[ 谢卓君 ] ฮูหยินน้อย

บทที่ 20

บทที่ 20

กว่าจะสอนนางจนสามารถเข้าใจวิถีแห่งสามีภรรยา เขาต้องหดไปอีกกี่รอบกัน!

“พอ” แม่ทัพหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนขยับนั่งตัวตรง จ้องดวงหน้าแต้มรอยฉงนของอีกฝ่ายอย่างเหนื่อยใจยิ่ง

เหนื่อยใจยามเห็นนัยน์ตาสุกใสเพียงจ้องมองมาอย่างไม่เดียงสา ตนก็คล้ายจะใจอ่อน จักโมโหก็มิอาจทำได้คล่องเท่าใดนัก เนื่องจากความน่ารักเกินจะตวาดให้หวาดกลัวได้ของอีกฝ่าย

“แต่ว่าจูนเอ๋อร์...”

“พอเถิด” มารมืดเอ่ยตัดบทอีกครา มือเคลื่อนดึงแขนเรียวออกจากการโอบคอเขา แล้วจึงจัดให้อีกฝ่ายนั่งดี ๆ “ไม่ต้องทำอะไร รีบอาบน้ำเสีย ข้าเริ่มหิวแล้ว”

“จะ...เจ้าค่ะ” เด็กสาวกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง มิใคร่เข้าใจความแปรปรวนในอารมณ์ของอีกฝ่ายเท่าใดนัก หากเพราะถูกสั่งสอนมาว่าภริยาที่ดีย่อมต้องเชื่อฟังคำกล่าวของสามี จึงมิคิดจะแย้งหรือถามคำถามสงสัยในตัวเขาให้มากความ เพียงทำตามในความต้องการของคนตรงข้ามแต่โดยดี

ด้านจางหยุนฟ่าน บัดนี้อารมณ์กำหนัดให้คลายลงไปหลายส่วน เขาเพียงจ้องมองคนตัวเล็กถูไถไปตามร่างกายอย่างขะมักเขม้นด้วยความเอ็นดู ยามเห็นนางพยายามเอื้อมมือถูหลังตัวเองก็ให้กระตุกยิ้มก่อนเสนอขึ้นด้วยจิตอารี “หันหลังมา ข้าจะช่วยถูหลังให้เจ้า”

เซี่ยจัวจูนได้ยินดังนั้นก็ขยับหันหลังไปทางผู้เป็นสามีอย่างว่าง่าย ดวงหน้าอ่อนเยาว์แต้มด้วยรอยยิ้มดีใจไม่น้อย “สามีใจดีกับจูนเอ๋อร์ยิ่ง จูนเอ๋อร์ซึ้งในน้ำใจท่านนัก”

แม่ทัพหนุ่มได้ฟังคำกล่าวก็ชะงักมือที่กำลังปัดเส้นผมอีกฝ่ายให้พ้นทาง คิ้วดุจกระบี่เลิกขึ้นเล็กน้อย “เจ้าชมข้าเพราะเรื่องอันใดหรือ?”

“พี่หญิงบอกจูนเอ๋อร์ว่า หลังแต่งงานไปแล้ว ต้องช่วยเหลือตัวเองให้เป็น แม้แต่เรื่องถูหลัง” เด็กสาวร่ายความด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วก่อนจะสลดลงตามอารมณ์แห่งการท้าวถึงความหลัง “จูนเอ๋อร์ก็อดกังวลไม่น้อย เพราะแขนจูนเอ๋อร์สั้นมาก ๆ กว่าจะถูกหลังได้แต่ละครา” แล้วจึงถอนหายใจยาวก่อนพึมพำคล้ายบ่นกับตัวเอง “จูนเอ๋อร์แขนแทบหักล่ะเจ้าค่ะ” แล้วเจ้าตัวก็เอี้ยวคอส่งยิ้มสดใสให้ผู้เป็นสามี “มิคิดว่าเรื่องนี้จูนเอ๋อร์มิต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว มีท่านเป็นผู้ถูหลังให้” รอยยิ้มมนตรานั้นคลี่กว้างกว่าเก่า “ดีจังเลยนะเจ้าคะ”

จางหยุนฟ่านคล้ายตาพร่ามัวไปชั่วครู่ ริมฝีปากหนาเผลอขยับยิ้มตามฮูหยินน้อยอย่างแทบไม่รู้สึกตัว เขาทำได้เพียงจ้องนางนิ่งเช่นนั้น

มิเคยคิดว่าวันหนึ่งจักได้พบผู้ใดที่คลี่ยิ้มสดใสดั่งพระอาทิตย์สาดส่องเช่นนี้

ด้านเด็กสาวมีสีหน้าไม่สบายใจเท่าใดนักเมื่อเห็นท่าทีประหลาดไปของอีกฝ่าย “สามี...สามีเจ้าคะ?”

ไยเขาจึงมิอาการนิ่งค้างไปเช่นนั้นเล่า?

เสียงหวานจึงทวีความดังขึ้น “สามี?”

ในที่สุด การเรียกครั้งที่สามของนางจึงสามารถกระทบสติที่คล้ายจะหลุดลอยของแม่ทัพหนุ่มให้กลับมาคงที่อีกครา “ว่าอย่างไร?”

แน่งน้อยกะพริบตาปริบ ๆ “ท่านดูประหลาดไปนะเจ้าคะ?”

จางหยุนฟ่านกระแอมไอไล่เสียงกลบเกลื่อน ก่อนวางท่านิ่งสงบ “ประหลาดไป? พูดอะไรของเจ้า” แล้วจึงปรับเสียงให้เข้มขึ้นอย่างมิคิดรอฟังคำตอบใดมากกว่านั้น “หันกลับไปเสีย ข้าจะถูกหลังให้เจ้า”

เซี่ยจัวจูนทำตามที่อีกฝ่ายต้องการแต่โดยดี หากก็ไม่เลิกสงสัยในกิริยาก่อนหน้านี้ของเขา หากยามแผ่นหลังถูกมือหยาบลูบไล้ด้วยสัมผัสแผ่วเบา คนตัวเล็กก็คล้ายจะคลายทุกข้อสงสัยที่มี ด้วยรู้สึกผ่อนคลายยิ่ง

“อือ...”

เสียงครางอย่างพึงใจที่เลื่อนลอดผ่านลำคอระหงมากระโทบโสตส่งผลให้มารมืดอดยิ้มพอใจมิได้ หากกระนั้นเขาค่อย ๆ ลูบไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มด้วยความใจเย็น บังคับอย่างยิ่งมิให้มือตนขยับล่วงเกินไปยังร่างกายส่วนอื่นของนาง

สำเนียงแว่วหวานลอยมาให้ได้ยินอีกคราให้รู้สึกวาบหวั่น หนึ่งขุมพลังงานซาบซ่านแพร่กระจายไปทั่วสรรพางค์กาย หากเขาก็ได้แต่บอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่ามิใช่ตอนนี้ ยังไม่ถึงเวลา

ตั้งแต่ได้เห็นลักษณะของร่างกายผู้เป็นภรรยา ชายหนุ่มก็คิดได้ว่า นางยังเด็กเกินไปสำหรับ...ทุกอย่าง

เซี่ยจัวจูนเปรียบเสมือนดังหนึ่งบุปผาที่ยังมิผลิบานดี ขืนไปพยายามเร่งขยายกลีบ รังแต่จะสร้างความบอบช้ำและแหลกสลายไปอย่างน่าเสียดาย เขาไม่ต้องการแบบนั้น

ในที่สุดความทรมานอันแสนไม่จำเป็นของแม่ทัพหนุ่มก็เกือบจะสิ้นสุดลง เมื่อเขาคิดว่าผู้เป็นภรรยาน่าจะขึ้นจากอ่างได้แล้ว

“ใครอยู่ข้างนอก มารับนางไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที”

สิ้นเสียงคำเรียก หนึ่งข้ารับใช้หญิงก็ส่งเสียงขานรับจากเบื้องหลังบานกั้น จางหยุนฟ่านได้ยินดังนั้นก็พยักพเยิดให้คนตัวเล็กลุกขึ้น

อนงค์น้อยขยับยืนอย่างว่าง่าย อวดร่างกายของหญิงที่กำลังเจริญพันธุ์ให้ผู้เป็นสามีได้เห็นอย่างเต็มตาอย่างมิตั้งใจ เนื้อนวลอมชมูพร่างพรายด้วยหยาดน้ำ งดงามยิ่งกว่ามวลผกาแต่งแต้มด้วยน้ำค้างยามเช้า

จางหยุนฟ่านตาค้างไปครู่หากก็หลุบลงในเวลาต่อมาพร้อมลมหายใจที่เริ่มไม่เป็นจังหวะ “ออกไปตะ แต่งตัวได้แล้ว”

“เจ้าค่ะ” ถึงจะรับคำเช่นนั้นหากก็มิวายสงสัย “แล้วสามีล่ะเจ้าคะ?”

“ข้า...” มารมืดพยายามควบคุมตนให้เป็นปกติที่สุด “อีกสักครู่ เดี๋ยวข้า...ตามออกไป”

เด็กสาวพยักหน้าก่อนจะก้าวออกจากอ่างไปหาสาวใช้ที่กำลังยืนรออยู่ หากไม่ลืมทิ้งท้ายกับสามี “จูนเอ๋อร์ไปแต่งตัวแล้วนะเจ้าคะ”

จางหยุนฟ่านส่งเสียงรับในลำคอ หากมือใหญ่บัดนี้กำลังเคลื่อนไปยังจุด ๆ หนึ่งบนกายตนก่อนจะเริ่มจะขยับเชื่องช้า หูเงี่ยฟังว่าฝีเท้าของผู้อื่นได้เลือนหายออกไปไกลแล้ว จึงคำรามเสียงต่ำพร่าอย่างปลดปล่อยในอารมณ์หนึ่งที่กำลังแผดเผา

เด็กนั่นจะรู้ตัวบ้างหรือไม่...ว่านางทำเขา...แทบตาย

ยามตกเย็น ณ จวนแม่ทัพ ภายในห้องทำงานของจางหยุนฟ่าน บริเวณจุดสำหรับนั่งพักดื่มชาบัดนี้มีสำรับอาหารหนึ่งวางไว้อยู่ และเมื่อคนตัวเล็กย่างเท้าเข้ามา เสียงอุทานอย่างตกใจก็ดังขึ้นในทันที

แม่ทัพหนุ่มเลื่อนสายตาขึ้นจากกองงานมองผู้เป็นภรรยาซึ่งเร่งรุดไปทรุดตัวลงหน้าสำหรับอาหารพลางเลิกคิ้วขึ้น ถามเสียงเรียบ “มีอะไรน่าตกใจ?”

“นี่มัน...” นัยน์ตาอันแสนกลมโตอยู่แล้วของฮูหยินน้อยเบิกกว้างยิ่งขึ้นไปอีก กวาดมองจานอาหารนับสิบอย่างมิอยากเชื่อ “อาหารสำหรับคนสองคนจริง ๆ หรือเจ้าคะ?!”

นางมีความเป็นเด็กน้อยตกยากในตัวสูงมากจริง ๆ

จางหยุนฟ่านส่งเสียงหึในลำคอก่อนจัดการเก็บทุกอย่างให้เข้าที่แล้วจึงลุกขึ้นเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามภรรยา “เลิกตื่นเต้นได้แล้ว นี่คือสิ่งที่เจ้าจะได้เห็นได้กินทุกวันหลังจากนี้”

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Patcharee Siriwong
ปลุกให้ตื่น ต้องทำหลับเอง
เมื่อ 4 เดือน 5 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Patcharee Siriwong
ปลุกให้ตื่น ต้องทำหลับเอง
เมื่อ 4 เดือน 5 วันที่แล้ว

รีวิว