นดังลั่น

ก้านไม้ขีดกระเด็นตามแรงดีดของปลายนิ้ว เสียดทานด้วยแรงกด เปลวไฟลุกปลิวไปยังจุดโฟกัส พรึบ! พรึบ! ไฟโหมตามมวลอากาศ ร่างตัวประหลาดเผาไหม้อย่างทุรนทุราย เอื้อมมือไปข้างหน้าแต่ทุกอย่างจบลงด้วยเถ้าธุลี ส่วนผู้วางเพลิงหายเข้ากลีบเมฆอย่างทันควัน

“อ้าว! มิสโอ ทำไมมานั่ง อยู่แถวนี้ นึกว่าไปสบทบกับมิสเค และมิสเตอร์วันแล้วซะอีก”เสียงหอบดังอยู่พักใหญ่

“ถามผมดีกว่ามั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเป็นใบ้” ชายกลางคนยื่นกระเป๋าเป้ให้และมัน ถูกเปิดออกทันที สายตาจ้องมอง ขมวดคิ้วกับวัตถุกลมมนเรียงอยู่ตรงหน้า นับได้ 3 พอดิบพอดี

“ไข่อะไรกัน มันใหญ่ได้ขนาดนี้ ตั้งสติแล้วบอกผมทีครับ”

“ไข่เหี้ยครับ”

“อย่าหยาบคายแบบนั้นสิน้อง พี่ถามดีๆนะน้องชาย”

“ผมดูข้อมูลแล้วครับพี่มันเรียกว่า ไข่เหี้ย จริง ๆ ครับ หรือจะเรียกว่า ตัวเงินตัวทอง มันสูญพันธุ์ไปนานมากกว่าร้อยปี พวกเราเจอมันระหว่างทาง ไม่นึกไม่ฝันว่า พวกมันจะยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ กว่าจะรอดมาได้เลือดตาแทบกระเด็น”

“แล้วไปเอาไข่มันมาทำไมน้อง”

“ก็พวกมันกว่า 10 ตัว เฝ้าไข่ขวางทาง เรา เดินเข้าใกล้ขู่ฟ่อ ฟ่อ ยิ่งกว่างูจงอางหวงไข่ เราก็เลยแย่งไข่มันแล้ววิ่งล่อไปคนละทาง ผลสุดท้ายดูตามสภาพที่เห็น เนื้อตัวมอมแมม”

“แล้วไม่คืนไข่มันไป เอามาทำไม”

“ใครจะกลับไปคืนมัน แค่วิ่งล่อมันก็เหนื่อยพอทน เล็บคมมากจนเสื้อผ้าอยู่ในสภาพแบบนี้ ปล้ำกับตัวเงินตัวทอง โลกต้องจารึกไปอีกนานแสนนาน องค์กรลับสู้กับเหี้ย ไม่สิ หยาบไป ต้องเรียกว่าตัวเงินตัวทอง ขนาดมิสโอยังไม่กล้าใช้ดาบฟันมัน ลูบหัวมันยังกับสัตว์เลี้ยง แปลกแต่จริง ผู้หญิงกับเหี้ยเข้ากันได้ ผมล่ะเพลีย”

“กับผู้หญิงมันเชื่อง แต่ที่เหลือเล่นซะหมดรูป”

“เก็บไข่มันไว้ก่อน เอากลับไปตรวจดูว่าพวกมันจะกลายพันธุ์ และดุร้ายพอที่จะกินเนื้อมนุษย์เป็นอาหารได้หรือไม่”

“ปัง ปัง ปัง” เสียงปืนดังจนทุกคนก้มหมอบ

“นึกว่าจะไม่ได้ยินซะแล้ว เกิดการปะทะกันแล้ว”

“แน่อยู่แล้ว เสียงปืนดังขนาดนี้ ถ้าไม่ปะทะกัน จะให้เป็นเสียงประทัดหรือไง รีบตามไปสบทบอีกแรงดีกว่า”

“อย่าดีกว่า”

“อ้าวทำไม หรือแกปอดแหกวะ”

“ภารกิจนี้มิสเตอร์วัน สั่งไว้ว่าให้ไปตามจุดที่นัดหมายไว้ แล้วดึงสัญญาณเตือนภัย เพื่อให้ทุกคนออกอาคารแห่งนี้ นั่นคือ แผนที่ชั้นดีที่นำทางเราไปสู่ทางออก ทันทีที่ปลายเท้าแตะพื้นนอกอาคารให้มองขึ้นไปบนฟ้าจะพบทางออกทันที และเมื่อถึงเวลาที่กำหนดให้กดระเบิดอาคารทันที”

“คนในอาคารจะออกกันมาทันไหม”

“ตามเวลาที่คำนวณไว้ทันแน่นอน อย่าลืมสิว่าเรามีเครื่องตรวจจับพลังงาน ใครไม่ใช่มนุษย์ตายสถานเดียว”

“หวังว่ามิสเตอร์วัน และมิสเคจะไปถึงยังที่หมายอย่างปลอดภัย” เสียงถอดหายใจยาวเหือกใหญ่

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Puma1008
ขอบคุณค่ะรอๆๆๆๆๆ
เมื่อ 4 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว