[ 谢卓君 ] ฮูหยินน้อย

บทที่ 17

บทที่ 17

ไร้ซึ่งคำตอบใดถูกว่ากล่าว หากทว่าเสียงหย่อนเท้าลงมาจากเบื้องหลังก็ทำให้คนถามหัวเราะเสียงใส “ไหนพี่หญิงบอกว่าบ่าวรับใช้มิอาจอาบน้ำร่วมกับผู้เป็นนายได้อย่างไรเล่า?” แล้วจึงหันไปวักน้ำใส่คนข้างหลัง หากทว่ามือน้อยก็ต้องชะงักค้างยามเห็นว่าผู้ที่กำลังนั่งยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่เป็นผู้ใด “ท่าน...”

จางหยุนฟ่านมองเจ้าของดวงเนตรสุกใสด้วยแววตาฉายชัดซึ่งอารมณ์หนึ่งชัดเจน “ว่าอย่างไร ฮูหยินของข้า?” ตาคมกวาดมองทั่วร่างนวลผ่องอย่างพึงใจ ผิวขาวจัดเนียนนุ่มชวนสัมผัสที่เริ่มขึ้นสีชมพูอ่อนจากอุณหภูมิน้ำ ทรวดทรงองค์เอวของเด็กสาวที่กำลังเจริญพันธุ์ บวกใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสาราวกวางน้อยนั่นอีกเล่า ยิ่งมอง ความปรารถนาดิบเถื่อนในกายก็ยิ่งสั่นคลอน “มีใครเคยบอกเจ้าหรือไม่ว่าเจ้างดงามเพียงใด?”

“ไม่มีเจ้าค่ะ” เซี่ยจัวจูนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างมิใคร่เข้าใจนักว่าอีกฝ่ายมานั่งอยู่ข้างหลังนางตั้งแต่เมื่อไหร่ “แล้วพี่รั่วเหรินล่ะเจ้าคะ?”

แม่ทัพหนุ่มยกนิ้วชี้ขึ้นประทับบนริมฝีปากน้อยก่อนส่ายหน้าไปมาเบา ๆ “ยามอยู่กับข้า เจ้าห้ามพูดถึงหรือสนใจผู้อื่น เข้าใจหรือไม่?”

เด็กสาวพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาจดจ้องกายแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของผู้เป็นสามีอย่างสนใจยิ่ง ด้วยมิเคยเห็นร่างเปลือยของบุรุษผู้ใดมาก่อน นางขยับตัวจนนั่งประจันหน้ากับแม่ทัพหนุ่มแล้วยังคงมองสำรวจกายเขาเช่นนั้น ด้านคนถูกจับจ้องกระตุกยิ้มพรายยามเห็นอาการของภรรยาสาว “สงสัยอะไรเยี่ยงนั้นหรือ?”

“หน้าอกท่าน” สาวน้อยเอียงคอพลางขมวดคิ้ว “มันแข็งไหมเจ้าคะ?”

มารมืดหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “เจ้า...” แล้วก็ต้องหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

นั่นคือคำถามที่นางสงสัยหรือ หลังจ้องเขาไปแทบทุกจุดขนาดนั้น

เซี่ยจัวจูนมองผู้เป็นสามีด้วยสีหน้ายิ่งกว่าฉงน “มีอะไรตลกหรือเจ้าคะ?”

แม่ทัพหนุ่มส่ายหน้าหากยังมิหยุดหัวเราะ เป็นเวลากว่าชั่วครู่ใหญ่เขาจึงสามารถสงบสติอารมณ์ตัวเองได้ ก่อนจะยกนิ้วเช็ดน้ำที่เล็ดออกจากหางตายามเอ่ยตอบ “แข็งสิ มันแข็ง เจ้าอยากลองจับดูไหมเล่า?”

เด็กสาวพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น เห็นดังนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าจางหยุนฟ่านให้แยกกว้างเข้าไปอีก “เช่นนั้นก็ขยับมาใกล้ ๆ ข้านี่”

ฮูหยินน้อยเขยื้อนกายคล้ายท่วงท่าของสัตว์สี่ขาก่อนจะคลานแหวกน้ำเข้าไปใกล้สามีจนมือน้อยสามารถวางนาบลงบนอกแกร่งนั้นได้ นางลูบไล้กล้ามเนื้อของเขาไปมาพร้อมนัยน์ตาที่เบิกโต “แข็งมากเลยเจ้าค่ะ”

แม่ทัพหนุ่มหัวเราะอย่างเอ็นดูในตัวภรรยายิ่ง “มันมิใช่เรื่องน่าตกใจอะไรถึงปานนั้น”

“ก็...ก็จูนเอ๋อร์มิคิดว่าหน้าอกคนเราจะแข็งราวก้อนหินได้ถึงเพียงนี้นี่เจ้าคะ”

“เป็นปกติของบุรุษชาติทหารเยี่ยงข้า ที่จะมีกายแกร่งดั่งหินผา”

เซี่ยจัวจูนโคลงศีรษะรับเป็นเชิงเข้าใจก่อนจะเลื่อนมือมาจับหมับเข้าที่ก้อนเนื้อนุ่มนิ่มบนอกตัวเอง นัยน์ตาหลุบลงมองอย่างครุ่นคิด “หน้าอกของจูนเอ๋อร์ไม่เหมือนของท่านเลย มันนิ่มมากเลยนะเจ้าคะ”

จางหยุนฟ่านแสร้งเลิกคิ้วสูง “นิ่มมาก? นิ่มมากขนาดไหนกัน?”

สาวน้อยกลอกตาไปมาราวใช้ความคิด ปากก็อ้าพะงาบ ๆ คล้ายพยายามจะหาคำอธิบาย “นิ่มเหมือน...เหมือน...” ก่อนจะตาโตเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เหมือนก้อนติ่มซำเลยเจ้าค่ะ!”

มารมืดพยายามกลั้นขำ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแสดงความจริงจัง “จริงหรือ?”

นางพยักหน้า “จริงสิเจ้าคะ” ก่อนจะถือวิสาสะคว้ามือใหญ่ขึ้นมา “ลองจับดูสิเจ้าคะ”

เมื่อเห็นสีหน้าขึงขังปนใสซื่อของเจ้าของตาแป๋ว ๆ คู่นั้นแม่ทัพหนุ่มให้อึ้งไปเล็กน้อย

มิคิดว่านางจะไม่เดียงสาได้ถึงเพียงนี้

ยามเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งค้างไปไม่ยอมจับหน้าอกนางสักที เด็กสาวก็ดึงมือเขาให้ตะปบลงบนเนื้อนิ่มเสียเอง “ลองบีบดูสิเจ้าคะ มันนิ่มมากเลยนะ”

เป็นหูขาว ๆ ของจางหยุนฟ่านที่เริ่มจะขึ้นสี

เด็กผู้นี้ ชักชวนให้เขาทำเรื่องพรรค์นั้นได้อย่างตาใสจนน่าตี

แม่ทัพหนุ่มยังคงมีท่าทีแข็งทื่ออย่างมิทราบจะจัดการกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างไรดี หากก้อนอุ่นนุ่มใต้มือมิได้ทำให้ตัดสินใจลำบากนัก เขาค่อย ๆ ขยับนิ้วคลึงปทุมน้อยข้างนั้นเบา ๆ แล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มที่เริ่มแฝงด้วยเลศนัยบางอย่าง “เช่นนี้หรือ?”

สาวน้อยพยักหน้ารับ “นิ่มหรือไม่เจ้าคะ?”

คำถามนั้นทำให้อารมณ์บางอย่างที่บุรุษหนุ่มตั้งใจปลุกปั่นต้องล่มลงอีกคราด้วยมิอาจกลั้นหัวเราะเอาไว้ได้ มือที่ตั้งใจจะเค้นนวดสร้างความต้องการให้ร่างเล็กพลันร่วงลงสู่ก้นอ่าง “เจ้า...เจ้านี่มัน...”

เซี่ยจัวจูนเอียงคอมองท่าทีขบขันของผู้เป็นสามีอย่างมิใคร่เข้าใจเท่าใดนัก “จูนเอ๋อร์ทำไมหรือเจ้าคะ?”

มารมืดทุเลาเสียงหัวเราะลงจนเหลือเพียงรอยยิ้ม แล้วจึงยกมือขึ้นไล้แก้มอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู “เจ้าเพียงน่ารักมากเกินไปเท่านั้น”

“อย่างนั้นหรือเจ้าคะ?” เมื่อประมวลความคิดชั่วครู่จึงรู้ว่าเป็นคำชมสาวน้อยจึงคลี่ยิ้มดีใจ ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับ “ขอบคุณนะเจ้าคะ”

จางหยุนฟ่านยิ้มรับพลางมองสำรวจร่างภริยาอย่างตั้งใจอีกครา

เซี่ยจัวจูนอายุได้สิบห้า หากร่างกายนางแท้จริงกำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ นวลเนื้อแม้ผุดผ่อง หากทรวดทรงต่าง ๆ ยังมิได้ผายออกเด่นชัดเฉกเช่นหญิงสาวทั่วไป แม้แต่ทรวงอกนางยังคงมีขนาดที่จับได้ไม่เต็มมือนัก อาจเป็นเพราะข้อเท็จจริงนี้กระมังที่ทำให้เขาตะขิดตะขวงใจที่จะเร่งรัดการร่วมรักกับอีกฝ่าย

“ท่านแม่ทัพเจ้าคะ”

เสียงเรียกพร้อมใบหน้าที่แสดงชัดว่ามีคำถามอีกแล้วส่งผลให้ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ “ก่อนที่เจ้าจะสงสัยอะไร เลิกเรียกข้าว่าท่านแม่ทัพเสียที”

เด็กสาวเอียงคอ “เอ๋? แล้วจะให้จูนเอ๋อร์เรียกท่านว่าอย่างไรล่ะเจ้าคะ?”

จางหยุนฟ่านยิ้มพราย “สามี”

ฮูหยินน้อยถึงบางอ้อ “เจ้าค่ะ สามี”

เขาเลื่อนมือลูบศีรษะนางเบา ๆ อย่างเอ็นดู “ทีนี้เจ้ามีอะไรจะถามก็ว่ามา”

“จูนเอ๋อร์สงสัยเจ้าค่ะ ท่าน...” เมื่อนึกได้ว่าจำต้องเปลี่ยนคำแทนตัวคนตรงหน้านางก็ชะงักไปนิด ก่อนจะยกมือเกาศีรษะเบา ๆ แก้ประหม่า “สามี...สามีบอกว่ามีกายแกร่งดังหินผา เช่นนี้หมายความว่าร่างกายของสามีมิใช่ว่าแข็งไปหมดหรือเจ้าคะ?”

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว