~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-ตอนที่ 23 หุ่นยนต์รบ JP – TL01 และความลับในห้องปลดทุกข์

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

ตอนที่ 23 หุ่นยนต์รบ JP – TL01 และความลับในห้องปลดทุกข์

ชายวัยกลางคนเดินวนไปมาอยู่หน้ากระจก กระชับสูทสีดำ ปรับเนคไทให้พอดีกับปกเสื้อสีขาวที่อยู่ด้านในสูทตัวเก่ง หวีผมจัดทรงให้หล่ออ่อนกว่าวัยที่นำหน้าด้วยเลขสี่ ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความสบายใจ คลายความกังวล ในภารกิจที่จบลงอย่างคาดไม่ถึงจนตัวเขาเองยังสับสนในสิ่งที่เห็นแต่สุดท้ายไม่ได้เป็นอย่างที่คิด และวันนี้ก็เป็นวันที่นักสืบที่เคยไส้แห้งอย่างเขาได้ภาคภูมิใจอีกครั้ง

“ขอเสียงปรบมือให้กับผู้ชนะเลิศ การแข่งขันหุ่นยนต์รบระดับประเทศ ไม่ตายก็เอากลับไปแบบฟรีๆไม่มีเงื่อนไขใดๆ และวันนี้ทางทีมผู้จัดการแข่งขันเดินทางมาด้วยตนเอง และมีข่าวดีที่อยากจะบอกกับผู้ได้รางวัลว่า ทางผู้จัดและคณะกรรมการเล็งเห็นว่า ผู้เข้าแข่งขันจากประเทศไทยได้ช่วยเหลือทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย เป็นผู้ที่กล้าหาญกดสัญญาณเตือนภัยทำให้ผู้เข้าชมได้รีบออกจากสนามไปอยู่ในที่ปลอดภัยและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสักคนเดียวซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานได้อย่างสะดวก ถึงแม้สุดท้ายจะเป็นการเข้าใจผิด แต่อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอหากเราไม่ระวัง จึงขอมอบรางวัลเป็นหุ่นยนต์รบตัวใหม่แบบแกะกล่องใสกิ๊กซึ่งตอนนี้ JP – TL01 มาอยู่ที่ด้านหลังผมแล้วครับ”เจ้าหน้าที่ดึงผ้าคลุมสีดำออกจากหุ่นยนต์ JP – TL01จนเห็นความเงางามและความแข็งแกร่งของมัน

“ขอเชิญท่านประธานในการแข่งขันครั้งนี้ คุณสึโรชิ อิอิวาตาเบ้ มาเป็นเกียรติในการมอบรางวัลในครั้งนี้ครับ กราบเรียนเชิญครับ”เสียงผู้บรรยายประกาศดังขึ้นกับเสียงปรบมือของผู้เข้าร่วมงานในวันนี้

ดนัยเดินเข้ารับเกียรติบัตร และจับมือกับประธานผู้มอบรางวัล โดยมีการกล่าวขอบคุณ และพูดถึง JP – TL01ในเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัย จบด้วยผู้สนับสนุนซึ่งมีล่ามมาคอยแปลให้ดนัยได้เข้าใจ และเซ็นชื่อรับ JP – TL01 เพื่อกลับสู่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วหอประชุม ซึ่งการเคลื่อนย้าย JP – TL01 เพื่อขนส่งนั้น ทางผู้จัดของญี่ปุ่นจะเป็นผู้รับผิดชอบจน JP – TL01 ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

“ว่าไงนะ ฉันไม่ค่อยได้ยิน จะส่งหน่วยพิเศษมารับ ได้เลย ฉันจะรอที่สนามบิน ว่าไงนะให้ขับเฮลิคอปเตอร์มารับ แล้วจะให้ไปรอตรงไหน รอที่ดาดฟ้าตึกที่สูงที่สุดตอนนี้เลย เดี๋ยวก่อน! ตัดสายทิ้งเอาดื้อๆแบบนี้ แล้วเฮลิคอปเตอร์มันจะลงจอดตรงไหน เฮ่อ! เหนื่อยจิตอีกแล้ว”จบการสนทนา

ดนัยรีบกลับที่พักเพื่อแปลงโฉมของตนเองให้ดูเหมือนพนักงานต้อนรับในโรงแรมหรู ลงทุนไปสอยมาจากราวตากผ้าข้างๆที่พักพนักงาน กว่าจะสอยมาต้องทนฟังหนุ่มหน้ามนคนต่างจังหวัดนั่งจีบสาวทางโทรศัพท์ ภาษาน้ำเน่าแบบสะอิดสะเอียน มุขดีๆมีถมไปดันร้องเพลงจีบสาวแค่พูดยังไม่ค่อยจะชัดแต่นี่ร้องเพลงอีก ถ้าไม่ติดอยากได้ชุดมาปลอมตัวจะไม่ยอมทนฟังเด็ดขาด ขอซื้อต่อดีๆไม่ให้บอกมีแค่ชุดเดียว โกหกนักสืบอย่างเราได้ ตากอยู่เต็มราวตากผ้าขนาดนี้ ขอใช้สักตัวจะเป็นอะไรไป แต่ทิ้งเงินไว้ให้นะน่าจะพอซื้อชุดใหม่และค่าทำขวัญหากรู้ว่าชุดหายไป

“เดี๋ยวก่อน! นั่นจะไปไหน”เสียงเรียกของหัวหน้าพนักงานต้อนรับในโรงแรมหรูที่ขึ้นชื่อว่าสูงที่สุด

ในประเทศญี่ปุ่น

“ผม ผม แค่จะไปเข้าห้องน้ำครับ หัวหน้ามีอะไรจะใช้ผมหรือเปล่าครับ”ดนัยพยายามก้มหน้า

“สงสัยจะเป็นพนักงานใหม่ ห้องน้ำไปทางนี้”ชายวัยกลางคนถึงขั้นชราภาพเดินเอียงไปเอียงมาเหมือนขาจะเจ็บ

“อ๋อ!ใช่ ใช่ครับผมพึ่งมาทำงานวันแรก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ” นักสืบรีบเดินไปตามที่ชายสูงวัยบอกทันที

ดนัยรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูแล้วนั่งลงบนฝาชักโครก เพื่อโทรศัพท์หานายตำรวจใหญ่ แต่ยังไม่ทันจะกดโทร มีเสียงพูดดังออกมาเหมือนจะไม่รู้ว่ายังมีอีกหนึ่งคนที่มาร่วมปลดทุกข์ด้วย แต่นักสืบไม่ใส่ใจอะไรกำลังจะกดโทรอีกครั้งแต่ก็ต้องชะงักด้วยคำพูดที่ว่า…

“พนักงานชายในโรงแรมนี้ ฉันฟาดมาหมดทุกคนแล้วนะเธอ ขนาดหัวหน้าพนักงานยังต้องเดินขาอ่อนทุกวันเหมือนคนจะล้ม คิดดูสิฉันนะพลีกายให้ทุกคนหวังว่าจะทำให้พนักงานชายได้ผ่อนคลาย แต่ดันมีชะนีบางตัวไม่พอใจใส่ร้ายฉันต่างๆนานา ตัวเราเองก็แสนจะอ่อนแอ”ดนัยส่ายหน้าพึมพำ เมิงนี่สวยระเบิดโลกจริงๆ ประเทืองในต่างแดน

“ช่วงนี้ท้อง แกนี่ฉันอายุแค่นี้จะให้ท้อง ฉันท้องผูกน่ะแก ไม่ค่อยได้ระบาย มานั่งตบยุงในห้องน้ำก็เลยโทรหาแกเพื่อระบายไง”นักสืบต่อความ ถ้าแกท้องได้ฉันก็คงบินได้เหมือนนกไปแล้ว ถ่ายไม่ออกสงสัยทวารจะหนักนะเมิง

“อย่าพึ่งวางสายนะแก เมื่อวานฉันเจอแขกวีไอพีจ่ายหนักมาก ขนาดพนักงานยกกระเป๋ายังได้ไปเป็นกอบเป็นกำ แถมหล่อยังกับนายแบบด้วยนะ ฉันพยายามยั่วสุดฤทธิ์แต่พ่อเมินเฉย สงสัยจะชอบพวกชะนีจนลืมกินกล้วยอย่างพวกเรา จะให้ไปตื้อ อย่าดีกว่ารู้สึกแปลกๆตอนที่ลมพัดมาแล้วไรผมตรงหน้าผากเปิด เหมือนตรงหน้าผากจะมีรอยแผลเป็นหรือจะเป็นดวงตา เห็นแบบผ่านไม่ได้สนใจนะเธอ แต่ชั่งมันเถอะหนุ่มหล่อไม่ได้มีคนเดียวบนโลก สาวๆสวยๆอย่างพวกเรายังฟาดผู้ชายได้อีกเป็นกองทัพนะเธอ เอาล่ะเหมือนจะมีคนมาเข้าห้องน้ำฉันต้องรีบไปแล้วล่ะเอาไว้จะมาระบายให้อีกนะเธอ บาย!”นักสืบดนัยตาสว่างทันทีที่ได้ยินคำว่า ตรงหน้าผากจะมีรอยแผลเป็น

การฟังครั้งนี้ไม่ไร้ประโยชน์ ข้อมูลนี้ทำให้เขายิ่งต้องการค้นหาก่อนที่จะกลับประเทศไทยว่ามันเกี่ยวโยงกับองค์กรเคเอสวันหรือไม่ หากพวกมันร่วมมือกับญี่ปุ่นในการแอบสร้างอาวุธเชื้อโรคด้วยแล้ว มหันตภัยอันยิ่งใหญ่จะระเบิดขึ้นในทุกมุมโลก นักวิทยาศาสตร์เก่งๆของประเทศนี้จะตกเป็นทาสให้กับอำนาจของเงินของพวกมันแน่

“หรือพวกมันจะก้าวมาถึงที่นี่จริงๆ ใครๆก็มีรอยแผลเป็นที่หน้าผากได้ทั้งนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคนขององค์กรมันเท่านั้น หรือเราจะคิดมากไปอีกแล้ว”ดนัยพึมพำ

ดนัยค่อยๆ เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำและรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปทางบันไดหนีไฟ เพื่อขึ้นไปที่ชั้นที่สูงที่สุดและเหลี่ยงที่จะใช้ลิฟต์ เขาหยุดพักเพื่อโทรออกหาสุชาติแต่สายกลับไม่ว่าง ให้ฝากข้อความไว้แต่ดนัยเลือกที่จะกดปิดและหลบที่มุมเสาข้างบันได

“พวกมันกำลังจะเคลื่อนย้ายไอ้หุ่นกระป๋องตัวนั้นแล้ว นายสั่งมาว่าหากมันกลับไปประเทศได้ พวกเราตายสถานเดียว”เสียงแหบแห้งเหมือนคนเป็นหวัดดังมาจากหน้าลิฟต์ชั้น13

“แกแน่ใจนะไม่มีใครอยู่แถวนี้นอกจากเรา 2 คน”ชายร่างท้วมแต่มีกล้ามเป็นมัดพูดขึ้น

“แน่ซะยิ่งกว่าแน่ แค่ใช้ยาสลบเป่าเข้าไปในห้องเหมือนยากันยุง ขนาดแม่บ้านเดินผ่านยังไปนั่งหลับตรงหน้าลิฟต์ด้านโน้นแน่ะ”ชายเสียงแหบร่างผอมพูดขึ้น

“เอาอีกแล้ว พวกเมิงหาเรื่องให้นักสืบดนัยต้องออกแรงทุกครั้งที่ต้องเดินทาง แล้วนายมันเป็นใครกัน”นักสืบพึมพำอยู่คนเดียวจนมีสายเรียกเข้าและต้องรีบกดวาง

“มีเสียงโทรศัพท์ดังมาจากทางบันไดหนีไฟ แกลองไปดูสิ”ชายร่างท้วมออกคำสั่ง

“ได้ลูกพี่ เดี๋ยวแหบจัดเอง ใครมันกล้ามาล้วงคองูเห่าอย่างเราไม่ตายดีนะครับ”ชายเสียงแหบเดินยักไหล่ใช้นิ้วชี้สีไปมาที่ปลายจมูกแล้วซีดปาก

ดนัยหายใจรดต้นคอปนเสียงหอบ ด้วยเสียงปลายเท้าที่กระชั้นเข้ามาในระยะสามเมตร มีดปลายแหลมถูกดึงออกมาจากเสื้อแจ๊คเกตสีดำของชายเสียงแหบ ปลายมีดกระทบแสงไฟสลัวๆจนเป็นเงามาตามทางเดิน แสงเงาในร่างมนุษย์กระชั้นมาเรื่อยๆจนนักสืบดนัยต้องคิดหาทางหลบแต่ด้วยด้านล่างชั้นสิบสองก็มีเสียงคนคุยกันกำลังมุ่งหน้าขึ้นมาชั้นสิบสาม จะให้เดินออกไปตอนนี้เจอพวกมันแบบตัวเป็นๆแน่ จะทำอย่างไรดีล่ะทีนี้

“ใครอยู่ตรงนั้นออกมาได้แล้ว อย่าให้แหบต้องเหนื่อยนะโว้ย มีงานต้องทำอีกแยะ”ชายร่างผอมร้องขึ้นด้วยเสียงอันแหบแห้ง

เงาในที่มืดค่อยๆออกมาจากมุมเสาพร้อมกับกระบอกปืนที่จ่อตรงขมับของชายเสียงแหบได้อย่างพอดีจนต้องยกมือขึ้นเหนือศีรษะร้องขอชีวิต

“ผมขอโทษครับลูกพี่ ผมมันปากสุนัข รถขยะคว่ำในปาก พูดพล่อยๆแบบนั้นออกไป ผมไม่รู้ว่าลูกพี่จะตามพวกเราสองคนมาด้วย”ชายเสียงแหบร้องเอะอะ

“พวกแกมันดีแต่พูด เหลวมากี่ครั้งแล้ว นายเลยสั่งให้มาประกบพวกแกไว้ หากพลาดครั้งนี้ ลูกกระสุนเจาะหน้าผากล้านๆของพวกแกแน่”ชายร่างกำยำผมสั้นสีทองเขม็งตาใส่จนอีกฝ่ายต้องประนมมือไหว้ขอชีวิตและรีบไปทำงานตามคำสั่ง ส่วนชายผมสีทองกระชับเสื้อสูทและแว่นตารีบกดลิฟต์แล้วก้าวเท้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว

“เกือบไปแล้ว แต่ตอนนี้เหม็นเป็นบ้า ดีนะลงไปในถังขยะได้ทันเวลา”ดนัยยืนบ่นปัดเสื้อผ้าและรีบตามพวกมันไป

นักสืบสูดลมหายใจเข้าออกเหมือนมีรถขยะมาคว่ำอยู่ตรงหน้า อาการภูมิแพ้กำเริบจนต้องรีบผละตัวเข้าห้องน้ำของโรงแรมอีกครั้งแต่เป็นห้องน้ำของชั้นสิบสี่ ล้างไม้ล้างมือ ล้างหน้าล้างตาจนรู้สึกกลิ่นเริ่มจางลงและสบายตัวมากขึ้นกำลังจะก้าวออกจากห้องน้ำกับต้องผงะถอยหลังกลับรีบเข้าไปซ่อนตัวในห้องเก็บของภายในห้องน้ำด้วยมีเสียงคนเดินมาทางนี้

“นายสั่งให้เก็บอย่าให้เหลือซาก และอย่าลืมให้รางวัลกับผู้ชนะครั้งนี้ด้วย”ชายหน้าเรียวยาวผมปะบ่าเอียงคอแนบหูกับโทรศัพท์รีบเดินไปที่โถและปล่อยของเหลวอย่างผ่อนคลาย

“มันต้องเป็นคนที่ยัยนังประเทืองพูดถึงแน่ รูปร่างสูงใหญ่ขาวหล่อขนาดนี้เป็นที่หมายตาของเหล่าชะนีและอีแอบ ฝีมือมันจะแค่ไหนกัน”ดนัยพึมพำ

“เอาเป็นว่าทำตามแผนที่วางไว้ ส่วนเรื่องเงินหลังเสร็จงานมารับงวดแรกไปก่อน ถ้างานดีพวกแกรวยแน่ เท่านี้”ชายหนุ่มกดวางสายก่อนที่จะกดน้ำและรูดซิปกางเกงผิวปากเดินออกจากห้องน้ำไปก่อนที่ดนัยจะออกสูดอากาศภายนอกได้อย่างเต็มปอด

“อึดอัดเป็นบ้า แม่งมาฉี่ยังนานขนาดนี้ ถ้ามาทำอย่างอื่นมันคงนั่งหลับคาชักโครกแน่ เอาเถอะไม่สำคัญเท่ามันจะทำอะไรกับหุ่นยนต์รบตัวนั้นและมันจะให้รางวัลอะไรกับเรานา ถ้าไม่ได้รู้คงนอนตายตาไม่หลับแน่”นักสืบส่งสายตาอย่างมีเล่ห์กลคว้าชุดเชฟสีขาวที่แขวนไว้หน้าห้องอาบน้ำเหมือนว่าเจ้าของชุดจะลืมไว้เป็นความบังเอิญที่ถูกเวลา เขาเปลี่ยนชุดและเอาชุดเก่าแขวนไว้แทนที่ ซึ่งตรึงไว้ด้วยกลิ่นเกินจะบรรยาย และใช้ผงพันหน้าที่เพื่อนชาติเคยให้ไว้ก่อนมาที่นี่เปลี่ยนใบหน้าให้ต่างจากเดิมเพื่อง่ายต่อการทำงานอันรีบเร่งก่อนที่เพื่อนชาติจะส่งคนมารับกลับประเทศ

งานเลี้ยงขอบคุณคณะกรรมการตัดสินการแข่งขันหุ่นยนต์รบจากประเทศที่ได้รับเชิญมาเพียง 10 ประเทศ และผู้สนับสนุนรายใหญ่จากเกาหลี ดร.คิม ยองยอง งานนี้เต็มไปด้วยนักธุรกิจและนักลงทุนหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่และบรรดาคุณหญิงคุณนายทั้งไทยและเทศ บ้างก็เป็นสาวแก่แม่หม้ายต่างพากันซี๊ดปากอมยิ้มทำท่าเหมือนอยากจะกลืนกินดอกเตอร์หนุ่มจากเกาหลีที่ได้แต่นั่งแจกยิ้มให้สาวๆและสาวเหลือน้อย นักสืบเหล่ตามองจนแน่ใจว่ามันคือคนเดียวกันกับที่เจอให้ห้องน้ำแต่แปลกที่มันไม่ยอมออกเสียงให้ใครได้ยิน แม้จะมีล่ามคอยแปลเป็นภาษาอังกฤษให้

“เอาล่ะครับ เวลาที่ทุกท่านรอคอยก็มาถึงแล้วนะครับ เราจะมีชายหนุ่มจากเกาหลีและสาวสวยจากญี่ปุ่นที่ผ่านการศัลยกรรมมาแล้วทั้งสิ้นแต่ทำแค่หน้าเท่านั้นนะครับ ส่วนอื่นผมไม่การันตีนะครับ แต่เรามีเกมให้ทุกคนเล่นครับ ใครทายถูกจะได้ร่วมสนุกกับหนุ่มๆและสาวๆเหล่านั้นครับ ใครอยากร่วมสนุกยกมือครับ”ยกมือกันแบบหนุ่มๆและสาวๆศัลยกรรมเป่าปากตามๆกันซึ่งพวกเขาและเธอนึกไม่ถึงว่าความนิยมในหนุ่มและสาวศัลยกรรมจะมีมากมายขนาดนี้ หากเห็นหน้าสดของพวกเขาและเธอจะทำหน้ากันอย่างไร

“งานนี้จะต้องรู้ให้ได้ว่า สาวๆคนไหนศัลยกรรมอะไรมาบ้าง จะบีบเค้นให้คลายความลับออกมาอย่างมันมือดีต่อใจจริงๆ”นักสืบยืนหลับตาขยับปลายนิ้วในห้วงความฝันแต่ถูกเพื่อนซี้มาทำลายฝันด้วยเสียงเรียกเข้า

“ยังกลับไม่ได้วะตอนนี้ ฉันอยากได้สาวๆ สวยๆ อวบๆ ใหญ่ๆ จะช่วยแบกรับไว้ ไม่สิฝันจบแล้ว”ดนัยพึมพำ

“แกว่าไงนะดนัย สาวที่ไหนวะ สงสัยความบ้ากามกำเริบ ทำไมเสียงมันดังขนาดนี้วะ อย่าให้เสียงานนะโว้ย! รีบๆกลับมาดีกว่าวะคิ้วขวาฉันยิ่งกระตุกทั้งวันเหมือนกำลังจะมีเรื่องซวยๆเกิดขึ้นอีกแล้ว”นายตำรวจใหญ่ถอนหายใจ

“เปล่าๆไม่มีอะไร คนของแกมาถึงหรือยัง ฉันจะได้ไปรอที่จุดนัดหมาย”นักสืบใช้กระดาษชำระอุดรูจมูกเลือดไหลออกมาเป็นทาง

“เสียงแก ทำไมมันแปลกๆวะเหมือนคนเป็นหวัด ช่วงนี้น้ำไหลดีหรือเปล่าวะ ป้องกันดีๆนะเพื่อน ที่นั่นยิ่งสาวยิ่งสวยยิ่งอันตราย เกือบลืม คนของฉันจะปลอมตัวไปแกสังเกตให้ดี คนไหนมีไฝสีดำที่หน้าผาก 1 เม็ด อ้าว!ยังพูดไม่ทันจบสัญญาณหายอีกแล้ว เทคโนโลยีล้ำจริงๆ กำลังจะบอกว่า คนไหนมีไฝสีดำที่หน้าผาก 1 เม็ด ไม่ใช่ ต้องมี 2 เม็ดติดกันเท่านั้น จบกัน”สุชาติส่ายหน้า

“ตัดสายแบบดื้อ คนมีไฝ 1 เม็ด แล้วมันจะทำให้ลึกลับทำไม จะมาตอนไหน เสร็จเรื่องแล้วจะไปตามที่นัดก็แล้วกัน ตอนนี้ทำงานต่อดีกว่า สวยๆ งามๆ ทั้งนั้น เห็นแล้วเปรี้ยวปากจริงๆ”นักสืบเดินพึมพำ

“ขอน้ำแก้วสิจ๊ะ พ่อรูปหล่อ”เสียงที่ทำให้ดนัยหันหลัง

“ได้เลยครับป้า น้ำอะไรดีครับ”นักสืบขานรับ

“ใครเป็นพี่สาวพ่อกับแม่แก”สาวใหญ่วัยทองรับน้ำแล้วสาดใส่หน้าดนัยอย่างจังตามด้วยเสียงด่าต่างๆนานา

“เรียกป้าแค่นี้ด่าซะหน้าเปียกเลย ดนัยไม่รังแก ผู้หญิง เด็ก และคนชรา อยู่แล้ว ถ้าเป็นชายโดนหนุมานถวายแหวนแน่เมิง อ้าวนั่น ! มันกระเป๋าเดินทางของไอ้ด็อกหน้าหล่อนี่หว่าใครมาวางไว้ตรงนี้ ใครเอาปลาย่างมาวางไว้ เสร็จแมวสิครับ จะกินไม่ให้เหลือ มันต้องมีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้างสิวะ”นักสืบหนุ่มเหลือน้อยมองปลาย่างเป็นตามันและตอนนี้เกมกำลังดำเนินไปอย่างสนุก เสียงกรี๊ดดังสนั่นเวทีจนกลบเสียงด่าของป้าวัยทองคู่ปรับของเขาที่เปลี่ยนเสียงด่าเป็นเสียงขบฟันปลอมเป็นติ่งร่วมกับคนอื่นๆ

พิธีกรจับสลากเลือกหมายเลขผู้ที่มีสิทธิ์ตอบคำถามซึ่งพนักงานต้อนรับทุกคนในงานนี้มีสิทธิ์ในเกมด้วยเช่นกันเป็นความต้องการของ ดร.คิม ยองยอง เพื่อให้ทุกคนในงานมาสนุกร่วมกัน เพื่อทายว่าภาพที่เห็นบนจอพลาสม่าเป็นหน้าสดของ ชายหนุ่มจากเกาหลีหรือสาวสวยจากญี่ปุ่นคนใด ใครทายถูกมารับหนุ่มหล่อหรือสาวสวยไปนั่งข้างๆได้ตลอดงาน

“หมายเลขอยู่ในมือผมแล้วนะครับ เลขนั้นก็คือ 29 ครับ หยิบสลากในมือขึ้นมาดูเลยครับ ใครเป็นเจ้าของแสดงตัวตนเลยครับ เราจะนับถอยหลัง เก้า แปด เจ็ด…ศูนย์ เราจะผ่านเลยนะครับ น่าเสียดายจริงๆสงสัยหมายเลข 29 ไปแอบหลับอยู่ตรงไหนแน่เลยครับ”เสียงปรบมือดังลั่นตามด้วยเสียงกรี๊ดยิ่งกว่าซุปตาร์มาเมืองไทย

“ผมของเชิญคณะกรรมการ 1 ท่านขึ้นมาบนเวทีเลยครับ”ไม่มีเสียงตอบรับแต่ผายมือไปทาง ดร.คิม ยองยอง

“ส่งมือไปแบบนี้แสดงว่าเราต้องรบกวน ดร.คิม ยองยอง มาเป็นเกียรติมอบโชคให้กับผู้โชคดีของเราแล้วครับ ขอเชิญครับ”เสียงปรบมือปนเสียงกรี๊ดของบรรดาติ่งน้อย ติ่งใหญ่จนทำให้ด๊อกเตอร์หนุ่มต้องลุกขึ้นและเดินไปกลางเวทีตามเสียงเรียกร้อง

“ดร.คิม ยองยอง จับสลากขึ้นมา 1 ใบเลยครับ ขอเชิญล่ามชาวเกาหลี”หนุ่มเกาหลีพยักหน้าตามที่ล่ามบอกสลากถูกจับขึ้นมาเพียง 1 ใบเท่านั้น ด๊อกเตอร์หนุ่มชาวเกาหลีส่งสลากในมือให้พิธีกรเพื่อมอบโชคให้กับผู้ร่วมงานทุกคน

“จะเป็นเลขของใครนั้น ตอนนี้สลากอยู่ในมือผมแล้วครับ ตอนนี้ต้องมีหัวใจของใครบางคนเต้นรัวเป็นจังหวะกลอง ใครจะเป็นผู้โชคดีคนแรกที่ได้เล่นเกมทายหน้าสดว่าเป็นของชายหนุ่มจากเกาหลีหรือสาวสวยจากญี่ปุ่นคนใด คือหมายเลข…”ไฟดับอย่างกะทันหันจนคนในงานส่งเสียงกรี๊ดกันอย่างสุดเสียงจนไฟสว่างขึ้น

“ประกาศซะทีสิเมิงลุ้นจนฉี่จะราดกันทั้งงาน ใครกันมันมาดับไฟเล่นตอนนี้ แต่เราก็ได้กระเป๋าไอ้ด๊อกนั่นมาแล้ว ขอบคุณสวรรค์ที่ไม่ทอดทิ้งดนัยไส้แห้งคนนี้”นักสืบบ่นอยู่คนเดียว พร้อมกับลุ้นสลากในมือ

“หมายเลข สิบ สิบสามครับ ขอผู้โชคดีขึ้นมาบนเวทีได้เลยครับ”เสียงกรี๊ดดังสนั่น พนักงานต้อนรับส่งเสียงเชียร์และผายมือให้เดินราวกับปูพรมแดง

“แนะนำตัวหน่อยครับ”พิธีกรยื่นไมโครโฟนให้กับผู้โชคดี

“ผมชื่อ ชื่ออะไรล่ะ ชื่อ…”ดนัยดีใจกับสลากแต่ลืมคิดเรื่องชื่อตนเองในการปลอมตัว

“สงสัยพนักงานต้อนรับของเราจะตื่นเต้นจนลืมชื่อของตัวเองไปแล้ว เรามาฟังชื่อเสียงเรียงนามกันให้ชัดๆ”

“ผม ฟันดะ กะปู๋เปื่อย”ชื่อที่ดนัยคิดแบบสดๆจนเรียกเสียงหัวเราะสนั่นไปทั้งบาง

“ชื่อนี้ใครตั้งให้ครับ พ่อหรือแม่ แต่ไม่เป็นไรครับ มาร่วมสนุกกันต่อดีกว่าครับ จับตามองภาพด้านหลังให้ดี ขอภาพแรกเลยครับ”ภาพใบหน้าหญิงสาวที่ยังไม่ผ่านการศัลยกรรมดูเหมือนจะเรียกเสียงฮือฮาแบบมือปิดปากกันเป็นแถว

“ถ้าไม่อยากตอบ ผมให้คุณฟันดะไปดึงสาวสวยในภาพขึ้นมาบนเวทีได้เลยครับ”วิชาแกะใบหน้าตามที่ร่ำเรียนมาได้ใช้ประโยชน์แล้วในตอนนี้ นักสืบอมยิ้มเล็กๆ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว