[ 谢卓君 ] ฮูหยินน้อย

บทที่ 19

บทที่ 19

“อือ...” เสียงครางหวานหูเลื่อนผ่านลำคอระหงอีกครายามยอดอกอีกข้างถูกนิ้วหยาบปัดเล่นไปมา ทรวงอกนางขยับขึ้นลงรุนแรงด้วยเจ้าตัวเริ่มหายใจไม่ทัน เมื่อนั้นแม่ทัพหนุ่มจึงยอมถอนริมฝีปากออกในที่สุด เซี่ยจัวจูนจึงได้โอกาสสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครา ดวงหน้านวลขึ้นสีเลือดฝาดไปหมด นัยน์ตาสุกใสถึงกับเอ่อด้วยม่านน้ำ ผู้เป็นสามีเห็นดังนั้นก็อดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ "ไหวไหม?”

ฮูหยินน้อยส่ายหน้าพร้อมหอบหายใจหนักหน่วง

“ข้าถามว่าไหวไหม?” เขาว่าพลางขยับเข้าขบเม้มติ่งหูน้อยเบา ๆ อย่างยั่วเย้า

“จะ จูนเอ๋อร์...” เสียงนางสั่นสะท้าน ยิ่งถูกสัมผัสรุกเร้าจากสามี คนตัวเล็กก็คล้ายจะหมดสิ้นซึ่งความสามารถในการนึกตรองสิ่งใดได้ทัน ร่างอรชรเสมือนอ่อนเปลี้ย สั่นระริกดั่งลูกนกตกน้ำ

“ว่าอย่างไรเล่า?” จางหยุนฟ่านถามด้วยสำเนียงพร่าเพี้ยน เนื่องจากอารมณ์ที่ถูกกระตุ้นจากร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนอย่างมิมีหยุดหย่อน

“จูนเอ๋อร์...” เซี่ยจัวจูนพยายามควบคุมลมหายใจตนให้สงบพยายามเอ่ย “มะ ไม่ไหว”

ได้ยินดังนั้นนิ้วที่คลึงยอดอกนางก็ทวีซึ่งน้ำหนักการเคลื่อนไหวที่รุนแรงขึ้น ทั้งก้อนหยุ่นนุ่มถูกบีบเค้นอย่างมิมีจังหวะหยุดนิ่ง เรียกซึ่งเสียงครางหวานจากปากน้อยให้แว่วดังแทบจะตลอดเวลา

“จะ จูนเอ๋อร์...อื้อ ท่าน...ท่าน” เด็กสาวมิทราบจะพูดกระไรดีด้วยยามนี้แทบทั้งกายราวมีเพลิงสุม รู้สึกทรมานอย่างมิอาจอธิบายนัก บริเวณกายที่ถูกมือหยาบคลึงเค้นนั้นคล้ายร้อนรุ่ม ในทรวงอกนางลึกเข้าไปคือก้อนเนื้อที่เต้นรัวเร็วมิเป็นจังหวะจนน่ากลัวว่าจะหลุดออกไปภายนอก “จูนเอ๋อร์...จูนเอ๋อร์” อนงค์น้อยหลับตาแน่น แขนกอดรัดคอแกร่งอย่างหาที่ยึดเหนี่ยวนางรู้สึกเหมือนกำลังถูกเหวี่ยงไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คล้ายมวนพายุหนึ่งวนกระชากภายในกายให้มิอาจสงบได้ไหว“อื้อ...”

แม่ทัพหนุ่มผละออกมาเล็กน้อยเพื่อมองดูอาการของภรรยาอย่างถนัดถนี่ ก็ให้พบร่างนวลผ่องขึ้นสีระเรื่อด้วยเลือดฝาดไปทั่ว ดวงแก้วคู่งามเอ่อล้นด้วยน้ำใส ๆ ทอประกายหยาดเยิ้มในหนึ่งอารมณ์อันเป็นที่เข้าใจได้ไม่ยากว่าอารมณ์อันใด

เพียงแค่เริ่มด้วยบทเพลงรักแว่ววิเวกบางเบาดั่งสายลม นางยังเป็นได้ถึงขนาดนี้ เขามิอาจจินตนาการว่าหากชักนำสาวน้อยในอ้อมแขนเข้าสู่ห้วงบรรเลงรักที่แท้จริง นางมิใช่อาจถึงปางตายก่อนหรือ

คิดแล้วก็หัวเราะหึ ๆ ในลำคอ แล้วจึงเอ่ยถามเสียงนุ่ม “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

“จูนเอ๋อร์...” สาวน้อยส่ายหน้าเบา ๆ เมื่ออธิบายความรู้สึกที่เพิ่งประสบไม่ถูกนัก

เห็นเช่นนั้นชายหนุ่มเพียงยิ้มเอ็นดูก่อนถามต่อ “จำได้หรือไม่ว่าข้าทำอะไรเจ้าไปบ้าง?”

เซี่ยจัวจูนยังมิทันหายใจได้เป็นปกติหากก็ขมวดคิ้ว “สามีกินจูนเอ๋อร์...แล้วมือท่าน...” นัยน์ตาคู่งามหลุบลงมองมือใหญ่ที่กุมหน้าอกข้างหนึ่งของนางเอาไว้ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบสามีพลางตอบ “ท่านนวดอกจูนเอ๋อร์” คิ้วงามขมวดเข้าหากันอีกรอบด้วยพยายามนึกว่ายังเหลืออะไรอีกบ้างที่เขาทำแล้วตนยังไม่กล่าวถึง ก่อนจะถึงบางอ้อในอึดใจต่อมา “แล้วท่านก็กินหูจูนเอ๋อร์ด้วย”

จางหยุนฟ่านหัวเราะเบา ๆ ให้ความซื่อตรงยิ่งของฮูหยินน้อยก่อนขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ “ครานี้ถึงคราวของเจ้าบ้างแล้ว”

เด็กสาวเอียงคอคิ้วมุ่นชั่วครู่แล้วจึงคลายออกในเวลาไม่นานด้วยจำได้ “ถึงคราวจูนเอ๋อร์ต้องทำแบบที่สามีทำกับจูนเอ๋อร์ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

แม่ทัพหนุ่มพยักหน้ารับคำ แววตาแฝงความร้ายกาจที่มิอาจปกปิดนัก อนงค์น้อยเห็นดังนั้นเพียงโคลงศีรษะรับรู้ก่อนกระชับอ้อมแขนรอบคอสามีแล้วกะพริบตาเป็นจังหวะถี่กว่าปกติไปอึดใจหนึ่ง

นางกำลังนึกทวนทุกสิ่งอย่างที่เขากระทำเมื่อก่อนหน้า

ด้านมารมืดเห็นท่าทีจริงจังของภรรยาสาวก็รู้สึกหมั่นเขี้ยวนัก อยากกระชับร่างน้อยมากอดรัดให้สมอารมณ์หมาย หากก็ทำได้เพียงอดทน ให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างไม่เร่งเร้ามาก ด้วยสร้างซึ่งความตื่นเต้นให้เขาพูนทวีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หลังทบทวนทุกสิ่งที่ต้องทำจนมั่นใจแล้ว คนตัวเล็กก็ขยับยืดตัวขึ้นแล้วจึงยื่นหน้าเข้าใกล้อีกฝ่ายพลางมองเขาตาใส ว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จูนเอ๋อร์จะกินท่านแล้วนะเจ้าคะ”

แม่ทัพหนุ่มแทบมิอาจกลั้นหัวเราะได้ หากก็พยายามสะกดอารมณ์ดังกล่าวก่อนพยักหน้ารับเป็นเชิงรับรู้ เซี่ยจัวจูนเห็นดังนั้นก็เคลื่อนหน้าจนแทบประชิดสามี ลมหายใจอุ่นเป่ารดกันและกัน แล้วกลีบปากอิ่มก็ขยับประทับแผ่วเบาบนริมฝีปากเขา

เสียงครางต่ำอย่างพึงใจดังกระหึ่มจากเจ้าของร่างแกร่งเพียงไม่กี่อึดใจหลังนางจู่โจมอย่างไม่เดียงสานั้น

การจุมพิตในครั้งนี้ ถือว่าอีกฝ่ายพัฒนาจากครั้งแรกเป็นอย่างมาก ทั้งการตวัดช้อนลิ้นอุ่นร้อนเข้ามาทักทายเขาด้วยความไม่รีบร้อน ทั้งจังหวะการเม้มคลึงริมฝีปากกันและกันดั่งผู้พยายามเลียนแบบสิ่งที่ตนได้เรียนรู้มา ความเงอะงะไม่ชำนิชำนาญทั้งหมดทั้งมวลนั้น...กำลังทำเจ้าของฉายามารมืดแทบบ้า เขาจูบนางตอบ รุนแรงเกินกว่าร่างน้อยจะทานไหวอีกครา

เสียงการถ่ายทอดอากาศหายใจอย่างบ้าคลั่งของคนทั้งคู่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จางหยุนฟ่านมิอาจหักห้ามตนมิให้แตะต้องนางได้ มือใหญ่เค้นคลึงทรวงอกน้อยด้วยความเผลอไผล หากการกระทำนั้นส่งผลให้คนในอ้อมแขนดิ้นประท้วงขึ้นมา แม้นว่าชายหนุ่มมิอยากเว้นช่วงการตักตวงซึ่งความหอมหวานจากกลีบบุปผางาม หากสองมือน้อยที่พยายามตีไหล่เขาราวต้องการพูดอะไรบางอย่างส่งผลให้ร่างใหญ่ยอมปล่อยให้นางผละออก

สาวน้อยหน้าแดงก่ำ หอบหายใจรุนแรงหากยังพยายามอ้าปากพะงาบ ๆ ดั่งต้องการเอื้อนเอ่ยถึงบางสิ่ง “ทะ ท่าน...ท่าน”

จางหยุนฟ่านหลับตาถอนหายใจลงคราหนึ่งก่อนลืมขึ้น รอให้อีกฝ่ายหนึ่งกล่าวในสิ่งที่หมายมั่นอย่างใจเย็น

“นี่เป็น...” นางเริ่มพูดขึ้น กะพริบตาปริบ ๆ “นี่เป็นคราวขะ ของจูนเอ๋อร์นะเจ้าคะ ไฉน..ไฉนท่านจึงชิงนวดอกให้จูนเอ๋อร์ก่อนเล่า?”

ให้ตายเถิด

สามีแห่งฮูหยินน้อยปล่อยตัวเองเอนหลังพิงขอบอ่างอย่างสิ้นไร้เรี่ยวแรง ดวงหน้าหล่อเหลาซึ่งแหงนมองเพดานฉาบทับด้วยเงาแห่งความหดหู่เหลือคณา

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Patcharee Siriwong
ให้รู้บ้างว่าเวลานี้เป็นของใคร
เมื่อ 4 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว