รสรักรานใจ

บทที่ 1 : เฟรนด์โซน

“วรรธน์”

ยามเอ่ยเรียกชื่อนั้น ‘รฐา’ รู้สึกได้ว่าหัวใจตัวเองเต้นไม่เป็นจังหวะ บุคคลที่นั่งอยู่บนม้านั่งยาวหน้าออฟฟิศอะพาร์ตเมนต์มีใบหน้าพิมพ์เดียวกับ ‘เพื่อน’ ของเธอทุกกระเบียดนิ้ว

‘เขา’ มีผมสั้นสีดำตัดรองทรง คิ้วเข้มเป็นปื้นยาว นัยน์ตาสีเข้มแต่กลมหวานดุจสตรี ใครมองเป็นต้องบอกว่างดงาม จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากบางเฉียบแดงเรื่อตัดกับสีผิวที่ขาวจัด ทว่าช่างน่ามองยิ่งนัก ยิ่งมองก็ยิ่งไม่อยากละสายตาไปไหน

หญิงสาวสั่นหน้าแรงๆ เรียกสติตัวเองหลังโดนความงามพรากสติสัมปชัญญะไป จากนั้นจึงกะพริบตาถี่ๆ หลับลงแล้วลืมตาขึ้น เมื่อยังพบเจอภาพเดิมอยู่จึงหลับลง ครานี้นานกว่าเดิมเล็กน้อย เธอท่องหนึ่งถึงห้าในใจแล้วลืมตาขึ้น แต่ผลก็ยังเป็นเช่นเดิม เปลือกตาบางปิดลงอีกครั้ง ยังไม่ทันได้เริ่มนับอะไร เสียงเข้มๆ ก็โพล่งขึ้นทำให้เธอสะดุ้งตกใจ

“ทำบ้าอะไร”

รฐาตะลึงงันเมื่อพบว่านั่นคือเพื่อนของเธอจริงๆ! ไม่ใช่แค่หน้าเหมือนแล้ว เสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่ก็เป็นเสียงของ ‘วรรธนะ’ ร้อยเปอร์เซ็นต์

และราวกับว่าเขาล่วงรู้ความคิดของเธอ ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับเคลื่อนไหวให้เห็นเต็มสองตาว่านี่คือเขาจริงๆ หาใช่ภาพลวงตามายาจากฝัน

“มาจริงเหรอนี่” ปากนุ่มขยับผะแผ่ว แต่คำพูดนั้นดังพอจะลอยเข้าหูอีกคนจนได้ยินอย่างชัดเจน

“ถ้าจะระลึกชาติ ไปทำบนห้องก็ได้ ตอนนี้เหนื่อยมาก อยากพัก”

“ห้อง?”

“ห้องเธอ”

“ห้องฉัน?” หญิงสาวทวนคำอย่างมึนงง “นายไม่เช่าห้องเหรอ อ๊ะ วรรธน์ เดี๋ยวสิ”

ยังไม่ทันได้คำตอบ ร่างสูงก็ลากเธอเข้าตึกมุ่งไปหาลิฟต์ แม้ว่าเธอจะถามย้ำเป็นสองสามรอบ แต่วรรธนะก็ไม่ยอมตอบคำถาม พอประตูเหล็กบานหนาเปิด เขาก็ดึงเธอเข้าไปข้างในแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “ชั้นไหน”

“...”

“แรม”

“ชั้นห้า”

เสียงครืดดังเพียงหนึ่งครั้ง กล่องสี่เหลี่ยมก็พุ่งทะยานขึ้นสูง รอบตัวมีเพียงเสียงเคลื่อนไหวของลิฟต์เท่านั้น ส่วนเขาและเธอต่างนิ่งเงียบ ราวกับต่างคนต่างไม่รู้จักกัน

คนตัวเล็กทอดถอนใจ ลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาพลางทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างใช้ความคิด ...หนึ่งเดือนก่อน กลุ่มเพื่อนซึ่งมีวรรธนะและเธอเป็นสมาชิก มีความเห็นตรงกันว่าจะจัดทริปเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องในโอกาสสำเร็จการศึกษา ยกเว้นเธอซึ่งยังไม่จบเพราะเรียนครุศาสตร์ แต่ถึงแม้จะไม่จบพร้อมเพื่อน ในฐานะที่เป็นเจ้าบ้านและสมาชิกกลุ่มเธอก็สมัครใจไปโดยไม่มีการลังเล

หลังจากกำหนดวันเที่ยวกันแล้วทุกอย่างก็ปกติราบรื่นดี กระทั่งวันหนึ่งวรรธนะทักเธอมาเป็นการส่วนตัว และบอกอย่างชัดเจนว่าจะเดินทางมาหาก่อนถึงกำหนดเที่ยว

ตอนนั้นรฐามีแต่ความมึนงงและสงสัย ครึ่งใจเธอไม่เชื่อว่าเขาจะมาจริงๆ เลยไม่ได้ใส่ใจ เพราะช่วงนี้เป็นฤดูสอบปลายภาคของมหาวิทยาลัยก่อนจะปิดภาคเรียนใหญ่ และแน่นอนว่าสำหรับนักศึกษาที่จะจบการศึกษาในปีนี้ ชีวิตจะค่อนข้างยุ่งพอสมควร

นั่นแหละ... เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องจริง เป็นแค่เพียงคำพูดลอยลมเท่านั้น พอวรรธนะมาปรากฏตัวที่นี่จริงๆ เธอจึงอดที่จะตกใจไม่ได้

เขามาหาเธอก่อนคนอื่นๆ เกือบสิบวัน!

ติ๊ง!

เสียงสัญญาณลิฟต์บอกให้รู้ว่ามาถึงที่หมายแล้ว ความคิดต่างๆ ที่วิ่งวุ่นในหัวจึงหยุดชะงักเพียงเท่านั้น เธอตั้งใจจะไถ่ถามเขานับจากนี้

หญิงสาวเดินนำไปห้องของตน ไขกุญแจเปิดประตูก่อนจะหลีกทางให้ร่างสูงเข้ามา

คนตัวเล็กเอี้ยวตัวกำลังจะเอ่ยบางอย่าง ทว่าเสียงตุบที่ดังขึ้นก็ทำให้เธอหันขวับไปมอง พบว่าชายหนุ่มปีนขึ้นเตียงไปนอนแผ่อ้าซ่าเรียบร้อยแล้ว ไม่รอให้เธอบอกกล่าวอะไรแม้แต่น้อย

รฐาพ่นลมหายใจ ดันประตูปิดก่อนจะจ้องมองคนที่ยึดครองเตียงของตนไว้จนหมด

“ทำไมมาก่อนเพื่อนล่ะ”

“อยากมาก็มา”

“อ้าว” เหตุผลรึนั่น เธอทำหน้าอย่างไม่เข้าใจ จากนั้นจึงเอ่ยถามขึ้นอีก “หรือจริงๆ อยากมาเที่ยวตามลำพังก่อน”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้”

ครานี้พอได้รับคำตอบ ความสงสัยจึงค่อยสลายไป หญิงสาวทรุดตัวลงบนเก้าอี้ล้อหมุนที่หน้าโต๊ะคอม ก่อนจะไถ่ถามเรื่องเรียน “จบแล้วล่ะสิทีนี้”

“อือ” เขาครางรับเบาๆ

“ดีใจด้วยนะ ฉันเหลืออีกหนึ่งปีแน่ะ กลางเดือนนี้ก็ต้องออกฝึกสอนแล้ว... แล้วนี่นายพักห้องไหน”

“พักห้องนี้”

“พักห้องนี้...” กลีบปากนุ่มเอ่ยทวนคำ ไล่เรียงความคิดอย่างช้าๆ สักพักตาก็สว่างวาบ ดีดตัวลุกขึ้นยืน “หมายความว่านายจะพักห้องฉันงั้นเหรอ!”

“อือ”

“จะบ้าเหรอ” เธอโวยวายเสียงดัง จ้องเขม็งไปที่เตียงหวังให้พ่อตัวดีรู้สึกถึงโทสะที่แทบพุ่งออกมาจากดวงตา ทว่าวรรธนะกลับหลับตาพริ้ม เหมือนจดจ่อรอไปเฝ้าพระอินทร์ “วรรธน์!”

“เสียงดังทำไม คนจะนอน”

“นอนไม่ได้ คุยกันให้รู้เรื่องก่อน” ว่าแล้วเธอก็สาวเท้าไปที่เตียง กดเข่าลงข้างหนึ่งก่อนจะเอื้อมมือดึงร่างกำยำให้ลุกขึ้น

ร่างกายวรรธนะไม่ได้หนาใหญ่เหมือนผู้ชายเล่นกล้าม แต่อย่างไรเขาก็ผู้ชาย เรี่ยวแรงเยอะกว่าผู้หญิงเป็นธรรมดา ฉะนั้นต่อให้รฐาออกแรงมากที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะมี เธอก็ไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายลุกขึ้นได้ หนำซ้ำตัวเองยังเสียหลักล้มฟุบปากกระแทกแผงอกแข็งๆ ที่ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อยีนอีกชั้น

หญิงสาวกรีดร้องออกมาเพราะความเจ็บ ผละหนีแทบไม่ทันพลางกุมปากตัวเองแน่น ใบหน้าบิดเบ้และส่งเสียงคร่ำครวญไม่หยุด

“ทำไมยิ่งโตยิ่งโง่”

“เพราะนายนั่นแหละ เมื่อกี้นายดึงฉันแล้วปล่อย” เธอแว้ดเสียงหลง ใช้ฝ่ามือนวดกรามตัวเองบรรเทาความเจ็บ ก่อนจะรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ทว่าก็ยังเจ็บจี๊ดๆ พอให้ต้องคอยซี้ดปากอยู่บ่อยครั้ง “เอาล่ะ มาพูดกันให้รู้เรื่อง ฉันรู้ว่านายเหนื่อยเพราะขับรถมาไกล ฉะนั้นนอนพักได้แต่พักค้างคืนไม่ได้ เดี๋ยวฉันจะลงไปคุยเรื่องเช่ารายวันให้ ตกลงไหม”

“ไม่” น้ำเสียงที่ตอบมาฟังดูเฉยชาซะเหลือเกิน!

รฐาทำตาโตและอดถลึงตาใส่อย่างโมโหไม่ได้ เธออุตส่าห์ไม่ถือโทษโกรธเคืองเรื่องที่เขาเกือบทำปากเธอแตก แต่เขาก็ยังสร้างความหงุดหงิดให้หัวใจร้อนวูบๆ อยู่ดี “วรรธน์...”

กำลังจะพูดต่ออย่างใช้เหตุผลมากที่สุด ทว่าเสียงเข้มก็สวนมาก่อน ทำให้ต้องหุบปากฉับ

“ฉันเป็นเพื่อนเธอไม่ใช่เหรอแรม”

“...”

“เพื่อนกัน... นอนด้วยกันจะเป็นไรไป”

“เป็นแน่” เสียงเล็กใสเถียงกลับ “ฉันเป็นผู้หญิง นายเป็นผู้ชาย เรา-นอน-ด้วย-กัน-ไม่-ได้”

“เพื่อนกันไม่แบ่งเพศไม่ใช่เหรอ”

“นี่วรรธน์” เรียกอีกฝ่ายอย่างข่มกลั้นโทสะสุดๆ “ถึงนี่มันจะศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด โลกจะพัฒนาไปจนทันสมัยแค่ไหน ชายหญิงมีสิทธิเท่าเทียม แต่จะเอามาใช้กับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ นายไม่ถือแต่ฉันถือ...”

“ที่พูดเนี่ย” เป็นอีกครั้งที่เขาสวนขึ้นโดยไม่รอให้เธอพูดจบก่อน ครานี้ร่างสูงดีดตัวลุกขึ้นนั่ง จดจ้องเธอแน่วแน่ด้วยสีหน้าราบเรียบ “...เป็นเพราะความรู้สึกอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนหรือเปล่า”

“...”

“เธอยังรักฉันอยู่เหรอแรม”

ประโยคสั้นๆ แต่กลับทำให้รฐาลืมหายใจไปชั่วขณะ แต่ก็เพียงแค่สั้นๆ เท่านั้น ดวงหน้าเล็กเชิดขึ้นน้อยๆ เอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ไม่เลยวรรธน์ ฉันไม่มีความรู้สึกแบบนั้นกับนายอีกแล้ว”

“เหรอ” เขาครางรับไม่ดังนัก มุมปากกระตุกเป็นเส้นโค้ง แต่มองดูแล้วบอกไม่ได้ว่ากำลังยิ้มอยู่หรือไม่ “แล้วที่คบกับไอ้เจตน์แสดงว่ารักมันจริงๆ”

เจตน์หรือจักรา เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม แต่ก่อนเขาคือเพื่อนคนหนึ่ง ทว่าปัจจุบันเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนรักของเธอแล้ว เธอกับเขาคบหากันมาได้ราวสองเดือนเศษแล้ว แม้จะอยู่ไกลกันเพราะเรียนคนละมหาวิทยาลัย แต่ความสัมพันธ์ก็ราบรื่นแถมยังไปได้สวย

รฐานึกถึงใบหน้าของคนรัก ตอบอย่างฉะฉาน “ก็ต้องรักอยู่แล้ว”

“งั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะไม่ให้ฉันพักด้วย บริสุทธิ์ใจแล้ว ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยแล้ว การที่ฉันนอนที่นี่ก็คงไม่มีปัญหาอะไร”

“เดี๋ยวนะ พูดบ้าๆ อะไรน่ะวรรธน์” ทักท้วงออกไปอย่างหน้าตื่นๆ

“ไม่ได้รักไม่ได้ชอบฉันแล้วไม่ใช่เหรอแรม การที่เราพักด้วยกันเธอจะเดือดร้อนทำไม” ใบหน้าเรียวเอียงมองเหมือนสงสัยขั้นสุด “ทำไมเหรอแรม ทำไมล่ะ หืม?”

“วรรธน์!” หญิงสาวคำรามเสียงลอดไรฟัน มือขาวนุ่มบีบเข้าหากันแน่นเพื่อระงับโทสะ ทั้งที่มันใกล้จะระเบิดเต็มที “พูดให้รู้เรื่องหน่อย”

“ฉันรู้เรื่องแล้วว่าเธอคบไอ้เจตน์เพราะรักมันจริงๆ ไม่ใช่เพราะอารมณ์อยากประชดคนแถวนี้” ปากบางเฉียบพูดเนิบๆ ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น “เหลือแต่เธอ... ที่ต้องทำให้ความรู้สึกเป็นเหมือนกับที่พูดไป”

ลูกกระเดือกเล็กขยับขึ้นลงเล็กน้อย เธอพรั่งพรูลมหายใจช้าๆ จ้องมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาวาววับ ใบหน้าหล่อเหลาคล้ายกำลังพึงพอใจกับเรื่องที่เกิด รอยยิ้มที่ไม่ชัดเจนเริ่มชัดเจนมากขึ้น ร่องแก้มสองข้างบุ๋มลึก วรรธนะดูดีจนน่าด่า

“หรือจริงๆ แล้วก็ยังหวั่นไหวกับฉันอยู่กันแน่ กลัวใจตัวเองงั้นเหรอ หืม? แรม...”

“ได้! นอนก็นอนไปสิ! พักก็พักไปสิ!”

ไม่มีเสียงตอบกลับมา นอกจากรอยยิ้มชั่วร้ายที่ดูจะกว้างขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว แถมยังบาดตาบาดใจเธอเหลือเกิน

บ้าเอ๊ย! เขายั่วจนเธอยัวะขึ้นมาจริงๆ! รฐาก่นด่าทั้งตัวเองและอีกฝ่ายที่ทำให้เธอโกรธจนหน้ามืด ให้ตายสิ แล้วทีนี้เธอจะทำอย่างไรดี?!

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Thofa Srivoralakhna
ดีคร้า
เมื่อ 1 ปี 8 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย tom2525
ตามๆๆๆ
เมื่อ 1 ปี 8 เดือนที่แล้ว

รีวิว