[ 谢卓君 ] ฮูหยินน้อย

บทที่ 1

บทที่1

ภายในห้องหอแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ ทุกสิ่งภายในล้วนแต้มด้วยสีชาด แม้แต่พวงแก้มและริมฝีปากของเจ้าสาว หากทว่าผู้ที่มีลักษณะผิดแผกออกไปคงมิพ้นตัวเจ้าบ่าว แม้นจะสวมอาภรณ์เฉดมงคล หากใบหน้าคมคายกลับถมึงทึงราวมีเงาม่านดำมืดพาดไว้

จางหยุนฟ่านขยับสายตามองผู้ที่นั่งไม่ห่างอยู่บนเตียงเดียวกัน ยามเห็นนัยน์ตากลมโตสุกใสกำลังมองเขาไม่กะพริบก็ให้หงุดหงิดนัก

ตั้งแต่เกิดมา มีผู้ใดบ้างอาจหาญสบตาแม่ทัพฉายา มารมืด เฉกเช่นเขาอย่างมิเกรงกลัว ขนาดบุรุษอกสามศอกทั้งหลายยังต้องหลบสายตาลงต่ำยามพบปะสนทนา แล้วเด็กน้อยผู้นี้ถือดีว่าตนเป็นใครกัน ถึงได้กล้าจ้องเขามิกลัวจะถูกควักลูกตาเช่นนี้?

“จะจ้องข้าอีกนานไหม?”

วาจาดุดันของเขาส่งผลให้เด็กสาวส่ายหน้าเบา ๆ “จูนเอ๋อร์ก็ไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะ”

นางตอบเขาตามตรงเกินไปหรือไม่?

“บนหน้าผืนแผ่นดินนี้ นอกจากฝ่าบาท ท่านพ่อท่านแม่ ก็ยังมิมีผู้ใดบังอาจวางสายตาให้เทียบเทียมข้า เจ้ารู้เรื่องนี้ดีใช่หรือไม่?”

เจ้าสาวมือใหม่ส่ายหน้าปฏิเสธอีกครา สีหน้าใสซื่อฉายชัด “จูนเอ๋อร์ไม่รู้เจ้าค่ะ”

เด็กนี่จะรู้อะไรกับใครเขาบ้างหรือไม่?

คิดแล้วก็ให้ยิ่งรู้สึกรำคาญใจ จึงเอื้อนสั่ง “อย่าบังอาจจ้องข้าถ้าข้าไม่ได้สั่ง เข้าใจหรือไม่?”

เซี่ยจัวจูน ขมวดคิ้ว ดวงหน้าแฉล้มฉายแววฉงน “เช่นนั้น เวลานี้ ท่านต้องการให้จูนเอ๋อร์จ้องอะไรแทนหรือเจ้าคะ?”

จางหยุนฟ่านสูดลมหายใจเข้าลึกระงับสติ เขาไม่นึกว่าจำต้องรับเด็กน้อยโง่เง่าถึงเพียงนี้มาเป็นภรรยา “เจ้าจะจ้องอะไรก็เรื่องของเจ้าสิ!”

ได้ยินดังนั้นนางก็ฉีกยิ้มกว้าง “เช่นนั้นจูนเอ๋อร์จะจ้องท่านนะเจ้าคะ”

แม่ทัพหนุ่มกัดฟันกรอด รู้สึกหมดความอดทนมากขึ้นไปทุกที “ข้าบอกว่าเจ้าจะจ้องอะไรเจ้าก็จ้องไป เพียงแต่ไม่ต้องมาจ้องหน้าข้า! เท่านี้ มันเข้าใจยากตรงไหน?!”

เซี่ยจัวจูนหน้าเสีย กะพริบตาถี่อย่างตกตื่น ดวงหน้ามนซีดลงอย่างเห็นได้ชัด “จูนเอ๋อร์ผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ให้อภัยจูนเอ๋อร์ด้วย”

จางหยุนฟ่านเห็นดังนั้นก็รู้สึกสะใจเล็กน้อย หากก็ไม่วายสงสัยในข้อหนึ่ง “แล้วเจ้าอยากจะจ้องหน้าข้าไปเพื่ออันใดนักหนา?”

เซี่ยจัวจูนเอ่ยตะกุกตะกัก “เพราะในสายตาของจูนเอ๋อร์สมควรมีแต่ท่านเจ้าค่ะ”

ผู้ที่สมควรอยู่แต่ในสายตาของอีกฝ่ายเท่านั้นถึงกับอึ้งกึ้มกี่ไปชั่วครู่ เขามิได้คาดจะได้ยินคำตอบในเชิงดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย ยามแม่ทัพหนุ่มรู้ตัวว่าสงบเสียงเป็นเวลานานเกินไปเสียแล้วจึงกระแอมไอคราหนึ่งก่อนถามต่อด้วยความอยากรู้ที่มิอาจปฏิเสธ “ไฉนในสายตาเจ้าต้องมีเพียงข้า มิมีใครบังคับเจ้าให้ทำเช่นนั้น”

เด็กสาวในชุดแดงเอียงคอสงสัย “หมายความว่าในสายตาของจูนเอ๋อร์ มีผู้อื่นได้ด้วยหรือเจ้าคะ?”

ใบหน้าของจางหยุนฟ่านพลันปรากฏเงามืดฉาบทาอีกครา

ทั้ง ๆ ที่เขามิได้มีใจพิศวาสต่อเด็กคนนี้แม้เพียงนิด หากกลับรู้สึกไม่พอใจยิ่งเมื่อได้ยินวาจาเช่นนั้น “สามหาว! ไฉนเจ้าจึงใคร่ยอกย้อนข้าไม่รู้จบ?!”

ร่างแบบบางสะดุ้งกับเสียงตวาดนั้น

นางเพียงแค่ถามในสิ่งที่สงสัย ตอบในสิ่งที่คิด ไม่เข้าใจแม้เพียงนิดว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงมีท่าทีโกรธเกรี้ยวตลอดเวลาเช่นนั้นได้

“จูนเอ๋อร์ไม่เข้าใจ จึงถามไปตามที่สงสัยเท่านั้นเองเจ้าคะ” แล้วจึงส่ายหน้าว่าเสียงแผ่ว “มิใช่ยอกย้อน"

เห็นดังนั้นแม่ทัพหนุ่มเพียงแค่นเสียงในลำคออย่างรำคาญ “ช่างเถอะ” ก่อนจะเบือนหน้าไปยังโต๊ะวางเหล้ามงคลแล้วจึงออกคำสั่ง “ไปรินเหล้ามงคลมาเสีย”

“เจ้าค่ะ” เซี่ยจัวจูนขยับเคลื่อนตัวไปรินเหล้ามงคลตามความปรารถนาของผู้เป็นสามี ก่อนจะคว้าจอกเหล้ามาถือไว้อย่างระมัดระวัง แล้วจึงนำมันไปยื่นให้แม่ทัพหนุ่มพร้อมรอยยิ้มประหม่า

จางหยุนฟ่านมองจอกดังกล่าวสลับกับใบหน้าของผู้ถือด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ

นี่เขาจะได้ภรรยาที่โง่เขลาถึงปานนี้จริง ๆ หรือนี่?

“เหล้ามงคลคือเหล้าที่สามีภรรยาต้องร่วมดื่มด้วยกัน เจ้าเอามาเพียงจอกเดียวเยี่ยงนี้ จะให้ข้าเข้าใจว่าอย่างไร?”

ต้องดื่มด้วยกันเยี่ยงนั้นหรือ?

เด็กสาวมองของเหลวใส ๆ ในจอกด้วยสายตาแสดงความลังเลชั่วครู่ ก่อนจะยกมันขึ้นจรดริมฝีปากแล้วดื่มมันลงคอไป รสชาติรุนแรงของเมรัยบาดคอจนนางต้องเบ้หน้า เพียงชั่วครู่เท่านั้น ผิวนวลผ่องก็ขึ้นสีเลือดฝาดชัด แล้วมือเรียวก็ยื่นภาชนะในมือไปยังผู้เป็นสามีอีกครา นัยน์ตาคู่งามฉายแววกระตือรือร้น “สามีภรรยาต้องดื่มเหล้าด้วยกัน เช่นนั้น ถึงคราวท่านต้องดื่มแล้วใช่หรือไม่?”

แม่ทัพหนุ่มถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปอึดใจใหญ่ ใบหน้าคมเข้มให้ฉาบทาด้วยเงาแห่งความตกตะลึงในปัญญา ยามหาเสียงตัวเองเจอก็ให้ถามออกไป “นี่ถ้าข้าบอกว่าคู่สามีภรรยาต้องดื่มเหล้าจากจอกเดียวกันในเวลาเดียวกัน เจ้าก็จะหาวิธีมาทำให้ได้ใช่ไหม?”

ดวงหน้าแฉล้มฉายแววฉงน “ทำได้ด้วยหรือเจ้าคะ?”

จางหยุนฟ่านถอนหายใจหนักหน่วงอย่างเริ่มจะเหนื่อยใจ

โง่กว่านี้ มีอีกหรือไม่บนหน้าแผ่นดิน เขาล่ะสงสัยเหลือเกิน

“จูนเอ๋อร์คิดออกแล้วล่ะเจ้าค่ะ!” นางกระดกจอกในมือปล่อยของเหลวที่เหลือเข้าปาก ก่อนจะขยับเข้าหาคนที่กำลังนั่งขมวดคิ้วแล้วจึงประทับริมฝีปากนุ่มเข้ากับอีกฝ่ายโดยที่เขามิทันได้ตั้งตัว

แม่ทัพหนุ่มกายแข็งทื่อ ตาเบิกกว้างอย่างทำอันใดไม่ถูก ด้วยมิเคยถูกสตรีหน้าไหนรุกหาก่อนเช่นนี้ ยิ่งยามฝ่ายนั้นพยายามดุนลิ้นเล็ก ๆ เข้ามาเพื่อแยกริมฝีปากเขาออก จางหยุนฟ่านก็คล้ายจะชาวาบไปทั่วร่าง เผลอเผยอรับของเหลวอุ่น ๆ ที่นางถ่ายทอดผ่านมาให้อย่างมิอาจปฏิเสธ

รสเหล้าฝาดคอกลับหวานล้ำเกินคณานึก สัมผัสอุ่นชื้น และกลิ่นหอมของกายสาวที่อยู่เพียงปลายจมูกกระตุ้นกำหนัดในกายได้ไม่ยาก ลิ้นเล็กที่สอดแทรกเข้ามาอย่างบังอาจพลันถูกกระหวัดเกี่ยวด้วยลิ้นแข็งแรงของชายหนุ่ม มือแกร่งตวัดเอวบางเข้าประชิดจนเจ้าของร่างเสียหลักนั่งลงบนตักเขา จอกเหล้าในมือเล็กร่วงหล่นลงพื้นทันที

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย เดือน
รับแต้มคะ ติดตาม
เมื่อ 4 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย ounjijang
ตอนที่ 2 มาก่อนตอนที่ 1 พอกดตอนต่อไปเป็นตอนที่ 3 ซะงั้น ^^"
เมื่อ 4 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว