หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี-บทที่23 ลักพาตัว

โดย  วิโอเล็ตต้า

หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี

บทที่23 ลักพาตัว

บทที่23

นางให้ทหารจูงม้าเข้าป่าเรื่อยๆ แต่ไม่เห็นจะมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยสักตัว ระหว่างทางเจอแต่จิ้งจอก อสรพิษจากวังหลัง กับแม่ลิงลูกลิงจากจวนขุนนางที่หัวเราะนางตลอดทาง นางเพียงขี่ม้าตัวเล็กหาใช่ขี่ลาเสียหน่อย มันน่าตลกตรงไหน

“ฮ่องเต้สารเลว” หยางเลี่ยงเฟิ่งขบฟันหน้าแดงก่ำพึมพำด่าตัวการที่ทำให้นางอับอาย

ทีกับไป๋เต๋อผินให้ม้าพันธ์ดีสีขาวสง่างาม ส่วนนางที่เป็นถึงองค์หญิงขั้นสองกลับให้ม้าที่ยังไม่ทันโต ม้าที่บรรดาขุนศึกในจวนแม่ทัพให้ลูกชายวัยห้าหนาวฝึกขี่

เจ้าไม่โปรดข้าก็อย่าได้กลั่นแกล้งกันเช่นนี้

ผิงเอ๋อร์เดินตามม้าเงียบๆ ในใจนึกสงสารองค์หญิงนัก เป็นถึงองค์หญิงสูงศักดิ์แต่กลับได้ขี่ม้าตัวเท่าลา เปลี่ยนก็ไม่ได้ มาให้อับอายคนอื่นเขา ฮ่องเต้รังแกองค์หญิงของนางเกินไปแล้ว!

“อ๊ะนั่นกระต่ายนี่เจ้าคะ” ผิงเอ๋อร์เอ่ยอย่างตื่นเต้น ชี้ไปยังเจ้าขนขาวปุกปุยสองตัวที่กำลังแทะเล็มใบหญ้าอยู่

“น่าจะถึงเขตที่สัตว์อาศัยแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ทหารที่จูงม้าเอ่ยขึ้น

“เปิ่นกงจู่อยากไปดูใกล้ๆ เจ้าจูงไปทางนั้นหน่อย” หยางเลี่ยงเฟิ่งสั่งอย่างตื่นเต้น เจ้าตัวนั้นหรือกระต่าย นางเคยเห็นแต่ในรูปภาพ ดูนุ่มนิ่มน่าชังนัก “อ๊ะ มันจะหนีไปแล้ว เจ้ารีบหน่อย!”

หยางเลี่ยงเฟิ่งเร่งให้ทหารรีบเดินตาม ระหว่างทางเริ่มเจอหมู เป็ด ไก่ ที่เดินหาอาหารบริเวณนั้น

‘นี่มันสัตว์ป่าหรือ...’

นางเร่งให้ทหารจูงตามกระต่ายไป แต่เจ้าตัวเล็กวิ่งเร็วนัก เผลอแปบเดียวก็หายเข้าพุ่มหญ้าไหนไม่รู้เสียแล้ว

“องค์หญิงอย่าเศร้าไป เดี๋ยวก็คงเจออีกเจ้าค่ะ” ผิงเอ๋อร์เอ่ยอย่างร้อนลนเมื่อให้องค์หญิงสิบสามปากทำปากคว่ำเผลอแสดงนิสัยเด็ก

“หึ สมกับเป็นจิ้งจอก ชอบออกล่าหากระต่าย” เสียงทุ้มเย้ยหยันดังขึ้นไม่ไกล

หยางเลี่ยงเฟิ่งถลึงตามองบุรุษร่างกำยำที่นั่งกอดอกบนม้าสีดำทมิฬดูน่าเกรงขามสง่างาม ขัดกับปากที่ชอบเอ่ยวาจาหาเรื่องสตรี

ดวงตาคมปราบประดุจเนตรพยักฆ์มองสตรีตรงหน้าอย่างรังเกียจ ก่อนจะหยุดมองที่ม้าตัวน้อยแล้วยกยิ้มเย้ยหยัน “นั่นเจ้าขี่สุนัขเล่นหรือไร ม้าอะไรตัวเท่าลูกหมา”

หยางเลี่ยงเฟิ่งโกรธจนหน้าแดงก่ำ คนอื่นเขาเรียกลายังพอทน แต่บุรุษผู้นี้กลับเรียกมันว่าลูกหมา ลูกหมาอันใดตัวใหญ่เพียงนี้

ม้าของเจ้าตัวใหญ่ อย่าได้เอามาเทียบกับม้าของข้า ถึงมันจะตัวเล็กแต่มันก็หล่อเหลาและเชื่องนัก

“บังอาจ เจ้ากล้าเอ่ยเช่นนี้กับองค์หญิงได้เยี่ยงไร” ผิงเอ๋อร์ทนไม่ไหวชี้หน้าบุรุษหยาบคายอย่างโกรธเคือง “เจ้ายังไม่รีบจัดการมันอีก”

ผิงเอ๋อร์หันไปตวาดทหารจูงที่ม้า แต่ทว่าทหารผู้นั้นกลับตัวสั่นรีบคุกเข่าให้บุรุษหยาบคายผู้นั้น

“คะ คำนับแม่ทัพต่งมู่หรง” ทหารจูงม้าเอ่ยเสียงสั่น เมื่อเห็นใบหน้าทะมึนของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น

ผิงเอ๋อร์ชะงัก นางเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของแม่ทัพไร้พ่ายผู้นี้มาไม่น้อย ทั้งชื่อเสียงในด้านความเก่งกาจ และชื่อเสียงด้านความโหดเหี้ยมอำมหิต ที่ว่ากันว่าฆ่าคนตาไม่กระพริบ

ผิงเอ๋อร์มองดาบเล่มใหญ่ที่เหน็บข้างเอวต่งมู่หรง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาแข็งกร้าวที่มองมาพอดี สายตาช่างเย็นเยียบประหนึ่งฆ่าคนได้ ผิงเอ๋อร์รู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งร่าง รีบถอยล่นหลบหลังม้าน้อยด้วยความสั่นกลัว

“เปิ่นกงจู่จำได้ว่านี่เป็นเขตสตรี มีเพียงสัตว์เล็กสัตว์น้อย” หยางเลี่ยงเฟิ่งจ้องตาคมปราบที่มองมาอย่างท้าทาย ในเมื่อเขาเหยียดหยามนางนัก นางก็ไม่มีวันไว้หน้าเขา เป็นแม่ทัพแล้วอย่างไร นางเป็นถึงองค์หญิง จะกล้าทำอันใดนางได้ “หรือท่านแม่ทัพไม่มีปัญญาล่าเสือล่าหมี จึงมาล่าเป็ดล่าไก่แถวนี้แทน”

นายทหารกับผิงเอ๋อร์ตัวสั่นงันงก ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองแม่ทัพใหญ่

ต่งมู่หรงจ้องใบหน้างามเขม็ง มือหนากำหมัดแน่น ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม “ข้าไม่ได้มาล่าเป็ดไก่ แต่ข้ามาล่าจิ้งจอกแถวนี้”

สายตาที่มองมาทำเอานางขนลุกไปทั้งร่าง

“จับได้แล้วจะถลกหนังออกให้หมด แล้วจับกินแบบสดๆไม่ให้เหลือ”

‘เจ้าคนป่าเถื่อน สุนัขจิ้งจอกมันกินได้ที่ไหนกัน’

“เช่นนั้นก็ขอให้ท่านแม่ทัพเจอจิ้งจอก เปิ่นกงจู่ขอตัว” หยางเลี่ยงเฟิ่งสั่งให้ทหารจูงมาไปทางอื่น ต่งมู่หรงผู้นี้ท่าทางอันตรายนัก อยู่ให้ห่างๆเป็นดีที่สุด

ปัง! ปัง! ปัง!

ขี่ม้าเดินได้ไม่ไกลจู่ๆ ทางฝั่งตะวันตกก็มีพุสีแดงพุ่งขึ้นฟ้า เป็นสัญญาณว่ามีการโจมตีขึ้นทางฝั่งโน้น

“เห็นทีว่าคงเกิดเรื่องแล้ว รีบเสด็จกลับกันเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ทหารที่จูงม้าเอ่ยขึ้น รีบจูงม้าหันกลับทางเดิมทันที

หยางเลี่ยงเฟิ่งทั้งตกใจและรู้สึกกลัวไม่น้อย ทางที่นางเดินมาก็ไกลจากกระโจมทีเดียว บริเวณนี้ไม่เห็นคนอื่นๆเลยนอกจากลุ่มของนาง

ซวบ!

“เจอตัวแล้ว!”

จู่ๆก็มีชายชุดดำสองคนโผล่พรวดออกมาจากพุ่มไม้ขวางม้าของนางไว้ ทหารที่จูงม้ารีบชักดาบออกมาเพื่อคุ้มกันองค์หญิงสิบสาม แต่สองรุมหนึ่งยากจะต้านทานนัก

“องค์หญิงรีบวิ่งหนีไป!”

ได้ยินทหารตะโกนไล่ แต่นางขี่ม้าไม่เป็นจะให้ควบม้าหนีได้อย่างไร

ร่างบางจึงตะเกียกตะกายลงจากหลังม้า แต่ยังไม่ทันเหยียบถึงพื้น นักฆ่าชุดดำก็ปาดาบมาทางนางหมายปลิดชีวิต ทว่าพลาดไปเฉี่ยวขาม้า ทำให้ม้าน้อยตกใจพานางวิ่งเตลิดเข้าป่า

“กรี๊ดด องค์หญิง!” ผิงเอ๋อร์ร้องลั่นวิ่งตามม้าที่เตลิดพาองค์หญิงของนางไปด้วย แต่ฝีเท้าคนหรือจะทันฝีเท้าม้า

หยางเลี่ยงเฟิ่งเกาะม้าแน่น แต่ร่างบางทั้งร่างใกล้จะตกจากม้าอยู่รอมร่อ

“เจ้าม้าหยุดนะ! ข้าจะตกแล้ว!”

หยางเลี่ยงเฟิ่งตะโกนด้วยเสียงสั่นเทา มือแทบจะเกาะไม่อยู่แล้ว

ย๊า!

ม้าน้อยที่วิ่งเตลิดอย่างบ้าคลั่ง ถูกบุรุษร่างสูงใหญ่คว้าบังเหียนและดึงกระชากไว้ มันร้องอย่างเจ็บปวดแต่ก็ยอมหยุดวิ่งในที่สุด

หยางเลี่ยงเฟิ่งมือไม้สั่นลื่นตกจากม้าในที่สุด แต่ด้วยขนาดม้าที่ไม่สูงนัก ทำให้นางไม่ได้รับบาดเจ็บอันใดมาก มีเพียงรอยถลอกเล็กน้อยเท่านั้น

ร่างบางหอบสั่นเงยหน้ามองคนที่มาช่วยอย่างแปลกใจ เป็นแม่ทัพปากสุนัขที่เพิ่งแยกจากนางไปไม่นาน เห็นเกลียดนางยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน ไฉนถึงมาช่วยนาง

ก่อนที่นางจะเอ่ยอันใด บุรุษร่างองอาจก็ลงกระโดดจากม้าเดินมาหานางช้าๆด้วยด้วยสายคมกริบ

“ทะ ท่านแม่ทัพ” หยางเลี่ยงเฟิ่งขยับถอยหลังอย่างหวาดกลัว สายตาที่มองมาประหนึ่งนักล่า ดูอันตรายไม่น่าไว้ใจยิ่ง “ขอบคุณที่ช่วยเปิ่นกงจู่ไว้” หยางเลี่ยงเฟิ่งยิ้มสู้ แต่ท่าทีคุกคามทำให้ใบหน้างามเริ่มซีดเจื่อน

ต่งมู่หรงไม่ไม่เอ่ยอันใด มือหนากระชากแขนบางก่อนจะตวัดร่างของหยางเลี่ยงเฟิ่งพาดบ่า

“ทะ ท่านทำอันใด! ปล่อยเปิ่นกงจู่นะ!” หยางเลี่ยงเฟิ่งดิ้นลนอย่างตื่นตระหนก พยายามทุบตีแผ่นหลังแกร่งแต่ไร้ผล

“หากไม่อยากตกม้าคอหักตายก็อยู่นิ่งๆเสีย” ต่งมู่หรงขู่เสียงเหี้ยม พาดร่างบางไว้บนหลังม้าประหนึ่งเหยื่อที่ถูกล่า ก่อนจะตวัดขาขึ้นควบม้าวิ่งเข้าป่าอย่างรวดเร็ว

หยางเลี่ยงเฟิ่งเกาะม้าศึกไว้แน่น เรียวปากงามขบเม้มแน่นด้วยความหวาดกลัว รอบด้านเริ่มเปลี่ยนเป็นป่ารกทึบไม่คุ้นตา การกระทำของต่งมู่หรง ดูไม่เหมือนช่วยเหลือนางแม้แต่น้อย

ไม่รู้ว่าแม่ทัพผู้นี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักฆ่าชุดดำพวกนั้นหรือไม่ แต่ถึงจะใช่ เหตุใดถึงพุ่งเป้ามาที่นาง นางที่เป็นเพียงองค์หญิงเล็กๆไร้อำนาจ ไม่มีผลประประโยชน์กับใครทั้งสิ้น

“ทะ ท่านพาเปิ่นกงจู่มาที่นี่ทำไม” หยางเลี่ยงเฟิ่งเอ่ยเสียงสั่น เมื่อต่งมู่หรงพานางมายังถ้ำแห่งหนึ่ง

“หุบปาก แล้วอย่าคิดหนี” ต่งมู่หรงหันมาสั่งนาง ก่อนจะเดินไปล้างมือและกินน้ำที่ลำธารใกล้ๆถ้ำ

หยางเลี่ยงเฟิ่งได้แต่เดินไปนั่งที่ก้อนหินอย่างจำยอม ดูเหมือนยศตำแหน่งองค์หญิงของนาง ไม่ได้มีผลต่อบุรุษผู้นี้เลย วาจาและกระทำที่ปฏิบัติต่อนาง ราวกับบ่าวไพร่เสียอย่างนั้น

เป้าหมายของคนผู้นี้คืออันใดกันแน่ คงมิใช่ฆ่านางหมกป่าหรอกกระมัง

ร่างบางมองรอบด้านอย่างหวาดระแวง รอบๆมีแต่ต้นไม้สูงใหญ่เหมือนกันหมดจนแยกทิศทางไม่ออก ยามนี้เริ่มเข้ายามอุ้ย (13.00 – 14.59) แต่ทว่าท้องฟ้ากลับมืดครึ้ม เกรงว่าอีกไม่นานฝนคงตก

“ท่านแม่ทัพ ดูท่าว่าอีกไม่นานฝนคงตก เปิ่นกงจู่ว่าเรารีบกลับกระโจมกันดีหรือไม่” หยางเลี่ยงเฟิ่งเอ่ยอย่างกล้าๆกลัว

“เหอะ นี่เจ้าดูไม่ออกหรือว่าข้าจับเจ้ามา ช่างโง่งมยิ่ง” ต่งมู่หรงมองสตรีตรงหน้าอย่างรังเกียจ

หยางเลี่ยงเฟิ่งหน้าตึง นางนึกไม่ออกว่าเคยมีความแค้นกับบุรุษผู้นี้มาก่อน “เราไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ท่านจับเปิ่นกงจู่มาเพื่ออันใดกัน”

“ใช่ เราไม่เคยมีความแค้นต่อกัน แต่สตรีที่เอาร่างกายเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจเช่นเจ้า กำลังจะเป็นตัวปัญหา เพื่อความปลอดภัยของฮ่องเต้และบัลลังก์ ข้าต้องกำจัดต้นตอเสียก่อน”

ร่างบางรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งร่าง มองแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเย่ว์อย่างไม่เข้าใจ ...นางทำอันใดผิดกัน นางก็เพียงอยากมีชีวิตอยู่เช่นกันถึงได้ทำเช่นนั้น

“ท่านจะสังหารข้าหรือ” หยางเลี่ยงเฟิ่งเอ่ยเสียงสั่นเครือ ลืมสิ้นคำเรียกตนเอง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Chollada
รอตอนใหม่นะค่
เมื่อ 1 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย sk125
รอจ้า รอๆๆๆ
เมื่อ 1 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว