บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)-Ep6/4 : อาการมันฟ้อง(จบบท)

โดย  กนกรส มาศอุไร

บ่วงอสูรพยศรัก (Ebook)

Ep6/4 : อาการมันฟ้อง(จบบท)

วางจำหน่ายในรูปแบบ ebook แล้ววันนี้ สามารถโหลดซื้อได้ที่ meb ookbee Hytexts...

ตอน...อาการมันฟ้อง4(จบบท)

คนหมดความอดทนจะนั่งฟังคำพูดทำร้ายจิตใจกันไม่ยอมหันหลังกลับมาตอบคำถาม รีบเอื้อมออกไปหวังจะผลักบานประตูห้องทำงานออกไปให้ได้ แต่ยังช้ากว่าคนตัวสูงใหญ่กว่า เมื่อขคราชกระชากแขนเรียวตวัดร่างงามเข้ามากักกันไว้ในอ้อมแขนของตัวเองอย่างแนบสนิท...

“ปล่อยนะ! ” ใบหน้าเรียวงามตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความโกรธ ปลายจมูกเล็กเชิดรั้นเริ่มกลายเป็นสีแดง

“ฉันถามว่าเธอกำลังจะไปไหน...”

“รตีจะกลับบ้าน...” คนดิ้นรนขลุกขลักเพื่อเรียกร้องหาอิสรภาพให้กับตัวเองฝืนตอบคำถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ก็บอกจะไปส่ง ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง หรือว่าเธอต้องการจะเรียกร้องความสนใจอะไรจากฉันอีกหึ...แม่คนร้อยมารยา” ปลายนิ้วเรียวยาวช้อนคางมนบังคับให้เงยใบหน้าผ่องใสขึ้นมามองตากัน

“ว่ายังไงหึ...หรือเธอต้องการเรียกร้องให้ฉันสนใจเธอใช่ไหมมารตรี...” ดวงตาคมดั่งเหยี่ยวราตรีกาลกวาดมองสำรวจใบหน้างดงามอย่างพึงพอใจ มารตรีส่ายหน้าน้อยๆ เพื่อเป็นการปฏิเสธ

“รตรีแค่เหนื่อย แล้วก็เอ่อ...รตรีบอกคุณราชไปแล้วรตรีอยากกลับบ้าน” เมื่อขยับริมฝีปากอิ่มสั่นๆ บอกเขาไปแล้ว หญิงสาวก็ได้แต่แอบกลืนน้ำลายลงคออย่างเหนียวหนืด เมื่อใบหน้าหล่อคมคายไม่เป็นสองรองใคร ค่อยๆ โน้มขยับลงมาหา จนหญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ดวงตาใสแจ๋วไม่ต่างจากแก้วเจียระไนไหววูบเมื่อเธอดันไล้สายตาเผลอขึ้นไปมองสบกับสายตาคมดุของเขาเข้า

“จริงเหรอ แค่นั้นจริงๆ เหรอที่เธอต้องการจากฉัน”

มารตรีกะพริบตาถี่ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลเข้มของชายหนุ่ม เพ่งพินิจอยู่สักครู่เธอจึงพยักหน้า เธอไม่ได้ต้องการอะไรจากเขามากไปกว่าแค่ให้เขาปล่อยเธอกลับบ้านแค่นั้นเอง เธอไม่เคยมีความคิดอยากจะได้อะไรจากเขามารกสมอง...

“ว่าอย่างไรล่ะมารตรี...ไหนเธอลองเสนอสิ่งที่เธอต้องการอยากได้จากฉัน ให้ฟังสักหน่อยสิ ถ้าหากมันพอสมน้ำสมเนื้อกับราคา ฉันอาจจะยอมทำข้อตกลงทำสัญญาระหว่างเราสองคนขึ้นมาก็ได้นะ...”

พอเขาพูดจบหญิงสาวมีอันต้องเกร็งร่างยืนตัวแข็งทื่อ เมื่อความรู้สึกบนหน้าผากมนนูน กำลังถูกล่วงล้ำจากริมฝีปากร้อนชื้นของคนถาม ดวงตาดำสีนิลของเขาดูวิบวับชอบกล และเมื่อเขาผละห่าง มารตรีก็ได้แต่ยืนตัวสั่นเทาไปโดยปริยาย เธอรู้สึกหัวจิตหัวใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวเองสักเท่าไหร่ มันรู้สึกผวาเสียทุกครั้งไปในยามต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้กับเขา และถ้าหากเขาจะรังแกเธอเหมือนตอนอยู่ในลิฟต์นั่นอีก แล้วเธอจะเอาเรี่ยวแรงจากไหนมาปกป้องตัวเองได้...

ไม่รู้ช่วงนี้ขคราชเกิดเป็นอะไรนักหนาสินะ เจอหน้ากันทีไร เธอต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวให้เขาลวนลามทุกทีสิน่า จะว่าเขาทำเพราะความพิษวาสก็ไม่น่าจะใช่ ในเมื่อเธอรู้ดีแก่ใจ เขาเกลียดเธอยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือนเสียอีก...

“รตรีขอย้ำ รตรีไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณ...”

“แต่ฉันไม่เชื่อ” คนไม่เชื่อหรี่ตามอง มารตรีถอนหายใจไปกับความมั่นใจของเขา

“รตรีจะกลับบ้าน นั่นคือสิ่งเดียวที่รตรีต้องการมากที่สุดในตอนนี้ ถ้าหากคุณราชไม่ว่างก็แค่ปล่อยรตรีกลับ ทำไมคะ! ทำไมมันทำยากนักหรือไง กะอีแค่ปล่อยให้ผู้หญิงร้อยเล่ห์จอมมารยาอย่างรตรีกลับบ้าน” หญิงสาวหยุดผ่อนลมหายใจแสนอึดอัดจนอกแทบระเบิด ก่อนขยับปากอิ่มพูดต่อ

“อย่าได้มั่นใจกับสิ่งที่คุณมีไปหน่อยเลย” มารตรีเหลือบตามองใบหน้าคมเข้ม เธอไม่ได้ท้าทายเขาแต่เธอเอาความจริงมาพูด สุดจะทนกับนิสัยของผู้ชายรวยพวกนี้ ในกลุ่มเพื่อนเขาส่วนใหญ่ก็มักเอาเงินฟาดหัวเธอทั้งนั้น มีเงินมากแล้วไง ก็ใช่ว่าเงินจะซื้อได้หมดทุกอย่างเสียหน่อย

“เพราะว่าคุณไม่ใช่คนแรกที่เสนออะไรให้รตรี...” สายตาหวานมองเขานิ่ง

“นั่นไงฉันว่าแล้ว” ชายหนุ่มกัดกรามกรอด กดมือลงบนเอวขอดจนความร้อนขยายตัวบดเบียดหน้าท้องแบนราบมากขึ้น มารตรีสะดุ้ง

“นั้นก็เสนอมา ถ้าจะนอนกับเธอ คิดครั้งละเท่าไหร่”

“คนปากเสีย เลิกพล่ามเรื่องเน่าๆ แล้วก็ปล่อยรตรีเดี๋ยวนี้ รตรีเกลียดคุณ...” ร่างงามสะบัดตัวออกห่าง ยกมือขึ้นดันหน้าอกเขาออกจากตัวเธออย่างรังเกียจ

“เก็บเงินคุณไปซื้อกินที่อื่นเถอะ เพราะรตรีไม่ขาย” เสียงเล็กเหวใส่คนปากเสียด้วยใบหน้าแดงก่ำ นึกเกลียดชังไอ้สายตาโลมเลียของเขาจับใจ สายตาคมร้ายกาจของเขายามมองเธอตอนนี้ มันไม่ต่างจากเขามองสินค้าสักชิ้นหนึ่งเลย นึกเจ็บใจแต่ทำอะไรเขาไม่ได้

“โกรธที่ฉันพูดจี้ใจดำ ทำเป็นรับความจริงไม่ได้” มือหนายกขึ้นบีบปลายคางมนขยับส่ายไปมา มารตรีได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น ในใจทั้งโกรธทั้งเกลียดเขาจนแทบจะฆ่าเขาได้

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เธอไม่ลองเสนอราคามาสักหน่อยเหรอ เผื่อฉันจะได้รู้ไง สู้ราคาของเธอพอไหวหรือเปล่า” คนฝังใจเชื่อในเรื่องต่ำๆ ทำเป็นลอยหน้าลอยตาถาม แม้ในใจกำลังร้อนระอุกับคำว่าเกลียดของเจ้าหล่อนอยู่ก็ตาม

“เมื่อไหร่คุณราชจะเลิกดูถูกรตรีเสียที” เมื่อสุดจะอดกลั้น หญิงสาวจึงโพล่งถาม แววตาหวานไหวระริกยามฝืนทำใจกล้า ต่อประสานสายตากับดวงตาคมดุสีนิล ขคราชกระตุกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยัน รู้สึกแม่จอมมารยาร้อยเล่ห์จะกล้าหาญชาญชัยขึ้นเยอะ ถึงขั้นจ้องหน้าเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกันเลยทีเดียว

“ดูถูกก็ดีกว่าดูผิด” ก็เขาพูดผิดเสียที่ไหน ในเมื่อวันก่อนเขายังเห็นแม่นี้ไปให้บริการป๋าเขาถึงบ้านอยู่เลย ไอ้ซองสีขาวปึกหนาก็วางอยู่บนตักของเจ้าหล่อน และมันก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะหักคอสวยๆ ของมารตรีมาจิ้มน้ำพริกกินเสียให้หายโมโห...

“รตรีไม่เคยคิดจะขายศักดิ์ศรีให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้น ยิ่งคนที่รตรีเกลียดด้วยแล้ว ก็ยิ่งไม่ต้องเสียเวลาคิดตริตรองอะไรให้มาก เพราะคนจำพวกนั้น ดีแต่จะสร้างมลภาวะทำให้อากาศเป็นพิษอย่างเดียว หากจะต้องใช้ลมหายใจร่วมกันต่อไป รตรียังรู้สึกขยะแขยงจะสูดเอาอากาศที่คนพวกนั้นพ่นออกมาเข้าไปแทนเลยค่ะ...”

ใบหน้าหวานเชิดตั้งตรงดุจนางพญา ประสานสายตาวาวโรจน์สู้กับคนนิสัยไม่ดีอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนหน้าเธออาจยอมเขามามากเพื่อซื้อความสบายใจให้กับตัวเอง แต่ตอนนี้ความอดทนของเธอมันอันตรธานหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ นับตั้งแต่เธอได้เห็นสายตาประเมินราคาค่าตัวตอนที่เขามองมาที่เธอเมื่อสักครู่นี้...

“จริงเหรอ...” คนสร้างมลภาวะเป็นพิษลอยหน้าถาม

มารตรีเตรียมจะขยับปากขึ้นตอบโต้ แต่เพราะแรงรัดจากลำแขนตรงช่วงเอว ส่งสัญญาณอันตรายให้เธอรีบหุบปากลงเสีย เมื่อความแน่นจากแรงรัดทำให้เธออายจนใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ เพราะมันรัดแน่นจนเธอสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างของเขามันกำลังตื้นตัวขึ้นมานะสิ...

“ปากเก่ง” เขาว่าให้

“มันอยากกินเธอ ดูสิมันตื่นใหญ่เลย...” เขาขยับสิ่งดุนดันเสียดสีกับร่างน้อย

“คนบ้า” เธอบริภาษเขาพรางยันร่างเขาออกห่างจนสุดแรง

“คนบ้าทำอะไรไม่ผิด ยิ่งถ้าจับสาวปล้ำ ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย เพราะฉันเป็นคนบ้าไง” เขายียวนไม่เลิก ยักคิ้วให้เธอจนน่าหมั่นไส้

“ปล่อย...รตรีจะกลับบ้าน” เธอย้ำกับเขาเป็นครั้งที่ร้อย แต่เขาก็ไม่เคยฟังเธอเป็นครั้งที่ร้อยเหมือนกัน

“แวะกินข้าวกันก่อนแล้วค่อยกลับเข้าบ้านก็แล้วกัน...” ขคราชเลิกตอแย เมื่อตอนนี้เขาเองก็รู้สึกหิวจนอยากจะจับเนื้อขาวอวบในอ้อมแขนนี่กินแทนข้าวให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวไป

“แต่รตรีไม่หิวนี่คะ...” หญิงสาวรีบเงยหน้าขึ้นมาปฏิเสธทันควัน

“แต่ฉันหิว แล้วก็หิวมากด้วย ถ้าเธอยังพูดจาไม่รู้เรื่อง รับรองได้มารตรี เธอได้ถูกฉันจับกินแทนข้าวเย็นแน่...” เขามองเธอดุ ประกายตาวาวโรจน์ บ่งบอกเขาพูดจริงถ้าหากเธอยังมัวงอแงไม่ตามใจเขา

“จบนะ...” ขคราชเอ่ยตัดบท ก็ไม่เฉพาะแต่มารตรีที่เหนื่อยล้า เพราะแม้แต่เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ถึงแม้วันนี้เขาจะไม่ได้ขึ้นมานั่งทำงานบนห้องของตัวเอง ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ทำงานตรงส่วนอื่นเสียเมื่อไหร่ เมื่อไม่อาจพาร่างกายขึ้นมานั่งทำงานอย่างสงบบนห้องนี้ได้ เขาเลยต้องเปลี่ยนการทำงาน โดยการเดินสำรวจตรวจตรารอบๆ ห้องถ่ายแบบนั่นแทน เพื่อจะได้คอยตามจับผิดแม่ร้อยเล่ห์ ว่าแอบไปอ่อยใครต่อใครนอกสายตาเขาอีกหรือเปล่า...

มารตรีพยักหน้างึกงัก ไม่จบก็ต้องจบเพราะนี้เป็นคำสั่งไม่ใช่คำชวน ก่อนจะปล่อยให้เขาจับจูงเธอเดินออกไปด้านนอกห้องทำงานโดยไร้การขัดขืนอีกเช่นเคย และเมื่อเธอเดินผ่านโต๊ะทำงานของคุณเลขาหน้าสวย มารตรีจำต้องส่งยิ้มแหยไปให้ตามมารยาท เมื่อเธอเห็นสายตาล้อเลียนของพี่สาวใจดีที่อุตส่าห์นำของว่างอร่อยๆ มาเสิร์ฟให้เธอถึงในห้องท่านรองประธานใหญ่ คุณเลขามองมายังมือน้อยของเธอที่ตอนนี้ตกไปอยู่ในอุ้งมือใหญ่ของคนใจร้ายด้วยสายตาแวววาว...

“คุณเชอร์รี่ อย่าลืมเอาแฟ้มงานบนโต๊ะผมไปไว้ในรถของมาร์คด้วย”

“ได้ค่ะเจ้านาย...ทานข้าวให้อร่อยนะคะ” เลขาสาวสวยขยับลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

ขคราชส่งสายตาดุๆ ก่อนจะเดินผ่านไป เชอร์รี่โบกมือให้สาวน้อยเป็นกำลังใจ เมื่อเห็นเธอหันมาส่งยิ้มให้...

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย oranee
ขอบคุณมากมาย
เมื่อ 1 ปี 3 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย silverprincess
ชอบคุณเชอร์รี่แหะ
เมื่อ 1 ปี 4 เดือนที่แล้ว

รีวิว