ภรรยาสาวในบ้านหมอยาจก (นิยายแปล)

1 - รับอนุภรรยา

“ท่านหมอตู้ เหล่าฟู[1]มีบุตรสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว...แม่ของนางก็ด่วนจากไปเร็วนัก...ขอท่านได้โปรดเมตตา ช่วยชีวิตนางด้วยเถิด!”

เถ้าแก่จิน เศรษฐีอันดับหนึ่งในตำบลผิงอัน เจ้าของกิจการร้านแลกเงิน “เหิงไท่” คุกเข่าลงกับพื้นโถงรับรองในบ้านของตนด้วยน้ำตานองหน้า ร่างกายท้วมใหญ่นั้นกระทบกับพื้นจนได้ยินเสียงดัง “ตึก”

ท่าทีคุกเข่าเช่นนี้ ทำให้ตู้เหิงหมอหนุ่มตกใจเป็นอย่างมาก เขารีบเข้าไปพยุงเถ้าแก่จิน ปากละล่ำละลักบอก “เดิมทีหมอมีหน้าที่ช่วยชีวิตคนอยู่แล้ว แต่...การรักษาก็ส่วนการรักษา...ถ้าจะให้ข้ารับแม่นางหลิ่วเอ๋อร์เข้าบ้าน นี่คงจะ...มากไปเสียหน่อย”

“ท่านหมอตู้...ความในใจของบุตรสาวข้า ท่านจะไม่รู้เชียวหรือ?” เถ้าแก่จินลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายสั่นเทา พูดพลางปาดน้ำตา “หลิ่วเอ๋อร์ร่างกายอ่อนแอขี้โรคมาตั้งแต่เล็ก…ยังดีได้ท่านหมอตู้คอยดูแลมาตลอดหลายปี...เจ้าลูกคนนี้เป็นคนแน่วแน่มาแต่ไหนแต่ไร หากไม่ใช่ท่านก็จะไม่ยอมแต่ง เดิมที ข้ากะว่าต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้าจะส่งแม่สื่อไปที่บ้านท่าน…แต่ใครจะไปคาดคิดว่า...ท่านหมอตู้จะแอบแต่งงานเงียบๆ เช่นนี้...บุตรสาวข้าตรอมใจข้าวปลาไม่ยอมกิน ดูท่าใกล้จะไม่ไหวแล้ว...”

เถ้าแก่จินพูดพลางเบือนสายตาไปยังมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของห้องโถง ที่ซึ่งมีเด็กสาววัยสิบห้าสิบหกผู้หนึ่งนั่งอยู่ เด็กสาวแม้จะสวมเพียงเสื้อผ้าเนื้อหยาบทั่วไป แต่รัศมีที่แผ่ออกมากลับดูสูงส่ง ผิวพรรณขาวบริสุทธิ์เนียนนุ่มราวกับตุ๊กตาเคลือบ ดวงตากลมโตสดใสมองสำรวจซ้ายขวา จ้องดูสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ตู้เหิงหันไปมองเด็กสาวครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วกล่าวกับเถ้าแก่จิน “ท่านเองก็ทราบดี ตัวข้าเป็นเพียงหมอจนๆ ผู้หนึ่ง ไหนเลยจะสามารถแต่งกับหลิ่วเอ๋อร์ได้? ภรรยาคนนี้ ข้าเองก็ได้มาตอนขึ้นเขาเก็บสมุนไพร! แม้นางจะหน้าตาสะสวย แต่สมองกลับไม่ได้เรื่อง...กระทั่งชื่อตัวเองก็ยังจำไม่ได้...ชื่อ “หลิงจือ” ของนาง ก็เป็นข้าเองนี่แหละที่ตั้งให้!”

หลิงจือได้ยินเช่นนั้น ก็รีบลุกจากเก้าอี้เดินตรงมาด้านหน้าตู้เหิง เงยหน้าขึ้นพลางเอ่ย “สมองเจ้าน่ะสิที่ไม่ได้เรื่อง!” จากนั้นจึงหันไปหาเถ้าแก่จินพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ “เถ้าแก่จิน หากท่านอยากให้สามีข้ารับอนุเข้าบ้าน ก็ควรถามความเห็นข้าก่อนหรือไม่? อย่างไรเสีย...ข้าก็เป็นภรรยาเอก!”

เถ้าแก่จินรีบคุกเข่าลงตรงหน้าหลิงจือทันที เอ่ยร้องขอความเห็นใจ “แม่นางตู้...เอ่อ ไม่ใช่สิ...ตู้ฮูหยิน…ท่านช่วยรับบุตรสาวข้าไว้ด้วยเถิด! ขอท่านโปรดวางใจ นางเป็นคนนิสัยอ่อนโยน จิตใจดี จะต้องให้ความเคารพปรนนิบัติรับใช้ฮูหยินเป็นอย่างดีแน่นอน…”

“ฮ่าๆๆๆ...” หลิงจือหัวเราะจนน้ำตาร่วง

“ภรรยา!” ตู้เหิงทนดูต่อไปไม่ไหว รีบปราดเข้ามาห้ามนาง “เจ้าเลิกเล่นเสียเถิด! เถ้าแก่จินเป็นผู้อาวุโส เจ้าจะรับการคุกเข่าจากท่านได้อย่างไร?”

พูดจบ ตู้เหิงก็รีบเข้าไปพยุงเถ้าแก่จินขึ้นมา

เห็นได้ชัดว่าหลิงจือยังไม่จบง่ายๆ นางมองตู้เหิง ก่อนเอ่ยยิ้มๆกับเถ้าแก่จิน “ข้าพอใจแม่นางหลิ่วเอ๋อร์ยิ่ง บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา สำหรับข้าแล้ว รับอนุก็รับมาเถิด! เช่นนั้นวันนี้ เรารับแม่นางหลิ่วเอ๋อร์เข้าบ้านกันเลย!”

เถ้าแก่จินท่าทางดีใจจนออกนอกหน้า รีบก้มหัวคำนับหลิงจือเป็นการใหญ่

ตู้เหิงกลับส่งสายตาไม่พอใจ เอ่ยเสียงเข้ม “ไร้สาระน่า! ข้ายากจนถึงเพียงนี้ แค่เลี้ยงภรรยาคนเดียวก็แทบไม่พอกินแล้ว จะมีปัญญาเลี้ยงอนุไหวได้อย่างไร? ไม่ไหว! ไม่ไหวหรอก!”

“เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา!” เถ้าแก่จินตาเป็นประกาย “ท่านหมอตู้ สิ่งที่ตระกูลข้ามีคือเงินทอง! ข้ามีหลิ่วเอ๋อร์เป็นบุตรสาวคนเดียว จึงอยากจะได้เขยสักคนเข้าบ้าน มาสืบทอดกิจการร้านแลกเงินของข้าต่อ...”

พูดยังไม่ทันจบ เถ้าแก่จินก็หยุดชะงักไปเอง ขณะที่ตู้เหิงจ้องหน้าเขาเหลอหลา

นั่นสิ มีบุรุษที่ไหนแต่งเข้าตระกูลอนุภรรยากัน ไม่เคยได้ยิน

หลิงจือเก็บสีหน้าอยากเข้าไปยุ่งเต็มที ทำตาปริบๆ เอ่ย “เถ้าแก่จิน ท่านพอจะออกไปก่อนได้หรือไม่ ข้าขอปรึกษากับสามีสักครู่”

ลับหลังเถ้าแก่จิน หลิงจือหันมองใบหน้าหล่อเหลาของสามี ก่อนหลุดขำออกมาอย่างอดไม่ได้

ไม่น่าแปลกใจที่จินหลิ่วเอ๋อร์จะหลงเขามากขนาดนี้ ตู้เหิงในวัยสิบเจ็ดเป็นยอดหนุ่มงามที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่ว แม้ตัวจะมีฐานะยากจน แต่ก็เกิดมารูปร่างหน้าตาดี ท่าทีงามสง่า เป็นบุรุษในฝันของบรรดาดรุณีน้อยทั่วตำบล!

ตู้เหิงเห็นหลิงจือหัวเราะท่าทีพิลึก ก็ถลึงตาใส่ เอ่ยเสียงเข้ม “เจ้าเลิกก่อเรื่องวุ่นสักทีเถิด! ข้าบอกเจ้าเลยนะ เรื่องรับอนุนี่ข้าไม่ยอมแน่นอน!”

หลิงจือยิ้มกว้าง จนข้างแก้มขึ้นรอยบุ๋มลึกทั้งสองข้าง

“สามี” หลิงจือเรียกเสียงหวาน “ในเมื่อท่านไม่อยากรับอนุเข้าบ้าน ทำไมจึงไม่แต่งจินหลิ่วเอ๋อร์เป็นภรรยาเสียเลยเล่า อย่างไรเสียพวกเราก็เป็นแค่สามีภรรยากันในนามอยู่แล้ว ที่ท่านต้องทำก็แค่ ทำทีเขียนใบหย่าให้ข้า จากนั้นก็เข้าพิธีกับจินหลิ่วเอ๋อร์ แต่งเข้าไปเป็นเขยตระกูลเถ้าแก่จิน ดีจะตายไป!”

“ไม่ดี!” ตู้เหิงกัดฟันพูด

หลิงจือหน้ามุ่ย เอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย "ไม่ดีตรงไหนกัน? ข้าว่าจินหลิ่วเอ๋อร์ แม้ร่างกายจะอ่อนแอมากโรค แต่ก็หน้าตางดงามมากทีเดียว เหมือนคำกล่าวว่า ‘เหนือกว่าไซซียามป่วยสามส่วน[2]’ ท่าทางก็มีเสน่ห์ มีตรงไหนไม่เหมาะสมกับเจ้ากัน?”

ตู้เหิงกลอกตามองบน เอ่ยพึมพำ “นาง...นางเป็นเหมือนโหลใส่ยา เดิมทีก็ได้เงินค่ารักษาจากนางมาก็ไม่น้อย หากแต่งเข้าบ้านแล้วละก็ ไม่เพียงแต่จะเสียรายได้เท่านั้น ยังต้องเปลืองยาสมุนไพรอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่เพื่อรักษานางอีก...”

“โถ...เจ้าขี้งกเอ๊ย ที่แท้ก็คิดเรื่องนี้เอาไว้ละสิ...” หลิงจือชี้เขา เอ่ยเย้ยหยัน “สมองเจ้าใช้การไม่ได้แล้วหรือไง? ถ้าเจ้าแต่งกับจินหลิ่วเอ๋อร์ กิจการร้านแลกเงิน ‘เหิงไท่’ ทั้งหมดก็จะกลายเป็นของเจ้า เจ้าก็ไม่ต้องลำบากหาเงินจากการรักษาคนไข้อีกแล้ว ไม่ต้องเป็นหมอกระจอกแบบนี้อีก ยังจะมางกอะไรกับแค่ยาสมุนไพรเล็กน้อยนี่? เสียแตงโมเพื่อเก็บเมล็ดงา[3]จริงๆ”

แต่ใครคาดคิดว่า ตู้เหิงจะกล่าวอย่างไม่พอใจ “ข้าไม่ต้องการกิจการร้านแลกเงินอะไรพวกนั้น ข้ารักเงินก็จริง แต่เงินที่ข้ารักคือเงินที่หามาได้จากการรักษาคนไข้ ไม่ใช่เงินจากการแต่งเป็นลูกเขยบ้านใคร อีกอย่าง ก่อนท่านอาจารย์จะสิ้นใจ ข้าได้ให้สัญญาเอาไว้ ว่าจะทำให้ศาสตร์การแพทย์ของท่านรุ่งโรจน์ให้ได้! ดังนั้นชีวิตนี้ข้าจะเป็นหมอเท่านั้น เรื่องอื่นข้าขอไม่ยุ่งเกี่ยว!”

“แหม่ ช่างเป็นหมอที่มีหลักการเสียจริง!” หลิงจือยิ้มพลางยกนิ้วชี้ดันปลายคางของตู้เหิงขึ้น

“ปล่อยข้า!” ตู้เหิงปัดมือของหลิงจืออย่างไม่ค่อยพอใจนัก “ต่อให้ข้าไม่มีเงินแต่งอนุ ก็จะไม่แต่งเข้าบ้านใครทั้งนั้น กับจินหลิ่วเอ๋อร์ผู้นี้ ข้าคงไม่อาจรับไว้ได้!”

หลิงจือเคลื่อนสายตาดำขลับเอ่ย “ดี ในเมื่อเจ้ายืนกรานเช่นนี้ ข้าก็จะช่วยเจ้าเอง! แต่ว่า...หากข้ารักษาจินหลิ่วเอ๋อร์จนหายดีแล้ว เจ้าต้องพาข้าไปเลี้ยงเป็ดย่างที่จุ้ยเซียนจวีด้วยนะ ตั้งแต่แต่งงานกับยาจกเช่นเจ้า ข้าก็ลืมไปแล้วว่ารสชาติของเนื้อเป็นเช่นไร...”

ตู้เหิงไม่ได้สนใจเรื่องเป็ดย่าง เพียงขมวดคิ้วถาม “เจ้า? เจ้ารู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ? โรคที่ข้ารักษาไม่ได้ เจ้าจะรักษาหายได้อย่างไร?”

“อย่ามาดูถูกข้าเชียว!” หลิงจือถลึงตาใส่ “เห็นชัดว่า แม่นางจินหลิ่วเอ๋อร์ป่วยด้วยโรคทางใจ วิชาแพทย์ท่านยอดเยี่ยมก็จริง แต่รักษาได้เพียงกายภายนอก ไม่อาจรักษาใจได้ เรื่องอาการป่วยทางใจเช่นนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ!”

เช่นนั้น หลิงจือจึงเดินเข้าไปในห้องนอนของจินหลิ่วเอ๋อร์ ท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความสงสัยของตู้เหิง

เถ้าแก่จินยืนอยู่หน้าห้องนอนของลูกสาว ถูมือสองข้างอย่างอดไม่ได้ ถามด้วยความประหลาดใจว่า “ท่านหมอตู้...ภรรยาท่าน รักษาโรคได้ด้วยรึ?”

ตู้เหิงทำได้เพียงยิ้มตอบ

[1] เหล่าฟู (老夫)คำเรียกแทนตัวเองของชายชรา

[2] เหนือกว่าไซซียามป่วยสามส่วน (病弱西子胜三分)สื่อถึงความงามยามป่วยของสตรี ตามตำนานร่ำลือว่า ไซซี หนึ่งในสี่ยอดหญิงงามของจีน ยามป่วยยิ่งงดงามมากกว่าปกติ คำว่า เหนือกว่าไซซียามป่วยสามส่วน เป็นที่รู้จักมาจากฉากบรรยายความงามของหลินไต้อวี้ เรื่องความฝันในหอแดง ว่าหลินไต้อวี้ถึงจะป่วยเช่นกัน แต่ก็งามกว่าไซซีถึงสามส่วน

[3] เสียแตงโมเพื่อเก็บเมล็ดงา (丢了西瓜捡芝麻)เสียสิ่งที่ใหญ่กว่าไป แล้วไปเลือกสิ่งที่ด้อยกว่า

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย SSK
จะมีอีบุ๊คใช่มั้ย
เมื่อ 1 เดือน 3 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Iam Khunpoo
ขำๆๆ สามีไม่อยากแต่งอนุแต่ภรรยาอยากใก้สามีแต่งอนุ
เมื่อ 1 เดือน 3 วันที่แล้ว

รีวิว