หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี-บทที่22 เทศกาลล่าสัตว์

โดย  วิโอเล็ตต้า

หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี

บทที่22 เทศกาลล่าสัตว์

บทที่ 22

วันที่ 8 เดือน 5 แคว้นเย่วย่างเข้าสู่กลางวสันต์ ฮ่องเต้มีพระประสงค์ให้จัดเทศกาลล่าสัตว์ขึ้น และมีบัญชาให้เหล่าขุนนาง ฮูหยินตราตั้ง ไปจนถึงคุณหนูคุณชายคนสำคัญไปร่วมงานด้วย

นอกจากนี้สนมชายาชั้นสูง ไปจนถึงสนมคนโปรด ฮ่องเต้ก็มีพระประสงค์ให้ตามเสด็จไปด้วยเช่นกัน

เทศกาลครึกครื้น ขบวนรถม้าและขบวนทหารยาวเหยียดนับสิบลี้ เทศกาลล่าสัตว์จัดขึ้นที่ภูเขาทางทิศตะวันออกของเมืองชิงเหอ

เส้นทางขรุขระระยะทางระหว่างจิงหลินกับชิงเหอไกลเกือบแปดสิบลี้ หยางเลี่ยงเฟิ่งที่ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยย่างเท้าออกจากวังหลวงรู้สึกเหนื่อยเพลียและเวียนหัวไม่น้อย แต่สถานที่แปลกใหม่ ความงดงามของธรรมชาติที่ไม่ได้รังสรรค์ด้วยมือมนุษย์ ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นจนลืมเรื่องราวต่างๆไปหมด

ผิงเอ๋อร์มองท่าทีขององค์หญิงด้วยความเบาใจ ตั้งแต่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ องค์หญิงก็มีท่าทีเชื่องซึมไม่สดใสร่าเริงเช่นแต่ก่อน

“องค์หญิงจิบชาสักหน่อยเถิดเพคะ” ผิงเอ๋อร์ยกถ้วยน้ำชาให้หยางเลี่ยงเฟิ่ง แม้ฮ่องเต้จะไม่โปรดปรานองค์หญิงดังเช่นแต่ก่อน แต่ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆทางกองกลางยังคงจัดให้เหมือนเดิม รถม้าเองก็ยังคงดูสมฐานะองค์หญิง อาจเป็นเพราะหยางเลี่ยงเฟิ่งเป็นถึงเหอซั่วกงจู่จึงไม่อาจกระทำการลดทอนฐานะราชสกุลหยางจนเกินไปกระมัง

สิ่งที่ผิงเอ๋อร์คิดนั้นผิดมหันต์ ราชนิกุลเล็กๆหรือจะอยู่ในสายพระเนตรของฮองเฮา คนที่จัดการเรื่องในวังหลังล้วนเป็นหวังฮองเฮา ที่พระนางทรงเลี้ยงดูส่งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆให้องค์หญิงสิบสามอย่างครบถ้วนเป็นเพราะไม่อาจลดฐานะองค์หญิงก่อนจะส่งเข้าจวนสกุลอวิ๋น ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานอำนาจสำคัญของพระนางก็เท่านั้นเอง

มาถึงที่ตั้งกระโจมก็เกือบเย็นแล้ว ฮ่องเต้มีรับสั่งลงมาให้ทุกคนไปพักผ่อนก่อน เพื่อจะได้เตรียมตัวสำหรับการล่าสัตว์วันพรุ่งนี้

กระโจมของนางอยู่ในเขตสตรีวังหลัง สนมชายาที่เดินทางมาไกลล้วนเข้ากระโจมหมดแล้ว หยางเลี่ยงเฟิ่งเหลือบมองกระโจมสีทองหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก ตัวเจ้าของที่พักเองกำลังยืนสั่งการบางอย่างกับองครักษ์อยู่ ข้างกายยังคงมีไป๋เต๋อเฟยยืนอยู่ไม่ห่าง

ความโปรดปรานที่ฮ่องเต้มีต่อสตรีผู้นี้ช่างมากมายยิ่ง เห็นทีอีกไม่นานคงได้เลื่อนขั้น

อ๊ะ

ขณะกำลังเหม่อมอง ฮ่องเต้ก็หันมาสบตาเข้าทันที หยางเลี่ยงเฟิ่งรู้สึกตกใจอยู่วูบหนึ่งก่อนจะตั้งสติย่อกายให้เล็กน้อยแล้วเดินเข้ากระโจมไป

ตึง ตึง ตึง

ยังไม่ทันรุ่งสางดี ทหารก็เริ่มตีกลองสร้างความคึกคักดังไปทั่ว พวกนางเหล่าสตรีวังหลังเองก็แต่งตัวมารอรับเสด็จนานแล้ว

“เชี่ยนเฟยไม่มาหรือ เปิ่นกงจู่ไม่เห็นนางเลย” หยางเลี่ยงเฟิ่งกระซิบถามนางกำนัลคนสนิท เมื่อมองไปรอบๆแล้วไม่เห็นเชี่ยนเฟย

เชี่ยนเฟยเป็นสตรีที่ชื่นชอบงานสังสรรค์ ชอบสถานที่ที่มีผู้คนอยู่รวมกันเยอะๆ เพื่อที่จะได้อวดรูปทรัพย์และความสามารถของตัวเอง เมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นคุณหนู มักจะติดตามมารดาเข้าวังมาชมงานบุปผาด้วยท่าทีหยิ่งผยองเสมอ

งานล่าสัตว์ครั้งนี้ไม่พ้นต้องเจอคนรู้จักมากมายยิ่งกว่างานชมบุปผาในวัง นางที่ตอนนี้เป็นถึงพระชายาสูงศักดิ์จะพลาดงานนี้ได้อย่างไร

“ได้ยินมาว่าป่วยเจ้าค่ะ” ผิงเอ๋อร์ตอบอย่างแปลกใจ เดิมทีองค์หญิงของนางมักไม่สนใจผู้ใด คนจะหายสักคนหรือเพิ่มมาสักสองคนก็ไม่เคยสงสัย “องค์หญิงใส่ใจเชี่ยนเฟยนัก”

หยางเลี่ยงเฟิ่งยิ้มน้อยๆ เอ่ยเสียงเบาราวกับกำลังพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่า “ก็แค่เพียงนึกถึงขึ้นมา”

เมื่อตอนที่นางอายุสิบสองสิบสามหนาว สตรีผู้นั้นก็อายุเท่านางในตอนนี้ เป็นคุณหนูสูงศักดิ์ หยิ่งผยองด้วยถูกกำหนดให้เป็นถึงว่าที่พระชายาองค์รัชทายาท ฮองเฮาในอนาคต

นางมักจะเจอเชี่ยนเฟย หรือเมิ่งหยาลี่ในวังบ่อยครั้ง ครานั้นนางเองก็สนิทสนมกับเสด็จพี่รัชทายาทไม่น้อย เป็นเหตุให้มีเรื่องทะเลาะกับเมิ่งหยาลี่เป็นประจำ และทุกครั้งเสด็จพี่รัชทายาทก็จะเข้าข้างนางเสมอ นั่นยิ่งทำให้เมิ่งหยาลี่เกลียดขี้หน้านางนัก

จนถึงตอนนี้ก็ยังคงเกลียดไม่น้อย นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นางนึกถึง ส่วนคนอื่นๆที่นางอยากนึกถึงก็ดันตายกันหมดแล้ว แม้แต่เสด็จพี่รัชทายาทเองก็ด้วย

“ฮ่องเต้เสด็จ!”

“ถวายบังคมฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

“ตามสบายเถิด ปีนี้อากาศดียิ่งคาดว่าจะล่าสตว์ได้ไม่น้อย” หยางจิ้งเหยียนเอ่ยยิ้มๆ กวาดตามองข้าราชบริพาน “ทุกปีจะมีเพียงบุรุษที่สามารถเข้าเขตล่าสัตว์ได้ ปีนี้เจิ้นได้สร้างพื้นที่เพิ่มขึ้นมา ในนั้นจะมีเพียง นก กระรอก กระต่าย และสัตว์เล็กๆที่ไม่มีอันตรายให้เหล่าสตรีได้ขี่ม้าชื่นชมกัน”

เรียวปากงามสั่นกระตุก นางขี่ม้าเป็นเสียที่ไหน

“ส่วนบุรุษ พวกเจ้าก็จงแสดงความห้าวหาญออกมา หากใครล่าได้สัตว์หายาก เจิ้นมีรางวัลให้” หยางจิ้งเหยียนเอ่ยอย่างฮึกเหิมก่อนจะนำเสด็จออกไป โดยไม่หันหน้ากลับมามองสตรีวังหลังที่ยืนยิ้มจืดเจื่อนส่งเสด็จ

หยางเลี่ยงเฟิ่งถอนหายใจแผ่วเบา ในเมื่อขี่ม้าชมนกชมกาไม่ได้ นางก็ขอเดินชมใบไม้ใบหญ้าแถวนี้เอาก็แล้วกัน

“องค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่ง”

ขณะกำลังเดินออกไป ก็มีขันทีจูงม้าเดินเข้ามาหา

‘คงไม่ใช่ว่า...’

“ฝ่าบาทมีรับสั่งว่า สนมชายา และเชื้อพระวงศ์ทุกคนล้วนต้องมีส่วนร่วมในงานครั้งนี้พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีน้อยก้มศีรษะอย่างนอบน้อม

“แต่เปิ่นกงจู่ขี่ม้าไม่เป็น” หยางเลี่ยงเฟิ่งเอ่ยเสียงเรียบ เหลือบมองลูกม้าที่ยังไม่ทันโตเป็นหนุ่มอย่างนึกหวั่น

หากนางขี่ม้าตัวนี้ยังจะหาความสง่างามได้ที่ไหนกัน

“จะมีทหารอารักษ์ขาให้พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงอย่าได้กังวล” ขันทีน้อยเอ่ยจบ ก็มีทหารองครักษ์สองนายเดินเข้ามาคุกเข่าให้

“เช่นนั้นเปลี่ยนม้าตัวใหม่ให้เปิ่นกงจู่” ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ นางก็ขอม้าที่สง่างามกว่านี้ มิใช่ลูกม้าที่ยังไม่ทันโตเป็นหนุ่มตัวนี้

“คงไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ ตัวนี้ฝ่าบาทพระราชทานให้องค์หญิงโดยเฉพาะ”

หยางเลี่ยงเฟิ่งเบิกตาแทบถลนพระความโมโห เขาต้องการให้นางเป็นตัวตลกหรือไร ม้าตัวแค่นี้ก็ไม่ต่างอันใดกับขี่ลา

เรียวปากงามเม้มแน่นอย่างขัดใจ ก่อนจะสั่งให้ทหารเอาตั่งเล็กมาวางเพื่อเหยียบขึ้นม้า ถึงม้าจะตัวเล็ก แต่นางก็ตัวเล็กกว่าล่ะนะ

หยางเลี่ยงเฟิ่งลูบหัวมันเบาๆ ลูกม้าที่กำลังโตก็ร้องฮี้ตอบรับดูแสนเชื่องยิ่ง ทำให้โทสะของนางลดลงไม่น้อย

มือบางจับเชือกแน่น ปล่อยให้ทหารจูงม้าเดินอย่างช้าๆเข้าเขตป่าที่เหล่าสตรีและเหล่าคุณชายที่ยังเด็กขี่ม้าเข้าไป

“คิกคิก ม้าขององค์หญิงช่างน่ารักยิ่งเพคะ”

เข้ามาในเขตป่าไม่ทันไรก็มีคนมาเยาะเย้ยอย่างที่คิด หยางเลี่ยงเฟิ่งปลายมองฝูหวั่นอี๋ด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“มองไกลๆหม่อมฉันก็นึกว่าเป็นลา คิกคิก” เห็นหยางเลี่ยงเฟิ่งไม่เอ่ยตอบก็นึกว่าอับอาย จึงเอ่ยเสียงดังจนสนมชายาคนอื่นมองมา

“วรกายขององค์หญิงยังเล็ก หากทรงม้าตัวใหญ่เกรงว่าจะอันตรายได้” เป็นไป๋เต๋อผิน สนมคนโปรดที่ขี่ม้าเดินเข้าอย่างสง่างาม “อีกอย่างม้าตัวนี้ก็ดูเชื่องยิ่งเพคะ” คำพูดที่เอ่ยเหมือนแก้ต่าง แต่นางกลับฟังดูแปลกๆชอบกล

หยางเลี่ยงเฟิ่งมองม้าที่ไป๋เต๋อผินขี่เป็นม้าพันธุ์ดีสีขาวดูสง่างามหยิ่งผยอง คงเป็นม้าที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ ต่างกับม้าของนางลิบลับ ‘ฮ่องเต้ช่างยุติธรรมเสียเหลือเกิน ชิ’

ยิ่งคุยนานยิ่งเป็นที่สนใจ นอกจากสนมชายาแล้ว เหล่าคุณหนูและฮูหยินตราตั้ง เริ่มตั้งกลุ่มซุบซิบมองมาทางนี้บ่อยๆ หยางเลี่ยงเฟิ่งจึงหันไปเอ่ยกับฝูหวั่นอี๋เสียงเรียบ “ไม่คิดว่าสนมฝูหวั่นอี๋จะได้มางานนี้ด้วย เปิ่นกงจู่ได้ยินว่ามีเพียงสนมชายาชั้นสูง กับสนมคนโปรดไม่กี่คนที่ได้ตามเสด็จมา”

ฝูหวั่นอี๋ชะงัก ก่อนใบหน้าจะเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธหรืออับอาย

ตำแหน่งหวั่นอี๋สูงกว่านางกำนัลถวายตัวมาเพียงหนึ่งขั้น อีกทั้งฝูหวั่นอี๋ยังไม่เป็นที่โปรดปราน เกรงว่าฮ่องเต้คงจะลืมนางไปแล้วด้วยซ้ำ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ฝูหวั่นอี๋จะได้เข้าร่วมงานนี้ นอกเสียจากว่าจะจ่ายไปไม่น้อย

หยางเลี่ยงเฟิ่งไม่สนใจใบหน้าบิดเบี้ยวของฝูหวั่นอี๋ สั่งให้ทหารจูงม้าไปเดินชมสัตว์ป่าตัวเล็กตัวน้อยที่ฮ่องเต้ให้คนมาปล่อยไว้ แต่ว่าคนเยอะถึงเพียงนี้ สัตว์น้อยไร้พิษสงเหล่านั้นจะโผล่มาให้ชมจริงหรือ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย sk125
จะเขียนแบบติดเพรชก็ได้นะคะ แต่มาบ่อยๆสนุกมาก อยากให้มาบ่อยๆค่ะติดตาม
เมื่อ 2 เดือน 2 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Chollada
ขอบคุณค่ะ มาต่อเร็วๆ นะคะ
เมื่อ 2 เดือน 2 วันที่แล้ว

รีวิว